Masuk
หนึ่งสัปดาห์ก่อนการเปิดภาคเรียน
@ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง
ร่างเล็กของ ใบบัว ยืดตัวเขย่งปลายเท้า มือทั้งสองยื่นไปข้างหน้าเพื่อหยิบหนังสือที่อยู่บนชั้นเหนือศีรษะ ทว่าเธอพยายามเอื้อมมือไปเท่าไรก็ไม่ถึงสักที
“หือ ทำไมอยู่สูงจังเนี่ย ไม่สงสารคนแคระบ้างหรือยังไง” เธอบ่นพึมพำแผ่วเบา สีหน้าเริ่มหงุดหงิด
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ขณะที่เธอกำลังตั้งใจพยายามยืดตัวสุดกำลังอยู่นั้น ก็มีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนมายืนข้างหลังและยื่นมือขึ้นไปเตรียมหยิบหนังสือ
อ๊ะ!
คนตัวเล็กสะดุ้งโหยง เมื่อแผงอกกำยำของอีกฝ่ายแนบชิดกับแผ่นหลังบาง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาโชยมาเตะจมูกเธอ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ เต้นตุบตับจนแทบไม่เป็นจังหวะ
“เอาเล่มไหน” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ ทำให้ใบบัวรีบพลิกตัวเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายทันที
ใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งได้รูป คิ้วดกหนา ดวงตาคมลึก ปากเป็นกระจับ เส้นผมสีดำแซมเทา นี่คือคนหรือเทพเจ้า ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้…
“จะเอาเล่มไหน” เขาถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเอาแต่ยืนยิ้มกริ่ม
“อะ เอาเล่มนั้นค่ะ” ชี้นิ้วไปยังหนังสือที่ต้องการทันที
จากนั้นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้น ก่อนจะยื่นมันมาให้กับเธอ
ใบบัวยิ้มกว้างรับหนังสือมาถือไว้ เธอทั้งดีใจที่ได้หนังสือ และดีใจที่เจอผู้ชายที่ตรงสเปค เขาดูเป็นผู้ใหญ่ ดูอบอุ่น ตรงสเปคเธอทุกอย่าง
“ถ้ารู้ว่าเตี้ย ก็อ่านเล่มที่อยู่ต่ำๆ” เขาว่า ก่อนจะเดินออกไป
ซึ่งประโยคของอีกฝ่าย ทำเอาใบบัวได้แต่อ้าปากค้าง มองตามแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไป
“ห๊ะ!” หน้าตาหล่อแต่ปากร้ายชะมัดเลย
อีกฟากฝั่ง
แก๊งหนุ่มหล่อหน้าตาดีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง นั่งรวมตัวกันอยู่ตรงร้านหนังสือการ์ตูนแห่งหนึ่ง ที่นานทีปีหนพวกเขาจะมารวมตัวกันที่นี่
“แม่ง! ทำไมมันมาช้าวะ” โฬมเอ่ยขึ้น เมื่อมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นเพื่อนอีกคนของเขา ซึ่งก็คือ คลาส
“นั่นไง เดินมานู้นละ” เอเดนชี้นิ้วไปทางร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาทันที
“กว่าจะโผล่มาได้นะมึง” เทรย์พูดขึ้นเมื่อคลาสลากเก้าอี้นั่งลงข้างกับเขา
“เจอคนแคระ ก็เลยแวะช่วย” คลาสตอบกลับเสียงเรียบ
เอเดนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวออกไป เพราะปกติเพื่อนของเขาไม่เคยสนใจหรือมีน้ำใจกับใครเลย
“หึ! สาวอ่ะดิ”
คลาสเลือกที่จะไม่ตอบกลับเอเดนพลางไหวไหล่ขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นจึงหันไปถามเทรย์ที่นั่งข้างๆ ทันที
“ตกลงใครจะเป็นเฮดว๊ากวะ”
“กูเป็นเอง ส่วนพวกมึงก็เป็นพี่ว๊าก” เทรย์ตอบออกไป
