Share

บทที่ 3

Author: หลีหลี
นับจากค่ำคืนนั้นเป็นต้นมา ลั่วชิงอวิ๋นก็ไม่ได้พบหน้าเซียวจวินโม่ภายในวังสวรรค์อีกเลยเป็นเวลานาน

นางกำนัลเซียนที่ปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดเอ่ยว่า ช่วงนี้องค์รัชทายาทพำนักอยู่ที่ตำหนักฮ่วนอิ๋งเพื่ออยู่เป็นเพื่อนลั่วจื่ออวิ๋นโดยตลอด ทั้งสองคนแทบจะตัวติดกันเป็นเงาตามตัว

ยามที่ทัณฑ์อัคคีสวรรค์ใกล้เข้ามา เซียวจวินโม่ต้องการให้ลั่วจื่ออวิ๋นข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์อย่างปลอดภัย ถึงกับยอมเดินทางไปหาหลิงเป่าเทียนจุนเพื่อนำเขี้ยวอสูรมารไปแลกอาภรณ์ไหมทองคำมา หลังจากนั้นยังพานางไปพบเต้าหลิงเซียนจวินเพื่อเสาะหาโอสถทิพย์อีกสามสิบขนาน และยอมสูญเสียตบะบำเพ็ญเพียรหนึ่งพันปีเพื่อหลอมรวมแก่นพลังภายในให้นางใหม่

เหล่านางกำนัลเซียนต่างพากันกล่าวว่า องค์รัชทายาทยอมโอนอ่อนผ่อนตามองค์หญิงจื่ออวิ๋นทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าสิ่งใดก็ล้วนตอบรับ

ลั่วชิงอวิ๋นสะเทือนใจเป็นล้นพ้นยามที่ได้ยินคำซุบซิบเหล่านี้

ทว่านางถูกเซียวจวินโม่กักบริเวณ ซ้ำร้ายยังไม่อาจย่างกรายไปที่ใดได้ ทำได้เพียงพากเพียรบำเพ็ญตบะอย่างหนัก

ห้องที่ใช้บำเพ็ญตบะตั้งอยู่ภายในตำหนักข้างหลังหนึ่ง ที่นี่ไร้ผู้คนเหยียบย่าง ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าหลังจากลั่วชิงอวิ๋นปิดกั้นจิตรับรู้ ทั่วทั้งร่างกลับปรากฏประกายแสงสีทองเรืองรองจางๆ ออกมา

ในช่วงสองวันมานี้ยามบำเพ็ญตบะ ลั่วชิงอวิ๋นมักรู้สึกว่าลมปราณเซียนในร่างคล้ายจะปั่นป่วนจนสูญเสียการควบคุมไปบ้าง นางคิดว่าเป็นเพราะจิตใจตัวเองไม่นิ่ง จึงได้ทูลขอยาสงบจิตจากเง็กเซียนฮ่องเต้มาชุดหนึ่ง

หลังจากกลืนโอสถลงไป นางก็มีสมาธิจดจ่อมากกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย แม้กระทั่งแก่นพลังภายในก็ยังทอประกายงดงามตระการตาหาใดเปรียบ

นางรวบรวมไอเซียนภายในตำหนักมาควบแน่นไว้บนฝ่ามือ หมายจะหลอมสร้างขนนกทองคำเส้นแรกขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความอุตสาหะหลายปีในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผล หรือเป็นเพราะบังเอิญไปเจอเคล็ดลับสำคัญเข้า การหลอมสร้างของลั่วชิงอวิ๋นในครานี้กลับราบรื่นไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ อย่างเหนือความคาดหมาย!

นางสัมผัสได้ถึงกระแสพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่เหนืออุ้งมือ ความยินดีเอ่อล้นขึ้นมาทันที

ครั้นสิ้นสุดการบำเพ็ญตบะ นางก็ลืมตาขึ้นทันใด ทว่าภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำให้นางตระหนกตกใจเป็นล้นพ้น!

ขนนกทองคำบนฝ่ามือทอประกายเจิดจรัสระยิบระยับ ยามขยับเข้าไปเพ่งมองอย่างละเอียด ก็สามารถเห็นไอเซียนเจ็ดสีหลั่งไหลหมุนเวียนอยู่ด้านบน

เหล่าวิหคน้อยและกระเรียนเซียนที่เลี้ยงไว้ในวังสวรรค์ต่างถูกขนนกทองคำเส้นนี้ดึงดูดให้บินมารวมตัวกัน พวกมันพากันแหงนหน้าขับขานบทเพลง และเริงระบำพลิ้วไหวอยู่รอบตำหนักข้าง

ลั่วจื่ออวิ๋นซึ่งอยู่ห่างออกไป ณ ตำหนักฮ่วนอิ๋งก็เป็นคนของเผ่าปักษาเช่นกัน นางก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของขนนกทองคำที่อบอวลไปทั่วสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเช่นเดียวกัน

นางเดินตามกลิ่นอายตรงไปยังตำหนักฝูอวิ๋น ยามมองดูตำหนักข้างที่ถูกปักษานานาชนิดรุมล้อม ภายในใจก็บังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยผุดขึ้นทีละชั้น

นางร่ายเวทสะบัดประตูให้เปิดออก เพียงแรกเห็น สายตาก็ถูกขนนกทองคำอันงดงามตระการตาเส้นนั้นสะกดไว้แน่น

ลั่วจื่ออวิ๋นหน้าเปลี่ยนสีไปในทันใด นัยน์ตาทั้งคู่ฉายแววโทสะยามตวัดมองลั่วชิงอวิ๋น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“นี่คือขนนกทองคำที่เจ้าหลอมสร้างขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?”

เป็นไปได้อย่างไรกัน?!

ลั่วชิงอวิ๋นที่กำลังดื่มด่ำกับความสุข พลันต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น พอเงยหน้าก็พบว่าเข็มปักษาวิญญาณอันก่อเกิดจากพลังเวทเล่มหนึ่งพุ่งจู่โจมเข้ามาพอดี

นางรีบร้อนโคจรลมปราณด้วยความตื่นตระหนก กางข่ายอาคมป้องกันขึ้นชั้นหนึ่งเพื่อปกป้องตนเองไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ทว่าลั่วจื่ออวิ๋นกลับไม่ยอมเลิกรา ระดมซัดเข็มปักษาวิญญาณเข้าใส่เป็นห่าฝน ลั่วชิงอวิ๋นหลบหลีกไม่พ้นจนล้มกระแทกพื้น

นิมิตมงคลปักษานานาชนิดรวมกับเสียงต่อสู้กัน ได้สั่นสะเทือนผู้คนไปกว่าครึ่งวังสวรรค์อย่างรวดเร็ว

ด้านนอกตำหนักฝูอวิ๋น พลันมีเซียนหลายสิบองค์มาเนืองแน่นในเวลาอันสั้น

ผู้ที่รุดมาถึงเป็นกลุ่มแรกคือประมุขกับชายาประมุขเผ่าวิหคหลวนที่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวผิดปกติได้ก่อนก้าวหนึ่ง

พวกเขามองดูขนนกทองคำในมือของลั่วชิงอวิ๋นด้วยความตกใจจนหน้าถอดสี สีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีสุดขีด

“ขนนกหลอมสวรรค์! จื่ออวิ๋น นี่คือสิ่งที่เจ้าเพิ่งจะบำเพ็ญตบะสร้างขึ้นมาใช่หรือไม่?”

ลั่วจื่ออวิ๋นเหลือบมองลั่วชิงอวิ๋นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแวบหนึ่ง ก่อนจะผงกศีรษะรับคำอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่รู้สึกละอายใจสักนิด

ทั้งประมุขกับชายาประมุขเผ่าวิหคหลวนต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

มิใช่เพราะเหตุอื่นใด แต่เป็นเพราะขนนกหลอมสวรรค์เส้นนี้โดยแท้

ตามตำนานเล่าขานว่า เศษเสี้ยวอัคคีที่หลงเหลือจากการที่พระแม่หนี่ว์วาซ่อมนภา ถูกเผ่าหงสาคาบกลับมา ช่วยหนุนเสริมให้พวกเขาสามารถหลอมสร้างขนนกทองคำทั่วร่างสำเร็จ จนสามารถปลิดชีพจอมมารลงได้

แม้จอมมารจะดับสูญ ทว่าเผ่าหงสาก็แทบจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปด้วย ในวาระสุดท้าย ประมุขเผ่าหงสาได้สละตบะบำเพ็ญเพียรทั่วร่างจนหมดสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นทัณฑ์อัคคีสวรรค์เพื่อใช้บททดสอบปักษานานาพันธุ์

ปักษาใดที่ข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์สำเร็จ จะได้รับพลังเทพแห่งบรรพกาล กลายเป็นเทพประมุขหงสาผู้กุมต้นกำเนิดอัคคีแห่งสามภพและขึ้นเป็นใหญ่เหนือวิหคทั้งปวง

นับแต่โบราณกาลเนิ่นนานมา มีเทพประมุขหงสาถือกำเนิดขึ้นมาเพียงสององค์ และล้วนแต่ต้องสิ้นชีพลงเพื่อปราบปรามเผ่ามารให้สงบราบคาบทั้งสิ้น

ในเมื่อขนนกหลอมสวรรค์ปรากฏขึ้นมาแล้ว เช่นนั้นพญาหงส์ย่อมต้องจุติสู่โลกหล้าเป็นแน่!

ชะรอยว่าเผ่าวิหคหลวนของพวกเขา กำลังจะได้ก้าวกระโดดขึ้นสู่จุดสูงสุดในชั่วข้ามคืนเป็นแน่แท้!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 7

    ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาการตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมาที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋นลั่วชิงอวิ๋นหวน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status