Masukวันต่อมา
ฉันหวังว่าวันนี้จะต้องเป็นลุงคนนั้นอีกครั้งนะ "โทษนะครับมีคนอยู่ไหม เอาข้าวมาส่งครับ" ไม่ใช่ลุง เขาคือคนเดิมที่มาเมื่อวาน "ขอบคุณค่ะ" ฉันยื่นมือไปรับถุงข้าวจากเขาผ่านรั้วเหล็กหน้าบ้านก่อนจะหันหลังจะเดินกลับบ้าน "ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมครับ" "ได้ค่ะ" ฉันชะงักไปครู่นึงก่อนตอบกลับเขาไป เขาเดินเข้ามาในบ้านฉัน ฉันพาเขาเดินไปที่ห้องน้ำที่ติดกับครัว ก่อนจะเดินเข้าไปที่ครัวแล้วจัดอาหารใส่จาน สักพักผู้ชายคนนั้นเขาออกจากห้องน้ำมาพอดี "คุณพราวชอบกินราดหน้าเหรอครับ" เขามองมาที่ฉันที่กำลังจะยกถ้วยราดหน้าไปนั่งกินที่โต๊ะอาหาร "ใช่ค่ะ กินด้วยกันไหมคะ" "ไม่ครับ กินข้าวมาแล้ว" "แบบนี้ก็เหลือเวลานั่งพักเยอะเลยนะคะ นั่งพักผ่อนที่นี่ก่อนได้ค่ะ" ฉันหันไปดูนาฬิกาที่พึ่งจะ 12:30 นาที "อีกครึ่งชั่วโมงครับ แต่เดี๋ยวผมก็ต้องเลยไปรับของจากอีกโรงงานนึงมาให้เจ๊กับเสี่ยเขาอยู่ดีครับ" "อ๋อแบบนี้เองพี่ถึงได้เอาข้าวมาส่งให้หนู เพราะพี่จะได้ไปรับของต่อ" "ใช่ครับ" "มันไกลไหมคะ" "ไม่ครับ ไม่ไกลมาก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วกว่าๆ" "อ๋อโอเคค่ะ" "ทำไมถามเหรอครับ จะไปเป็นเพื่อนเหรอครับ" คำพูดของผู้ชายคนนี้ดูเริ่มจะเล่นๆกับเธอ แบบนี้ก็ทำเอาคนอย่างพราวอยากที่จะเล่นกลับบ้าง ถ้าฉันได้คนนี้แทนลุงคนนั้นก็ดีเหมือนกันนะ ดูจากรูปลักษณ์ภายออกแล้วน่าเอาเหมือนกัน "ไปได้เหรอคะ" "ได้สิครับ เผื่อคุณพราวอยากไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง แล้วเดี๋ยวตอนกลับผมแวะมาส่งคุณพราวที่บ้าน" "งั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพราวไปเป็นเพื่อน" "หรือจะไปเป็นอย่างอื่นแทนก็ได้นะครับ" "หึ!" "หยอกครับหยอก หยอกเล่น" เขาพูดพลางแอบยิ้มและหัวเราะแก้เขิน "ไม่ต้องหยอกก็ได้นะคะ พูดจริงได้เลย" เธอพูดพลางเดินออกจากโต๊ะอาหารไปยืนตรงหน้าเขาที่ยืนอยู่แถวนั้น เข้าใกล้เขาจนเขาเริ่มใจสั่นแปลกๆ "ใจพี่เต้นแรงจังเลยนะคะ แรงจนหนูได้ยินด้วย" "เพราะหนูยืนใกล้พี่มากจนเกินไปหรือเปล่าเลยได้ยิน" "น่าจะใช่ค่ะ" "แต่พี่ต้องไปแล้วนะคะ อีกโรงงานเขาไลน์บอกเตรียมของเสร็จแล้ว" "ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปด้วย" "ครับ" เธอทิ้งถ้วยราดหน้าไว้ที่โต๊ะอาหาร เดินตามผู้ชายคนนั้นไปขึ้นรถและออกไปกับเขาแบบไม่คิดอะไรเยอะเลย "รถพี่แอร์เย็นจังเลยค่ะ หนูขอเบาแอร์ลงนะคะ" "รถพี่ที่ไหนกันละครับ นี่รถเสี่ยเขา" "คะ?" จริงเหรอ ฉันไม่รู้ว่านี่คือรถพ่อของฉันได้ไง "ใช่เหรอคะ ทำไมหนูไม่เคยเห็น" "ไม่แปลกหรอกครับที่คุณพราวจะไม่เคยเห็น มันเป็นรถที่เสี่ยหรือพ่อของคุณพราวเนี่ยเขาซื้อไว้ให้คนที่โรงงานได้ใช้ทำงาน