LOGINหลังจากวางสายจากพ่อ เอมี่ก็รู้สึกถึงความหนักอึ้งในใจ วีระลุกขึ้นมาเดินไปหยิบโทรศัพท์ของเธอเพื่อกดวางสายให้ จากนั้นเขาหันกลับมามองเธอที่นอนอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “เราพักกันสักหน่อยดีไหม...?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เอมี่ที่กำลังจมอยู่ในความคิดวุ่นวายพยักหน้ารับคำเบา ๆ
เธอลุกขึ้นและเดินไปยังห้องน้ำภายในห้องพักของโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ เมื่อปิดประตูลง น้ำอุ่น ๆ ที่ไหลผ่านร่างกายเป็นเหมือนความอบอุ่นเพียงเล็กน้อยที่ช่วยปลอบประโลมเธอในช่วงเวลาที่รู้สึกอ้างว้าง แม้ว่าจะเป็นเพียงชั่วคราว เธอวางศีรษะพิงกับผนังห้องน้ำ หลับตาลง และปล่อยให้ความคิดจมหายไปกับเสียงน้ำไหล ห้วงความคิดเกี่ยวกับครอบครัวที่ดูเหมือนจะเป็นแค่ภาพลวงตาที่ห่างไกลออกไป พ่อที่ดูเหมือนจะรักเธอ แต่ในความเป็นจริงแล้วเอาแต่ควบคุมทุกสิ่งที่เธอทำ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เธอกลับบ้าน เพื่อนที่เธอคบ หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว ทั้งที่เธอโตพอที่จะดูแลตัวเอง แต่พ่อก็ยังคงยึดติดกับความคิดว่าลูกสาวต้องอยู่ในกรอบเสมอ ส่วนแม่ เธอแทบไม่ได้ใส่ใจอะไรเอมี่เลย ชีวิตของแม่ดูเหมือนจะหันเหไปทางการหาความสนุกสนานจากงานสังคมและความบันเทิงต่าง ๆ มากกว่า เมื่อเสร็จจากอาบน้ำ เอมี่เดินกลับออกมา แต่ก็พบว่าในห้องนั้นมีเพียงความว่างเปล่า วีระหายตัวไป เธอเดาว่าเขาอาจออกไปหาอะไรทาน แต่ทว่าความรู้สึกอัดอั้นและความตึงเครียดในใจยังคงค้างอยู่ในตัวเธอ ความเครียดนี้กลายเป็นเหมือนเมฆดำที่คอยปกคลุมจิตใจโดยไม่มีท่าทีว่าจะหายไป เอมี่จึงเดินออกไปยังระเบียงเพื่อหาทางผ่อนคลายแม้จะเพียงชั่วครู่ หญิงสาวหยิบบุหรี่จากกระเป๋าขึ้นมาจุด สูดลมหายใจลึก ๆ ให้ควันบุหรี่ไหลผ่านร่างกายราวกับจะขับไล่ความตึงเครียดไป แต่ยิ่งสูบลึกมากเท่าไหร่ ควันเหล่านั้นกลับรู้สึกเหมือนกับกำลังซึมซับความรู้สึกทุกอย่างที่เธอมีไว้ข้างในมากเท่านั้น ยิ่งทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ก่อความเจ็บปวดให้เธอตลอดมา เธอสูบบุหรี่ต่อเนื่องมวนแล้วมวนเล่า จนเหมือนจะกลายเป็นพิธีกรรมที่ทำให้เธอรู้สึกมีตัวตนในช่วงเวลาหนึ่ง แต่แล้วเสียงทุ้มนุ่มของวีระก็ดังขึ้นจากข้างหลัง ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย “นั่นหนูสูบบุหรี่งั้นเหรอ?” เอมี่รีบเขี่ยบุหรี่ทิ้ง ราวกับกลัวว่าเขาจะเห็น แต่ก็รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อหันไปเจอสีหน้าที่ผ่อนคลายของเขา ใบหน้าของวีระเปื้อนรอยยิ้มเล็ก ๆ ขณะที่เขาถือถุงเบียร์และเหล้าในมือ เขามองเธอด้วยแววตาที่ไม่มีแววตำหนิใด ๆ “สูบไปเถอะ ลุงไม่ได้ว่าอะไร” วีระเอ่ยเสียงเรียบ “ที่สำคัญลุงรู้มานานแล้วว่าหนูแอบสูบ” เอมี่ชะงักไป ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ลุงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” วีระหัวเราะเบา ๆ ขณะที่วางถุงใส่ขวดเหล้าและเบียร์ลงบนโต๊ะตรงระเบียงที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองระยิบระยับในยามค่ำคืน เขาตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “วันแรกที่หนูมาลุงก็เห็นแล้วล่ะ หนูสูบอยู่ตรงที่โรงจอดรถคนเดียวหลังเลิกงาน...” เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเป็นเพื่อนเธอ นั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เอมี่ “ผ่อนคลายเถอะ... ลุงรู้ว่าหนูต้องการมัน” น้ำเสียงของเขาฟังดูอบอุ่นและมั่นคง ราวกับจะปลอบประโลมเธอให้ปล่อยวางจากความกดดันที่เธอเผชิญ เพียงเท่านั้น เอมี่ก็ปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมาจนกลายเป็นเสียงสะอื้น เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่ความเจ็บปวดภายในใจที่ถูกเก็บมานานเกินไปกลับพังทลายลงเหมือนเขื่อนแตก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสะสมมา ทั้งความรู้สึกถูกควบคุม ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกสิ้นหวัง ไหลทะลักออกมาไม่อาจยั้ง วีระไม่ได้พูดอะไร เขานั่งสูบบุหรี่อย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้เธอร้องไห้ออกมาจนพอใจ เพียงแค่เป็นเพื่อนเธออยู่ตรงนั้น รอให้เธอรู้สึกดีขึ้น เขามองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว พลางนึกถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเธอที่เกินกว่าเพียงการเป็นผู้ใหญ่ที่เธอพึ่งพา หลังจากที่เอมี่ได้ปลดปล่อยความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้น น้ำตาที่ไหลรินบนใบหน้าค่อย ๆ หยุดลง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากความตึงเครียดที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทั้งร่างกายและจิตใจรู้สึกเหมือนจะยุบยับ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกับมีสิ่งที่เบาและอบอุ่นเข้ามาแทนที่ การที่ได้อยู่กับวีระในตอนนี้ ช่วยให้เธอรู้สึกปลอดภัย ราวกับว่าความเครียดทั้งหมดได้หายไปพร้อมกับน้ำตา เสียงแก้วที่เคาะกันเบา ๆ เมื่อวีระและเธอดื่มด่ำกับเครื่องดื่มนั้น แทบจะกลายเป็นจังหวะที่ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียดที่เกาะอยู่ในตัวเธอ ทุกอย่างเหมือนถูกถ่วงลงในความเงียบสงบ เธอเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกที่ดีขึ้น ไม่เพียงแค่จากการดื่ม แต่ยังจากการที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับวีระ ที่ดูเหมือนจะเข้าใจเธอโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก ในที่สุด เอมี่รู้สึกถึงการกระทำที่บ่งบอกถึงการยอมรับและความอบอุ่น วีระเองก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาไม่เพียงแค่ให้การช่วยเหลือ แต่ยังมีบางสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะเป็นแค่การนั่งเคียงข้างกันและแบ่งปันความเงียบสงบ จู่ ๆ ด้วยสภาพที่เมาเคลิ้ม หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอยังมีสติเหลืออยู่แต่ไม่มากเท่ายามปกติ คืนนี้เอมี่อยู่ในชุดที่วีระซื้อให้ เป็นชุดที่ยั่วยวนไม่ใช่น้อย เสื้อเชิ้ตโชว์ไหล่และชั้นในบาง ๆ ทำให้เห็นได้ถึงเนื้อขาวเนียนของเธอ ทั้งที่ไหล่ ต้นขา และ ร่องอก ซึ่งกระตุ้นอารมณ์ผู้ที่มองชมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่มีเสื้อในหรือบลา ซึ่งนั่นทำให้ตลอดมา วีระมองเห็นความเต่งตึงของดอกบัวคู่โตของเอมี่อยู่เสมอ เพียงแค่เขาไม่ได้พูดอะไร หญิงสาวค่อย ๆ ก้าวเดิมไปหาหนุ่มใหญ่อย่างช้า ๆ และไม่เร่งรีบในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า กลิ่นเบียร์ และกลิ่นบุหรี่ ที่ทำให้เอมี่รู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่ากลิ่นน้ำหอมเหมือนอย่างที่บ้าน ที่พ่อใช้ และที่คู่หมั่นฉีด เมื่อเอมี่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวของเขา รู้สึกถึงความห่างหายที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นกับเขาอย่างแปลกประหลาด รอยยิ้มของเอมี่ที่เริ่มกลับมา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในตอนที่เธออยู่ในโลกแห่งความเศร้า เธอกำลังเลือกที่จะตอบแทนเขาในทางของตัวเอง “จะไม่พักมากกว่านี้อีกหน่อยงั้นเหรอ?” วีระที่รู้ว่าเอมี่ต้องการที่จะทำอะไร เขาเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบผลางลูบไล้เส้นผมสวย ๆ ของเธอที่นุ่มและสลวย “ขอบคุณมากเลยค่ะลุง... แต่พักต่อไปก็มีแต่เงียบเหงาหรือไม่ก็หลับ เพราะงั้นให้หนูตอบแทนลุงเถอะนะคะ...ด้วยร่างกายของหนู” คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความจริงใจ ไม่ได้แค่แฝงด้วยการกระทำที่ต้องการให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกในตอนนี้เท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ในตัวเธอเองที่พยายามจะบอกออกมา รอยยิ้มของเธอที่กลับมาเต็มไปด้วยความหมาย ไม่ใช่แค่รอยยิ้มธรรมดา แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเข้าใจและการยอมรับ ในขณะที่ตัวเธอเองก็รู้ดีว่าการกระทำนี้อาจไม่ง่าย แต่ก็เป็นสิ่งที่เธอพร้อมจะมอบให้กับเขา เพื่อที่จะทำให้เขารู้ว่าเธอไม่เพียงแค่ต้องการการช่วยเหลือ แต่ยังต้องการตอบแทนในวิธีที่เธอสามารถทำได้ “ลุงอยากได้ท่าไหนเป็นพิเศษไหมคะ... หนูจะตอบแทนด้วยทุกอย่างที่มีในร่างกายหนูเลย...