Share

บทที่ 4

Author: หมาล่าหม้อไฟ
สิ้นคำพูดนี้ มือของต้วนชิงเหย่ที่โอบแขนเธอไว้ก็พลันรัดแน่นขึ้น

ทว่าเจียงอวี่เฟยกลับมีสีหน้าเรียบเฉย “เหรอคะ งั้นเราคงมีวาสนาต่อกันมาก”

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มกร่อย คนรอบข้างก็เริ่มสร้างความคึกคักขึ้นมาทันที

กลุ่มคนคุ้นเคยจับกลุ่มดื่มเหล้าเล่นเกมกัน เสียงดังเอะอะไปหมด

เจียงอวี่เฟยไม่รู้จักใครเลยสักคน อีกทั้งไม่ชอบร่วมวงเฮฮาแบบนี้ จึงนั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟา

ต้วนชิงเหย่แม้ตัวจะนั่งเฝ้าอยู่ข้างเธอ แต่สายตากลับเอาแต่จับจ้องไปยังโต๊ะฝั่งซ้ายตลอดเวลา

เธอมองตามสายตาเขาไป ก็เห็นหลินชิงเหยาที่กำลังส่งเสียงเฮฮาที่สุดอยู่ทันที

ทีแรกเขายังพยายามข่มใจไว้ ทว่าพอหลินชิงเหยายกแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นมา เขาก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเดินไปคว้าแก้วนั้นมาทันที พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เธอแพ้แอลกอฮอล์แล้วยังจะดื่มอีก เป็นบ้าไปแล้วหรือไง”

เพราะน้ำเสียงที่ดุดันเกินไป ทำให้ทั้งห้องโถงเงียบกริบ ทุกคนต่างหันมามองเป็นตาเดียว

หลินชิงเหยาเขี่ยลูกเต๋าในมือไปมา มุมปากยกยิ้มอย่างขบขัน

“ผ่านมาตั้งหลายปี นายยังจำเรื่องนี้ได้อีกเหรอ”

ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เพื่อนสองสามคนที่เมามายก็โผล่เข้ามาร้องตะโกนเสียงดัง “อาเหย่จะลืมได้ยังไงล่ะ ตอนที่พวกนายคบกัน ไอ้คนคลั่งรักคนนี้ก็มองแค่เธอคนเดียวนะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ต้วนชิงเหย่ก็หันขวับไปมองเจียงอวี่เฟยตามสัญชาตญาณ สีหน้าพลันมืดครึ้มลง ก่อนจะตวาดเสียงแข็ง “ถ้าเมาก็ไปสร่างเมา มาพูดจาเหลวไหลอะไรตรงนี้!”

คนเหล่านั้นถูกตวาดจนตกใจหน้าซีดไปตาม ๆ กัน เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเจียงอวี่เฟยก็อยู่ที่นี่ด้วย จึงรีบพูดแก้สถานการณ์

“ดื่มให้น้อยลงหน่อย เกมยังไม่จบเลยนะ!”

“มา ๆ ๆ ตาต่อไป!”

บรรยากาศที่เย็นเยียบในงานจึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

หลังจากข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในอกลงได้แล้ว ต้วนชิงเหย่ก็เดินกลับมาที่โซฟา แล้วหยิบน้ำผลไม้บนโต๊ะยื่นให้คนข้างกาย

เจียงอวี่เฟยไม่ได้พูดหรือถามอะไรออกไป เธอเพียงรับแก้วมาจิบสองสามอึก

ท่าทางสงบนิ่งของเธอกลับยิ่งทำให้ต้วนชิงเหย่รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา

เขากำลังจะอ้าปากอธิบาย ด้านหลังก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาอีก

“ชิงเหยาแพ้แล้ว! ฉันจับเอง ฉันจับเอง!”

