LOGIN8 ภาพจริง
เจี้ยงหลงเงยหน้าขึ้นจากงาน เมื่อผิดสังเกตว่าเสียงขยับของเธอหายไป เขามองไปยังโซฟา
หญิงสาวหลับสนิท หัวเอียงพิงพนักโซฟา ผิวขาวนวลของเธอแม้ในแสงสลัวก็ยังดู “สว่าง” อย่างประหลาด ราวกับมีแสงจากภายใน
เขาลุกขึ้น เดินไปอย่างเงียบที่สุด แล้วนั่งลงข้าง ๆ
ฝ่ามืออุ่นแตะที่ใบหน้าเธออย่างแผ่วเบา ประคองให้ไม่ไหลตกจากพนัก โครงหน้าเธออยู่ใกล้เสียจนเขาได้ยินลมหายใจสม่ำเสมอ ได้กลิ่นจาง ๆ ของฝนติดปลายผม กลิ่นที่ทำให้คนอยาก “ครอบครอง” มากกว่าที่ควร
หงส์หยกครางเบา ๆ ในลำคอ เหมือนคนกำลังหาที่พึ่ง เธอขยับใบหน้ามาหาความอุ่นจากฝ่ามือเขาโดยไม่รู้ตัว ดึงร่างตัวเองใกล้ขึ้นอีกนิด
สาบเสื้อคลุมคลายออกเล็กน้อยตามแรงขยับ เผยผิวกายรำไรพอให้สายตาคน “ไม่ควรดู” หยุดมอง
เจี้ยงหลงนิ่งไป ควบคุมตัวเองสุดกำลัง
เพราะวินาทีนี้… เธอไม่ได้เป็นคนใช้ไม่ได้เป็น “เฟิ่งหวง”และไม่ใช่แค่ผู้หญิงปริศนาในคาสิโน เธอคือคำท้าทายที่เดินเข้าบ้านเขาเองแล้วหลับอยู่ข้างเขาโดยไม่รู้ว่ากำลังเอาชีวิตไปวางไว้ตรงไหน
ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลกระจ่างพลันเปิดกว้าง แววตาระคนสงสัยปนฉงน ก่อนจะนึกขึ้นได้ รีบกระถดตัวถอยหนี แต่ไม่ทันการ มือใหญ่กำยำของเจี้ยงหลงดึงร่างเธอกลับเข้ามาใกล้
“นายใหญ่…”
หงส์หยกจ้องมองนัยน์ตาสีเทาหม่นลึกล้ำ ระคนอารมณ์ดุร้ายและหิวกระหาย เขาค่อย ๆ คล้อยศีรษะต่ำลงช้า ๆ มอบเวลาให้เธอตัดสินใจ มือเล็กของเธอยันบ่ากว้างแกร่งไว้ ทำได้เพียงมองใบหน้าคมเข้มลูกครึ่งจีน-โปรตุเกสที่ใกล้เข้ามาทีละน้อย
ริมฝีปากทั้งคู่บรรจบกัน เจี้ยงหลงบรรจงแง้มปากกว้างเย้ายวนที่เขาสังเกตเห็นเป็นอย่างแรกบนดวงหน้างาม ปากหนาค่อย ๆ เม้มช้า ๆ รอบขอบปาก ให้หญิงสาวคุ้นเคยกับสัมผัสอุ่นร้อนของเขา
หงส์หยกวางมือบนไหล่กว้าง ผ้าไหมสีดำชุดถังจวงลื่นมือและเย็นสบาย แต่ลมหายใจร้อนผ่าวของเจี้ยงหลงกำลังเป่ารดใบหน้าเธอ ปากหนาครอบครองเธอทั้งหมด บังคับให้เธอรับและแย้มออก
เขาดึงร่างระหงแนบชิดลำตัวหนาใหญ่แข็งแกร่ง มือประคองลำคอ ประกบฝ่ามือดันคางมนให้เงยขึ้นรับจูบที่รุนแรงขึ้น ลิ้นสากกวาดไล้ในโพรงปาก เขามีกลิ่นกำยาน รสชาติน้ำชาอ่อนจาง
มือใหญ่ละจากใบหน้า ค่อย ๆ เลื่อนไถลลงตามลาดไหล่ใต้เสื้อคลุม นิ้วเกี่ยวชายเสื้อเนื้อดีสีดำให้เลื่อนหลุด พร้อมฝ่ามือลูบไล้ลงไหล่ไปยังต้นแขน โดยที่หงส์หยกไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
จูบหนักหน่วงทวีร้อนแรง เธอเปิดปากรับลิ้นสากที่พันเกี่ยวลิ้นน้อยของเธอ เขาขบเม้มดูดดึงจนเธอเจ็บร้องเบา ๆ ก่อนที่เขาจะผ่อนความดุร้ายลง กลายเป็นจูบอ่อนหวาน
หงส์หยกผวาแอ่นตัว มือกำผ้าไหมตรงบ่าแกร่งแน่น เมื่อเขาลูบผ่านฐานทรวงอก ชุดคลุมเลื่อนหล่นหนึ่งข้าง เปิดเปลือยทรวงอกงามอวบอิ่มเชิดงอน
“นายใหญ่…”
