เข้าสู่ระบบบุษบารับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พาร่างอวบอิ่มมาใกล้ ชะโงกหน้ามองมะม่วงที่นอนเรียงรายในตะกร้าพลาสติกหูเหล็กแล้วยิ้มอย่างพอใจ
“รอบนี้ลูกยังใหญ่และสวยเหมือนเดิมเลยนะ”
แม้จุดเริ่มที่บุษบาสั่งผลไม้จากสวนของเมฆากับนภาจะเป็นเพราะรู้จักกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอยังเป็นลูกค้าประจำ สั่งจวบจนถึงปัจจุบันคือผลผลิตที่ดี สมราคา
ไม่มีการเอาเปรียบด้วยการแอบใส่ลูกเล็กไม่ได้ขนาด หรือยัดลูกช้ำจนเน่าในปนมา แถมอีกฝ่ายยังบริการมาส่งให้ฟรีถึงที่
“ผมตั้งใจคัดให้น้าบุษเป็นพิเศษเลยครับ”
ภูผาพูดเอาใจด้วยประโยคที่รู้ว่าจะทำให้แม่ค้าร้านนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“แล้วถ้าอยากพิเศษกว่านี้ต้องทำยังไงจ๊ะ”
ปนัดดาพูดหยอก แววตาที่มองชายตัวสูงใหญ่หวานเชื่อม สื่อความในใจออกมาอย่างไม่คิดปิดบังว่าเธอชอบเขา
แน่นอนว่าภูผามองออก หากเป็นสมัยเรียนเขาคงไม่รีรอที่จะสานต่อ หากแต่เป็นความสัมพันธ์ชั่วคืนและไม่มีสถานะ
ทว่าสังคมคนเมืองกับคนที่นี่ต่างกัน
ที่บ้านเกิดมีแต่คนรู้จัก และพร้อมจะใส่ใจเรื่องส่วนตัวแม้เขาไม่ต้องการ ดังนั้นต่อให้อดจนท้องกิ่วก็ต้องเก็บเขี้ยวเล็บให้อยู่ถูกที่ถูกทาง ป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
“ก็ต้องสั่งผลไม้สวนพี่บ่อย ๆ”
ภูผาหยอกกลับยิ้ม ๆ แล้วหันไปยกมือไหว้ รับเงินมา
“ขอบคุณครับน้าบุษ”
ชายหนุ่มสนทนาปราศรัยกับสองแม่ค้าต่ออีกครู่ก็ขอตัวไปส่งมะม่วงที่ร้านอื่นต่อ โดยมีสายตาเสียดายของลูกสาวเจ้าของแผงติดตาม พร้อมอดคิดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงไม่เคยข้ามสะพานที่เธอพยายามทอดไปหาเลยสักครั้ง
เอ๊ะ! หรือว่าจะไม่ได้ชอบผู้หญิง
คิดถึงตรงนี้ใบหน้าติดหมวยก็ง้ำงอ ถึงเธอจะเปิดกว้างเรื่องเพศและไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจรังงอน แต่กับคนนี้ไม่ได้นะ เสียดายของ!
ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงภูผาก็ส่งมะม่วงครบทุกร้าน ชายหนุ่มแวะซื้อของตามรายการที่มารดาจดมาให้ และน้ำมะพร้าวสดไว้ดื่มแก้กระหาย ก่อนโจนขึ้นรถยนต์คู่ใจของบ้าน มุ่งหน้าสู่จุดหมายที่สองของวันนี้
ทว่าเพิ่งเลี้ยวออกมาจากตลาดได้เพียงไม่กี่เมตร ภาพหญิงสาวที่กำลังเดินอยู่ริมถนนก็ทำให้เท้าใหญ่ยกขึ้นจากคันเร่ง ภูผากระพริบตาปริบ ๆ แล้วหรี่ตาเพ่งมองเธอด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ทั้งอึ้ง ขำ และสงสัย
ร่างอรชรสวมเสื้อครอปแฟชัน ทรงแขนตุ๊กตาสีขาวคู่กับกางเกงยีนรัดรูปสีอ่อนที่แทบจะเน้นทุกสัดส่วน โดยเฉพาะขาเรียวยาว
มือข้างหนึ่งของเธอพยายามลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีเหลืองมัสตาร์ด ท่าทางทุลักทุเล ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะคุณเธอเล่นสวมรองเท้าแบบมีส้น แถมยังเดินบนถนนที่ขรุขระ
ภูผาจิ๊ปากติด ๆ กัน แม้มองไม่เห็นใบหน้าเพราะอีกฝ่ายหันหลังให้ แต่เครื่องแต่งกายที่ฟ้องถึงความมั่นอกมั่นใจในตัวเอง และผิวพรรณขาวผ่องบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายต้องหน้าตาดีไม่น้อย
ดังนั้นคำถามต่อไปก็คือ เธอเป็นลูกสาวบ้านไหน?
