LOGIN6 ดูหน้าให้ชัด
เช้าวันถัดมา กลิ่นอาหารลอยออกมาจากห้องเฟิ่งฟู่ตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมง โต๊ะอาหารจัดอย่างเป็นระเบียบตามธรรมเนียมเดิม โจ๊กปลาสำหรับอากงตามแบบกวางตุ้ง ขนมปังปิ้ง กาแฟดำ และชุดอาหารที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชุด จัดไว้พร้อมเหมือนรู้แน่ว่าวันนี้จะมีใครมาร่วมโต๊ะ
หงส์หยกช่วยจินเยว่ยกถาดใหญ่วางโต๊ะข้าง แล้วค่อยยกลงบนโต๊ะกลม
“อ้าว มา ๆ กันแล้ว ทานข้าวอากง นายพ่อ”
น้ำเสียงนายแม่วันนี้ดูสดชื่นกว่าทุกวัน ราวกับแสงเช้าทั้งหมดกำลังอยู่ในดวงตาของเธอ
หงส์หยกหันไปมองชุดอาหารที่เพิ่มขึ้น ใจเต้นหนักขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอก
จินเยว่กระซิบเหมือนเล่าเรื่องใหญ่ “วันนี้นายใหญ่อยู่บ้าน นายใหญ่ต้องมาร่วมโต๊ะอาเจ่”
เร็วเกินไป…
หงส์หยกยังไม่ทันเตรียมตัวรับมือ เธอพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเหมือนเดิม แต่ความตึงในลำคอทำให้กลืนยากขึ้น
“อ้าว มา ๆ ฟางเหนียง วันนี้อาหลงอยู่บ้าน ปรนนิบัติให้ดีล่ะ”
ฟางเหนียงมาในกี่เพ้าสีชมพูสดใสกว่าทุกวัน ต่างหูหยกและปิ่นปักผมดูตั้งใจเกินกว่า “เช้าอีกวัน” เธอวางน้ำแกงไว้บนโต๊ะเล็กด้านข้าง รอเวลานายใหญ่ลงมาแล้วจะยกไปเสิร์ฟด้วยมือของเธอเอง
“ฟางเหนียงทำน้ำแกงมาให้อาหลงด้วยเหรอ งั้นต้องให้เด็ก ๆ ไปเอาถ้วยมาเพิ่ม จินเยว่”
หงส์หยกฉวยจังหวะนั้นทันที “เดี๋ยวเฟิ่งหวงไปเอาเองค่ะนายแม่”
ไม่รอคำอนุญาต เธอหันหลังจะออกไปให้ไกลที่สุด เพื่อจัดสติให้ทันก่อนเผชิญหน้าระยะประชิด เธอกลัวเพียงอย่างเดียว… กลัวว่าเขาจะจำเธอได้
แต่ยังไม่ทันพ้นประตู...
“โอ๊ย!”
คำอุทานภาษาไทยหลุดออกมาเมื่อเธอกระแทกเข้ากับ “กำแพง” สูงใหญ่ที่เดินเข้ามาพอดี
ร่างเธอเซ มือคว้าชายแขนเสื้อผ้าไหมสีดำไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แล้วทันใดนั้น แขนแข็งแรงก็โอบเอวเธอไว้พอดี ดันให้เธอกลับตั้งตรงอย่างมั่นคง ราวกับเขารู้จังหวะการล้มของเธอตั้งแต่ก่อนเธอจะล้มเสียด้วยซ้ำ
หงส์หยกเงยหน้าขึ้นด้วยความตระหนก
ใบหน้าคมเข้มใกล้เกินไป ดวงตารูปยาวแบบคนจีน แต่กลางตาโตนิด ๆ คล้ายเชื้อสายยุโรป ผมดำอมเทา จมูกโด่งปลายงุ้มเล็กน้อย ริมฝีปากหนาอย่างชายชาตรี
และที่ทำให้เธอแทบลืมหายใจ—
นัยน์ตาสีเทาหม่นอมฟ้า สีเดียวกับท้องฟ้าก่อนพายุฝนจะก่อตัวเย็น เงียบ และน่ากลัว
เขาปล่อยมือจากเอวเธออย่างสุภาพพอให้ดู “ไม่ผิดธรรมเนียม” แต่ความร้อนจากฝ่ามือกลับเหมือนยังทิ้งรอยไว้บนผิวเธอ
เจี้ยงหลงเดินผ่านไปนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่หงส์หยกเห็นชัด ฟางเหนียงทำสีหน้าไม่พอใจจนแทบกลั้นไม่อยู่
“เฟิ่งหวง ไปหยิบถ้วยได้แล้ว” เสียงฟางเหนียงดึงเธอออกจากภวังค์ หงส์หยกก้มหน้าลงทันที รีบเดินออกไป มือทาบอกเหนือหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ
เธอพยายามบอกตัวเองว่า… สงบไว้แต่ไม่ง่ายเลย
เพราะชั่วเสี้ยววินาทีที่สายตาประสานกัน เธอรู้ทันทีว่าเขา “จำได้” อะไรบางอย่างแล้ว