เสียงอ่อนหวานอ้อนวอนให้เขาหยุด เจี้ยงหลงผละจากริมฝีปากเย้ายวน มองใบหน้าแดงซ่านที่ลามถึงลำคอ ดวงตาอัลมอนด์หรี่ปรือด้วยแรงเสน่หา นัยน์ตาสีน้ำตาลเปล่งประกายสะท้อนออกมา เขาก้มมองทรวงอกเต็มอิ่มในฝ่ามืออุ่นร้อน ยอดถันสีชมพูเล็กเชิดขึ้นท้าทาย เขาลูบผ่านยอดเบา ๆ เธอกลั้นเสียงคราง
“ก๊อก ก๊อก”
หงส์หยกหลุดจากภวังค์พิศวาส เธอสะดุ้งถอยห่าง ดึงสาบเสื้อเข้าหากัน จ้องหน้าคมเข้ม ดวงตานักรบมองเธอแน่วแน่ ลมหายใจของเจี้ยงหลงยังกระชั้น แต่เริ่มผ่อนลง
“คงเป็นเสื้อผ้า”
เสียงทุ้มแหบสั่นพร่าเอ่ย แล้วลุกจากโซฟาไปเปิดประตู เจี้ยงหลงรับเสื้อผ้าที่อบแห้งและรีดเรียบร้อย นำกลับวางให้หงส์หยกบนโซฟา
“เปลี่ยนเถอะ”
หงส์หยกมองตามร่างสูงที่เดินกลับไปยังประตูบานเปิดรับลม เขายืนหันหลังให้เธอ มือเรียวรีบหยิบเสื้อผ้าสวมกลับอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันเรียบร้อย นายใหญ่พลันเอ่ย
“พรุ่งนี้ให้มาเรียนชงชาช่วงเช้า และกลับมาที่ห้องนี้เวลาเดิม”
ร่างสูงโปร่งของหงส์หยกลุกขึ้นสวมกางเกง พอได้ยินคำสั่ง คิ้วซ้ายกระตุกเบา ๆ ก่อนยกโก่งสูง
“ทำไมนายใหญ่ไม่เรียกคุณฟางเหนียงมาชงชาให้แทนเฟิ่งหวงคะ”
ควับ !
นายใหญ่หันกลับทันที เมื่อได้ยินสาวงามเอ่ยชื่อฟางเหนียง หงส์หยกที่ยังติดกระดุมชุดถังจวงสีขาวไม่เสร็จ รีบรวบสาบเสื้อเข้าหากันแน่น จ้องเขาที่เดินเข้าใกล้ด้วยฝีเท้ามั่นคง
เจี้ยงหลงหยุดตรงหน้าเรือนร่างสูงโปร่ง รวบเสื้อถังจวงเข้าหากันและติดกระดุมเม็ดเหลือจนเสร็จ ขณะที่หงส์หยกยืนหน้าแดงซ่าน มือยังรวบคอเสื้อไว้แน่น เขาเชยคางมนรั้นนิด ๆ ขึ้น สายตาหลุบมองริมฝีปากกว้างที่ยังบวมเจ่อ ใช้ปลายนิ้วลูบแผ่วเบา ก่อนผละออกกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมหลังโต๊ะทำงานใหญ่
“พรุ่งนี้ให้มาเวลาเดิม”
หงส์หยกไม่ตอบ เธอยอบกายเล็กน้อยตามธรรมเนียม แล้วออกจากห้องไป ทิ้งกลิ่นกายสาวอ่อนจางให้เจี้ยงหลงถวิลหา
ฝีเท้าเล็กย่ำถี่รีบร้อนออกจากตึกเฟยหลง สวนกันกับบอดี้การ์ดคนเดิมที่ถือซองเอกสารเข้าไป
“ก๊อก ก๊อก”
“เข้ามา”
เจี้ยงหลงมองซองเอกสารที่ลี่จิ่นวางบนโต๊ะ เขาเอื้อมหยิบเปิด ทางเมืองไทยส่งภาพว่าที่เจ้าสาวมาแล้ว ลูกน้องเขาไม่เคยพลาด และภาพแสดงว่าแหล่งข่าวคงเป็นคนในบ้านหงส์หยกเอง
เจี้ยงหลงมองภาพพิมพ์กระดาษมันของหงส์หยกในชุดมัธยมปลาย ถักเปียยาวสองข้าง ใบหน้างามยังดื้อรั้นเหมือนตอนนี้ มือถือขลุ่ยจีน กำลังเป่าในวงงานโรงเรียน
ภาพหงส์หยกสวมชุดรับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง รอยยิ้มกว้างสดใสกับครอบครัว
ภาพหงส์หยกเดินตรวจงานในย่านตลาด สวมชุดทำงานกางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตขาวธรรมดา
และอีกหลายภาพ มือเขาสลับพิจารณาทีละใบ แต่ที่สะดุดตามากคือภาพหงส์หยกกำลังเขียนอักษรจีนในบ้านหลังหนึ่ง เธอเกล้าผมสูง สวมเสื้อยืดธรรมดา แต่ดวงตาเอาจริงเอาจัง เขามองไม่เห็นว่าเธอเขียนคำอะไร แต่มันคงสวยงามยิ่ง เพราะผู้ชายผมขาวยืนด้านหลังมีสีหน้าภาคภูมิใจ