“เออ”
หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสี่คนก็พูดคุยเกี่ยวกับกฎกติกาสำหรับการรับน้องที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์
ข้อหนึ่ง พี่ว๊ากถูกเสมอ
ข้อสอง พี่ว๊ากถูกเสมอ
ข้อสาม พี่ว๊ากถูกเสมอ
ข้อสุดท้าย ห้ามใจอ่อน ห้ามยิ้ม และห้ามเอาใจรุ่นน้อง
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา คือ กฎของพี่ว๊ากที่พึงปฏิบัติ
ตกดึก
@ผับ Aloft ย่านมหาวิทยาลัยชื่อดัง
ใบบัวติดพ่วงสอยตามมากับน้องชายของเธอ เพราะ เบียร์ ตั้งใจจะไปส่งเธอที่คอนโด แต่เพื่อนของเขาดันโทรเรียกให้เอาแฟลชไดร์ฟไปคืน
ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายดันติดลม เธอจึงนั่งหน้าหงิกงออยู่โต๊ะข้างๆ เพราะรอมาเกือบหนึ่งชั่วโมง
เวลาเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง จู่ๆ ใบบัวก็รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ เพราะระหว่างรอน้องชาย เธอดื่มน้ำหมดไปหลายแก้ว คนตัวเล็กจึงเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ แต่กลับพบว่ามีป้ายกั้นเขียนไว้ว่า “อยู่ระหว่างการซ่อมแซม” เธอจึงหันหลังกลับออกมา ทว่าเพิ่งก้าวได้เพียงก้าวเดียว เสียงแปลกๆ บางอย่างก็ดังลอดเข้ามาในหูของเธอ
ไม่รอช้า เท้าเล็กรีบก้าวเข้าไปใกล้ๆ ห้องน้ำห้องนั้นทันที
‘อื้อ คลาส บะเบา หน่อยค่ะ พลอยเจ็บ’
‘อ๊ะ อ๊า คลาสขา’
‘พลอยใกล้เสร็จแล้วนะคลาส อ๊าา’
ด้วยอารมณ์หงุดหงิดก่อนหน้าจึงทำให้ใบบัวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดบันทึกคลิปวิดีโออย่างรวดเร็ว ภายในหน้าจอจะแสดงให้เห็นทางเข้าห้องน้ำและเสียงลามกของคนทั้งคู่
ไม่นาน เสียงนั้นก็เงียบลง เธอจึงรีบไปหลบทันที จากนั้นก็มีร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากในห้องน้ำ ตามมาด้วยผู้หญิงสวยเซ็กซี่คนหนึ่ง
ซึ่งมุมที่เธอแอบอยู่ในตอนนี้ ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของทั้งสองคนได้เลย
“อุบาทว์จริงๆ ที่สาธารณะก็ไม่เว้น” เอ่ยพึมพำแผ่วเบา
ไม่รู้อะไรโดนใจทำให้เธอกดเข้าไปที่กลุ่มของร้านพร้อมกับโพสต์คลิปวิดีโอนี้ลงไป แต่โพสต์ยังคงรออนุมัติจากเจ้าของกลุ่ม
“เอาให้อายไปเลย จะได้ไม่กล้าทำแบบนี้อีก”
อีกฟากฝั่ง
คลาสเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่ตรงโซนวีไอพีชั้นสองของผับ สายตาคมเฉี่ยวของอีกฝ่ายจับจ้องมาทางเขาแปลกๆ ยังไงชอบกล
“ไปล่อสาวมาอีกแล้วดิ” เอเดนพูดขึ้นทันทีที่คลาสนั่งลง
“เออ อยากได้สักคนไหมล่ะ” เขาไหวไหล่ พลางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เรื่องแบบนี้พวกเขาไม่ปิดบังกัน หนำซ้ำยังมีนิสัยเหมือนกันอีกต่างหาก
“หึ! เอาไม่เลือกที่ ระวังจะฉิบหายไม่รู้ตัว” โฬมเอ่ยเตือน ทว่าคำตอบของเพื่อนเขานั้นทำเอาชายหนุ่มแทบจะกดอนุมัติโพสต์โดยเร็ว
“เรื่องของกู”
“ปากดีฉิบหาย เดี๋ยวกูกดอนุมัติโพสต์แม่งเลย”
“โพสต์เชี่ยอะไรของมึง” คลาสเลิกคิ้วถามออกไป
“คลิปมึงนั่นแหละ เสือกเอาไม่เลือกที่” เทรย์เอ่ยขึ้น จึงทำให้เขาขมวดคิ้วขึ้นเป็นปมหนักกว่าเดิม
“อะไรวะ?”
โฬมยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาไปให้คลาสดูคลิปวิดีโอของใครคนหนึ่งที่อยู่ในคำร้องขอของกลุ่มร้านทันที
“แม่งเอ๊ย! ใครถ่ายวะ กูจะกระทืบให้จมดินเลย เสือกไม่เข้าเรื่อง” สบถออกไปอย่างหัวเสีย
“ผู้หญิงว่ะ” พูดจบ โฬมก็ยื่นคลิปกล้องวงจรปิดไปให้คลาสดูอีกครั้ง
“หึ! อยากโดนล่อว่างั้น” เขาบ่นพึมพำคนเดียวแผ่วเบา จากนั้นจึงยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่มด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
มือหนาล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเอง กดเข้าไปที่แอปพลิเคชันสีฟ้า พิมพ์ชื่อแอคเคาน์ของเจ้าของโพสต์ BaiBua สายตาคมจ้องมองชื่อและรูปภาพของอีกฝ่ายอยู่นาน จนเขาสามารถจดจำบันทึกใบหน้าสวยนี้ได้แม่น
ถ้าเจอกันอีกครั้ง เราได้เห็นดีกันแน่
ห้าปีผ่านไปเด็กชายตัวเล็กมีนามว่า ราม หรือ จิรายุ ยิ้มกว้างอย่างสดใส ขณะถือรถของเล่นคันโปรดในมือเดินจ้ำอ้าวช้าๆ ตรงไปหาแฟร์รี่ที่กำลังนั่งมองอยู่ใกล้ๆ“หม่ามี๊ ยดยูก” เจ้าตัวเล็กพูดเจื้อยแจ้ว พลางยื่นรถของเล่นให้เธอด้วยแววตาตื่นเต้นแฟร์รี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตัก แล้วลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน“อืม...รถลูกสีแดงด้วย เท่มากครับ”ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งเล่นของเล่นด้วยกันอยู่นั้น เสียงเปิดประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของโฬม ที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานพอดีเขาเดินไปล้างมือ ก่อนจะกลับออกมานั่งลงด้านในคอกกั้นเด็ก ร่วมกับภรรยาและลูกชาย“วันนี้กลับเร็วจัง งานที่บริษัทไม่ยุ่งเหรอคะ?” แฟร์รี่เอ่ยถามขึ้น พลางหันไปมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน“พี่รีบเคลียร์เลยล่ะ คิดถึงเมียคิดถึงลูกจะแย่แล้ว” เขาตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะโอบกอดเธอแน่น แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วยความรัก“ชื่นใจจัง”สิ้นเสียงทุ้ม รามก็เงยหน้าขึ้นมาจากของเล่น ก่อนจะเห็นว่าพ่อกำลังกอดแม่เอาไว้ เด็กน้อยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าบึ้งตึงทันที ก่อนจะรีบคลานเข้ามาหาแฟร์รี่แบบไม่รอช้า“แงง…หม่ามี๊ของยูก ปาป๊าอย่ายุ่ง”
@ทะเลชื่อดังแห่งหนึ่งหลังจากที่โฬมกับแฟร์รี่และกลุ่มเพื่อนเดินทางมาถึงยังสถานที่พักสุดหรู ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่ห้องของตัวเองทันทีคนตัวเล็กกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเดินไปเลื่อนบานกระจกออก เพื่อไปรับลมจากด้านนอก“อ่าา สดชื่นจัง…”โฬมเดินเข้ามาโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง แล้วเอ่ยชิดใบหูเล็ก“ชอบไหม หืม?”“อือ บรรยากาศที่นี่ดีมากเลยค่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับทันควัน“ดีแล้วที่หนูชอบ เพราะพี่ก็ชอบ” เขาว่า พร้อมกับหอมศีรษะเล็กเบาๆทันใดนั้น แฟร์รี่ก็หมุนตัวหันไปประจันหน้ากับเขา แล้วเลิกคิ้วถาม“ชอบทะเล?”“ชอบหนู”สิ้นเสียงทุ้ม มือหนาก็รั้งท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบจูบทันทีทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางสลับเอียงหน้าเพื่อปรับองศาให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งโฬมเลื่อนฝ่ามือมาลูบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ปาร์ตี้คืนนี้อย่าเมามากนะ เพราะเรามีภารกิจที่ต้องทำกันต่อ”“แต่ถ้าหนูเมา หนูอ่อยกว่าเดิมอีกนะ พี่ไม่อยากให้หนูเมาจริงดิ” เธอย้อนถามกลับทันควัน“อยาก! แต่หนูเมาทีไร หนูพูดไปเรื่อยอะ” เขาว่าคนตัวเล็