เมื่อหงส์หยกกลับเข้ามาอีกครั้ง ทุกคนพร้อมหน้าอยู่ที่โต๊ะแล้ว ฟางเหนียงยืนปรนนิบัติอยู่ใกล้นายใหญ่เกินจำเป็น จินเยว่ยืนด้านข้างอย่างคนคุ้นชินกับภาพนี้
หงส์หยกส่งถ้วยให้สาวใช้ของฟางเหนียง แล้วไปยืนสงบเสงี่ยมข้างจินเยว่ ก้มหน้าต่ำ ไม่สบตาโต๊ะอาหาร
“อาหลง ลูกไม่กลับบ้านหลายวัน เลยไม่รู้ว่าทางเมืองไทยส่งสาวใช้ว่าที่เจ้าสาวมาเรียนรู้งานก่อน ชื่อเฟิ่งหวง”
หงส์หยกย่อกายทำความเคารพเล็กน้อย ไม่เงยหน้า แม้รู้ว่าเขากำลังมองอยู่
“แล้วเจ้านายของเธอจะมาเมื่อไร” เสียงทุ้มหนักแน่นเอ่ยถาม ตรง ชัด เหมือนคำสั่งมากกว่าคำถาม
“อีกประมาณสามเดือนค่ะ” เธอตอบนิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้
แต่เจี้ยงหลง…นิ่งกว่า
เขาจำได้แล้วว่าเธอมีดวงตาสีอะไร และในวินาทีที่เธอเผลอเงยหน้าเมื่อชนกันหน้าประตู เขาแน่ใจยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาคู่นั้นคือดวงตาของหญิงสาวในคาสิโน
“แล้วได้เรียนอะไรไปบ้างหรือยัง”
“ยังค่ะ”
เขามองผมประบ่าที่ถูกตัดให้สั้นกว่าที่เห็นครั้งก่อน ทรงผมของ “คนใช้” ที่พยายามซ่อนความเป็น “หญิงสาวคนเดิม” ไว้ใต้บทบาทใหม่ ชุดถังจวงสีขาวบอกฐานะอย่างชัดเจน แต่ท่วงท่า…กลับบอกอย่างอื่น
เจี้ยงหลงยกกาแฟขึ้นจิบ ก่อนพูดกับนายแม่ราวกับเรื่องนี้ตัดสินได้ง่ายๆ
“นายแม่ควรให้เธอเรียนเรื่องการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของที่นี่ได้แล้วครับ”
นายแม่ชะงัก “แต่อาหลง เฟิ่งหวงเป็นแค่คนรับใช้ เราไม่ต้องรอให้อาหงส์มาก่อนหรือ”
เจี้ยงหลงวางแก้วลงช้า ๆ “ให้เฟิ่งหวงเรียนแทนอาหงส์ได้เลยครับ เมื่ออาหงส์มา เราจัดงานแต่งเมื่อนั้น”
หงส์หยกเผลอยืดตัวขึ้นเล็กน้อย คิ้วซ้ายกระตุก เธอไม่ทันระวัง เขาเห็น แน่นอนว่าเขาเห็น
“แต่เรายังไม่ได้แลกวันเดือนปีเกิด ตรวจดวงชะตา… ยังมีพิธีอื่นอีก”
“งั้นคงต้องรบกวนนายแม่แล้วครับ”
ฟางเหนียงพยายามรินน้ำแกงให้เขาเพิ่ม ทั้งที่เขาดื่มไปแล้วเกือบหมดชามเล็ก
“พอแล้วอาฟาง” คำสั้น ๆ แต่ตัดจบอย่างเด็ดขาด
ฟางเหนียงชะงัก มือค้างกลางอากาศ รอยยิ้มยังอยู่ แต่แววตาแข็งขึ้น เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบ…ตั้งแต่เฟิ่งหวงเข้าบ้านหลังนี้
ประกายไฟในดวงตาสีเทาของนายใหญ่เมื่อครู่ ไม่ใช่ประกายที่เธอคุ้นเคย
เหมือนเขา “สนใจ” มากเกินไป และเธอไม่ยอมให้ใครมาแย่งความสนใจนั้นไป ไม่ว่าจะเป็นว่าที่เจ้าสาว หรือสาวใช้ของว่าที่เจ้าสาวก็ตาม
เจี้ยงหลงลุกขึ้นหลังอาหารเช้าเสร็จ เดินผ่านร่างระหงที่ยังยืนก้มหน้า เขาไม่เชื่อว่าหญิงคนนี้กลัวเขา… เธอแค่กลัวถูกจับได้
ก่อนออกจากห้อง เขาทิ้งคำสั่งไว้เบา ๆ แต่ชัดราวประกาศ
“ต่อไปไม่ต้องให้เฟิ่งหวงขึ้นมารับใช้ที่โต๊ะอาหาร”
หงส์หยกเงยหน้ามองตามอย่างลืมตัว
“แล้วบ่ายนี้ ให้เธอไปชงชายามบ่ายที่ตึกเฟยหลง”
คำว่า ตึกเฟยหลง ทำให้เลือดในตัวเธอเย็นวาบ
ชงชายามบ่าย… ในตึกของนายใหญ่… ที่มีข้อห้าม “ห้ามเข้า” สำหรับคนอื่นทั้งหมด
หงส์หยกกำมือแน่นใต้แขนเสื้อขาว
นี่ไม่ใช่คำสั่งธรรมดา
นี่คือการเรียกตัวเพื่อ “ดูหน้าให้ชัด” และเพื่อให้เธอรู้ว่า
เขาเริ่มเล่นเกมแล้ว
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







