Mag-log inอากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี
“คุณคินน่าจะอารมณ์ไม่ดี ไม่เห็นออกมาจากห้องเลยตั้งแต่เช้า พี่ไปเคาะเรียกก็บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง พี่ว่าน้องยี่หวาขึ้นไปดูเขาหน่อยดีไหม เหมือนว่าเมื่อคืนก็ไม่ได้ลงมากินข้าว”
“ขนาดพี่แหวนขึ้นไปเรียกเขายังไม่ออกมา แล้วหวาไปเรียกเขาจะออกมาเหรอคะ?” หญิงสาวก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะมีอิทธิพลมากมายขนาดนั้น แต่ก็แปลก ดูเหมือนหลายวันนี้ตั้งแต่ที่วราลีกลับมาอยู่บ้าน อคินก็เหมือนจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง
“อย่างน้อยเขาคงเชื่อน้องยี่หวามากกว่าพี่ ส่วนเรื่องป้าอิ้งเดี๋ยวพี่จัดการให้เอง น้องยี่หวาเข้าไปดูที่บ้านใหญ่เถอะ”
“ก็ได้ค่ะ งั้นหวาฝากพี่แหวนด้วย ถ้าเกิดมีอะไรก็โทรหาหวานะคะ”
“จ้ะๆ งั้นพี่เข้าไปดูป้าแกก่อนนะ”
วราลีไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เธอไม่อยู่นี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หลายปีที่ห่างเหินกันไปอคินจะกลายเป็นคนแบบไหน ร่างบางเดินมาดูยังโต๊ะอาหารที่มีสำรับวางทิ้งไว้ตั้งแต่เที่ยง นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว อาหารเย็นชืดหมดแสดงให้เห็นว่าคนข้างบนไม่ได้โผล่หน้าออกมาเลย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“คุณคิน หวาเองค่ะ คุณคินเป็นอะไรรึเปล่าคะ?”
“เปล่า มีอะไร?”
เสียงตอบจากคนด้านในแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้หลับ แต่เพราะเหตุใดถึงได้ไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลา
“คุณคินเปิดประตูหน่อยได้มั้ยคะ หวาเอาข้าวขึ้นมาให้”
“เอาลงไป ไม่หิว” น้ำเสียงคล้ายคนอ่อนแรง
หลังจากสิ้นประโยคนั้น คนในห้องก็เงียบเสียงไปเลย วราลีได้แต่ยืนทอดถอนใจอยู่หน้าประตู สุดท้ายก็ต้องยกสำรับกลับลงมา แต่จะว่าไปแล้ว เธอรู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลบางอย่าง จะว่าอคินแอบดูคลิปโป๊อีก แต่ด้วยวัยขนาดนี้เขาคงไม่จำเป็นต้องทำหลบๆ ซ่อนๆ แล้วกระมัง ถ้าวินิจฉัยจากน้ำเสียงแผ่วเบาเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่ว่าเขาป่วยอยู่หรอกนะ
หญิงสาวตัดสินใจกลับขึ้นไปใหม่อีกครั้งเพื่อเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ด้านในอีก คราวนี้ไร้ซึ่งเสียงตอบ แต่อคินแง้มประตูออกมาถามด้วยตัวเองว่าเธอต้องการอะไร
‘เอ๊ะ! ทำไมในห้องเหมือนมีกลิ่นควัน?’
วราลีสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงแสร้งทำเนียนถามออกไป
“คุณคินไม่สบายรึเปล่าคะ?”
“เปล่า เธอมีอะไร?”
“คุณคินทำอะไรอยู่ ให้หวาเข้าไปได้มั้ยคะ?”
“ไม่ต้อง จะเข้ามาทำไม?” อคินทำท่าจะปิดประตู แต่ถูกคนตัวเล็กออกแรงดันไว้ เห็นสีหน้าคลางแคลงเพียรมองเข้ามาด้านในก็รู้แล้วว่าแม่ตัวดีนี่คงอยากรู้อยากเห็นอีกเป็นแน่
“คุณคินซ่อนใครไว้ในห้องเหรอคะ?”