ไม่ได้มีคันเดียวนะครับ มีรถกระบะอีกหลายคันที่โรงงาน "อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ" "คุณพราวกลับมาอยู่บ้านกี่วันครับ" "1 เดือนค่ะ น่าจะประมาณนี้นะคะ" "ทำไมดูตอบไม่มั้งใจเลยครับ" "ที่ไม่แน่ใจเพราะว่าอาจจะมีกิจกรรมหรืออะไรอย่างอื่นที่จะมาก่อนวะนเปิดเรียนจริงตามตารางค่ะ" "แบบนี้เอง" "ใช่ค่ะ" "แล้วพี่... เอ่อพี่ชื่อไรนะคะ" "ผมเต้ครับ" "ค่ะพี่เต้ แล้วพี่เต้ทำงานกับพ่อแม่ของหนูมานานยัง" " 2 ปีแล้วครับ" "ตั้งแต่หนูอยู่ ม.6 เลยสินะคะ" "ใช่ครับ แต่คุณพราวน่าจะจำผมไม่ได้" "เพราะหนูไม่ค่อยไปโรงงาน นี่นับครั้งได้เลยว่าไปกี่ครั้งแล้ว" "กี่ครั้งแล้วครับ" " 3 ครั้งค่ะ ตอนเรียนอยู่มัธยม 2 ครั้ง และอีก 1 ครั้งล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่พึ่งกลับมาที่นี่ในรอบ 1 ปีที่ไปเรียนมา" "แล้วอยากไปอีกไหมครับ" "ไม่ดีกว่าค่ะ เสียงดังเกิ๊น หนูทนเสียงดังๆ ไม่ไหวค่ะ และจริงๆ วันนั้นไม่ได้อยากไปนะคะ พอดีพ่อหนูไปรับหนูแล้วพ่อก็พาหนูแวะโรงงานรับแม่ก่อนจะกลับมาพร้อมกันค่ะ" "อ๋อ ฮ่าๆ พูดซะเห็นภาพเลยครับ มันเสียงดังจริงแต่คนที่นั่นชินกันแล้วครับ" "เข้าใจค่ะ คือต้องเป็นคนที่อยู่นานๆแล้วจะชินแต่หนูพึ่งได้เจอก็เลยจะยังไม่ชินเท่าไหร่" ฉันคุยกับพี่เขาตั้งแต่ขาไปยันขากลับก็ยังนั่งคุยกันบนรถต่อเนื่อง "ว่าแต่คุณพราวไปเรียนที่นู้นได้แฟนยังครับ" นั่นแน่! เขาวนมาเรื่องแนวๆนี้อีกแล้ว ฉันว่าเขาก็คิดแบบเดียวกันกับฉันคืออยากเอากับฉันแน่ๆ คงอยากได้ฉันมากเลยแหละ "ยังเลยค่ะ แล้วพี่ละภรรยาได้มาทำงานที่นี่ด้วยกันไหม" "ภรรยาอะไรล่ะครับ ผมยังไม่มีแฟนเลยครับ" "จริงเหรอคะ หนูขอถามได้ไหมพี่อายุเท่าไหร่" "29 ปีนี้ครับ ว่าแต่ทำไมถามเหรอครับ" ก่อนหน้านี้ฉันเดาอายุพี่เขาว่า 30+ แล้ว แต่จริงๆ ไม่ใช่ "เปล่าค่ะ แค่เดาไว้ว่าพี่คงจะ ประมาณ 24-25 อยู่แน่ๆ" "อุ้ย! อันนี้กำลังชมว่าผมหน้าเด็กอยู่หรือเปล่าครับ" "ใช่สิคะ หล่อด้วย" กูจะชมให้หลงหัวปักหัวปัมไปเลย "ไม่หรอกครับ ไม่หล่อเลย" "ขนาดพี่บอกว่ายังไม่มีแฟนหนูก็ยังไม่เชื่อเลยนะ พี่หน้าตาดีขนาดนี้ มันต้องมีอยู่นั่นแหละ แน่ๆลยใช่ไหมละคะ" "ไม่มีครับไม่มี ผมพูดจริงๆ" "ไม่เชื่ออยู่ดีค่ะ" แล้วจู่ๆพี่เขาก็หยุดรถจอดชิดข้างบนถนนใหญ่ แล้วเขาก็หัยมามองฉัน เราวบตากันครู่นึงก่อนพี่เขาจะพูดอะไร "ให้ผมพิสูจน์ให้เห็นเลยไหมคะบว่าผมไม่มีแฟนจริงๆ" "จะพิสูจน์ยังไงคะ" "แบบนี้ไงครับ" เขาพูดพลางโน้มตัวเข้ามาจูบริมฝีปากเธอ ตอนแรกก็คิดว่าจะเขาจะแค่จูบแบบปากชนปากเฉยๆ ที่ไหนได้เขาค่อยงับปากเข้าเรื่อยๆ จนฉันเผลอตอบโต้กลับด้วย จูบตอบเขาแบบไม่กลัวอะไร ฉันและเขาเริ่มจูบกันหนักขึ้นถึงขั้นแลกลิ้นกันไปมา“ดูสีหน้าแล้ว...คุณน่าจะไม่ไหว” คำพูดนั้นทำให้ฉันเผลอยิ้มมุมปาก เขาคงรู้จักฉันน้อยเกินไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อก่อนฉันเคยผ่านอะไรมาบ้าง ผู้ชายที่มีขนาดเท่าเขา...ฉันก็เคยเจอมาแล้วทั้งนั้นแล้วฉันจะไม่ไหวกับเขาได้ยังไงกัน หึ! “เงียบแบบนี้...คงไม่ไหวจริงๆ สินะ” เขาพูดซ้ำ เสียงเหมือนกำลังหยั่งเชิง ฉันบีบตรงนั้นที่เป้ากางเกงเขาไปหนึ่งทีแบบรวดเร็วก่อนจะรีบดึงมือตัวเองกลับมา แล้วเงยหน้ามองเขาตรงๆ “นี่เป็นการบอกผมอ้อมๆ หรือเปล่าว่าคุณก็กล้าทำ” “หนูขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ” “ว่ามา” ฉันลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกไป “พี่จะแอบถ่ายฉันและไม่เอาเรื่องพวกนี้ไปบอกใครใช่ไหม” เขาเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนขำในคำถาม “คุณคิดว่าผมจะแบล็คเมลคุณเหรอ” “ก็...ไม่รู้สิคะ” ฉันยักไหล่เบาๆ “พี่อาจจะทำก็ได้ ใครจะไปรู้” เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนตอบเรียบๆ “ผมไม่ทำหรอก ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องทำแบบนั้น” คำตอบนั้นทำให้ฉันผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ก็ดีค่ะ” เขามองฉันนิ่งๆ ราวกับกำลังอ่านความคิด “แล้วไงต่อ จะถามอะไรเพิ่มไหม” ฉันส่ายหน้า ก่อนสูดหายใจเบา ๆ “ไม่แล้วค่ะ...คุณอยากให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลย” บรรยากาศเงียบลงชั่วค
เขาค่อยๆ ผละออกช้าๆ แต่ยังอยู่ใกล้เกินกว่าจะเรียกว่าถอยจริงๆ ลมหายใจของเรายังปะปนกันอยู่ ความเงียบหลังจากนั้นยิ่งดังชัดกว่าเดิม ฉันไม่กล้ามองตาเขาทันที ได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมหยุด "นี่แหละ…" เขาพูดเบาๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงงๆ "สิ่งที่ผมอยากรู้" "อะไรคะ" นั่นดิเขาหมายถึงยังไง เขาไม่ได้ตอบตรงๆ แต่สายตาที่มองมามันจริงจังขึ้นกว่าเดิม "คุณยอมเพราะอะไร" คำถามนั้นทำให้ฉันนิ่งไป ใช่…ฉันยอมเขาเพราะอะไร เพราะเงิน? เพราะสถานการณ์บีบบังคับ? หรือเพราะฉันเอง…ก็ไม่ได้อยากปฏิเสธตั้งแต่แรก ฉันตอบไม่ได้ เขามองฉันอยู่พักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วถอยออกไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิม ทิ้งระยะห่างให้กลับมาอีกครั้ง "ผมไม่ต้องการคำตอบตอนนี้ก็ได้" น้ำเสียงเขาไม่ได้กดดันแล้ว แต่กลับนิ่งและชัดเจน "แต่ถ้าคุณจะอยู่ต่อ…คุณต้องรู้ว่าคุณเลือกมันเอง" ฉันยืนอยู่ที่เดิม ความรู้สึกในหัวมันยุ่งไปหมด แต่กลับมีอย่างหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับฉัน ฉันไม่ได้ถูกบังคับใดๆ เลยด้วยซ้ำ "แล้ว…งานล่ะคะ" ฉันถามเบาๆ เขายิ้มมุมปากนิดๆ "ง่ายมาก" เขาเอนหลังพิงโซฟา สายตายังจับจ
"แล้วพี่จะพาหนูไปไหน ไม่ได้จะพาหนูกลับหอหนูเหรอ"ฉันหันไปถามเขาทันทีที่เริ่มรู้สึกว่าเส้นทางมันไม่ใช่ทางกลับหอ"อยากได้เงินไม่ใช่เหรอ" คำตอบของเขาทำให้ฉันยิ่งไม่สบายใจ"พี่จะพาหนูไปไหนอีก""ไปคอนโดผมไง""ห๊ะ!" ฉันหลุดเสียงดังออกมาอย่างตกใจ"ตกใจอะไร" "ปะ...ไปทำไมกันคะ"เขามองฉันนิ่งๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ"ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้จะให้คุณไปห้องเฉยๆ ผมมีงานให้คุณทำ เห็นคุณอยากได้เงินนักอยากได้เงินหนา เดี๋ยวคุณทำงานให้ผมนี่แหละ ผมจะจ่ายให้คุณเอง"ฉันพอจะเดาออกอยู่หรอกว่างานที่เขาหมายถึง คงไม่ใช่งานง่ายๆ ที่ทำแบบเดียวเสร็จแล้วได้เงินสบายๆ คนอย่างเขา…ถ้าให้เดานะไม่เอาฉันไปทรมาน ก็คงเอาไปใช้งานหนักๆในรูปแบบที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนแต่เอาจริงๆ…ฉันเองก็ยังไม่เคยทำอะไรเลยนี่นา"ตามฉันมา"พอมาถึงคอนโด เขาก็สั่งสั้นๆ ให้ฉันเดินตามเข้าไป เราขึ้นลิฟต์ไปจนถึงชั้นบนสุด ก่อนจะหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง"เข้าไป"ประตูถูกเปิดออก เขาพยักหน้าให้ฉันเดินเข้าไปก่อน แล้วถึงจะเดินตามเข้ามาทีหลังฉันเงียบมาตลอดทาง จนกระทั่งยืนอยู่กลางห้องของเขา สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเงียบ ๆ ห้องกว้างขวาง ตกแต่งดีทุกมุมก็คนรวยนี่น
"งั้นหนูขอโชว์...""โชว์อะไรคะ?""โชว์...โชว์แม่ไม้มวยรำค่ะ""ห๊ะ!""ก็หนูไม่รู้จะโชว์อะไรนี่หน่าา" ฉันทำหน้ามุ้ยซึมเป็นส้วมเลยล่ะก็คนมันคิดไม่ออก"โอ๋ๆ งั้นหนูไม่ต้องโชว์แล้วค่ะหนูนั่งเฉยๆกับเสี่ยนี่แหละ"เอ๊ะ! เหมือนว่าเสี่ยคนนี้เขาจะชอบความออเซาะอะไรแบบนี้กันนะ งี้ก็ตัวอ้อนๆหน่อยเผื่อได้เพิ่ม"คืองี้นะคะเสี่ย หนูไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเหมือนคนอื่น เสี่ยอยากจะให้หนูทำอะไรอย่างอื่นแทนไหมบอกหนูได้เลย""แล้วหนูทำอะไรให้เสี่ยได้บ้างจ๊ะ กลัวว่าขอไปแล้วจะทำให้ไม่ได้อีก""เสี่ยลองขอมาก่อนค่ะ หนูอาจจะทำได้ก็ได้นะคะรอบนี้""ขึ้นให้เสี่ย""ขึ้น?" ฉันตกใจเพราะคำพูดนั้นชวนคิดไปถึงการที่ฉันต้องไปขึ้นขย่มตรงนั้นให้เขา "มะ...หมายถึงขึ้นอะไรเหรอคะ""ก็หมายถึงอย่างที่เธอกำลังคิดอยู่นั่นแหละ"แล้วเสี่ยเขารู้ได้ไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เออแต่ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งเห็นภาพตามเลยตอนนี้เป็นภาพที่ฉันตั้งไปขึ้นให้เขาตอนที่กำลังนั่งอยู่โซฟา แยกขานั่งคร่อมบนตักเขา จับท่อนเอ็นดันเข้าไปในรูของฉันก่อนนั่งลงไปจนสุด 'อ่าา...อ๊าาา' สองแขนคล้องคอเขาไว้หลวมๆ ขยับใบหน้าเข้าจูบปากก่อนจะขย่มให้เขาไปตามจังหวะของตัวเอง 'อ
