Share

บทที่ 4

Author: หลีหลี
เซียวจวินโม่ก็ได้รับข่าวและรีบตามมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ทันทีที่ลั่วจื่ออวิ๋นเห็นเขา นางก็เก็บสีหน้าอวดดีลงฉับพลัน และเปลี่ยนเป็นท่าทีอ่อนแอราวกับผู้ได้รับบาดเจ็บ

“จวินโม่ ยามที่ข้าเพิ่งหลอมสร้างขนนกทองคำเส้นนี้สำเร็จ ลั่วชิงอวิ๋นก็ไม่รู้ว่าไปล่วงรู้ข่าวมาจากที่ใดจึงรีบมาที่นี่ และฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่ทันระวัง ลอบโจมตีเพื่อแย่งชิงขนนกทองคำไป”

เซียวจวินโม่มองตรงไปยังลั่วชิงอวิ๋นด้วยแววตามืดครึ้มเยือกเย็น

ลั่วชิงอวิ๋นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ ยามเห็นลั่วจื่ออวิ๋นกลับดำเป็นขาวใส่ร้ายตนเช่นนั้น นางก็ทั้งโกรธทั้งร้อนใจเป็นล้นพ้น จึงรีบเอ่ยความจริงทั้งหมดออกมาทันที

“สิ่งนี้หาใช่สิ่งที่นางหลอมสร้างขึ้นมา แต่เป็นข้า...”

ทว่าสีหน้าของเซียวจวินโม่กลับยิ่งย่ำแย่ลงกว่าเดิม เขาแค่นเสียงหัวเราะหยันอย่างดูแคลน

“ด้วยความสามารถแค่นี้ของเจ้า ยังหลอมขนนกทองคำธรรมดาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แล้วนับประสาอะไรกับขนนกอันงดงามตระการตาเช่นนี้? ข้าเห็นว่าเจ้าถูกจับได้คาหนังคาเขาจนลนลาน ถึงได้กุเรื่องโกหกที่ขัดแย้งกันเองเช่นนี้ออกมาเสียมากกว่า!”

เหล่าเซียนที่ยืนรุมล้อมดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างพากันขยับเข้ามาใกล้ ทั่วทั้งบริเวณล้วนตกตะลึงกับขนนกในมือของลั่วชิงอวิ๋น

“ขนนกทองคำเส้นนี้งดงามพิสดารยิ่งนัก ซ้ำยังดึงดูดให้ปักษานานาพันธุ์เกิดความเคลื่อนไหว และในเมื่อองค์หญิงจื่ออวิ๋นมีตราประทับหงส์ติดตัวมาแต่กำเนิด เช่นนั้นย่อมต้องเป็นนางเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถหลอมสร้างมันขึ้นมาได้”

เหล่าเซียนทั้งหลายต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน

ราชาเผ่าวิหคหลวนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าลั่วชิงอวิ๋น บนใบหน้าเผยสีหน้าเย็นชา

“ลั่วชิงอวิ๋น เดิมทีข้ากับมารดาของเจ้าคิดว่าเจ้าเพียงแค่โง่เขลามาแต่กำเนิด จิตใจหาได้ชั่วร้ายไม่ จึงมิได้ขับไล่เจ้าไปจากหุบเขาอินซู่ แต่ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะซ่อนเร้นความคิดชั่วร้ายหวังแย่งชิงขนนกทองคำของพี่สาวไป เจ้าทำให้พวกเราผิดหวังยิ่งนัก!”

ลั่วชิงอวิ๋นถูกใส่ร้ายเช่นนี้เป็นครั้งแรก นางรีบคว้ามือพวกเขาไว้พลางร้องตะโกนแก้ต่างด้วยความเจ็บปวด

“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกมิได้โกหก นี่ไม่ใช่สิ่งที่พี่หญิงหลอมสร้างขึ้นมา แต่เป็นลูกต่างหาก ลูกหลอมมันขึ้นมาจริงๆ!”

“เหลวไหล! ตบะบารมีของเจ้าต่ำต้อยนัก ลำพังแค่ขนนกทองคำธรรมดายังหลอมสร้างไม่สำเร็จ แล้วจะหลอมขนนกหลอมสวรรค์เช่นนี้ได้อย่างไร”

ทั้งสองสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของนางพร้อมกัน

เซียวจวินโม่มองดูสถานการณ์อันวุ่นวายนี้ ความรังเกียจที่มีต่อลั่วชิงอวิ๋นก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกระดับ

เขาใช้วิชาอาคมแย่งชิงขนนกทองคำจากมือของลั่วชิงอวิ๋นมาวางไว้ในมือของลั่วจื่ออวิ๋น ขนนกทองคำอันเจิดจรัสนั้นแนบสนิทไปกับผิวพรรณของนางได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในลานกว้างดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างกล่าวว่าหลักฐานแน่นหนาดุจขุนเขา ลั่วชิงอวิ๋นคิดไม่ซื่อถึงขั้นขโมยขนนกทองคำของลั่วจื่ออวิ๋นไปจริงๆ!