“ไร้สาระ...ทำไม คิดว่าฉันแอบเอาผู้หญิงมาทำเรื่องอย่าว่าในห้องรึไง เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าสอดรู้ให้มาก”
“หวาไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ หวาโตพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว” เธอพูดไม่ผิด ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอคงไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นและประสบพบเจอมันคืออะไร แต่เวลานี้เธอมีวุฒิภาวะพอที่จะแยกแยะได้แล้วว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด แล้วเธอก็รู้แล้วด้วยว่าที่ผ่านมาอคินทำบัดสีอะไรไว้กับเธอ
“ฮึ! อวดเก่ง” เขาว่า ในขณะที่ประตูถูกแง้มแช่ไว้นั้นกลิ่นควันก็ลอดออกมาจากช่องว่าง อคินไม่คิดว่าวราลีจะหาญกล้าออกแรงดันพรวดเข้ามาจนเขาเกือบหน้าหงาย แต่ในเมื่ออยากเข้ามานักก็ตามใจ
หญิงสาวมองถุงซิปล็อกบรรจุเกล็ดผงสีขาวที่เหลืออยู่ไม่มาก บนโต๊ะกระจกมีขวดแก้วใสที่ด้านบนปักด้วยหลอดสองอัน ตัวหลอดโค้งงอตั้งฉากลักษณะคล้ายตัวแอลในภาษาอังกฤษ แต่เธอไม่รู้ว่ามันไว้ใช้ทำอะไร
“นี่อะไรคะ?” เด็กสาวอายุย่างสิบเจ็ดยังห่างไกลจากโลกในด้านมืดมากนัก วราลีได้แต่สงสัยว่ามันจะใช่อย่างที่เธอคิดหรือไม่ ซึ่งอคินอ้างว่ามันก็แค่ขวดเครื่องดื่มธรรมดา ไฟแช็กนี่ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเขาสูบบุหรี่มาก่อน ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
‘ขวดเครื่องดื่มทำไมต้องมีสองหลอด จะผลัดกันดูดรึยังไง?’ เจ้าตัวคิดแต่ไม่ได้โพล่งออกมา
“แล้วทำไมคุณคินถึงไม่ยอมลงไปกินข้าวเลยคะ หวาก็นึกว่าคุณไม่สบาย”
“ทำไม เป็นห่วงรึ?...ก็แค่เล่นเกมเพลินไปหน่อย กำลังติด จะนั่งดูด้วยกันมั้ยล่ะ อยากรู้อยากเห็นนัก”
วราลีมองไปที่จอคอมพิวเตอร์ อคินเปิดเกมไว้จริงๆ ด้วย และก็เพิ่งสังเกตว่ามีอะไรหลายอย่างที่อัพเดทไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นจอขนาดใหญ่ขึ้น คีย์บอร์ดและเมาส์สำหรับเกมเมอร์ รวมไปถึงเก้าอี้หนังบุบวมที่ดูแล้วเหมือนเบาะรถแข่งสีน้ำเงินตัวนั้น หรือว่าที่ไม่ยอมกินข้าวกินปลาก็เพราะว่าติดเกมนี่เอง
อคินได้ยินเสียงวราลีถอนใจดังเฮือก จนเขาแอบข้องใจไม่ได้ว่าตัวเองทำให้อีกฝ่ายหนักใจขนาดนั้นเชียวหรือ
“เป็นอะไร จะดูก็ไปยืนเกาะเบาะข้างหลังโน่น” คนขมวดคิ้วโบ้ยหน้า แต่วราลีไม่ได้ปฏิบัติตาม เธอกลับกวาดสายตาสำรวจห้องของเขาแทน
คนอยากรู้อยากเห็นมองอย่างสนใจ และมาสะดุดตาตรงผนังข้างห้องน้ำถัดจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ด้านที่เธอยืนอยู่ ตรงนั้นมีสร้อยคอสีเงินเส้นเล็กลวดลายเหมือนโซ่แขวนไว้ที่ตะขอติดผนัง จี้รูปฟันเฟืองสีเงินรมดำมีสัญลักษณ์ของสถาบันอยู่ตรงกลางด้วย
อคินเห็นวราลียืนมองจี้เกียร์วิศวะของเขาด้วยความสนอกสนใจ
“อยากได้เหรอ?”