เขาเก็บภาพเข้าซอง รสชาติหวานล้ำยังติดตรึง ยากลืมเลือน หงส์หยก เฟิ่งหวง
35 จบบริบูรณ์เสียงเจี้ยงหลงปนหยอกเย้าทำให้หงส์หยกเอียงศีรษะเหลือบมอง หน้าคมเข้มยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายหยอกล้อ ก่อนเข้มขรึมลงเมื่อหันกลับไปด้านหน้าบันได หงส์หยกหันตาม องครักษ์จำนวนมากยังยืนเรียงหน้ากระดานด้านล่าง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้ ถึงว่าเวลาเธอไปไหน เจี้ยงหลงถึงรู้ทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ไหวระริก ร่างระหงเหยียดตรง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อองครักษ์ทั้งหมดโค้งคำนับพร้อมเปล่งเสียงเรียก“นายหญิง”ชั่วเวลาอึดใจแต่เหมือนยาวนานสำหรับหงส์หยก ภาพตรงหน้าน่าเกรงขามจนเธอถอยหลัง แต่ฝ่ามือใหญ่ดันพยุงแผ่นหลังไว้ กางมือกว้างกลางหลัง“ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน”หงส์หยกเงยหน้ามองเจี้ยงหลง รอยยิ้มพึงพอใจ นัยน์ตาเทาเจิดจ้า มีร่องรอยภาคภูมิใจ เธอหันกลับมององครักษ์ที่ยังโค้งค้าง“นายหญิงต้องพูดว่า ‘เงยขึ้นได้’ พวกเขาถึงจะเงยขึ้น”มือชื้นเหงื่อกำแน่นข้างลำตัว ขณะขยับปากเปล่งเสียงหวานนุ่มดังกังวาน“เงยขึ้นได้”เสียงขยับร่างกายจำนวนมากดังขึ้นพร้อมเพรียง ยืดกายดั่งลมกระทบแผ่นไม้ ไร้เสียงแต่มีเสียง สีหน้านิ่งสนิทขององครักษ์ยังทำให้ใจหงส์หยกไม่ใคร่ดีนัก“เอาล่ะ เสร็จพิธี แยกย้ายได้”เจี้ยงหลงช
34 แต่งงานร่างระหงก้าวลงจากรถหรูสีดำสนิท หลังเดินทางจากเมืองไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวในอีกสองวันถัดมา พิธีรับเจ้าสาวเมื่อเช้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมความตื้นตัน ของหมั้นต้องใช้คนถือราวยี่สิบคนตั้งแถวยาวจากปากซอยซอกตึกมายังบันไดบ้าน พ่อกับแม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเดินออกมาส่งเธอขึ้นรถกลิ่นน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่ายังติดตัวจากอาบน้ำก่อนวันเดินทาง นางเหลียนพอรู้ว่าลูกสาวต้องแต่งงานจริง จัดแจงหามาจำนวนมาก ซ้ำยังให้หงส์หยกแช่นานจนผิวซึมซาบกลิ่นหอมอ่อนหวานชุดกี่เพ้าโบราณสีแดงทอด้ายทองเจิดจรัสสะท้อนแสงอาทิตย์ เกล้าผมสูงปักปิ่นทองคำประดับหยกเก่าแก่ ด้วยความประหม่า เธอเผลอยกมือจับกิ่งทับทิมที่แม่นมวิ่งเอามาปักไว้ก่อนลงจากชั้นสองขณะก้าวเดิน พลันยิ้มออกมาเมื่อนึกภาพนายใหญ่ตระกูลเจี้ยงเดินถือถาดหมูดิบนำหน้ายื่นให้แม่ สีหน้าแม่แม้ยิ้มแย้มแต่ยังหวาดกลัว เกรงใจ มือสั่นจนถาดเกือบหล่นไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียว ญาติที่อยู่รายล้อมย่านดาวน์ทาวน์หลั่งไหลมาดั่งน้ำหลาก อั่งเปาที่เจี้ยงหลงเตรียมมาไม่พอ จนนายใหญ่ต้องปลดนาฬิกาหรูบนข้อมือวางให้อาอึ้มแทนซองที่เหลือ บรรดาญาติหยุดกั้นประตูเมื่อยกนาฬิกาขึ้นส่อง โห่ร