แล้วจะกลับมาอยู่แค่ชั่วคราวหรือถาวร?
แปลก ...
หญิงสาวปรายหางตาไปมองข้างหลังตัวเองแล้วก็ขมวดคิ้ว มือเรียวจับด้ามกระเป๋าแน่นขึ้น
แม้ที่นี่จะเป็นถิ่นบ้านเกิด แต่เพราะย้ายไปใช้ชีวิตที่กรุงเทพเป็นหลักนานถึง 5 ปี บวกกับเคยโดนมอเตอร์ไซด์เฉี่ยวจนแขนเขียวมาก่อน เธอจึงติดนิสัยคอยระแวดระวังตัวเสมอยามต้องเดินบนทางเท้าหรือริมถนน
และในตอนนี้เธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติของรถกระบะตอนเดียวที่กำลังขับตามหลังเธออยู่
ถนนข้างหน้ามีเพียงมอเตอร์ไซค์ขับสวนกันไปมา แต่กระบะคันนั้นกลับใช้ความเร็วที่อีกนิดจะใกล้เคียงกับรถหวานเย็น
จะว่ามันแล่นช้าเพราะเป็นรถเก่าก็ไม่น่าใช่ เพราะเธอเคยเห็นรถคันที่เก่ากว่านี้แล่นฉิว ตีวงเลี้ยวจนฝุ่นฟุ้งตลบกลางสวนมาแล้ว
มาธวีอดทนเดินต่ออีกนิดแล้วแกล้งหยุด พอเห็นว่ารถคันนั้นหยุดตามเธอก็หันขวับ สายตาเพ่งตรงไปยังคนขับ เปิดเผยไปเลยว่าเธอน่ะรู้ตัวแล้วนะว่าถูกตาม
แต่แทนที่อีกฝ่ายจะตกใจแล้วขับรถหนีไป กลับเร่งความเร็วมาจอดเทียบใกล้ ๆ ก่อนจะลดกระจกลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคร้ามที่แม้จะคล้ำแดดและมีหนวดเคราขึ้นบาง ๆ ทว่าก็ยังมองเห็นเค้าความหล่อเหลาของคนนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์
แต่เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่เวลาจะมาชื่นชมความหล่อของใคร!