“ไม่อ่ะค่ะ ไม่เห็นจะสวยเลอ ดูไม่เหมาะกับผู้หญิง” เจ้าตัวก็แค่ตอบไปตามความรู้สึก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความหมายและที่ไปที่มาของมันคืออะไร
อคินเห็นแววตาใสซื่อคู่นั้นแล้วก็เผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย “เฮอะ! มีแต่คนเขาอยากได้ รู้มั้ยมันสำคัญแค่ไหน กว่าจะได้มาไม่ใช่ง่ายๆ”
“งั้นคุณคินก็เก็บไว้สิคะ จะยกให้คนอื่นทำไม”
คนถูกย้อนหัวเราะฮึๆ ในลำคอ “ฉันอยากจะให้ใครมันก็เรื่องของฉันไหม ไม่เอาก็ไม่ต้องเอา” เขาตัดบทแล้วหันไปเล่นเกมต่อ แต่พอเห็นวราลีจะเดินออกไปก็นึกขึ้นได้ “เออ รอเดี๋ยว มีอะไรจะให้”
แล้วชายหนุ่มก็เดินไปเปิดตู้เย็นขนาดเล็กในห้องแล้วหยิบลูกชุบออกมากล่องหนึ่ง “เอ้า ชอบกินไม่ใช่เหรอ”
เขาจำได้ว่าตอนเด็กๆ วราลีชอบลูกชุบมาก เธอชอบรสชาติแล้วก็รูปทรงผลไม้อวบอิ่มมันวาวนี่ เพียรจะไปแอบขโมยกินในครัวเรื่อย เวลาที่สะอิ้งซื้อมาเตรียมไว้ใส่บาตรตอนเช้า จนนางต้องซื้อแยกเก็บเอาไว้ให้ แล้วสั่งไม่ให้เด็กน้อยขโมยของที่จะเอาไว้ให้พระฉันเพราะมันบาป
พอเห็นว่าเขาจำได้ก็ปลื้มใจไม่น้อยจนเผยยิ้มออกมา วราลีกล่าวขอบคุณแล้วรับของมาจากมือใหญ่
“นี่คือจะปิดปากหวาเหรอคะ?”
“ใช่ที่ไหนเล่า ซื้อมาฝาก” เขารีบเฉลย เพราะคิดว่าวราลีเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องที่เขากำลังทำอยู่ ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องสั่งห้ามหรอกมั้ง
แต่ที่ไหนได้ อคินประมาทและดูถูกในความฉลาดของวราลีเกินไปแล้ว เพราะหลังจากที่กลับออกไป หญิงสาวได้สอบถามเพื่อนรุ่นเดียวกันและค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต จนกระทั่งรู้ว่าไอ้ขวดแก้วทรงคนโทเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะของอคินนั้นใช้ทำอะไร
ว่าแล้วกลางดึกคืนนั้นเธอก็หาโอกาสตอนที่บ้านเงียบสงบขึ้นไปเคาะประตูเรียกเขา คนที่นั่งเล่นเกมต่อสู้อยู่ด้านในไม่ได้ใส่หูฟัง พอรู้ว่าเป็นเสียงของวราลีก็นึกแปลกใจ เมื่อบ่ายก็มารอบนึงแล้ว นี่ยังจะมาเคาะเรียกกลางค่ำกลางคืนอีก
“เฮ้ย ยัยเด็กบ้า นี่คิดอะไรกับฉันรึเปล่าเนี่ย ติดใจอะไร นี่ไม่ยอมให้จับของฉันเล่นแบบแต่ก่อนนี้หรอกนะ” เขาเปิดประตูโพล่งออกไปอย่างหงุดหงิด แต่วราลีไม่สนคำพูดส่อไปทางลามกของอคิน พอเห็นเขาเธอก็หันหน้าจอมือถือยื่นไปจ่อข้างหน้าเกือบทิ่มลูกตาคนพูด
ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งนั้นเหมือนกับอุปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกในห้องของเขาเปี๊ยบ
“อุปกรณ์เสพยาไอซ์” น้ำเสียงเหมือนคนไม่พอใจ ซึ่งอคินเองก็งงว่าแล้วเธอจะมาโกรธอะไรเขา
“แล้วไง?” เจ้าตัวทำเป็นแข็งขืน แม้ในใจจะทึ่งในความพยายามของแม่คนนี้นัก “ความพยายามสูงซะจริงนะ ยังไง จะเอาไงว่ามา”
“คุณคินเสพยาทำไม ยาเสพติดมันไม่ดีนะคะ ครูบาอาจารย์ไม่ได้สอนเหรอ?”