โฬมเดินตรงเข้ามาหาเธอทันที พร้อมกับโอบไหล่เล็กเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่ผู้ชายตรงหน้า ด้วยสายตาแข็งกร้าวและน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย“คนนี้ใคร?” “พี่รหัสของพี่เปอร์ค่ะ” แฟร์รี่ตอบกลับทันควันฟรอสต์ยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“งั้นพี่ไปก่อน ไว้เจอกัน”“ค่ะ” เธอตอบกลับ พร้อมกับส่งยิ้มให้อีกฝ่ายคนตัวสูงที่ยืนด้านข้างขบกรามแน่นทันที แล้วเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ“ยิ้มให้มันทำไม?”“ทำไมคะ พี่หวงหนูเหรอ?” เธอเลิกคิ้วถามกลับ พลางยิ้มกว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน“อืม! หวงมาก” พูดจบ เขาก็คว้าแขนเรียวให้เดินตามออกมาทันที“อ๊ะ! พี่จะพาหนูไปไหน...”“ลงโทษ!”ปัง! เสียงประตูห้องน้ำปิดลงอย่างแรงด้วยฝีมือของคนตัวสูง จากนั้นเขาก็กดล็อกประตูอย่างไม่ลังเลในจังหวะที่แฟร์รี่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง มือหนาก็รั้งท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบจูบโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ โดยที่ริมฝีปากยังคงประกบกันแนบแน่น ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางสลับเอียงหน้าซ้ายและขวา เพื่อปรับองศาให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้นไม่นานนัก แผ่นหลังบางก็ชนเข้ากับขอบอ่างล้างหน้า โฬมค่อยๆ เอ
โฬมนั่งรอรับแฟร์รี่อยู่ตรงใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปบริเวณรอบๆ เพื่อมองหาคนตัวเล็กทันใดนั้น เขาก็สบสายตาคู่สวยพอดี ไม่รอช้าชายหนุ่มรีบลุกขึ้นพรวดเดินตรงไปหาเธออย่างรวดเร็วตึก! ตึก! ตึก! เมื่อเดินไปถึง วีว่าก็ยิ้มบางๆ ให้กับเขา ก่อนจะหันไปพูดกับแฟร์รี่“กูกลับก่อนนะ”“อือ” คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆจากนั้นวีว่าก็หันมามองหน้าโฬมอีกครั้ง แล้วเอ่ยขึ้น“เจอกันพรุ่งนี้นะคะพี่โฬม”เขายิ้มตอบอีกฝ่าย พร้อมกับพยักหน้ารับช้าๆ หลังจากที่วีว่าเดินออกไป โฬมก็โน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กของแฟร์รี่อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหนื่อยไหม หืม?”ร่าบางส่ายหน้าทันที พลางตอบกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส“ไม่เหนื่อยค่ะ” โฬมเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อ“แล้วเป็นไง ทำข้อสอบได้หรือเปล่า”“อือ ก็พอได้...” เธอพยักหน้าช้าๆ ทันใดนั้น คนตัวเล็กก็สังเกตเห็นชุดที่เขาสวมใส่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย พลางเอ่ยถามออกไป“ว่าแต่...ทำไมพี่ใส่เสื้อช็อปคะ”“อาจารย์นัดมาหาน่ะ พอดีบริษัทเพื่อนเขากำลังจะเปิดรับสมัครพนักงาน เลยให้พี่แวะมาคุย เผื่อพี่สนใจ” เขาตอบก
หลายเดือนผ่านไปติ้ด ติ้ด ติ้ดเสียงนาฬิกาปลุกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าเจ้าของร่างบางกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด พลางรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อตัดขาดจากสิ่งรบเร้าโฬมที่นอนอยู่ข้างเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กข้างกายที่กำลังดิ้นอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างหยุกหยิก จากนั้นจึงลุกจากเตียง เดินอ้อมไปปิดนาฬิกาปลุกให้เธออย่างเงียบๆเขานั่งลงตรงขอบเตียง แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่คลุมศีรษะเล็กออกอย่างแผ่วเบา พลางเอื้อมมือไปลูบผมของเธอด้วยความอ่อนโยน“สายแล้วนะ วันนี้มีสอบวันสุดท้ายไม่ใช่เหรอ หืม?”