“ไหนขอดูหน่อยนะ เธอจับได้ความจริง คำถามมีอยู่ว่า...ถ้าเป็นไปได้ เธอจะกลับไปคบกับแฟนเก่าไหม”

ท่ามกลางความเงียบกริบ หลินชิงเหยาปรายตามองไปยังต้วนชิงเหย่ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

“ไม่ มี วัน หรอก”

ทันทีที่เอ่ยคำนี้ออกมา บรรยากาศภายในห้องก็พลันลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง

ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาอีกแม้แต่คนเดียว

แต่หลินชิงเหยากลับทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร เอาแต่รบเร้าจะเริ่มเกมตาใหม่

คนอื่น ๆ ได้แต่เออออไปกับเธอ พลางลอบมองต้วนชิงเหย่ที่ตีหน้าขรึมจนแทบจะพังงานนี้ได้ทุกเมื่อ ทุกคนต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

และในเกมตาล่าสุด หลินชิงเหยาก็แพ้อีกจนได้

จังหวะที่เธอกำลังจะรับบทลงโทษ ต้วนชิงเหย่ก็อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคว้ามือเธอออกไปนอกประตู

คนในงานคล้ายจะเดาสถานการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว จึงไม่มีใครถามอะไร หันกลับไปสนุกกันต่อ

ทว่าเจียงอวี่เฟยกลับมองผ่านกระจกบานโตเห็นเงาร่างสองสายกำลังยืนเถียงกันอยู่ไม่ไกล มีเสียงทะเลาะรุนแรงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังมาจากด้านนอก

เมื่อมองภาพนั้น ดวงตาของเจียงอวี่เฟยก็ฉายแววซับซ้อน

ในความทรงจำของเธอ ต้วนชิงเหย่เหมือนจะไม่เคยใส่ใจเรื่องอะไรเลย ใบหน้าของเขามักจะประดับด้วยรอยยิ้มเกียจคร้านอย่างไม่ยี่หระอยู่เสมอ

ตลอดเวลาแปดปีที่รู้จักกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาหลุดจากการควบคุมขนาดนี้

และนั่นกลับเป็นเพราะคำว่า ‘ไม่มีวัน’ ของหลินชิงเหยาเพียงประโยคเดียว

ที่แท้เวลาที่ไม่ถูกรัก ทุกคนก็ล้วนน่าสงสารเหมือนกันหมด

ทะเลาะกันจนสุดท้ายเหมือนต้วนชิงเหย่จะโกรธจัดจนทนไม่ไหว เขาเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

เมื่อเห็นหลินชิงเหยาเดินกลับเข้ามาเพียงคนเดียว ทุกคนก็รู้ตัวว่างานเลี้ยงครั้งนี้คงต้องจบลงกลางคัน จึงพากันหาข้ออ้างปลีกตัวกลับไป

ส่วนเจียงอวี่เฟยที่เป็นถึงเจ้าของวันเกิดแต่ถูกทิ้งก็ลุกขึ้นยืนท่ามกลางความวุ่นวายนั้น

เธอก็ไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ

ระหว่างที่อยู่ในห้องน้ำ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาจากด้านนอก

ผ่านไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงของหญิงสาวที่ส่งเสียงเฮฮาดังที่สุดในวงเหล้าเมื่อครู่ดังขึ้นมา

“ชิงเหยา เธอยังชอบต้วนชิงเหย่อยู่ชัด ๆ การกลับประเทศครั้งนี้ก็เพื่อเขา เมื่อกี้ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ ทำให้เขาโกรธจนเดินหนีไป แล้วแบบนี้จะกลับมาคบกันได้ยังไง”

หลังสิ้นเสียงน้ำไหล หลินชิงเหยาก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“ถ้าไม่ทะเลาะกันจะทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อแปดปีก่อนได้ยังไง ฉันก็แค่อยากให้เขานึกถึงความเจ็บปวดเจียนตายแต่ก็ยังรักตอนที่เลิกกับฉัน ทำแบบนี้เขาถึงจะฝังใจกับฉันไม่ลืมไง”