เพราะงั้นบอกมาได้เลยค่ะ...” เธอนั่งรัดเขาราวกับงู ใช้ทั้งแขนและขาพันตัวเขาเอาไว้ สัมผัสถึงความอบอุ่นและความผ่อนคลายก่อนที่จะได้สัมผัสกับความร้อนระอุ บนระเบียงชั้นสูง ที่นี่สามารถมองเห็นวิวเมืองที่ระยิบระยับได้อย่างชัดเจน และท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามเหล่านั้น คือร่างของหญิงสาวในเสื้อโชว์ไหล่ เธอยังสวมกางเกงในอยู่ แต่ทว่าตัวเองตัวนี้ถูกเธอแหวกออกเพื่อให้บางสิ่งเข้าไปแทน แท่งเนื้ออวบอิ่มทั้งใหญ่ทั้งยาวถูกเธอที่นั่งคร่อมอยู่จับยัดเข้าไปในร่องรักของเธอที่เปียกชื้น “อ๊ะ...อ๊า...” เอมี่หายใจติดขัดเล็กน้อยขณะรับรู้ถึงความปั่นป่วนในท้องน้อย แท่งเนื้อนั้นเข้ามาแล้วโดยการกดตัวเองลงไปของเธอ หญิงสาวเริ่มแล้วก็จัดหนักในทันที เธอส่ายก้นขึ้นลงไปพร้อม ๆ กับร่างกายที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาบนร่างกายหนาใหญ่ของวีระที่ทั้งแข็งแรงและน่าหลงไหล “ลุงคะขอหนูจูบลุงไปด้วยได้ไหมคะ?” เอมี่อ้อนวอนด้วยแววตาเว้าวอนที่ดูน่าหลงไหลนั้น กอดคอวีระแน่นไปด้วยพลางปล่อยให้ร่องรักของเธอเขมือบแท่งเนื้อของเขาเข้าออกไปด้วย พร้อมเพรียงกันนั้นเองเสียงตับ ๆ จากเนื้อหนังกระทบกันที่ดังลั่นเป็นระยะ ๆ วีระเหม่อมองหลานสาวของตัวเองที่เมาเสียเต็มประดาแล้วกำลังร่อนเอวให้เขาอย่างพริ้วไหวด้วยสะเอวบาง ๆ ของเธอ ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาถูกใจได้อย่างมากมายจนทำเอาเขาพูดอะไรไม่ออกเลย หนุ่มใหญ่ที่สูบบุหรี่อยู่พ้นควันไปด้านข้าง หมอกเลือนลางสีเทาลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบ ๆ หนุ่มใหญ่จับสะเอวของเอมี่ไปด้วยพลางกล่าวออกมาอย่างสุขสันต์ “แต่ว่าลุงปากเหม็นนะ...ทั้งเหล้า...ทั้งบุหรี่เลย...” วีระกล่าวด้วยน้ำเสียงยุเย้าหมายจะกลั่นแกล้งและรองเชิงอีกฝ่าย แต่สำหรับเอมี่แล้ว เรื่องเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเลยเมื่อเทียบกับความหื่นกระหายยามเมามายของเธอในเวลานี้ “หนูไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอกค่ะ...หนูสนใจลิ้นของลุงมากกว่า...” ว่างั้นด้วยท่าทียั่วยวนเสร็จเอมี่ก็ช้อนตามองเขาก่อนที่จะขย่มแรงขึ้นอีกด้วยจังหวะที่สั่นสะเทือนทั้งร่างของเธอและร่างของเขา หลานสาวคนนี้ทำให้ลุงแสยะยิ้มออกมาได้ และแล้วทั้งคู่ก็โน้มหน้าเข้าหากัน วีระเขี่ยบุหรี่อย่างค่อยเป็นค่อยไปก่อนที่จะประกบปากกับเธอก่อนที่ลากมือหนาใหญ่ของตัวเองมาพยุงก้นนุ่ม ๆ ของหญิงสาวตรงหน้าเพื่อเพิ่มความอึกระทึกให้กับการร่วมรักขึ้นอีก ในขณะที่เอมี่กำลังผลัดไล่เกลี่ยลิ้นไปทั่วเพื่อลิ้มรสรสชาติพื้นที่ภายในช่องปากของกันและกันกับเขาอยู่นั้นเอง จู่ ๆ วีระก็ขยับนิ้วที่ชุ่มด้วยน้ำรักจากร่องรักของเธอไปยังรูก้นก่อนจะทำการยัดทั้งนิ้วกลางและนิ้วนางเข้าไปเพื่อกระตุ้นเธอผ่านอีกรูหนึ่งนี้ไปด้วย