แฟร์รี่ลืมตาขึ้นมองเขา พร้อมกับพึมพำเสียงเบา ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นไปคลุมศีรษะเหมือนเดิม“หนูขอนอนต่ออีกแป๊บนะ”“ไม่ได้! กว่าหนูจะแต่งตัวเสร็จเป็นชั่วโมง” มือหนาเอื้อมไปดึงผ้าห่มลงอีกครั้ง“หนูขอห้านาที...” เธอว่า พลางขยับพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าไปอีกฝั่งทันทีโฬมส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเอื้อมมือไปลูบต้นขาขาวเนียนของเธออย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น“งั้นห้านาทีนี้ เราเอากันปะ”สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ลืมตาขึ
@คอนโด RDเมื่อมาถึงคอนโด โฬมก็จัดการปลุกคนตัวเล็กที่นอนซบตรงอกเขาตลอดทาง ก่อนที่ทั้งคู่จะจัดแจงสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพากันเดินเข้าไปภายในตัวอาคารโดยไม่รอช้าทันทีที่เดินไปถึงห้อง คนตัวโตก็พุ่งจู่โจมร่างบางอย่างรวดเร็ว เขาจัดการอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังห้องนอนตึก! ตึก! ตึก!โฬมวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ พลางค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอออกทีละชิ้น จนร่างบางเปลือยเปล่าต่อสายตา จากนั้นเขาจึงหันมาจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองต่อโดยเร็วไม่รอช้า ร่างสูงโน้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนทันที เขาขบเม้มกลีบปากล่างของเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ก่อนจะสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างดูดดื่ม จนเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วริมฝีปาก ผสมกับเสียงครางอื้ออึงในลำคอของทั้งสอง“อื้อ~”มือหนาลูบไล้บริเวณเอวคอดกิ่วไปมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับลงน้ำหนักตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปกอบกุมเต้าสวย แล้วบีบขยำจนเนื้อนมปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมาดูดจุกสีระเรื่อของเธอ“อืม…” เขาครางในลำคอเบาๆจากนั้นจึงค่อยๆ ลากฝ่ามือเ
“ใบบัวเธอนี่…แม่ง!”ความรู้สึกวาบหวามแล่นเข้ามารวมกันอยู่ที่จุดกลางกายทำให้เขาปวดหนึบไปทั้งลำ จากที่ตั้งใจจะแกล้งอีกฝ่าย กลับกลายเป็นเขาเองที่เริ่มทนไม่ไหวไม่รู้ว่าเธอซื่อ หรือจงใจยั่วยวนเขากลับกันแน่ทั้งคู่มองสบตากันนิ่ง แววตาหวานหยาดเยิ้มของคนตรงหน้า ทำให้คลาสไม่สามารถต้านทานตัวเองได้เขายกมือข
หลังจากนั่งดื่มและพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ บรรยากาศรอบโต๊ะก็เริ่มผ่อนคลายลง ใบบัวหัวเราะคิกคักกับเรื่องที่ชาร์มเล่า ก่อนจะรู้สึกว่าต้องลุกไปทำธุระส่วนตัวเธอเอื้อมมือไปสะกิดแขนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างเคยตัว“อีชาร์ม กูปวดฉี่อ่ะ ไปฉี่ปะ?”“ไม่อ่ะ มึงไปเลย” ชาร์มที่นั่งเอามือเท้าคางตัวเอง ตอบกลับแบบไ
หกเดือนต่อมา (ปัจจุบัน)ค่ำคืนพิเศษในคลับขนาดใหญ่ ผู้คนมากมายต่างมารวมตัวกันเพื่อปลดปล่อยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ แสงไฟวูบวาบ เสียงดนตรีกระแทกจังหวะรัวๆ จนแทบจะลืมความคิดตัวเองให้ได้ แต่สำหรับ “ใบบัว” คงไม่ใช่แบบนั้นเธอไม่ได้มาด้วยอารมณ์อยากปาร์ตี้สักเท่าไหร่ เธอแค่ถูกควีน เพื่อนสาวคนสนิ
@มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งวันเปิดภาคเรียน ใบบัวกวาดสายตามองตึกบริเวณรอบๆ ก่อนจะเดินไปตามป้ายบอกทาง จนไปถึงตึกของคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้านหน้าตึกมีนักศึกษายืนเรียงรายกันอยู่จำนวนมาก เนื่องจากวันนี้เป็นวันลงทะเบียนรับน้องวันแรก ไม่รอช้า เธอรีบเดินไปต่อแถวกับพวกเพื่อนๆ ทันที“อ๊ะ! โทษที” เสียงหวานเอ่ย