“เอ๊ะยัยนี่! หลอกด่าเหรอ เดี๋ยวเหอะ”
“ถ้าคุณลุงรู้ว่าคุณคินติดยาต้องโดนลงโทษหนักแน่”
“ก็ไม่ต้องให้รู้สิ ถ้าฉันไม่พูดเธอไม่พูดใครจะรู้ล่ะ แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็แค่ลองดูเฉยๆ ไม่ได้ติดสักหน่อย...ถ้าขืนปากมากนะ เจอดีแน่”
วราลีสูดหายใจลึกๆ รู้ว่าเธอสู้ไม่ได้แน่ ที่สาวใช้บอกว่าระยะหลังเห็นชายหนุ่มมีอาการฉุนเฉียวบ่อยไม่รู้ว่าเพราะผลจากฤทธิ์ยาหรือเปล่า
คนถูกขู่กำลังใช้ความคิด “งั้นก็จ่ายมาค่ะ พันนึง ค่าปิดปาก” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ขอแก้เผ็ดสักครั้ง อย่างน้อยการที่เธอต้องมารู้เห็นเรื่องนี้ก็ควรมีค่าทำขวัญบ้าง
“แม่เจ้าโว้ย โก่งราคาด้วย หาเงินเก่งแบบนี้เลิกเรียนแล้วไปเป็นมิจฉาชีพมั้ย?”
“ห้าร้อยนั่นมันเมื่อหลายปีที่แล้วค่ะ ทุกอย่างมีต้นทุน เรื่องสำคัญมากการปิดบังไม่ให้เผยแพร่ออกไปก็ยากขึ้นด้วย ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง ฉะนั้นราคาก็สูงตามค่ะ”
อคินส่ายหน้าขำ อนาคตแม่นี่ต้องเป็นนักการตลาดที่เก่งติดอันดับประเทศแน่ ขนาดไม่สิบแปดยังหัวหมอขนาดนี้แล้ว หากเลี้ยงไม่ดีอนาคตไม่แคล้วเป็นมิจฉาชีพตัวแม่ของวงการสิบแปดมงกุฎแน่
“พี่ติณห์รู้เรื่องนี้มั้ยคะ?”
“ทำไม จะไปฟ้องเหรอ?”
“ถ้าจ่ายครบก็ไม่ฟ้องค่ะ...ไหนคะ พันนึง”
“ไม่มี! มีแต่เนี่ย...” สายตาเชิญชวนให้ก้มมองแก่นกลางลำตัวที่แข็งปั๋งอยู่ในเป้ากางเกง “จะเอามั้ยล่ะ ให้จับทีนึง” พูดพลางกลั้วหัวเราะ ยิ่งเห็นวราลีทำหน้าขยะแขยงยิ่งสะใจ
“อุบาทว์...จ่ายมาค่ะจะได้รีบไป”
“ก็บอกว่าไม่มี...โอนได้ไหมล่ะ เอาเบอร์มาดิ”
วราลีเปิดโทรศัพท์มือถือเข้าหน้าแอพธนาคารแล้วส่ง QR Code ให้ อคินเดินไปหยิบมือถือมาสแกนจ่ายเงินค่าปิดปาก พลางบ่นอุบ
“เคี่ยวฉิบหาย...แล้วก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาอีกนะ ถ้ามาอีกจะคิดว่าชอบฉันแล้วนะ...แต่ถ้าเหงาอยากจะมาขอจับไอ้นั่นของฉันเล่นแบบสมัยก่อนล่ะก็บอก เอาไว้ค่อยมาดึกกว่านี้หน่อย” อคินเผยรอยยิ้มยั่วอย่างชั่วร้าย นี่เป็นการขู่เพราะไม่อยากให้เธอมาวุ่นวายกับเขาอีก
“ทุเรศ น่าเกลียด”
“อะไร? ตอนนั้นไม่ใช่ว่าเธอก็ตื่นตาตื่นใจรึไง แหม...เอาไว้โตกว่านี้หน่อยนะจ๊ะน้องสาว แล้วพี่จะจัดให้” คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
วราลีเม้มปากแน่นเมื่อถูกยั่วโมโห อคินต้องเมายาแน่ๆ ถึงได้พูดจาลามกจกเปรตออกมาเช่นนี้ เพราะถ้าเขามีเจตนาไม่ดีอย่างว่าจริงๆ เหตุใดก่อนหน้านี้ถึงต้องหลบหน้าหลบตาเธอนานร่วมสามปีด้วย
“คุณคิน คนทุเรศ!” พูดจบก็ปิดประตูห้องเสียงดังปัง!
