LOGIN( หลายวันต่อมา )
นลินดาเรียนทำขนมอย่างตั้งใจและเธอก็ทำมันได้ดีจนคุณวัลภาชมไม่ขาดปาก เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินใครๆบอกว่าชอบขนมที่เธอทำ โดยเฉพาะเวลาที่ชินวุฒิบอกว่าอร่อยเธอก็ยิ่งรู้สึกดี "แหมๆ...ทำไปยิ้มไปเนี่ยเป็นเคล็ดลับความอร่อยหรือเปล่านะ ทำด้วยกัน ครูก็คนเดียวกัน สูตรเดียวกัน แต่ทำไมของเธออร่อยกว่าฉันล่ะ" "เธอก็พูดไปเรื่อย" "แต่ฉันเห็นด้วยกับตาลนะ" เพื่อนอีกคนในคลาสพูดเสริมแต่นลินดาเพียงแค่ยิ้มขบขันแล้วส่าหน้า ก่อนจะบรรจงบีบคุกกี้ลงบนถาดด้วยความตั้งใจ เธอเลือกที่จะบีบคุกกี้เป็นรูปหัวใจเพราะจะนำกลับไปให้ชินวุฒิกินคู่กับกาแฟ พอถึงเวลาเลิกคลาสนลินดาก็หอบโหลคุกกี้ขึ้นรถที่ไปรอรับ ทุกวันนี้เธอมีชีวิตที่ไม่ต่างจากคุณหนูเลยสักนิด เพราะทุกคนล้วนใส่ใจเอ็นดูเธอ แต่ถึงอย่างนั้นนลินดาก็ไม่เคยลืมตัวหยิ่งผยอง เพราะเธอจำได้ดีว่าเธอมาจากตรงไหน "ลุงคะ อันนี้ของลุงค่ะ" นายก้านคนขับรถรับถุงกระดาษไปจากมือบางแล้วส่งยิ้ม "ขอบใจนะหนูหมอกให้ขนมลุงทุกวันเลย" "ก็ลุงอุตส่าห์มารอรับหนูทุกวันเลยนี่คะ" "มันเป็นหน้าที่ครับ" นลินดาเลือกนั่งเบาะหน้าเพราะไม่ต้องการที่จะแสดงตัวเป็นเจ้านายของใคร และความอ่อนน้อมถ่อมตนของเธอก็ทำให้นลินดากลายเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในบ้าน เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านนลินดาก็รู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นรถของชินวุฒิจอดอยู่ เพราะตอนนี้เป็นเวลาสามโมงเย็นเท่านั้น "ป้าไก่คะ..." "อ้าว...กลับมาแล้วเหรอวันนี้เรียนทำอะไรล่ะหนูหมอก" "คุกกี้ค่ะ แล้วนั่นป้าจะยกกาแฟไปไหนคะ" "จะยกไปให้คุณท่านกับคุณชินน่ะ วันนี้กลับเร็วทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในห้องทำงาน" "งั้นเดี๋ยวค่ะ เอาคุกกี้ของหมอกใส่ไปด้วย" "ได้ๆ" "เดี๋ยวหมอกจัดแล้วยกไปเองค่ะ" "ดีเลย ป้าจะได้ไปจ่ายตลาด" นลินดาจัดการของว่างและกาแฟแล้วยกขึ้นไปที่ชั้นบน แต่เมื่อถึงหน้าห้องทำงานของคุณชาคริตเธอก็ไม่กล้ายกมือเคาะประตู เพราะได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังทุ่มเถียงกันอยู่ "ทำไมคุณพ่อถึงอนุมัติโครงการของไอ้ชัชง่ายขนาดนั้นครับ ทั้งๆที่โคงการนนทบุรีเพิ่งจบไปไม่นาน ต่อไปมันควรเป็นโครงการของผมสิ!" "แกก็เห็นนี่ว่าโครงการของน้องน่าสนใจ" "แล้วโครงการของผมไม่น่าสนใจตรงไหนครับ คุณพ่อให้โอกาสมันทำผลงานถึงขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะจะยก Ck ให้มันหรอกนะครับ!" "พ่อต้องยก Ck ให้แกอยู่แล้ว จะยกตำแหน่งประธานให้แกวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังได้ บอกตรงๆว่าพ่อเหนื่อยอยากจะพักเต็มที" "คุณพ่อก็วางมือสิครับ หรือยังไม่ไว้ใจผมว่าจะพาให้ Ck รุ่งเรืองได้" "เปล่า...