33 Ncร่างระหงก้มมอง ดวงตาอัลมอนด์สีน้ำตาลไหวระริกด้วยไฟปรารถนา ลมหายใจถี่รัว ไม่แพ้เขา ร่างกายเธอโหยหาเขาจนเจ็บปวด“เฟิ่งหวง แต่งงานกันเถอะนะ อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย”“เจี้ยงหลง ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับฉันคะ ถึงเราจะยกน้ำชากันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเราไม่พูดก็... อือ อือ”เขาปิดปากด้วยจูบลงทัณฑ์ กดท้ายทอยตรึงแน่น ขบเม้มแรง หงส์หยกสะดุ้งร้องเจ็บ พลิกตัวอีกครั้งจนเธออยู่ใต้ร่างแกร่ง กดหัวเข่าแทรก ดันต้นขาให้เปิดกว้าง กดแก่นกายชายสู่กลางเนินเนื้อเปลือยเปล่า“อือ อย่า อาหลง”เขาปล่อยจูบลงทัณฑ์ กลายเป็นจูบอ่อนหวาน กายชายโหยหาจนเจ็บปวด มือลดลงปลดกางเกงตนเองไม่รอช้า“บ้าจริง อาหลง อย่า อา อา”เจี้ยงหลงไม่รอถอดกางเกงออกจนสุด เสือกตัวเข้าทางรักให้เอ็นใหญ่พบช่องสวาท กระแทกแน่น ความสาวที่ร้างลำใหญ่มานานสองเดือนกลับมาปิดแคบดั่งเดิม“โอ๊ย เจี้ยงหลง”อารมณ์ชายหนุ่มมึนเมาในรสสวาท เมื่อลำร้อนสัมผัสความนุ่มในปลอกสวาท สติสัมปชัญญะพลันกระเจิดกระเจิง เขายืดตัวขึ้น จับข้อเท้าหงส์หยกไว้ กระแทกเอ็นใหญ่ถี่รัว“เฟิ่งหวง ซี้ด”หงส์หยกยังใช้มือดันอย่างไม่ยอม ทั้งที่กายสาวสะท้านไหว ร่องสวาทเริ่มมีน้ำเอ่อล้น ย
32 มาตามเมียชายร่างสูงมาเฟียแห่งมาเก๊านั่งนิ่งบนโซฟาในบ้านไม้เก่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก ซ่อนหลังตึกใหญ่ เขาจ้องพ่อตาแม่ยายที่นั่งตรงข้าม สีหน้าทั้งคู่ไม่ดีนักเจี้ยงหลงยกนาฬิกาดู ตรงมาบ้านนี้ทันทีที่ลงเครื่อง รอเกือบสองชั่วโมง หงส์หยกยังไม่กลับใบหน้าคมเข้มนิ่งสงบภายนอก แต่ภายในปั่นป่วน ชีพจรเต้นรัว สารอะดรีนาลินหลั่งพร้อมสู้ถ้าเธอปฏิเสธ“อาหงส์มาแล้ว” แม่ยายพูดภาษาไทย เจี้ยงหลงฟังไม่ออก แต่คำ “หงส์” เขาจำได้ดีร่างสูงใหญ่พยายามนั่งนิ่ง สายตาสอดส่ายไปประตู ได้ยินเสียงทักทายเบา ๆ หน้าบ้านพ่อตาแม่ยายลุกยืนทันทีเมื่อร่างสูงโปร่งของหงส์หยกปรากฏ เจี้ยงหลงจดจ้องทุกอากัปกิริยา หญิงสาวที่ไม่ได้เห็นสองเดือนหงส์หยกซีดเซียว ผอมลงชัดเจน คิ้วเฉียงขมวดนิ่ง เธอส่งถุงกับข้าวและกรอบรูปอักษรมงคลคู่สีแดงให้เด็กในบ้าน แล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น“นายใหญ่รอฉันตรงนี้ ฉันจะขึ้นไปหยิบป้ายหยกลงมาให้”เจี้ยงหลงผุดลุก กรามขบแน่นสะกดอารมณ์“ฉันไม่ได้มาเอาป้าย”หงส์หยกชะงัก หันมอง เขาสวมชุดถังจวงสีดำ รูปร่างสูงใหญ่ไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมเข้มตอบลงเล็กน้อย นัยน์ตาเทาหม่นเปล่งประกายแปลกประหลาด ไม่โหยหา ไม่โกรธ แต่ล้ำลึกกว่าเคย