“ไม่ใช่สิ ผ่านมาแปดปีแล้ว จะให้เขาฝังใจอะไรนักหนา เธอสังเกตแฟนทุกคนที่เขาคบสิ หน้าตาคล้ายเธอทั้งนั้น คนที่พามาวันนี้ถึงจะคบกันนานหน่อย แต่ดูแล้วก็แค่เล่น ๆ แหละ ดูสิว่าวันนี้วันเกิดยัยนั่นแท้ ๆ แต่สายตาและจิตใจของต้วนชิงเหย่กลับเอาแต่จดจ่ออยู่ที่เธอ เจ้าของวันเกิดกลายเป็นเหมือนธาตุอากาศไปเลย ฉันละขำแทบตาย”

เมื่อได้ยินเพื่อนสาวพูดหยอกล้อ หลินชิงเหยาก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบเรื่อย

“เธอไม่เข้าใจหรอก ตระกูลต้วนเป็นถึงเศรษฐีแห่งจิงเป่ย อาเหย่ก็ทั้งนิสัยและหน้าตาโดดเด่นไปเสียทุกอย่าง คนตระกูลต้วนไม่มีทางชายตามองคนฐานะธรรมดาอย่างฉันหรอก ถึงเวลาพวกเขาก็ต้องหาภรรยาที่เพียบพร้อมเหมาะสมมาแต่งงานกับเขาแน่ ๆ ฉันเลยต้องใช้วิธีนี้ ถึงจะคว้าหัวใจของเขามาครอบครองได้อย่างสมบูรณ์ วันนี้ถึงจะทะเลาะกัน แต่รออีกสองสามวันพอเขาหายโกรธ ฉันก็แค่หาทางลงให้เขานิดหน่อย เขาก็ต้องลืมเรื่องบาดหมางแล้วกลับมาหาฉันแน่นอน”

สิ้นเสียงนั้น วินาทีต่อมาบานประตูห้องน้ำก็ถูกผลักออกอย่างแรง

เจียงอวี่เฟยยืนอยู่ไม่ไกล สบตากับพวกเธอพอดี!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 24

    เจียงอวี่เฟยตอบเขากลับไปเพียงว่า“ฉันก็เหมือนกัน”เรื่องไหนที่เธอปักใจแล้วว่าไม่มีทางหวนกลับ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับไปเด็ดขาดคนที่เธอปักใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปตลอดชีวิต เธอก็ย่อมให้โอกาสเขาครั้งอย่างแน่นอนส่วนเรื่องของเธอกับต้วนชิงเหย่ ความจริงมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นเธอใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะตระหนักได้ว่าตัวเองเดินผิดทางแล้วจะยอมกลับไปซ้ำรอยเดิมอีกได้อย่างไรดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอันแน่วแน่กลับไปพร้อมกับบอกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา“ต้วนชิงเหย่ สิ่งที่พี่ชอบ ไม่เคยเป็นตัวฉันเลย แต่เป็นเงาของหลินชิงเหยาที่ซ้อนทับอยู่ในตัวฉันต่างหาก”“เหตุผลที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เพราะกำลังงอน และไม่ได้รอให้พี่มาง้อ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้รักพี่แล้ว”“‘ขึ้นชื่อว่าการหลอกลวง ย่อมไม่สมควรได้รับการให้อภัย’ พี่ยังจำคำพูดประโยคนี้ของตัวเองได้ไหม พี่หลอกฉันมาถึงหกปี ฉันไม่อยากให้อภัยพี่ และไม่อยากเกลียดพี่ด้วย ฉันแค่ต้องการตัดจากพี่ให้เด็ดขาด สิ้นสุดเวรกรรมกันเท่านี้”ทุกถ้อยคำราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนและสับหัวใจของต้วนชิงเหย่จนแหว่งวิ่นไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ จึ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 23