แกยังไม่พร้อม ก่อนแกจะเป็นประธานของ Ck แกต้องแต่งงานกับหนูเอมซะก่อน" มือบางจับถาดแน่นในอกเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อได้ยินว่าชินวัตรต้องแต่งงาน "มันเกี่ยวอะไรกันครับ" "มันคือเงื่อนไขของพ่อไง อีกอย่างแกรู้ดีมาตลอดว่าหนูเอมจะต้องเป็นเจ้าสาวของแก มันไม่เห็นจะมีอะไรน่าตกใจเลย" "พ่อเอา Ck มาบีบให้ผมแต่งงานเหรอครับ" "เปล่าเลย เพราะยังไงแกก็ต้องแต่ง เพียงแต่แกแต่งเร็วเท่าไหร่ แกก็จะได้เป็นประธาน Ck เร็วขึ้นเท่านั้น" "แสดงว่าถ้าผมไม่แต่งพ่อก็จะไม่ยก CK ให้ผมใช่ไหมครับ" ชินวุฒิเอ่ยถามเสียงเครียดแฝงด้วยความไม่พอใจชัดเจน "แกก็รู้ดีนะชินว่าอะไรเป็นอะไร แกจะปล่อยให้ทางบ้านหนูเองถอนหงอกพ่อกับแม่จนหมดหัวได้เหรอ" "..." "โตแล้วนะชิน อย่าทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียผู้ใหญ่" เมื่อเสียงในห้องเงียบลงนลินดารีบเดินกลับไปยังบันได รอจนประตูห้องทำงานเปิดออกจึงปรับสีหน้าแล้วก้าวขึ้นบันได ทำราวกับว่าเธอเพิ่งมาถึงตอนเขาเปิดประตูออกไปเจอ "หมอก..." ใบหน้าของชินวุฒิเครียดขรึมอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ถึงจะรู้สาเหตุนลินดาก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ "พี่ชินจะไปไหนคะ หมอกกำลังจะเอากาแฟมาให้พอดี" "พี่เพิ่งคุยธุระกับคุณพ่อเสร็จน่ะ" "หน้าเครียดจังค่ะเป็นอะไรหรือเปล่า" "เปล่าครับ เรื่องงานก็เครียดแบบนี้แหละ" "ยิ้มสู้สิคะ ยิ้มเข้าไว้อะไรก็จะดีเอง" พูดแล้วนลินดาก็ฉีกยิ้มเป็นตัวอย่างจนชินวุฒิยิ้มตาม "นั่นแน่ยิ้มแล้ว" "ครับพี่ยิ้ม ก็หมอกอยากให้พี่ยิ้มไม่ใช่เหรอ" "ใช่ค่ะ หมอกชอบเห็นพี่ยิ้มมากกว่าทำหน้าบึ้ง" "งั้นต่อไปพี่จะไม่ทำหน้าบึ้งแล้ว" "ดีค่ะ" "ยกกาแฟไปให้คุณพ่อเถอะ เดี๋ยวเราค่อยลงไปคุยกันข้างล่าง" "งั้นเดี๋ยวหมอกตามลงไปนะคะ วันนี้มีคุกกี้มานำเสนอ" "ได้เลย ลงไปเตรียมตัวชิมก่อน" พอลับหลังชินวุฒิรอยยิ้มของเธอก็เจื่อนลง หัวใจที่เคยพองฟูมันเหี่ยวเฉาเมื่อรู้ว่าเขามีผู้หญิงที่ถูกวางตัวไว้เป็นเจ้าสาวอยู่แล้ว ความจริงนลินดารู้ดีว่าเธอไม่คู่ควรความจริงนรินดารู้ดีว่าเธอไม่คู่ควรกับชินวุฒิ แต่ความผูกพันและใกล้ชิดมันก็ทำให้เธออดที่จะคิดไปไกลไม่ได้พอกินอิ่มกันแล้วสองพ่อลูกก็ออกจากคาเฟ่กลับบ้าน เด็กชายชลธีก็ไปเล่นกับเด็ก ๆ แถวนั้นตามประสา แต่ก็ไม่ได้ไปไกลเกินบริเวณบ้าน ส่วนชัชวินทร์ก็ไปที่ห้องทำงานเพื่อทำงานต่อ เวลาไม่ได้ออกไปดูงานที่ไร่เขาก็จะมานั่งทำเอกสารบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่ห้องทำงานทั้งวัน เมื่อถึงเวลาบ่ายอุ๊ยจันทร์ก็ส่งตะกร้าสานใบใหญ่ที่มีฝาปิดด้านบนให้พ่อเลี้ยง "เที่ยวให้สนุกนะคะพ่อเลี้ยง" "อืม เดี๋ยวผมกลับมาตอนเย็น" ชัชวินทร์รับตะกร้ามาแล้วเดินออกจากบ้าน เรียกลูกชายที่วิ่งเล่นแถวนั้นมาหา "พ่อจะไปไหนฮะ" "พาแม่กับชลเที่ยวไงครับ ไปเถอะ" "เที่ยวเหรอ" เด็กชายชลธีสายตาเป็นประกายเมื่อผู้เป็นพ่อจะพาไปเที่ยว ซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะได้ออกจากเขตพื้นที่ไร่แสนกว้างใหญ่ จึงทำให้เด็กน้อยตื่นเต้นมาก ชัชวินทร์ขับรถไปที่ฟาร์มแกะเพื่อรับภรรยา จากนั้นก็ขับรถออกจากไร่ไปตามถนนที่คดเคี้ยว สักพักก็เลี้ยวเข้าทางแยกที่เป็นถนนแคบ ๆ ของชาวบ้าน "คุณชัชจะไปที่ไหนคะ" นลินดาอดถามไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เส้นทางไปในเมือง แต่เหมือนจะเป็นป่ามากกว่า "ปิกนิกไง" "ในป่าเนี่ยนะ" นลินดายิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น แต่ชัชวินทร์ไม่ตอบเธออีก เธอ
หลังจากมื้อเช้ากันแล้ว ชัชวินทร์ก็เตรียมตัวไปทำงานที่ไร่ ส่วนนลินดาก็เตรียมไปดูแลคาเฟ่ของเธอที่ฟาร์มแกะ ทุกๆอย่างคือกิจวัตรประจำวันที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่มีความสุขสงบใบแบบที่ทั้งเขาและเธอต่างต้องการ "ไปป้อนหญ้าแกะกัน" ชัชวินทร์อุ้มลูกชายออกจากบ้านไปทางฟาร์มแกะที่ตอนนี้เปิดเป็นฟาร์มกึ่งสวนสัตว์สำหรับนักท่องเที่ยว ซื้อแกะมาเพิ่ม และยังปรับพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน สร้างคอกกวาง คอกนกกระจอกเทศ มีนกยูงกับไก่ฟ้าที่ปล่อยให้เดินเล่นบนสนามหญ้าที่กั้นตาข่ายเอาไว้ และมีร้านค้าของที่ระลึกกับของพื้นเมืองที่เปิดให้ชาวบ้านมาขายของ รวมถึงคาเฟ่ที่นลินดาบริหารงานเอง จัดโซนพักผ่อนและมุมถ่ายรูปสวย ๆ ไว้หลายจุด มีบ่อปลาคาร์ปสีสวยตลอดแนวทางเดินจนทั่วฟาร์ม ส่วนไร่ชา ไร่สตรอว์เบอร์รี่ ไร่องุ่น ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเก็บชิมและซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างไวน์องุ่น ไวน์สตรอว์เบอร์รี่ ใบชาอบแห้ง สตรอว์เบอร์รี่อบแห้งติดมือกลับไปได้ ไร่อุ่นไอหมอกจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ชัชวินทร์จูงมือลูกชายเดินเข้าไปที่คอกแกะที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังรับหญ้าเส้นยาวจากมือคนเลี้ยงเอาไปป้อนแกะในคอกที
เมื่อคลายปมใที่เคยผูกไว้ในใจได้ชัชวินทร์ก็คือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน เขาไม่เคยทำให้นลินดารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกให้โอกาส เพราะทุกนาทีที่เธอเคียงข้างเขามันผ่านไปอย่างมีความสุข "หมอกว่าเอาสีอะไรดี" นลินดาเงยหน้ามองร้านคาเฟ่ของไร่อุ่นไอหมอกอย่างครุ่นคิด "คุณชัชว่าสีอะไรดีคะ" "สีขาวสิ หรือหมอกว่าไง" "สีขาวหมอกก็ว่าดีค่ะ ร้านคาเฟ่เล็กๆสีขาวท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว หมอกคงมีความสุขกับที่นี่ทั้งวันแน่ๆค่ะ" "หืม..." เขาทำเสียงในลำคอพร้อมเลิกคิ้วใส่ภรรยา "ฉันไม่ยอมให้หมอกมาอยู่ที่นี่ทั้งวันหรอกนะ ให้ทำแก้เหงานิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งตอนเจ้าตัวน้อยคลอดหมอกก็ยิ่งต่องดูแลลูก ต้อง..." "พอค่ะ เรื่องนั้นหมอกรู้แล้ว หมอกแค่เปรียบเทียบเฉยๆ" ฟู่!! ชัชวินทร์ถอนใจโล่งอกทำราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "ค่อยยังชั่ว นึกว่าคิดจะมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันจริงๆจะได้สั่งรื้อเลย" ดวงตาคู่สวยค้อนขวับใส่สามีทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น "ล้อเล่นจ้า...คาเฟ่ของเมียผัวจะไปกล้าแตะได้ยังไง" ชัชวินทร์ไม่ใช่เพียงพูดเอาใจแต่หมายความตามนั้นจริงๆ ทุกวันนี้อะไรที่จะทำให้เธอกระทบกระเทือนความรู้สึกเขาจะไม่ทำอย่างเด็ด
นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้วเชียงรายยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดต่างๆที่งดงามตระการตา บางที่ก็เก่าแก่ควรค่ากับการอนุรักษ์ ทริปสุดท้ายของครอบครัวก่อนที่พวกเขาจะกลับกรุงเทพฯ ชัชวินทร์จึงเลือกพาไปไหว้พระตามวัดต่างๆ ซึ่งดูเหมือนสาวๆจะถูกใจมากเป็นพิเศษ "วัดต่อไปชื่อวัดป่าแฝกนะ ที่นั่นมีที่ให้อาหารปลาด้วย" "ดีจ้ะ แม่ชอบ ทำบุญแล้วก็ต้องทำทานด้วย" "วันนี้คุณไม่บ่นปวดเมื่อยเลยนะลืมหรือเปล่า" คุณชาคริตแซวภรรยาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่คนถูกแซวกลับส่งยิ้มกว้างตอบมา "เหมือนอาการปวดเมื่อยจะหายไปเลยค่ะ สงสัยจะสนุกจนลืมเจ็บลืมปวด" "ผมจำได้นะครับว่าครั้งสุดท้ายที่เราไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวก็ตอนผมเป็นเด็กๆ จากนั้นเราก็ไม่ได้ไปกันอีกเพราะบ้านเรามีเด็กขี้น้อยใจอยู่คนนึง" ชินวุฒิบอกเสียงกลั้วหัวเราะพลางปรายตามองน้องชาย "แหม...ทีแบบนี้จำแม่นะไอ้พี่ชาย" "แม่นสิ เด็กอะไรก็ไม่รู้โคตรใจน้อยโคตรงอแง ระวังเถอะหมอกลูกออกมาจะงอแงเหมือนพ่อมัน" "ไม่หรอกค่ะ ขนาดคุณชัชหมอกยังเปลี่ยนจากสามีเจ้าอารมณ์ให้น่ารักได้ขนาดนี้ กับลูกหมอกเชื่อว่าไม่เกินความสามารถค่ะ แต่ถ้ามีพ่อคอยให้ท้ายหมอกก็จะกำราบทั้งพ่อทั้งลูก" "ฮ
