LOGINนลินดากลับเข้าห้องด้วยใบหน้าแช่มชื่น หัวใจดวงน้อยๆของเธอมันพองโตคับอก เพราะรู้สึกดีเหลือเกินที่ชินวัตรคอยใส่ใจ
"หึ! ได้คุยกับผู้ชายหน่อยหน้าบานเชียวนะ!" ใบหน้าหวานเผือดสีรอยยิ้มเลือนหายทันทีที่เห็นร่างสูงของชัชวินทร์นั่งอยู่ที่ปลายเตียง ซ้ำตอนนี้เขาก็กำลังพูดและมองมาที่เธอด้วยแววตาถากถาง "คุณชัช!" "ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นฉันไม่ใช่ผีนะ" "คุณเข้ามาได้ยังไงคะ!" "ทำไมจะเข้าไม่ได้ที่นี่บ้านฉัน" "แต่..." "เธอเป็นแค่ผู้อาศัยจะต่อว่าลูกชายเจ้าของบ้านอย่างฉันงั้นเหรอ" นลินดาพูดต่อไม่ออกทำได้เพียงมองจ้องไปที่เขาด้วยความอึดอัด "คุณมีธุระอะไรกับหมอกคะ" "ฉันแค่จะมาบอกเธอ..." ชัชวินทร์เท้าแขนไปด้านหลังด้วยท่าทางสบายๆในขณะที่นลินดาอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก "ว่าเธอไม่ผิดหรอกที่อยากจะยกระดับตัวเองด้วยการจับพี่ชายฉัน ฉันไม่ว่าแถมยังสนับสนุนอีกด้วยนะ" นลินดาอับอายจนใบหน้าร้อนผ่าว ทั้งอยากปฏิเสธและอยากร้องไห้ในเวลาเดียวกัน "ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก ที่มาเนี่ยจะบอกเฉยๆว่าชินน่ะมันชอบผู้หญิงอย่างเธออยู่แล้ว อ่อยมันเยอะๆ ยั่วมันให้มากหน่อยเดี๋ยวมันก็..." "หยุดนะคะ!" ในที่สุดเธอก็ไม่อาจทนฟังคำพูดร้ายกาจของเขาได้อีก "ออกไปจากห้องหมอกเดี๋ยวนี้" "นี่ฉันหวังดีกับเธอนะ" "ออกไป!" ชัชวินทร์ลุกยืนแล้วยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะยอมเดินออกไปแต่โดยดี เพราะมันคงจะอธิบายยากอยู่บ้างหากนลินดาโวยวายจนมีคนเข้ามา และเห็นว่าเขาอยู่ในห้องของเธอ นลินดารีบล็อคห้องเมื่อร่างสูงลับกรอบประตูออกไป คำพูดของเขามันสร้างความอับอายให้กับเธอจนแทบอยากร้องไห้ ทั้งๆที่เธอไม่เคยทำอะไรให้แต่ชัชวินทร์ทำเช่นนี้เสมอ ทุกครั้งที่มีโอกาสเขามักจิกกัดเยาะหยันให้เธอได้อายทั้งๆที่เธอไม่เคยทำอะไรให้ เหตุผลเดียวที่นลินดาคิดได้คือเขาเกลียดชังชินวุฒิเลยพาลมาเกลียดเธอด้วย ... ชัชวินทร์ขับรถออกจากบ้านอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่เห็นใบหน้าซีดเผือดและแววตาตื่นตระหนกของนลินดา เขาก็รู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกคล้ายกับได้แกล้งสัตว์เลี้ยงแสนรักของพี่ชายให้ตื่นกลัวอย่างไรอย่างนั้น "ฮัลโหล..." "ไอ้ชัชแกถึงไหนแล้ววะ!" "กำลังไปแกจะใจร้อนอะไรนักวะ" "แกจะรีบขึ้นมั้ยล่ะถ้าฉันจะบอกว่าน้องเอมอยู่ที่นี่" "ฮะ!" "เออ! น้องเอมมาเที่ยวกับเพื่อนและจะกลับแล้ว" "ไอ้คีย์แกทำไงก็ได้ให้น้องเอมอยู่ก่อนนะเว้ย!" ชัชวินทร์เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วอีกเท่าตัวเพื่อไปให้ทันเห็นหน้าเอวาริน คนที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กหญิง ( คลับ xxx ) "ไอ้คีย์!" ชัชวินทร์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเพื่อนที่โต๊ะแล้วกวาดตามองไปรอบๆโต๊ะ "โน่นๆ" คีรินชี้ไปที่โต๊ะหนึ่งซึ่งมีแต่สาวๆ "ไม่ทักเพื่อนเลยนะมึงมองหาแต่สาว" "แหมไอ้นน ทำอย่างกับมึงไม่เคย!" ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปหากลุ่มของเอวารินที่กำลังเตรียมตัวกลับ "น้องเอม" "สวัสดีค่ะ มาเที่ยวกับพี่คีย์ใช่มั้ยคะ" "ใช่ครับ พี่เพิ่งมา" "นี่เอมกำลังจะกลับแล้วค่ะ พอดีพี่คีย์เลี้ยงพวกเราขอให้ดื่มอีกคนละแก้ว พวกเราก็เลยอยู่ต่ออีกหน่อย" "อยู่กับพี่ก่อนสิเพิ่งเจอกันเอง หลังๆเราไม่ได้เจอกันเลย" "ไม่ได้จริงๆค่ะ พอดีเอมไม่ค่อยว่าง" "น้องเอมไม่ค่อยรับโทรศัพท์พี่เลย" "เอมยุ่งจริงๆค่ะพี่ชัช" "ไปเถอะเอมกลับกัน พวกเราขอตัวก่อนนะคะ" เพื่อนสาวของเอวารินบอกลาซึ่งชัชวินทร์ก็ทำได้เพียง พยักหน้ารับ ทั้งๆที่ใจก็อยากจะรั้งให้อีกฝ่ายอยู่ต่อด้วยกันอีกหน่อย แต่การเซ้าซี้ไม่ใช่วิสัยของคนอย่างเขา "บายนะคะ" "บายครับ" เอวารินเดินออกไปกับกลุ่มเพื่อนของเธอทั้งที่ในใจยังนึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่ต่อกับชัชวินทร์ สำหรับเธอแล้วเขาคือคนที่เธอรักเหมือนพี่ชาย ชัชวินทร์คุยสนุกและไม่เคยทำให้เธออึดอัด ไม่เหมือนกับชินวุฒิพี่ชายของเขาที่ทำเย็นชาใส่เธอจนน่าหมั่นไส้ แต่เหตุผลที่เธอต้องเว้นระยะห่างจากชัชวินทร์ ก็เพราะรู้ว่าเขารักใคร่ชอบพอเธอเกินกว่าพี่น้อง เอวารินถูกครอบครัวป้อนข้อมูลมาตั้งแต่เด็ก ว่าโตขึ้นเธอจะต้องเป็นเจ้าสาวของชินวุฒิ จึงไม่เคยได้มีความรักเหมือนกับคนอื่นเขา เพื่อรอแต่งงานกับผู้ชายที่เอาแต่วางหน้าเฉยใส่เธอคนนั้น และที่เธอเว้นระยะห่างจากชัชวินทร์ไม่ใช่เพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอมีใจรักใคร่เขา แต่เป็นเพราะเธอไม่อยากให้ชัชวินทร์ปักใจในตัวเธอมากไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องเจ็บปวดอย่างที่สุด เมื่อวันหนึ่งเธอแต่งงานกับพี่ชายของเขาเอง "ไง! เดินหน้าหงอยกลับมาเลยนะมึง" "อย่ามาแซวนะไอ้นนกูอารมณ์ไม่ดี" "ไอ้ห่าเอ้ย! มึงชอบใครไม่ชอบไปชอบว่าที่พี่สะใภ้ตัวเอง" "มึงหุบปากเลยไอ้คีย์! มันก็แค่คำพูดของผู้ใหญ่สองคนนั้นไม่ได้หมั้นหมายกันสักหน่อย กูจะได้ไม่มีสิทธิ์ ยังไม่หมั้นยังไม่แต่งยังไงกูก็มีสิทธิ์เว้ย!" "เออ! มึงก็ทำคะแนนเข้าสิ วันๆเห็นทำแต่งาน" ชัชวินทร์คว้าแก้วเหล้าของเพื่อนแล้วยกดื่มรวดเดียวจนหมด ส่งความเฝื่อนและร้อนผ่าวผ่าวลงผ่านลำคอ แต่รสชาตินั้นมันยังขมขื่นไม่เท่ารสชาติชีวิตของเขาเลย "ชัชก็เป็นลูกของพ่อ ถ้าชัชเก่ง มีความสามารถชัชก็มีสิทธิ์ที่จะได้อะไรที่เหมาะสม" คำพูดของบิดาในวันที่เขาเป็นเด็กชายอายุเพียงสิบขวบเขายังจำได้ดี และนั่นมันก็คือแรงผลักดันที่ทำให้เขามุ่งมานะในทุกๆด้าน จนเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่เก่งกาจด้วยวัยเพียงสามสิบเอ็ดปีพอกินอิ่มกันแล้วสองพ่อลูกก็ออกจากคาเฟ่กลับบ้าน เด็กชายชลธีก็ไปเล่นกับเด็ก ๆ แถวนั้นตามประสา แต่ก็ไม่ได้ไปไกลเกินบริเวณบ้าน ส่วนชัชวินทร์ก็ไปที่ห้องทำงานเพื่อทำงานต่อ เวลาไม่ได้ออกไปดูงานที่ไร่เขาก็จะมานั่งทำเอกสารบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่ห้องทำงานทั้งวัน เมื่อถึงเวลาบ่ายอุ๊ยจันทร์ก็ส่งตะกร้าสานใบใหญ่ที่มีฝาปิดด้านบนให้พ่อเลี้ยง "เที่ยวให้สนุกนะคะพ่อเลี้ยง" "อืม เดี๋ยวผมกลับมาตอนเย็น" ชัชวินทร์รับตะกร้ามาแล้วเดินออกจากบ้าน เรียกลูกชายที่วิ่งเล่นแถวนั้นมาหา "พ่อจะไปไหนฮะ" "พาแม่กับชลเที่ยวไงครับ ไปเถอะ" "เที่ยวเหรอ" เด็กชายชลธีสายตาเป็นประกายเมื่อผู้เป็นพ่อจะพาไปเที่ยว ซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะได้ออกจากเขตพื้นที่ไร่แสนกว้างใหญ่ จึงทำให้เด็กน้อยตื่นเต้นมาก ชัชวินทร์ขับรถไปที่ฟาร์มแกะเพื่อรับภรรยา จากนั้นก็ขับรถออกจากไร่ไปตามถนนที่คดเคี้ยว สักพักก็เลี้ยวเข้าทางแยกที่เป็นถนนแคบ ๆ ของชาวบ้าน "คุณชัชจะไปที่ไหนคะ" นลินดาอดถามไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เส้นทางไปในเมือง แต่เหมือนจะเป็นป่ามากกว่า "ปิกนิกไง" "ในป่าเนี่ยนะ" นลินดายิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น แต่ชัชวินทร์ไม่ตอบเธออีก เธอ
หลังจากมื้อเช้ากันแล้ว ชัชวินทร์ก็เตรียมตัวไปทำงานที่ไร่ ส่วนนลินดาก็เตรียมไปดูแลคาเฟ่ของเธอที่ฟาร์มแกะ ทุกๆอย่างคือกิจวัตรประจำวันที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่มีความสุขสงบใบแบบที่ทั้งเขาและเธอต่างต้องการ "ไปป้อนหญ้าแกะกัน" ชัชวินทร์อุ้มลูกชายออกจากบ้านไปทางฟาร์มแกะที่ตอนนี้เปิดเป็นฟาร์มกึ่งสวนสัตว์สำหรับนักท่องเที่ยว ซื้อแกะมาเพิ่ม และยังปรับพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน สร้างคอกกวาง คอกนกกระจอกเทศ มีนกยูงกับไก่ฟ้าที่ปล่อยให้เดินเล่นบนสนามหญ้าที่กั้นตาข่ายเอาไว้ และมีร้านค้าของที่ระลึกกับของพื้นเมืองที่เปิดให้ชาวบ้านมาขายของ รวมถึงคาเฟ่ที่นลินดาบริหารงานเอง จัดโซนพักผ่อนและมุมถ่ายรูปสวย ๆ ไว้หลายจุด มีบ่อปลาคาร์ปสีสวยตลอดแนวทางเดินจนทั่วฟาร์ม ส่วนไร่ชา ไร่สตรอว์เบอร์รี่ ไร่องุ่น ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเก็บชิมและซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างไวน์องุ่น ไวน์สตรอว์เบอร์รี่ ใบชาอบแห้ง สตรอว์เบอร์รี่อบแห้งติดมือกลับไปได้ ไร่อุ่นไอหมอกจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ชัชวินทร์จูงมือลูกชายเดินเข้าไปที่คอกแกะที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังรับหญ้าเส้นยาวจากมือคนเลี้ยงเอาไปป้อนแกะในคอกที