สายตาเพื่อนผมมันจับจ้องมองมาที่ผมเหมือนกำลังรอคำตอบอะไรบางอย่าง"มึงก็พูดเว่อร์ ไม่ได้รวยเว่อร์อะไรเลย"ผมยกแก้วขึ้นจิบ พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับรู้สึกตึงๆ อย่างบอกไม่ถูก"แล้ว...กูถามได้ไหมว่านั่นใครที่มึงเอามาฝากให้ทำงานร้านกู...เอ้ยร้านเรา หรือว่านี่แฟนมึง"น้ำเสียงมันฟังดูเหมือนแซว แต่สายตากลับจริงจัง"ร้านเราอะไรกัน อย่าๆ ร้านมึงคนเดียวนั่นแหละ อย่ามาพูดว่าร้านกูด้วยคน กูแค่โดนมึงบังคับให้ช่วยหุ่นด้วย"ผมหัวเราะหึเบาๆ กลบเกลื่อน ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ในช่วงแรกๆ ตอนที่เพื่อนของผมมันเริ่มทำร้าน มันไม่รู้จะเอาใครเข้ามาช่วยเรื่องเงิน ผมก็เลยต้องหุ่นด้วย เพื่อให้ความฝันของเพื่อนได้ไปต่อเรื่องนี้พ่อของมันก็ไม่รู้ คนอื่นก็ไม่รู้ ไม่มีใครรู้เลย นอกจากผมกับมัน และพวกคนที่ทำงานให้มันมาตั้งแต่แรกเริ่มด้วยกัน"เงียบแบบนี้แสดงว่าใช่"มันยิ้มมุมปาก เหมือนจับพิรุธได้"แฟนกูเชี่ยไร ไม่ใช่โว้ย"ผมตอบเร็วเกินไปหน่อย จนมันเลิกคิ้วมอง"ก็เล่ามาดิ"มันยกแก้วขึ้นจิบ รออย่างใจเย็น ต่างจากผมที่เริ่มรู้สึกไม่ค่อยนิ่ง"ใครไม่รู้บังเอิญเจอ"ผมพูดสั้นๆ เหมือนไม่อยากขยายความ"ห๊ะ! มึงกำลังจะบอกว
"ถ้าไม่มีเงินก็ลองไปหาทำงานอะไรที่มันง่ายๆก่อน เก็บเงินได้แล้วค่อยมาเรียนต่อให้จบจะได้มาสมัครงานนี่อีกรอบ"คำพูดนั้นเหมือนเป็นทั้งคำปฏิเสธ…และคำแนะนำในเวลาเดียวกันเธอยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ดวงตาที่มองผมคราวนี้ไม่ได้อ้อนวอนเหมือนก่อน แต่แฝงด้วยความดื้อเงียบ ๆ เหมือนคนที่ยังไม่ยอมถอยง่าย ๆ เธอทำท่าจะพูดต่อ แต่ก็ชะงักไปเหมือนลังเล"แต่ว่าหนู" ผมเลิกคิ้วมองทันที"อะไร...จะแย้งอะไรอีก"เธอรีบส่ายหน้าเล็กน้อย"เปล่าครับ ไม่พูดแล้ว"ผมถอนหายใจเบา ๆ"มีไรก็พูดมา"เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เหมือนรวบรวมความกล้า ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ"คือ...คือหนูหางานมาหลายที่มากๆแล้ว ทั้งงานง่ายๆ แล้วก็ไม่ง่าย พวกงานเล็กๆรับคนง่ายๆก็ลองไปสมัครมาแล้วแต่คนรอบข้างก็บอกว่ามันอันตรายกลัวหนูโดนหลอกไปทำอะไรไม่มีเหมือนในข่าว หนูก็เลยไม่กล้าไว้ใจพวกงานที่รับคนง่ายๆอีกเลย ส่วนพวกงานใช้กำลังแน่นอนว่าเขาไม่รับหนูอยู่แล้ว"คำพูดของเธอครั้งนี้ไม่ได้มีท่าทีอ้อนหรือเล่นอะไรเหมือนก่อน มันดูจริงจังขึ้นจนผมเงียบไปครู่หนึ่งสุดท้ายผมจึงพูดออกไปเรียบ ๆ"เอางี้ คุณกลับไปก่อน เดี๋ยวตอนเย็นผมไปรับที่คอนโด ผมจะช่วย