ขณะที่อีกรูยังคงถูกเติมเต็มอยู่ด้วยแท่งเนื้อของเขา สร้างความสั่นเสียวไปสู่อีกระดับหนึ่งที่ร้อนแรงมากยิ่งขึ้น To be continued...Last Chapterไม่กี่วันหลังค่ำคืนแห่งความลุ่มหลงวันนี้จะเป็นวันที่ทุกอย่างเดือดระอุเอมี่และวีระเดินทางกลับไปจัดการสิ่งที่เธอรอคอยมานาน การยกเลิกการหมั้นหมายที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง บ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นที่พักพิงกลับกลายเป็นเวทีแห่งการล้างแค้น และเอมี่ในวันนี้ไม่ได้มาด้วยหัวใจที่อ่อนแอเหมือนในอดีต แต่กลับมาพร้อมความมุ่งมั่นและความกราดเกรี้ยวที่ซ่อนอยู่ในดวงตาเมื่อรถจอดลงที่หน้าคฤหาสน์ แม่บ้านคนสนิทที่เคยดูแลเอมี่มาตั้งแต่เด็กรีบออกมาต้อนรับ แต่วันนี้ใบหน้าของเธอมีเพียงความวิตกกังวล เธอยกมือขึ้นห้ามอย่างเร่งรีบ “คุณหนูคะ ได้โปรด...อย่าเข้าไปเลยนะคะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเทา ราวกับรู้ว่าข้างในมีพายุใหญ่กำลังรออยู่แต่คำพูดของแม่บ้านไม่อาจหยุดความมุ่งมั่นของเอมี่ได้ “หนูจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองค่ะแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เธอกล่าวเสียงหนักแน่น ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่หลบภัยของหัวใจ แต่บัดนี้กลับเป็นเหมือนกับเขาวงกตแห่งการทรยศเธอก้าวขึ้นบันไดด้วยจังหวะที่หนักแน่น เสียงหัวเราะแผ่วเบาและเสียงพูดคุยสนิทสนมจากห้องนอนของจอมทำให้หัวใจของเอมี่เหมือนถูกบีบแน่น ความสงสัยกลายเ
ในขณะที่เชือกที่มัดรอบตัวเอมี่แน่นหนาแต่ยังคงเว้นระยะให้เธอรู้สึกสบาย ความเย้ายวนในบรรยากาศกลับเพิ่มทวีขึ้นทุกขณะ วีระเดินวนรอบเธอ ราวกับนักประติมากรที่กำลังชื่นชมผลงานศิลปะของตนเอง สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของเธอที่ลอยอยู่เหนือพื้น ใบหน้าของเอมี่ฉาบไปด้วยความรู้สึกระคนระหว่างความประหม่าและความตื่นเต้น ร่างกายของเธอขยับเพียงเล็กน้อยตามแรงลมหายใจ ขณะที่เชือกสีแดงยิ่งขับให้ผิวเนียนของเธอดูโดดเด่นในแสงเทียนริบหรี่“เอมี่...หนูรู้สึกยังไงบ้าง?” วีระถาม น้ำเสียงของเขานุ่มลึก แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ มือข้างหนึ่งยกขึ้นสูบบุหรี่ ชั่วขณะควันสีขาวลอยขึ้นไปในอากาศ เขาหรี่ตามองไปที่เอมี่ เหมือนกำลังรอคำตอบจากเธออย่างใจเย็น แต่ลึก ๆ แล้วในสายตาของเขาแฝงไปด้วยความสนใจที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่คำถามพื้น ๆ“มัน...ทั้งแปลกใหม่และ...เร้าใจค่ะ” เอมี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่แฝงความยินดีที่เธอไม่อาจซ่อนไว้ ท่ามกลางความอึกอัดแต่ซาบซ่านจากเหล่าเชือกที่รัดร่างเธอตามส่วนต่าง ๆ วีระหยิบเทียนไขสีแดงที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ ๆ อย่างมั่นใจในท่าที เขาเหลือบมองเอมี่ที่ถูกมัดไว้ด้วยเชือกสีสด ตรึงอยู่ในท่วงท่าที่เผยให้