เมื่อคลายปมใที่เคยผูกไว้ในใจได้ชัชวินทร์ก็คือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน เขาไม่เคยทำให้นลินดารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกให้โอกาส เพราะทุกนาทีที่เธอเคียงข้างเขามันผ่านไปอย่างมีความสุข "หมอกว่าเอาสีอะไรดี" นลินดาเงยหน้ามองร้านคาเฟ่ของไร่อุ่นไอหมอกอย่างครุ่นคิด "คุณชัชว่าสีอะไรดีคะ" "สีขาวสิ หรือหมอกว่าไง" "สีขาวหมอกก็ว่าดีค่ะ ร้านคาเฟ่เล็กๆสีขาวท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว หมอกคงมีความสุขกับที่นี่ทั้งวันแน่ๆค่ะ" "หืม..." เขาทำเสียงในลำคอพร้อมเลิกคิ้วใส่ภรรยา "ฉันไม่ยอมให้หมอกมาอยู่ที่นี่ทั้งวันหรอกนะ ให้ทำแก้เหงานิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งตอนเจ้าตัวน้อยคลอดหมอกก็ยิ่งต่องดูแลลูก ต้อง..." "พอค่ะ เรื่องนั้นหมอกรู้แล้ว หมอกแค่เปรียบเทียบเฉยๆ" ฟู่!! ชัชวินทร์ถอนใจโล่งอกทำราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "ค่อยยังชั่ว นึกว่าคิดจะมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันจริงๆจะได้สั่งรื้อเลย" ดวงตาคู่สวยค้อนขวับใส่สามีทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น "ล้อเล่นจ้า...คาเฟ่ของเมียผัวจะไปกล้าแตะได้ยังไง" ชัชวินทร์ไม่ใช่เพียงพูดเอาใจแต่หมายความตามนั้นจริงๆ ทุกวันนี้อะไรที่จะทำให้เธอกระทบกระเทือนความรู้สึกเขาจะไม่ทำอย่างเด็ด
นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้วเชียงรายยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดต่างๆที่งดงามตระการตา บางที่ก็เก่าแก่ควรค่ากับการอนุรักษ์ ทริปสุดท้ายของครอบครัวก่อนที่พวกเขาจะกลับกรุงเทพฯ ชัชวินทร์จึงเลือกพาไปไหว้พระตามวัดต่างๆ ซึ่งดูเหมือนสาวๆจะถูกใจมากเป็นพิเศษ "วัดต่อไปชื่อวัดป่าแฝกนะ ที่นั่นมีที่ให้อาหารปลาด้วย" "ดีจ้ะ แม่ชอบ ทำบุญแล้วก็ต้องทำทานด้วย" "วันนี้คุณไม่บ่นปวดเมื่อยเลยนะลืมหรือเปล่า" คุณชาคริตแซวภรรยาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่คนถูกแซวกลับส่งยิ้มกว้างตอบมา "เหมือนอาการปวดเมื่อยจะหายไปเลยค่ะ สงสัยจะสนุกจนลืมเจ็บลืมปวด" "ผมจำได้นะครับว่าครั้งสุดท้ายที่เราไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวก็ตอนผมเป็นเด็กๆ จากนั้นเราก็ไม่ได้ไปกันอีกเพราะบ้านเรามีเด็กขี้น้อยใจอยู่คนนึง" ชินวุฒิบอกเสียงกลั้วหัวเราะพลางปรายตามองน้องชาย "แหม...ทีแบบนี้จำแม่นะไอ้พี่ชาย" "แม่นสิ เด็กอะไรก็ไม่รู้โคตรใจน้อยโคตรงอแง ระวังเถอะหมอกลูกออกมาจะงอแงเหมือนพ่อมัน" "ไม่หรอกค่ะ ขนาดคุณชัชหมอกยังเปลี่ยนจากสามีเจ้าอารมณ์ให้น่ารักได้ขนาดนี้ กับลูกหมอกเชื่อว่าไม่เกินความสามารถค่ะ แต่ถ้ามีพ่อคอยให้ท้ายหมอกก็จะกำราบทั้งพ่อทั้งลูก" "ฮ