    หลังจบงานแต่งงาน เจียงอวี่เฟยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง จูงมือเซี่ยอวิ๋นหวยเตรียมตัวกลับเรือนหอทั้งสองคนสอดประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ในฐานะคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจาฝ่ามือ เจียงอวี่เฟยรู้สึกเพียงว่าผิวที่ถูกแอร์เป่าจนเย็นเฉียบกำลังค่อย ๆ อุ่นขึ้นสองสามีภรรยาหลบหลีกฝูงชนหน้าประตู แล้วเดินตรงไปยังประตูหลังเพิ่งจะผลักประตูออกไป สายตาของเจียงอวี่เฟยก็ถูกดึงดูดโดยต้วนชิงเหย่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรไม่ใช่เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ถูกชกจนฟกช้ำดำเขียวของเขามันดึงดูดความสนใจเกินไปจริง ๆจนกระทั่งได้เห็นสภาพของเขา เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนที่พี่ชายชกต่อยถึงได้ทำเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นขนาดนั้นก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เขาเฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่นาถ้าไม่ลงมือหนักหน่อยจะไปสาสมได้อย่างไรต้วนชิงเหย่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พอเห็นเธอก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา ทว่ากลับถูกขวางไว้ในระยะห้าก้าวตอนนี้เขาไม่หลงเหลือความใจเย็นแล้ว เขากัดฟันกรอดจ้องเซี่ยอวิ๋นหวยที่ขวางอยู่ด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่“เซี่ย

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 22

    ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หลังจากพนักงานรักษาความปลอดภัยนำตัวคนที่ก่อกวนความสงบในงานออกไปตามคำสั่ง งานแต่งงานก็ดำเนินต่อไปมีเพียงสี่คนในงานที่สีหน้าเปลี่ยนไปก็คือเพื่อนสนิทสี่คนจากหอพักเดียวกันในตอนนั้นเจียงซืออวี้ที่อยู่หลังเวทีเห็นสถานการณ์ในงานอย่างชัดเจนตอนที่ต้วนชิงเหย่พุ่งพรวดขึ้นมา เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าก็พลันถมึงทึงทันทีพอได้ยินพนักงานดูแลพิธีการบอกว่าเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่าเพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องขึ้นไปกล่าวคำอวยพร เขาก็ถอดเสื้อคลุมออก หมุนข้อมือยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกไปเพิ่งจะถึงหน้าประตูก็ชนเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่สติหลุดไปแล้วแบบจัง ๆ รวมถึงเฮ่อเหยี่ยนและหยางเซียวที่ยังงุนงงกับสถานการณ์เขาโบกมือไล่คนอื่นออกไป แล้วคว้าคอเสื้อของต้วนชิงเหย่ขึ้นมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“เมื่อกี้ที่นายตะโกนว่าไม่นะหมายความว่ายังไง ต้วนชิงเหย่ นายพูดกับใคร”แววตาของต้วนชิงเหย่เต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน เขาจ้องมองเจียงซืออวี้อยู่นาน กว่าสายตาจะเริ่มโฟกัสได้ แล้วเค้นคำพูดลอดไรฟัน“พูดกับ...เฟยเฟย”ความสงสัยที่สะสมอยู่ในใจของเจียงซือ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 21

    ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันตั้งสติ ‘เพลงมาร์ชงานแต่งงาน’ ก็ดังขึ้นตรงเวลาเขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็เห็นประตูบนเวทีที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรเปิดออกผู้ชายในชุดสูทสีดำขลับเดินเนิบนาบเข้ามาในงาน แล้วไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีต้วนชิงเหย่สายตาสั้นเล็กน้อย จึงมองเห็นสถานการณ์ไกล ๆ ไม่ค่อยชัดนัก เขายกมือขึ้นกระทุ้งแขนของเฮ่อเหยี่ยน“ตอนนี้เจียงซืออวี้ขึ้นเวทีแล้วเหรอ”เมื่อได้ยินดังนั้น สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับกลับมามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง“เขาจะขึ้นไปทำไม วันนี้ไม่ใช่งานแต่งเขาสักหน่อย”ไม่ใช่งานแต่งของเจียงซืออวี้เหรอแล้วเรียกเขามาทำไมสีหน้าของต้วนชิงเหย่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามออกไป“เจ้าบ่าวไม่ใช่เขาเหรอ”“ไม่ใช่อยู่แล้วสิ คุณชายรองตระกูลเซี่ยแห่งฮู่ไห่ เซี่ยอวิ๋นหวยต่างหากล่ะ”ชื่อของเซี่ยอวิ๋นหวย ต้วนชิงเหย่ย่อมรู้จักดีเพราะอย่างไรคุณชายรองตระกูลเซี่ยก็เป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ อายุยังน้อยแต่กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นลูกบ้านอื่นที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามาเปรียบเทียบให้ฟังตั้งแต่เด็กเพียงแต่ตระกูลต้วนอยู่ไกลถึงจิงเป่ย ปกติไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางฝั่งฮู่ไห่เท่าไหร