แม้จะเสียวซ่านอย่างมากมายและจุกเสียดจนร่ำไห้ แต่เอมี่ก็ยังยกยิ้มออกมาอย่างแย้มบานพลางมองดูคุณลุงสุดที่รักของเธอ ที่กำลังประกบและกระแทกกระทั้นเธอจากด้านหลัง ด้วยการขยับสะโพกที่สั่นคลอนความใคร่หาของกันและกัน เสียงตับ ๆ กลับมาสั่นสะท้านจิตใจและร่างกายอีกครั้ง พร้อมเพรียงกันกับแรงส่งของแท่งเนื้อที่กำลังครืดคราดอยู่ภายในลำไส้“แต่ว่านะ...เอมี่ ลุงก็ใส่ได้ไม่สุดขนาดนี้หรอกนะ ถ้าขาดเด็กร่าน ๆ อย่างหนู...” วีระกล่าวชื่นชมปนท้าทาย ขณะบีบจับรอบเอวของเธอที่เขากอบกุบได้แทบรอบอย่างแน่นขนัด สำหรับการกดดันเธอด้วยจังหวะที่อึกระทึกครึกโครม บังคับควบคุมร่างบาง ๆ นี้ของเธอให้เข้ามาหาและออกไปอย่างอุกอาจเอมี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขำขันที่ปะปนมากับเสียงคราง “หึหึ...หนูจะเป็นเด็กร่านของลุงเสมอเลยค่ะหากลุงให้หนูได้แบบนี้ตลอด...ทุกวี่...ทุกวัน...อร๊าง!!” ทั้งคู่ทำกันไปอย่างดิบเถื่อนจนกระทั่งเก้าอี้ที่ใช้อยู่โยกเยกไปตามการเคลื่อนไหวที่เร่งเร้าขึ้นในทุกวินาที“ทุกวันนี้ที่หนูอยู่กับลุง...หนูก็เป็นเด็กร่านของลุงอยู่ตลอดแล้วนี่...เอมี่” วีระเอ่ยอย่างชื่นชมพลางรับรู้ถึงความซาบซ่านจากรูก้นของหญิงสาวที่เริ่มลื่นไหลมา
“อา...อือ...อ๊ะ...อ๊า! ดีจัง...หนูชักจะชอบท่านี้แล้วสิ...ลุงจะเสร็จยังคะ? หนูว่าหนูใกล้จะเสร็จแล้วล่ะค่ะ...” เอมี่กล่าวพลางหอบหายใจหนัก ขณะรับรู้ถึงความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านมากขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณแข้งขาของเธอเริ่มสั่นเทาอย่างหนักจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่แล้ว แต่ยังดีที่มีวีระคอยช่วยประคับประคองเอาไว้ให้ ไม่งั้นเธออาจจะอ่อนระทวยจนล้มลงได้ในที่สุดจากความรู้สึกที่ยากจะแบกรับนี้“ตอดแน่นขนาดนี้ไม่ให้เสร็จเร็วก็แปลกแล้ว...ลุงจะแตกใส่รูก้นหนูก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะอัดฉีดใส่รูหมีหนูให้ทีหลัง...” เขาว่างั้นก่อนที่จะเร่งจังหวะด้วยการดันเธอเข้ามาหาตัวเองอย่างรุนแรง พร้อม ๆ กับที่กระหน่ำใส่เธออย่างไม่บันยะบันยัง“ตามสบายเลยค่ะ... ไม่ว่ายังไงหนูก็รักลุง...อร๊าง! อร๊าง! อร๊าง~!!” เอมี่เอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าก่อนที่จะครวญครางออกมาดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสถ์ ยังดีที่ที่นี่ไม่มีคนอยู่ ไม่งั้นคงได้สะดุ้งโหยงกันเป็นแน่ เมื่อได้ยินเสียงที่น่าหวาดเสียงดังลั่นมาจากระเบียงบนชั้นสองของพื้นที่รกร้างแห่งนี้ตับ!! ตับ!! ตับ!! ตับ!!เสียงเนื้อกระทบกันที่เร็วพลัน กึกก้องไปทั่วบริเวณ และเสียงสอดใส่ที่ยั่วยวนอย่างน่าเหล