สยบเข่าวลือศึกสายเลือดได้ชนิดที่ว่าขาเม้าท์ต้องถึงกับหน้าหงาย เมื่อสะใภ้คนโตของรุ่งกิจวัฒนาโพสต์ภาพสามีที่นอนกอดกับพ่อและน้องชายที่ก่อนหน้านี้มีวงในบอกว่าเกิดศึกสายเลือดแย่งชิงมรดกกัน แต่จากภาพที่เห็นทำให้ทุกคนรู้ว่าข่าวลือก็คือข่าวลือ เพราะสองพี่น้องเขารักกันแน่นแฟ้นเอามากๆ... ทุกสำนักข่าวพาดหัวด้วยข้อความที่ไปในทิศทางเดียวกันซึ่งมันเกิดผลดีอย่างเกินคาด และเมื่อสามหนุ่มได้เห็นภาพของตัวเองโชว์หราอยู่ในข่าว ก็ถึงกับเขินจนหน้าแดงเพราะทุกครั้งที่ออกสื่อ พวกเขาจะต้องหล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า "เอมอะ จะถ่ายก็ไม่บอกพี่ก่อน พี่ไม่หล่อเลย" "เขาเรียกภาพหลุดไงคะ" "แล้วมีเด็กซนคนนึงไปคอมเมนต์ว่า 'เมาแล้วก็นอน' ด้วยนะพี่เห็น" ชัชวินทร์พูดพลางปรายตาไปหาภรรยาที่ยิ้มแหยอยู่ข้างๆ "แหม...ก็ภาพมันฟ้องนี่คะ หมอกก็อดคอมเมนต์ไม่ได้" นลินดาซบใบหน้ากับต้นแขนของสามีอย่างออดอ้อน เพียงเท่านั้นชัชวินทร์ก็แทบจะใจละลาย "พ่อไม่เคยสนุกอย่างนี้มานานมากๆแล้วนะเนี่ย" "เชื่อค่ะ เห็นนอนกลิ้งเมื่อคืนก็รู้แล้ว แก่แล้วเมากลิ้งกับลูกได้ ห้ามไปเมากลิ้งที่อื่นนะคะเตือนไว้ก่อน" คุณวัลภาเอ่ยแซวจนทุกคนอมยิ้มไปตามๆกัน
กองไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นที่ลานข้างบ้าน ทุกคนในครอบครัวล้อมรับรับไออุ่น ชัชวินทร์ร้องเพลงคลอเบาๆในขณะที่ชินวุฒิดีดกีตาร์ให้จังหวะ นลินดานั่งมองสามีด้วยแววตาเปี่ยมรักซึ่งชัชวินทร์เองก็มองภรรยาด้วยแววตาเช่นเดียวกัน เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเพลงจบต่างคนต่างจูบแก้มสามีเป็นการตอบแทนบทเพลงที่เพิ่งจบไป "สามีหมอกร้องเพลงเพราะจังค่ะ..." "สามีเอมก็ดีดกีตาร์เก่งมากค่ะ" สองสาวต่างก็อวยสามีอย่างไม่มีใครยอมใครจนสองพี่น้องยิ้มแก้มปริ "ผมมีความสุขจังคุณ" "ฉันเองก็มีความสุขค่ะ" คุณวัลภาบอกสามีแล้วส่งยิ้มให้คู่ชีวิต ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าสามีสุขแค่ไหนที่เห็นลูกชายทั้งสองรักใคร่กัน "ชัช..." "ครับพ่อ" "พ่ออยากคุยด้วยเรื่องบริษัทก่อสร้างของเรา" "ครับ" "พ่ออยากส่งต่อให้ลูกดูแล" "ผมไม่..." "อย่าปฏิเสธเลยนะพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆ" "อย่ามาทำเป็นลังเลเลยว่ะ แกจะปฏิเสธพ่อลงเลยหรือไง คุณพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆนะชัช" ชินวุฒิรีบสนับสนุนคำพูดของบิดาเมื่อเห็นน้องชายทำสีหน้าคล้ายลำบากใจ "ฉันชอบที่นี่ว่ะชิน อยากอยู่กับหมอกแล้วก็ลูกที่นี่ ถ้าฉันต้องดูแลบริษัทก่อสร้างก็ต้องไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพ-เชียงราย ฉันไม่อยากทิ้ง