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 20

    กระทั่งถึงคืนวันพฤหัสบดี ต้วนชิงเหย่ก็ยังไม่ได้รับสายโทรกลับจากเจียงอวี่เฟยเขากระวนกระวายใจมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สายตาคอยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะเซี่ยเหวยรู้ความในใจของเขาดี จึงหาวิธีพูดปลอบใจ“เธอก็คงแค่แผลงฤทธิ์เอาแต่ใจแบบเด็กผู้หญิง รอให้นายไปง้ออยู่นั่นแหละ เฟยเฟยชอบนายมากขนาดนั้น ทุกคนก็เห็น ๆ กันอยู่ จะอยากเลิกจริง ๆ ได้ยังไง ให้ฉันดูนะ ร้อยทั้งร้อยคงเป็นเธอที่ยุให้พี่ชายชวนนายไปร่วมงานแต่ง ก็แค่อยากจะหาทางลงให้นายเท่านั้นแหละ”พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุดใจของต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาดูเวลา รอจนถึงสามทุ่มก็รีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปสนามบินทันทีเซี่ยเหวยเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างที่รถติดไฟแดง เขาก็มองกล่องของขวัญที่ห่ออย่างประณีตหลายกล่องตรงเบาะหลัง น้ำเสียงแฝงความอิจฉาเล็กน้อย“แค่เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาลัยแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถึงกับต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรือไง ถึงขั้นไปขุดเอาของล้ำค่าก้นหีบของคุณปู่ออกมาเลย ตอนฉันแต่งงาน นายห้ามลำเอียงเด็ดขาดนะ!”ต้วนชิงเหย่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะโยนสร้อยลูกประคำในมือส่งไปให้“เพื่อนร่วมห้องอะไร นั่นมันว่าที่พี

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 19

    มีเพียงหลินชิงเหยาที่ยังคงจมอยู่ในฝันหวานว่าจะถูกขอแต่งงาน เธอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มแผลงฤทธิ์เหมือนอย่างเคย“ถ้านายทำแบบนี้ ฉันจะไม่ตกลงแต่งกับนายแล้วนะ!”ต้วนชิงเหย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่แยแส ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำเอาคนทั้งงานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“จะตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่ฉันอยากขอแต่งงานด้วยไม่ใช่เธออยู่แล้ว”หลินชิงเหยามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม“ที่พูดมาน่ะ หมายความว่ายังไง”“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ”ต้วนชิงเหย่โยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะปิดกล่องแหวนในฝ่ามือดังปัง“ก็หมายความว่าคนที่ฉันอยากจะขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหลินชิงเหยาไงล่ะ”สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาต้วนชิงเหย่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เขาหันหลังไปค้อมตัวแสดงความเคารพต่อแขกรอบทิศ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้ม“ขอโทษทุกคนด้วย จริง ๆ วันนี้เป็นแค่การซ้อมขอแต่งงานเท่านั้น วันอาทิตย์นี้ ผมจะขอแฟนแต่งงานในเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าทุกคนจะมาร่วม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status