ภายใต้แสงสลัวของหลอดไฟเหนือหัวตรงระเบียงโรงแรม และบรรยากาศที่อวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวานล้ำ สัมผัสเย็นวาบของหยดเบียร์ที่ราดรดลงบนผิวเนียนของเอมี่ทำให้เธอสะท้าน ร่างกายตอบสนองทันทีด้วยความรู้สึกวูบวาบราวกับกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านผิวกาย ละอองเบียร์ไหลรินช้า ๆ ไปตามแผ่นหลังดุจสายน้ำที่ปลอบโยนและกระตุ้นอารมณ์ไปพร้อม ๆ กันเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของอีกฝ่ายใกล้เข้ามา เอมี่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวอย่างใจจดใจจ่อ หนุ่มใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ หยิบบางสิ่งจากกางเกงที่ถอดวางอยู่ข้างตัว การกระทำนั้นแฝงความลึกลับและกระตุ้นความคาดหวังของเธอ ดวงตาเขาจับจ้องไปที่เธอด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความหวงแหน ความตื่นเต้น และความพึงพอใจ สร้างบรรยากาศที่ยากจะลืมเลือนวีระมองเอมี่ด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งและมั่นคง เสียงแหบต่ำของเขากระซิบใกล้หูเธอ ราวกับทดสอบขีดจำกัดที่ซ่อนอยู่ภายใน “อยากรู้สึกเร้าใจยิ่งกว่านี้ไหม?”เอมี่นิ่งเงียบเพียงครู่ แต่ก็พยักหน้าอย่างชัดเจน พร้อมเอ่ยรับคำด้วยน้ำเสียงที่ผสมไปด้วยความตื่นเต้น “อยากค่ะ...” น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังเธอค่อย ๆ โก้งโค้ง หันหลังให้เขา
“อื๊อ~!!” เอมี่ครวญครางในลำคอก่อนที่จะถอนริมฝีปากและลิ้นออกมาจากเขาและเอ่ยอย่างประหลาดใจ คิ้วของหญิงสาวขมวดเข้าหากัน แต่มุมปากของเธอยังคงยกขึ้น เกิดเป็นท่าทีที่มีเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ “ลุงจะทำอะไรกับรูก้นของหนูอีกน่ะ?” น้ำเสียงของเธอมีแววสนุกสนานแฝงมาด้วยเมื่อเธอถามโดยที่เกี่ยวกระหวัดปรายนิ้วภายในร่างกายของเอมี่ผ่านลำไส้ของเธอไปด้วย วีระก็เอ่ยขึ้นมาพร้อม ๆ กับที่ยังคงปล่อยให้เธอขย่มเขาอย่างต่อเนื่อง “ก็แค่จะทำให้มันน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น...”“ดูเหมือนว่าลุงจะชอบมากเลยนะคะ...ที่ได้ทำอะไรมิดีมิร้ายแบบนี้กับรูก้นของหนู...ติดใจอะไรรึเปล่าคะเนี่ย?” เอมี่เอ่ยกึ่งแซวกึ่งท้าทายปนขบขันขณะที่ไล้มือลูบไปบนไหล่ที่กว้างและหนาของวีระ“แค่รู้สึกว่ามันเรียกร้องลุง...ก็เลยหลวมตัวไปหน่อย...” วีระหัวเราะเบา ๆ ในลำคอขณะกล่าวพร้อมแหย่นิ้วลึกเข้าไปในตัวเธอเรื่อย ๆ จนสุดนิ้วก่อนที่จะทำการจี้จุดเสียวของเธอภายในนั้นแบบไม่ยั้งมือ“หลวมตัว...ลึกเลย...นะคะ...อร๊าง!” หญิงสาวอ้าปากหวอขณะโดนหนุ่มใหญ่กระทุ้งนิ้วเข้าออกอย่างระรัวเร็วภายในรูที่ตอดรัดอย่างเนืองแน่นของเธอ“แสดงว่าชอบ...“ วีระแสยะยิ้มเล็กน้อยพลางมองชมใบ