ทว่าพอเอาเข้าจริง ท่าทางของสามพ่อลูกที่กำลังช่วยกันซักเสื้อผ้าที่เลอะโคลนก็เก้กังเหลือทน แถมมีแววจะทำเสื้อขาวเลอะกว่าเดิม เพราะเล่นวางแผ่บนพื้นปูนของลานซักล้างไม่น่ารอด ...มาธวีส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ หยิบโทรศัพท์มากดถ่ายภาพความน่าบ่นแต่ก็น่าเอ็นดูนั้นเก็บไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยแต่แล้วไป ๆ มา ๆ การซักผ้าก็กลับกลายเป็นความโกลาหล เมื่อเธอบอกให้ภีมวัจน์เดินไปลากสายยางมาให้ ทว่าน้ำที่ควรลงกะละมังกลับพุ่งใส่เธอแทน“กรี๊ดดดดด”เด็กหญิงภัณฑิราที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลอยได้รับลูกหลงไปเต็ม ๆ เจ้าตัวน้อยร้องกรี๊ดกร๊าด ครั้นพอเห็นคนถือสายยางหัวเราะลั่น แลบลิ้นเย้ยเยาะก็โมโห พุ่งเข้าไปผลักจนพี่ชายหงายหลังลงกะละมังผ้าภีมวัจน์ตาลุกวาว ถึงจะรักน้องแค่ไหนแต่ด้วยนิสัยไม่ยอมคนเลยดึงร่างเล็กให้ล้มลงมาในกะละมังด้วยกันโพละ!น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้กะละมังแตก แยกเป็นสองส่วน“คลื่น! แคลร์!”มาธวีหวีดลั่น ภูผาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ทั้งสองรีบฉุดลูก ๆ ให้ลุกขึ้นเพราะกลัวโดนกะละมังบาดแต่ยังไม่ทันจะได้สำรวจหาร่องรอยบาดแผล เจ้าสองแสบที่หลงคิดว่าแม่ดุและจะตีอีกก็พากันวิ่งแจ้นหนีออกไปทางสวนของบ้านเธอ ซึ่งจวบจนถึงบ
การเป็นแม่ลูกสองและใช้ชีวิตในต่างจังหวัดไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเลยเมื่อดันมีปู่ยาตายายที่ขยันเอาอกเอาใจหลาน และมีพ่อที่ขยันตามใจลูก แล้วพากันเล่นอะไรแผลง ๆอย่างเช่นวันนี้!มาธวียืนเท้าเอว กราดสายตามองสามพ่อลูกที่ยืนก้มหน้า ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมแล้วสูดลมหายใจลึก พยายามระงับความโมโหอย่างยิ่งยวด“พี่ผา หนูบอกให้พี่ไปทำอะไรคะ”เจ้าของชื่อกลืนน้ำลายเอื้อก เงยขึ้นสบสายตากรุ่นด้วยความโมโหของภรรยาแล้วอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว“ไป...ไปตามลูกมากินข้าวครับ”“แล้วพี่ไปตามลูกอีท่าไหน ถึงได้กลับมาตัวเปื้อนโคลนกันหมดแบบนี้!!”“อ่า ก็...ก็ลงไปตามลูกในสระครับ”วันนี้ภูผาสั่งให้คนงานสูบน้ำในบ่อปลาท้ายสวนเพื่อเอาปลามาขาย เจ้าสองแสบขอตามไปดูด้วย ตอนแรกก็เห็นนั่งเล่นกับเจ้าเปี๊ยกเจ้าต๋องที่ใต้ร่มไม้ แต่พอหันมาอีกทีลูก ๆ ก็ลงไปวิ่งกรี๊ด ๆ ล้มหน้าทิ่มกันอยู่ในสระแล้ว“ลงไปตามหรือลงไปเล่นด้วยกันกันแน่คะ ดูสิเนี่ย เสื้อสีอ่อนกันทั้งนั้นเลยด้วย”เธอบ่นเสียงดัง พลางใช้ไม้เรียวในมือชี้ไปยังกะละมังที่มีเสื้อแช่อยู่ นี่ถ้าไม่เอะใจเดินไปเก็บมะละกอที่หลังบ้านมาทำแกงส้มแล้วเจอเข้า เธอก็คงไม่รู้เลยว่าสามหน่อหนีไปเล่นโคลนกันมา“ม
