LOGIN5 น้ำแกงฟางเหนียง
แสงสุดท้ายยามพลบค่ำของเกาะมาเก๊าทอดตัวลงช้า ๆ เหนือคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง อากาศเย็นลงจากความร้อนระอุในช่วงกลางวัน ลมทะเลพัดเอาความชื้นมากับกลิ่นดินและกลิ่นไม้เก่า อาคารแต่ละหลังเริ่มเปิดดวงไฟสว่างไสว ไล่เงามืดออกไปทีละจุด
หงส์หยกยืนอยู่ในมุมอาคารหลักของนายแม่ เงาร่างเธอซ้อนทับกับเสาไม้แกะสลัก มองผ่านแนวพุ่มไม้ไปยังลานด้านหน้า
ขบวนรถสีดำเลี้ยวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงแทบพร้อมกัน ก่อนที่ประตูรถคันกลางจะเปิดออก
ร่างสูงใหญ่ในชุดถังจวงสีดำก้าวลงมา
เจี้ยงหลง
แม้ระยะจะไกล แต่หงส์หยกรู้สึกเหมือนลมหายใจตัวเองสะดุดไปเสี้ยววินาที ชายผ้าสีดำแทบไม่สะบัดแม้เจ้าของร่างจะก้าวเดินหนักแน่นรวดเร็ว ท่วงท่าของเขานิ่ง มั่นคง ราวกับทุกก้าวถูกคำนวณมาแล้ว
ไม่มีเสียงเอะอะ ไม่มีการต้อนรับแบบโอ่อ่าเหล่าองครักษ์เพียงเคลื่อนรถเข้าโรงจอด บ้างแยกย้ายพัก บ้างเข้าประจำตำแหน่งรอบตึกเฟยหลง
ทุกอย่างเป็นระเบียบ… จนชวนให้รู้สึกอึดอัด
คฤหาสน์ตระกูลเจี้ยงตั้งอยู่ในย่านชุมชนดั้งเดิม มีเวรยามเดินตีระฆังรอบเขต เมื่อเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นสามจังหวะ หงส์หยกประเมินเวลาได้ราวสามทุ่ม
ไม่นานนัก เธอก็เห็นคุณฟางเหนียงออกมาจากเรือนอิงฮวา สาวใช้ส่วนตัวเดินตาม ประคองถาดน้ำแกงร้อน ๆ ผ่านสวนเล็กไปยังตึกเฟยหลง
เธอไม่แน่ใจว่าห้องไหนคือห้องนอนของนายใหญ่แต่ทันทีที่คุณฟางเหนียงหายเข้าไปในอาคารไฟชั้นบนก็สว่างขึ้น
หงส์หยกยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
นาทีแรก… สิบห้านาที… ครึ่งชั่วโมง…
ความเมื่อยเริ่มไต่ขึ้นจากปลายเท้า แต่เธอยังไม่ขยับ หรือคุณฟางเหนียงจะได้นอนค้างที่ตึกเฟยหลง?
ความคิดนั้นแล่นเข้ามา แต่เธอส่ายหัวเบา ๆ จากที่สังเกตมา ตึกนั้นจะถูกปิดใส่กุญแจทุกครั้งเมื่อนายใหญ่ไม่อยู่ และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้นอนค้าง
เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้งย่ำเที่ยงคืน
สามชั่วโมงเต็ม
หงส์หยกเริ่มขมวดคิ้วหรือพวกเขามีเรื่องต้องคุยกันยาวขนาดนั้น ? แล้วในที่สุด ประตูไม้ใหญ่ของตึกเฟยหลงก็เปิดออก
คุณฟางเหนียงก้าวออกมาก่อน ตามด้วยสาวใช้ส่วนตัว
มือเรียวขาวของเธอจับปกเสื้อกี่เพ้าไว้แน่น ศีรษะก้มต่ำ ร่างอวบอิ่มดูอ่อนระโหยราวกับหมดแรง ขาแทบทรุดทุกครั้งที่ก้าว
หงส์หยกขยับตัวเล็กน้อย เพื่อมองให้ชัดขึ้น
ผมที่เคยรวบตึงหลุดลุ่ยเป็นกระเซิงชุดกี่เพ้าสีชมพูอ่อนยับย่นชายผ้ามีรอยฉีกขาดเล็ก ๆ ตรงสะโพก
คิ้วซ้ายของหงส์หยกโก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
สามชั่วโมง…
ดูท่าน้ำแกงร้อน ๆ จะได้ผลเกินคาด
คุณฟางเหนียงเดินผ่านสวนเล็กไปยังเรือนอิงฮวาอย่างเชื่องช้า ไหล่บางสั่นน้อย ๆ ทุกครั้งที่ลมพัด ใบหน้าหวานซึ้งยามนี้ซีดขาว ดวงตาที่เคยชุ่มน้ำกลับแดงก่ำ
หงส์หยกยืนนิ่งอยู่ในเงามืดความรู้สึกบางอย่างกดทับในอกอย่างไม่อาจอธิบาย
ไม่ใช่ความอิจฉา ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเย็นวาบเหมือนเพิ่งเห็น “ภาพจริง” ของผู้ชายที่ชื่อเจี้ยงหลงเป็นครั้งแรก
เธอเงยหน้ามองไปยังชั้นบนของตึกเฟยหลงอีกครั้งไฟในห้องนั้นดับลงแล้ว
เงามืดกลืนทุกอย่างกลับคืน
หงส์หยกสูดลมหายใจลึก ก่อนจะหันหลัง เดินออกจากมุมอาคารหลัก มุ่งหน้าไปตามโถงทางเดินยาวกลับเรือนไป๋หลาน
เรือนของคนรับใช้
แต่ในใจเธอรู้ดีว่า… คืนนี้ เธอไม่ได้เห็นแค่ “นายใหญ่กลับบ้าน”
เธอเพิ่งเห็นว่าอาณาจักรหลังนี้ไม่ได้มีเพียงอำนาจและเงินทอง
มันเต็มไปด้วยความต้องการการครอบครองและผู้หญิงที่พร้อมจะถูกใช้เป็นหมากในเกมเดียวกัน
และไม่ช้าก็เร็วเธอเอง…จะต้องเข้าไปยืนอยู่ในสนามเดียวกับคุณฟางเหนียงแน่นอน.