ลั่วจื่ออวิ๋นมองดูขนนกทองคำที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับขนนกเส้นอื่นๆ บนร่างของนาง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่สามารถหักห้ามไว้ได้อีกต่อไป

นางมองลั่วชิงอวิ๋นที่ยังคงพยายามอธิบายอยู่ พลางเลิกคิ้วขึ้น

“จวินโม่ ลั่วชิงอวิ๋นลอบขโมยและทำร้ายผู้อื่น สมควรได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎสวรรค์ด้วยอัสนีสวรรค์สักครั้งหรือไม่?”

เมื่อได้ยินคำว่าอัสนีสวรรค์ ลั่วชิงอวิ๋นก็เนื้อตัวสั่นสะท้าน นางมองไปทางเซียวจวินโม่ ในดวงตามีเพียงความอ้อนวอน

“ไม่นะ ข้าไม่ได้ทำ...”

ทว่าเซียวจวินโม่กลับไม่ฟังคำอธิบายของนางแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นแล้วเริ่มร่ายวิชา

บนท้องฟ้าเมฆอัสนีรวมตัวกัน แสงสีเขียวและสายฟ้าสีม่วงราวกับคลื่นยักษ์โถมเข้าใส่ลั่วชิงอวิ๋นโดยตรง

“กรี๊ด!”

ลั่วชิงอวิ๋นไม่อาจต้านทานพลังอัสนีนั้นได้เลย นางทำได้เพียงกัดฟันอดทนรับเอาไว้

โลหิตสีแดงสดเปรอะเปื้อนบันไดหินของตำหนักข้าง ลั่วชิงอวิ๋นเต็มไปด้วยบาดแผลทั่วร่าง ทว่านางกลับไม่ยอมรับผิดเด็ดขาด

“ข้ามิได้ขโมย ขนนกหลอมสวรรค์เส้นนี้เป็นของข้าแต่แรกแล้ว!”

สายฟ้าสายแรกยังไม่ทันจางหาย สายที่สองก็ผ่าฟาดลงมาอีก

“หาใช่ข้าไม่! ขนนกหลอมสวรรค์เป็นของข้า!”

ตามมาด้วยสายที่สาม สายที่สี่...

“ไม่ใช่ข้า!”

“ไม่ใช่ข้า!”

เสียงร้องไห้ตะโกนอย่างสิ้นหวังดังสะท้อนไปทั่วตำหนักฝูอวิ๋น

ทว่าสามีและบิดามารดาบังเกิดเกล้าของนาง กลับนิ่งเฉยไม่รู้สึกรู้สม

พวกเขาคอยปกป้องลั่วจื่ออวิ๋นอยู่ห่างๆ บนบันได ยืนมองลั่วชิงอวิ๋นรับโทษทัณฑ์ด้วยสายตาเย็นชา

มีเพียงเหล่านางเซียนจิตใจอ่อนโยนไม่กี่นาง ที่เห็นภาพเหตุการณ์อันน่าอนาถนี้แล้วอดมิได้ที่จะยกมือขึ้นปิดตา

“ตบะบารมีขององค์หญิงชิงอวิ๋นอ่อนแอเกินไป ขืนอัสนีสวรรค์ยังคงผ่าลงมาเช่นนี้ต่อไป นางจะไม่ตายที่นี่หรอกหรือ”

ราชาเผ่าวิหคหลวนกวาดสายตามองพวกนางอย่างเย็นชา ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่แยแส

“ตายก็ให้มันตายไปเถอะ บุตรสาวที่แม้แต่อัสนีสวรรค์ยังต้านทานไม่ไหว หากมีชีวิตอยู่ต่อไปก็รังแต่จะทำให้เผ่าวิหคหลวนต้องอับอายขายหน้า”

บนใบหน้าของเซียวจวินโม่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อย่างไรนางก็ผ่านทัณฑ์อัคคีสวรรค์ไม่ได้อยู่แล้ว จะตายช้าหรือเร็วก็ไม่เห็นจะมีอะไรต่างกัน?”

คนรอบข้างกำลังพูดอะไร ลั่วชิงอวิ๋นได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้ง นางกระอักโลหิตคำโตออกมาคำหนึ่ง แหงนหน้ามองก้อนเมฆสีดำที่ก่อตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ใจสลายจนไร้ความรู้สึก

เมื่อเห็นว่ามังกรอัสนีก่อตัวสำเร็จ เซียวจวินโม่ก็สะบัดมือเรียกอัสนีสวรรค์สายสุดท้ายลงมา

สายฟ้าสายนี้เปรียบดั่งมังกรยักษ์ พุ่งเข้าใส่อย่างน่าสะพรึงกลัว ลั่วชิงอวิ๋นหัวเราะสมเพชตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง

หรือว่าวันนี้นางจะต้องมาจบชีวิตลงที่นี่จริงๆ?

ตายเพราะคำใส่ร้ายของบิดามารดาบังเกิดเกล้าและพี่หญิง ตายด้วยน้ำมือของสามี...

มังกรอัสนีพุ่งเข้าสู่ตำหนัก ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างกลั้นหายใจ

ทว่ารอบกายของลั่วชิงอวิ๋นกลับระเบิดแสงสีทองออกมาโดยฉับพลัน พร้อมกับโอบล้อมสายฟ้าสายนั้นไว้จนมิด

และที่ขอบฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยเมฆอัสนีนั้น ก็พลันปรากฏแสงประหลาดอันเกริกไกรขึ้นอย่างกะทันหัน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 7

    ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาการตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมาที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋นลั่วชิงอวิ๋นหวน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status