“เจ้าคลื่น!!”เด็กชายภีมวัจน์สะดุ้ง ยกมือปิดปาก เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดความจริงเยอะเกินไป“โอ๊ะ คลื่นไม่ค่อยหิวแล้วครับ”แล้วเด็กชายก็วิ่งตึง ๆ หนีออกไปด้านนอก ปากตะโกนเรียกหาน้าเปี๊ยกน้าต๋อง สององค์รักษ์ที่ไม่เพียงใจดีแต่ยังคอยปกป้องเสมอยามพ่อแม่ดุหรือตีภูผาทำท่าจะวิ่งตาม แต่เพิ่งก้าวขาได้ก้าวเดียว เสียงเย็นเยียบด้านหลังก็ดังขึ้น“พี่ผา”เท้าที่ก้าวไปข้างหน้า พลันหดกลับมาวางชิดกับอีกข้างตามเดิมทันที พร้อมกับความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว‘ซวยแล้วกู!’“ครับ”ภูผาขานรับ และเมื่อสบเข้ากับสายตาดุ ๆ ของภรรยาเขาก็ส่งยิ้มประจบแล้วเดินไปโอบกอดเธอหลวม ๆ อิงสันกรามกับข้างขมับเธอ เอ่ยเสียงอ่อย ๆ อย่างที่รู้ว่าจะทำให้เธอใจอ่อน“พี่ขอโทษครับ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ลูกกินเยอะ แต่หันมาอีกทีลูกก็แกะห่อที่สองแล้ว พอพี่จะเก็บลูกก็แบะปาก ทำท่าจะร้องไห้กลางตลาด”“...”“ไม่ใช่ว่าพี่อยากตามใจลูกทุกเรื่องนะ แต่พี่ก็แพ้ลูกอ้อนเจ้าลูกหมู เหมือนที่หนูแพ้นั่นแหละครับ”ภูผาทำหน้าสลด มาธวีมองเขาแล้วคลายหัวคิ้ว เข้าใจสถานการณ์นั้นเป็นอย่างดีภีมวัจน์เป็นเด็กช่างพูดช่างอ้อนตามประสาเด็กเติบโตมาท่ามกลางสองครอบครัวที่รุมเอาอ
“แม๊~”เสียงใส ๆ ร้องตะโกนดังลั่นแล้วตามมาด้วยเสียงตึงตัง ดึงให้คนที่กำลังจมอยู่กับห้วงความคิดหันไปมอง ชั่วอึดใจเธอก็ได้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายภีมวัจน์วัยสามขวบ ซอยขาวิ่งเข้าบ้านมาอย่างที่คาดคิดไว้“คลื่นนน แม่บอกแล้วไงครับว่าอย่าวิ่ง!”มาธวีร้องเอ็ดลูกชายที่สอนกี่ครั้งก็ไม่ยอมจำ หากพอเจ้าตัวแสบกลับกระโจนเข้ามากอดขา แหงนหน้าขึ้นมองเธอแล้วทำตาปริบ ๆ ใส่ ปากอ้อนว่า“หิวจังเลยครับบบบ”หัวใจคนของเป็นแม่ก็อ่อนยวบ ดุต่อไม่ลง เธอโคลงศีรษะให้กับนิสัยที่แก้ไม่เคยหายของตน ยื่นมือไปหยิบเศษฟางที่ติดอยู่ตามกลุ่มผมของลูกลิงที่เกาะเธอไม่ปล่อย“เรานี่น้าาา”เหมือนจะบ่นทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ถ้าหิวแล้วก็รีบไปอาบน้ำ วันนี้แม่ทำแกงจืดวุ้นเส้นไว้ให้ด้วยน้าาา”“วันนี้คลื่นอยากกินไข่เจียวอีก”คำขอทำเอาคนตั้งใจล้างและหั่นผักทุกชิ้น ปั้นหมูสับปรุงรสเองกับมือตามสูตรที่ได้จากมารดาถึงกับชะงักลูกชายเธอติดไข่เจียว แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นเด็กกินง่ายเลี้ยงง่ายอะไรหรอกนะ เจ้าอ้วนแค่ไม่ชอบกินผัก แล้วไข่เจียวก็เป็นเมนูที่ได้กินไวที่สุดเท่านั้นเองสงสัยต้องปรับทัศนคติกันหน่อย ...หญิงสาวย่อตัวลงนั่งยอง