เจี้ยงหลง ชายร่างแกร่งสูงใหญ่ด้วยชาติกำเนิดลูกเสี้ยวโปรตุเกส เวลาพักอยู่บ้านแทบไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ
เขาชอบปล่อยให้ลมธรรมชาติพัดผ่านเรือน เงียบ ๆ เย็น ๆ เหมือนตอนเด็กที่ถูกส่งไปอยู่กับทวดที่กวางตุ้ง อากาศจริงทำให้เขาหายใจได้เต็มปอด และมันช่วยคุมสติให้แน่นหนา… ในโลกที่ทุกอย่างพร้อมจะทำให้คนหลุดจากการควบคุมได้ทุกเมื่อ
แต่คืนนี้… มีบางอย่างทำให้สติที่ฝึกมานานสั่นไหว
จากหน้าต่างชั้นบนของตึกเฟยหลง สายตาคมกริบของเขาสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่เดินออกจากมุมอาคารหลักฮุ่ยหลิง
หญิงสาวในชุดคนใช้ของคฤหาสน์ เสื้อถังจวงสีขาวกับกางเกงสีเข้ม ก้าวเดินอย่างเงียบเชียบ ทว่า “ความเงียบ” นั้นกลับเด่นชัดเกินไป เหมือนคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกจับตามอง… และยังเลือกจะเดินต่อ
เจี้ยงหลงหรี่ตาลง
รูปร่างสูงระหง ท่วงท่ากะจังหวะได้พอดี การยืนซ่อนตัวในมุมอาคารเหมือนรู้มุมกล้อง เหมือนรู้สายตาคน…
คล้ายเธอหญิงสาวปริศนาในคาสิโน
รอยยิ้มกระตุกขึ้นมุมปากอย่างคนที่เพิ่งจับหมากตัวหนึ่งได้กลางกระดาน
หรือแท้จริง…เธออยู่ในบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรก
ตลอดหลายวันที่เขาเฝ้ารอให้หญิงสาวคนนั้นกลับมา คาสิโนของเขาเงียบจากเธอโดยสิ้นเชิง และเขาก็เริ่มแน่ใจว่าเธอไม่ได้ “หายไป” เธอแค่ “ย้ายสนาม” เท่านั้นเอง
ความอยากรู้แล่นวูบขึ้นมา รวดเร็วและคมกว่าที่เขาคิด
อยากเห็นหน้าใกล้ ๆ อยากได้ยินเสียง อยากรู้ว่าเธอเข้ามาที่นี่ทำไม และคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
กลิ่นสมุนไพรจีนในน้ำแกงเมื่อคืนยังติดอยู่ในความทรงจำ ร้อน ลึก และตั้งใจปรุงให้ “ร่างกาย” ตอบสนองอย่างซื่อสัตย์ เจี้ยงหลงรู้ดีว่าใครใส่อะไรลงไป และใส่ด้วยความหมายแบบไหน
ฟางเหนียงทำหน้าที่ของเธอเต็มที่ ทั้งในครัวและนอกครัว จนถึงระดับที่คนเป็นนายไม่อาจปฏิเสธได้ง่ายนัก
แต่ถึงอย่างนั้น… คืนนี้ความคิดของเขากลับไปหยุดอยู่ที่ “คนใช้ชุดขาว” ตรงมุมอาคารมากกว่า
เขาล้มตัวลงบนเตียงใหญ่กลางห้อง กลิ่นสตรีจาง ๆ ยังลอยค้างอยู่ในอากาศ เงียบจนได้ยินเสียงลมเสียดผ่านบานหน้าต่างไม้
มือเขาลูบด้ามมีดที่วางใกล้ตัวตามความเคยชิน ไม้กฤษณาดำสลักลายมังกร กลิ่นหอมเย็น ๆ ของเนื้อไม้ช่วยตัดความร้อนบางอย่างในอก
เจี้ยงหลงหลับตาลงช้า ๆ
คงต้องกลับบ้านให้บ่อยขึ้นแล้วสิ…
ไม่ใช่เพื่อ “บ้าน” แต่เพื่อ “เธอ”
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