คำพูดยั่วเย้าของอคินได้ผลชะงัดนัก ตั้งแต่วันนั้นวราลีไม่โผล่มาไปที่ห้องเขาอีกเลย จนเมื่อวันหนึ่งที่หญิงสาวเห็นว่ามีชายแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน เธออยู่ในสวนและเห็นอคินเดินออกมาส่งเขาตรงหน้าประตู ดูจากท่าทางแล้ว ชายร่างผอมและมีรอยสักที่คอผู้นี้ดูไม่น่าไว้ใจเลย
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาจะมาส่งยา?
ขากลับชายคนนั้นหันมาเห็นเธอด้วย หญิงสาวในชุดกางเกงขาสั้นสีครีมนั่งอยู่บนชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ เขายิ้มให้เธอ วราลีจึงพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อยเป็นการตอบรับ ก่อนจะลุกหนีเดินกลับเข้าไปทางด้านหลังบ้าน แต่ไม่คิดว่าคนผู้นั้นจะซ่อนตัวอยู่ข้างกำแพง
จังหวะที่หญิงสาวได้ยินเสียงแก๊กๆ เหมือนใครโยนหินหรืออะไรบางอย่างใส่ผนังติดต่อกันหลายครั้งบริเวณห้องน้ำด้านนอกครัว วราลีจึงเดินไปดูเผื่อว่ามีใครเป็นอะไร เธอคิดว่าชายแปลกหน้าผู้นั้นออกจากบ้านไปแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะมาดักซุ่มหาจังหวะฉุดเธออยู่ตรงนี้
วินาทีที่เห็นว่าเป็นชายร่างผอมที่มีรอยสักตรงต้นคอ เขาก็พุ่งตัวเข้ามาคว้ารวบเธอไว้แล้วเอามือปิดปาก พยายามลากเธอเข้าไปในห้องน้ำด้านนอกที่ไว้สำหรับสาวใช้และคนสวน วราลีได้แต่ดิ้นขลุกขลักพยายามกระทุ้งแขนและถีบขาแรงๆ ให้หลุดพ้น พยายามร้องเรียกคนในบ้านแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน วันนี้ไม่ใช่เวรทำสวน ในบ้านมีผู้ชายแค่คนเดียวคืออคิน ซึ่งรายนั้นก็คงหมกตัวอยู่แต่ในห้องอีกตามเคย
“อื้อออ.....อื้อ...” เสียงร้องอุดอู้อยู่ในลำคอ จังหวะนั้นเธอถูกชายกักขฬะต่อยเข้าที่ท้องจนทรุดตัวฮวบ เขาจับร่างบอบบางหันหน้าเข้ากำแพงห้องน้ำและเตรียมถอดกางเกง
วราลีน้ำหูน้ำตาไหลพราก ความกลัวแล่นเข้ามาอย่างจับจิตจับใจ ทำได้แค่ใช้มือน้อยๆ ทุบผนังห้องน้ำเสียงดังๆ หวังว่าจะมีใครสักคนผ่านมาได้ยิน แต่ถึงตอนนั้นเธอก็คงจะเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว
ตึก! ตึก!...ตึก!
“อื้อ...อื้อออ~”
สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่
เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช
ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 
“ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม
เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื
คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่
เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้น
ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก&nb
ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อ
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเลือนหายหรือถูกบันทึกไว้ในห้วงแห่งความทรงจำ กระทั่งเมื่ออคินเรียนจบปริญญาตรีตามที่อาคมคาดหวัง โชคชะตาก็ได้พาให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ก่อให้เกิดเป็นวังวนที่ผูกมัดหัวใจของเด็