“พี่รักหนูที่สุดเลย”ภูผากระซิบบอกชิดขมับชื้น งับหัวไหล่มนจนขึ้นรอยแดงพลางบดควงสะโพก กระทั่งร่องรักรีดเค้นความรักจากเขาไปจนครบทุกหยาดหยด เขาก็ค่อย ๆ ถอดถอน รูดถุงยางออกจากตัวตน“พะ...พัก พี่ ฮื่อ หนูขอพักก่อน พักก่อน”คนยังหอบฮักพยายามเค้นเสียงบอก แล้วทิ้งตัวนอนแผ่บนที่นอนอย่างอ่อนแรง หางตาเธอเปียกชื้น จุดที่ถูกทารุณก็ชาดิก กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเติมเต็มของเขา ทำเธออิ่มเอมความสุขจนแทบล้นทะลักออกทางปากเห็นเธอเหมือนจะไม่ไหวภูผาเลยยอมยั้งใจ หยุดชั่วคราว เขารั้งเธอมานอนเกยบนอก พรมจูบตามดวงหน้าชื้นเหงื่อของคนเพิ่งเสร็จสมหนที่สี่เป็นเชิงปลอบ ก่อนแววตาพราวระยับเปี่ยมด้วยความสุขจะเลื่อนไปมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอนี่ไม่ใช่แหวนขอแต่งงานแต่เป็นแหวนขอจอง อย่างน้อย ๆ ก็จองไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยลงตัวมาธวีเห็นว่าเขายิ้ม มองแหวนด้วยแววตาหวามหวานอีกแล้ว เธอก็คลี่ยิ้ม อิงศีรษะกับสันกรามคนตัวโตแล้วถูไถในกิริยาออดอ้อน“จริง ๆ หนูมีแหวนมาให้พี่ด้วยนะ แต่ว่ามันอยู่ในกระเป๋า”เมื่อเย็นเธอรีบจนลืมหยิบมันออกมาจากช่องลับของกระเป๋าเดินทาง ทั้งที่ตั้งใจจะเอาไปร้านอาหารด้วยครั้นพอตั้งใจว่ากล
“โล่งอกที่หนูชอบ”“ไม่ใช่แค่ชอบ แต่หนูยังเซอร์ไพรส์มาก ๆ ด้วยที่พี่จองร้านนี้ได้”Mystery ไม่เพียงเป็นร้านดังในโลกโซเซียล แต่ยังเป็นร้านที่เธอเคยยื่นรีวิวให้เขาดูพร้อมกับเปรยเอาไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็อยากมาลองสักครั้ง ไม่คิดเลยว่าเขาจะยังจำได้ที่สำคัญตำแหน่งโต๊ะของพวกเธอยังตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมของหาด ทำให้สามารถมองวิวสวย ๆ ของทะเลยามเย็นได้เกือบ 360 องศาเลยทีเดียว“ก็พี่เก่ง”ภูผายืดอกโอ้อวด แม้ในความเป็นจริงคือเขาแชทมาขอจองกับทางร้านล่วงหน้าตั้งแต่หลายเดือนก่อน“ค่า ๆ เก่งที่สุด”มาธวีหัวเราะคิก พยักหน้าว่าเห็นด้วย แล้วเธอก็นึกอยากเปลี่ยนคำชมหลังจากได้เห็นบรรดาอาหารที่ภูผาสั่งไว้ล่วงหน้า หนึ่ง สอง สาม ...เธอนับในใจแล้วก็ทำตาโตหะ...หก หกจานแล้ว!“พี่ผา คือ...โต๊ะเราได้ของครบแล้วใช่ไหมคะ?”“ยังครับ เหลือของหวาน แต่พี่บอกให้เขาเสิร์ฟตอนเราใกล้จะกินเสร็จ ทำไมครับ หรือว่าหนูอยากให้เขาเสิร์ฟเลย ได้นะเดี๋ยวพี่บอกเขาให้”ภูผาวางมือจากกุ้งที่กำลังแกะแล้วทำท่าจะยกมือขึ้น มาธวีเห็นแบบนั้นก็รีบคว้าเอาไว้ก่อนที่เขาจะเรียกพนักงานมาจริง ๆ“ไม่ ๆ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ที่หนูถามคือหนูกลัวว่าเราจะกินไม่หมด