สยบเข่าวลือศึกสายเลือดได้ชนิดที่ว่าขาเม้าท์ต้องถึงกับหน้าหงาย เมื่อสะใภ้คนโตของรุ่งกิจวัฒนาโพสต์ภาพสามีที่นอนกอดกับพ่อและน้องชายที่ก่อนหน้านี้มีวงในบอกว่าเกิดศึกสายเลือดแย่งชิงมรดกกัน แต่จากภาพที่เห็นทำให้ทุกคนรู้ว่าข่าวลือก็คือข่าวลือ เพราะสองพี่น้องเขารักกันแน่นแฟ้นเอามากๆ... ทุกสำนักข่าวพาดหัวด้วยข้อความที่ไปในทิศทางเดียวกันซึ่งมันเกิดผลดีอย่างเกินคาด และเมื่อสามหนุ่มได้เห็นภาพของตัวเองโชว์หราอยู่ในข่าว ก็ถึงกับเขินจนหน้าแดงเพราะทุกครั้งที่ออกสื่อ พวกเขาจะต้องหล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า "เอมอะ จะถ่ายก็ไม่บอกพี่ก่อน พี่ไม่หล่อเลย" "เขาเรียกภาพหลุดไงคะ" "แล้วมีเด็กซนคนนึงไปคอมเมนต์ว่า 'เมาแล้วก็นอน' ด้วยนะพี่เห็น" ชัชวินทร์พูดพลางปรายตาไปหาภรรยาที่ยิ้มแหยอยู่ข้างๆ "แหม...ก็ภาพมันฟ้องนี่คะ หมอกก็อดคอมเมนต์ไม่ได้" นลินดาซบใบหน้ากับต้นแขนของสามีอย่างออดอ้อน เพียงเท่านั้นชัชวินทร์ก็แทบจะใจละลาย "พ่อไม่เคยสนุกอย่างนี้มานานมากๆแล้วนะเนี่ย" "เชื่อค่ะ เห็นนอนกลิ้งเมื่อคืนก็รู้แล้ว แก่แล้วเมากลิ้งกับลูกได้ ห้ามไปเมากลิ้งที่อื่นนะคะเตือนไว้ก่อน" คุณวัลภาเอ่ยแซวจนทุกคนอมยิ้มไปตามๆกัน
กองไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นที่ลานข้างบ้าน ทุกคนในครอบครัวล้อมรับรับไออุ่น ชัชวินทร์ร้องเพลงคลอเบาๆในขณะที่ชินวุฒิดีดกีตาร์ให้จังหวะ นลินดานั่งมองสามีด้วยแววตาเปี่ยมรักซึ่งชัชวินทร์เองก็มองภรรยาด้วยแววตาเช่นเดียวกัน เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเพลงจบต่างคนต่างจูบแก้มสามีเป็นการตอบแทนบทเพลงที่เพิ่งจบไป "สามีหมอกร้องเพลงเพราะจังค่ะ..." "สามีเอมก็ดีดกีตาร์เก่งมากค่ะ" สองสาวต่างก็อวยสามีอย่างไม่มีใครยอมใครจนสองพี่น้องยิ้มแก้มปริ "ผมมีความสุขจังคุณ" "ฉันเองก็มีความสุขค่ะ" คุณวัลภาบอกสามีแล้วส่งยิ้มให้คู่ชีวิต ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าสามีสุขแค่ไหนที่เห็นลูกชายทั้งสองรักใคร่กัน "ชัช..." "ครับพ่อ" "พ่ออยากคุยด้วยเรื่องบริษัทก่อสร้างของเรา" "ครับ" "พ่ออยากส่งต่อให้ลูกดูแล" "ผมไม่..." "อย่าปฏิเสธเลยนะพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆ" "อย่ามาทำเป็นลังเลเลยว่ะ แกจะปฏิเสธพ่อลงเลยหรือไง คุณพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆนะชัช" ชินวุฒิรีบสนับสนุนคำพูดของบิดาเมื่อเห็นน้องชายทำสีหน้าคล้ายลำบากใจ "ฉันชอบที่นี่ว่ะชิน อยากอยู่กับหมอกแล้วก็ลูกที่นี่ ถ้าฉันต้องดูแลบริษัทก่อสร้างก็ต้องไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพ-เชียงราย ฉันไม่อยากทิ้ง