31 เหล่าซือ“อาหงส์หยก นี่ลื้ออายุเท่าไรแล้ว ยังไม่แต่งงานอีก เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะหาแฟนไม่ได้นะ”เสียงอาอึ้มตะโกนแซวออกมาจากร้านขายของชำหน้าปากซอย เสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง หงส์หยกที่เพิ่งจอดรถมอเตอร์ไซค์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบของบนชั้น“อาอึ้ม หงส์คงได้อยู่ขึ้นคานแน่นอนค่ะ แล้วจะมาก่อกวนอาอึ้มแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นี่แหละ”“เหอะ พูดเหมือนคนไม่อยากแต่ง แต่ตาไม่เคยว่างนะ”อาอึ้มหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบขนมกับน้ำใส่ถุงยื่นให้“อ่ะ เอาไป ไม่ต้องจ่าย เก็บเงินไว้ซื้อผู้ชาย ฉันจะได้มีหลานเขยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”หงส์หยกหัวเราะรับอย่างฝืน ๆ รับถุงจากมืออาอึ้มแล้วโค้งหัวเล็กน้อย“ถ้ามีจริง หงส์จะพามาให้อาอึ้มดูคนแรกเลยค่ะ”“พูดแบบนี้มาสิบปีแล้วนะยะ”หงส์หยกไม่ตอบ เดินเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ ที่คุ้นเคย ซอยที่เธอเดินผ่านมาตั้งแต่เด็ก ซอยที่มีร้านซักรีดเก่า ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็น และบ้านของเหล่าซืออยู่ท้ายสุดบ้านเหล่าซือเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ มีสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน ปลูกต้นโมกกับพุดจีนให้ร่มเงา กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเสมอ ราวกับที่นี่ถูกตัดขาดออกจากความวุ่นวายของเมืองหงส์
30 จะไม่ปล่อยนายใหญ่ตระกูลเจี้ยง ชายร่างสูงใหญ่ลูกเสี้ยวโปรตุเกส ยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจี้ยง แสงสีเทาของรุ่งสางสาดลอดม่านบางเข้ามา กระทบกรอบหน้าคมเข้มที่ซูบตอบลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนน้อยตลอดหลายสัปดาห์เขาแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาอมฟ้า เมฆบางลอยช้า ๆ เหมือนโลกทั้งใบยังไม่ตื่นเต็มที่แต่ตัวเขา… ตื่นมานานแล้วดวงตาสีเทาหม่นหลุบต่ำลง มองไปยังโถงทางเดินยาวทอดจากตึกหลักไปยังตึกเฟยหลง โถงเดียวกับที่ร่างระหงในชุดถังจวงสีขาวมักเดินลัดผ่านทุกเช้าเย็น โถงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคิดว่า “อยู่ตรงนี้เสมอ”แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่าเงียบเกินไป นิ่งเกินไปเหมือนหัวใจของเขาที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่งนี่คงถึงเวลาแล้วจริง ๆถึงเวลาที่เขาจะหยุดรอ หยุดหวัง หยุดปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียวถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หงส์หยกอาจไม่ใช่แค่กลับเมืองไทยเธออาจ “โบยบิน” ไปจากชีวิตเขาอย่างถาวรเจี้ยงหลงผละออกจากหน้าต่าง เดินออกจากห้องนอนด้วยก้าวเท้ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกาง







