Share

บทที่ 5

Penulis: หลีหลี
“นี่ไม่ใช่แสงอัคคีคุ้มกายพญาหงส์หรอกหรือ? เหตุใดจึงมาปรากฏที่นี่ได้?”

เมื่อเกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า คำอุทานของเทพเหวินชวี่ทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ตกตะลึงกันถ้วนหน้า ต่างพากันรวบรวมสมาธิเฝ้าสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา

เห็นสายฟ้าและแสงสีทองพัวพันหมุนวนเข้าหากัน เมฆอัสนีทั่วฟ้าพลันสลายตัวไปเอง เสียงมังกรคำรามดังก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้าปฐพี แสงเทพสีม่วงเข้มสายหนึ่งพุ่งลงมาจากสุดขอบฟ้าเข้าสู่ตำหนักข้าง!

ชั่วครู่ต่อมา มังกรยักษ์ตัวหนึ่งก็พุ่งทะลุแสงนั้นออกมาแล้วเหาะเหินมุ่งหน้าไปทางทิศบูรพา ที่หางของมันม้วนพันซ้อนทับกันราวกับกำลังโอบรัดใครคนหนึ่งเอาไว้

เหล่าเซียนถูกเหตุการณ์อันกะทันหันนี้ทำให้ตกใจจนขวัญเสีย จึงรีบใช้วิชาอาคมตรวจสอบทันที

“ที่แท้ก็คือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพานี่เอง! ได้ยินมาว่าเมื่อหลายวันก่อนเขาเพิ่งเด็ดผลฮุยเยี่ยนมาจากหุบเขาลั่วเสีย ไม่แปลกใจเลยที่ปรากฏแสงอัคคีพญาหงส์!”

“เป็นเยี่ยนเจ๋อจริงๆ หรือนี่ เขามาปรากฏตัวที่วังสวรรค์ได้อย่างไร? แถมยังช่วยลั่วชิงอวิ๋นหนีไปอีก?”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าเซียนกลับช่วยเตือนสติลั่วจื่ออวิ๋น นางมองดูบริเวณลานที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเสียหาย พลันมีความคิดหนึ่งวาบเข้ามาในหัว

“ตอนที่ลั่วชิงอวิ๋นยังไม่ได้แต่งเข้าสู่วังสวรรค์ ที่หุบเขาอินซู่เคยมีข่าวลือหนาหูว่านางสนิทสนมกับเยี่ยนเจ๋อแห่งทะเลบูรพายิ่งนัก ในเมื่อตอนนี้เยี่ยนเจ๋อยอมบุกวังสวรรค์เพื่อช่วยนาง เห็นทีข่าวลือนั้นคงมิใช่เรื่องเท็จ ทั้งสองคนช่างมีใจให้กันจริงๆ เลยนะ”

เซียวจวินโม่มองแสงสีม่วงที่ค่อยๆ เลือนหายไปไกลตาด้วยสายตาเย็นชา โดยไม่ได้กล่าววาจาใดๆ เลยแม้แต่คำเดียว

เรื่องวุ่นวายนี้จบลงอย่างรวดเร็ว เหล่าเซียนต่างพึงพอใจที่ได้ชมละครฉากใหญ่ ระหว่างขี่เมฆกลับก็ยังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด

เซียวจวินโม่ไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วเดินกลับตำหนักหลักฝูอวิ๋น ทันทีที่ก้าวเข้าประตู เขาก็เรียกตัวเซียนรับใช้ที่อยู่หน้าประตูเข้ามา

“เจ้าจงไปที่ทะเลบูรพาแล้วหาตัวเยี่ยนเจ๋อ บอกเขาว่าหากเขามีใจรักใคร่ลั่วชิงอวิ๋น ก็ไม่จำเป็นต้องส่งตัวลั่วชิงอวิ๋นกลับวังสวรรค์หรอก อย่างไรเสียข้าก็เห็นนางแล้วขวางหูขวางตา มิสู้ให้นางอยู่ที่วังมังกรไปเสียเลยจะดีกว่า ทำเช่นนี้มิเพียงสมความปรารถนาของข้ากับลั่วจื่ออวิ๋น แต่ยังถือว่าไม่เป็นการทรยศต่อความรักของพวกเขาด้วย”

“องค์รัชทายาทรับสั่งให้บ่าวนำความมาบอกท่าน…”

ขณะที่ลั่วชิงอวิ๋นตื่นจากฝันร้ายด้วยอาการสะลึมสะลือ นางก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางหน้าประตูพอดี จึงค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง

นางเงียบฟังทุกอย่างจนจบ ความเจ็บปวดลึกล้ำราวกับเข็มทิ่มแทงแล่นขึ้นมาที่กลางอก แววตาพลันหม่นแสงลง

เยี่ยนเจ๋อดูจะเดือดดาลยิ่งนัก น้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะที่ปิดบังไม่มิด เขากล่าวถามคาดคั้นเซียนรับใช้จากวังสวรรค์ไม่หยุด จนอีกฝ่ายหวาดกลัวเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

เมื่อเห็นว่าเซียนรับใช้ทำตัวไม่ถูก ลั่วชิงอวิ๋นจึงรีบเรียกชื่อเยี่ยนเจ๋อเพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดนั้น

เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวจากด้านในห้อง เยี่ยนเจ๋อจึงข่มโทสะเอาไว้แล้วโบกมือไล่เซียนรับใช้ให้ออกไป

ยามที่เขาเดินเข้าห้องมา ลั่วชิงอวิ๋นก็เก็บงำความรู้สึกหดหู่ไว้มิดชิดแล้ว นางย่อกายคำนับเล็กน้อยเพื่อกล่าวขอบคุณ

เยี่ยนเจ๋อมองดูคนที่ทั้งผอมบางและอ่อนแอ แล้วนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเซียวจวินโม่ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการหยามเกียรติ ในใจของเขาก็เกิดความสงสารขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ชิงอวิ๋น อีกไม่นานทัณฑ์อัคคีสวรรค์จะมาถึง ช่วงนี้เจ้าจงอยู่ที่นี่เพื่อฝึกบำเพ็ญเถิด นี่เป็นเรือนส่วนตัวของข้า เจ้าอยากจะอยู่ที่นี่นานเท่าใดก็ได้”

ลั่วชิงอวิ๋นยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ไอเซียนภายในห้องก็พุ่งกรูไปรวมตัวกันที่หน้ากระจกเงา ทันใดนั้นพื้นผิวกระจกก็ปรากฏภาพอันเปี่ยมเมตตาของเง็กเซียนฮ่องเต้ขึ้นมา

“ชิงอวิ๋น เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ข้ารู้เห็นหมดแล้ว จวินโม่ทำเกินไปจริงๆ ข้าจะลงโทษเขาเอง เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเขาเลย ไว้ร่างกายดีขึ้นเมื่อไหร่ก็รีบกลับมาเสียเถิด”

สิ้นเสียงนั้น ไอวิญญาณก็สลายตัวออกไปอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องกลับสู่สภาพเดิม ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน

เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ใช้คันฉ่องทิพย์สื่อเสียงฝากถ้อยคำมาถึงลั่วชิงอวิ๋น เพื่อเกลี้ยกล่อมให้นางกลับไป

ลั่วชิงอวิ๋นย่อมรู้ดีว่าด้วยฐานะของตน การจะพำนักอยู่ที่ทะเลบูรพานานเกินไปย่อมไม่เหมาะสม

นางเกรงเรื่องคำครหา ทั้งยังหวาดหวั่นว่าจะนำความเดือดร้อนมาสู่เยี่ยนเจ๋อโดยไม่จำเป็น จึงปฏิเสธคำเชิญของเขาอย่างสุภาพ แล้วลุกขึ้นเดินออกไป

ทว่าเยี่ยนเจ๋อก็รีบตามออกมา เขายื่นกล่องไม้จันทน์หอมใบหนึ่งมาให้

“ชิงอวิ๋น ของในกล่องนี้จะช่วยให้เจ้าฝ่าทัณฑ์เคราะห์ไปได้ เจ้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดี”

ลั่วชิงอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเปิดกล่องนั้นออก

ภายในคือชุดเกราะเกล็ดมังกรที่เปล่งประกายงดงาม

มันถูกสร้างขึ้นจากเกล็ดมังกรเก้าร้อยเก้าสิบเก้าชิ้น ทุกชิ้นล้วนมีไอสีม่วงจางๆ แผ่ซ่านออกมา

เยี่ยนเจ๋อคือมังกรม่วงเพียงหนึ่งเดียว…ในสี่ทะเลแปดดินแดน เกราะเกล็ดมังกรชุดนี้เป็นของผู้ใด ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย

“ข้าไปเอาผลฮุยเยี่ยนมาจากหุบเขาลั่วเสียเพื่อนำมาหลอมรวมกับชุดเกราะนี้ ยามที่ทัณฑ์อัคคีสวรรค์มาถึง มันจะช่วยปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยไร้กังวล”

เมื่อได้สบเข้ากับแววตาอันอบอุ่นและลึกซึ้งของคนตรงหน้า ลั่วชิงอวิ๋นก็ตกตะลึงจนไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้

นางรีบเลิกแขนเสื้อของเยี่ยนเจ๋อขึ้นดู เห็นเพียงร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์กรีดลึกสลับไปมาไปทั่วเนื้อตัว ผิวหนังไม่มีที่ใดสมบูรณ์เลยแม้แต่น้อย!

หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอในเบ้าตาไม่อาจกลั้นไว้ได้อีก จึงไหลทะลักลงมาเป็นสาย

“เหตุใดท่านถึงโง่งมเช่นนี้! ชุดเกราะเกล็ดมังกรนี้คือของวิเศษคุ้มกายของท่าน ส่วนผลฮุยเยี่ยนยิ่งเป็นสมบัติล้ำค่าจากสรวงสวรรค์ ข้าไม่อาจรับไว้ได้หรอก”

เยี่ยนเจ๋อยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่หางตาของนางอย่างแผ่วเบา มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ

“เด็กดี ข้าเพียงแต่อยากรักษาชีวิตของเจ้าเอาไว้ ไม่ว่าเจ้าจะนิพพานกำเนิดเป็นพญาหงส์ได้หรือไม่ก็ตาม สิ่งนั้นล้วนไม่สำคัญเลย”

ถ้อยคำที่แสนอ่อนโยนนี้ทำให้หัวใจของลั่วชิงอวิ๋นบีบรัดด้วยความเจ็บปวด นางส่ายหน้าปฏิเสธ

“ท่านลงมือขอดเกล็ดมังกรออกทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ จะเจ็บปวดเพียงใดกัน ของมีค่าถึงเพียงนี้ ข้ารับไว้ไม่ได้จริงๆ”

เยี่ยนเจ๋อจนปัญญา จึงได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา

“ชิงอวิ๋น เจ้าตั้งครรภ์แล้ว ถือว่าเห็นแก่เจ้าเด็กคนนี้ เจ้าก็ต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้”

ข่าวนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าผ่าฟาดกลางใจ ลั่วชิงอวิ๋นตกตะลึงจนยืนนิ่งงันไปในทันที

นางยังไม่ทันได้สติ เซียนรับใช้ก็จูงสัตว์วิเศษเหยียบเมฆาเข้ามา แม้ในใจเยี่ยนเจ๋อจะอาลัยอาวรณ์สักเพียงใด แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่อาจรั้งนางไว้ได้อีกต่อไป

เขาสะบัดมือเพียงคราเดียว ส่งตัวนางและกล่องไม้อันล้ำค่าขึ้นสู่หลังสัตว์พาหนะอย่างนุ่มนวล

“ชิงอวิ๋น ทัณฑ์อัคคีสวรรค์ครั้งนี้ เจ้าต้องมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 1

    ข้าผู้มีสภาพร่างกายแหลกเหลว วิญญาณแทบแตกดับ และบาดเจ็บสาหัสทั่วกาย ทำได้เพียงแหงนมองพี่หญิงที่นั่งเด่นอยู่บนแท่นสูง น้อมรับการคารวะกราบกรานจากมวลวิหคจนกระทั่งทัณฑ์อัคคีสวรรค์มาถึง นางดึงดันลากข้าไปฝ่าทัณฑ์เคราะห์ด้วยท่าทีลำพองใจ หมายใช้โลหิตของข้าเฉลิมฉลองการนิพพานของนางแต่ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status