หน้าหลัก / โรแมนติก / วังวนพันธนาการ / บทที่ 6 ถึงคราวแยกย้าย

แชร์

บทที่ 6 ถึงคราวแยกย้าย

ผู้เขียน: สวาตี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-15 07:30:04

          ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อตัวสั่นไปหมด

          วินาทีนั้นเสียงถีบประตูห้องน้ำดังโครม! ประตู PVC ทั้งบานแทบฉีกออกจากกรอบ อคินไม่ได้สนใจภาพของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพโป๊เปลือยช่วงล่าง หากเขากระชากไอ้เดรัจฉานที่บังอาจบุกเข้ามาขืนใจวราลีถึงในบ้านของเขาออกมากระทืบด้านนอก

          คนขวัญเสียและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรีบดึงกางเกงขึ้นมาสวม ได้แต่ร้องไห้นั่งคุดคู้อยู่ในห้องน้ำ ไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น ได้ยินแต่เสียงตุ้บตั้บต่อยตีและโอดโอยของคนร้าย อคินพ่นคำหยาบคายออกมาหลายคำด้วยความโมโห ได้ยินเสียงสะอิ้งและสาวใช้ร้องกันวี้ดว้ายเมื่อรู้ว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน

          ใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นมาอีกครั้งอย่างสะดุ้งตกใจ เป็นอคินที่เข้ามาดึงตัวเธอขึ้นมา

          “ฉันเอง ยี่หวา ไม่เป็นไรแล้วนะ” เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กันเมื่อเห็นเธออยู่ในสภาพขวัญหนีดีฝ่อเช่นนี้ คนตกใจโผซุกอกเขาราวกับลูกนกใต้ปีกผู้เป็นแม่

          “คุณคิน หวากลัว” เสียงพูดเจือไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น

          อคินสวมกอดเธอไว้แน่น ไม่ต่างไปจากแม่นกที่คอยปกป้องลูกน้อย

          “ไม่เป็นไรแล้วยี่หวา ฉันอยู่นี่แล้ว เธอปลอดภัยแล้ว ฉันไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเธอได้หรอก ไม่ต้องกลัวนะ เข้าบ้านเถอะ”

          อคินประคองร่างเล็กผ่านหน้าทุกคนไป รู้สึกผิดและโกรธที่ตัวเองชักนำคนร้ายเข้าบ้าน ทำให้วราลีเกือบโดนข่มขืน หากไม่เพราะหลังรับมอบยาเสพติดกันแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกคิดถึงยัยเด็กตัวแสบขึ้นมา จึงตั้งใจจะลงมาแหย่เล่นสักหน่อย แต่หารอบบ้านก็หาไม่พบ กระทั่งมาสะดุดตรงเสียงทุบผนังห้องน้ำด้านหลังครัว

          เรื่องนี้แม้แต่สะอิ้งก็ใจหายใจคว่ำ ทุกคนต่างช่วยกันปลอบใจวราลีที่ขวัญหนีกระเจิงไปในตอนนั้น คนร้ายที่ถูกอคินกระทืบจนสลบคาเท้าถูกมัดไว้หน้าบ้าน รอให้ฟื้นแล้วค่อยจัดการอีกที เขาไม่ได้ให้ใครโทรแจ้งตำรวจเพราะเกรงว่าเรื่องราวจะบานปลาย อีกทั้งจะกลายเป็นว่าเรื่องที่เขาเสพยาจะแพร่งพรายออกไปด้วย

          “ถ้ามึงกล้าทำระยำแบบนี้กับน้องกูอีกมึงตาย! แล้วอย่าให้กูรู้ว่ามึงไปทำกับคนอื่นแบบนี้ด้วย คนอย่างกูพูดจริงทำจริง...และอย่าได้คิดแก้แค้น ไม่งั้นกูเอามึงตาย และกูยังจะลากพวกมึงไปลงนรกทั้งโคตรเลยคอยดู”

          ถ้อยคำทิ้งท้ายของชายหนุ่มที่มีนัยน์ตาคมกริบราวใบมีด ต่อหน้าคนร้ายที่จำสภาพเดิมแทบไม่ได้ ใบหน้าปูดโปนและโชกไปด้วยเลือดได้แต่พยักหน้ายกมือไหว้ขอชีวิต

          “อย่าได้ไปบอกใครว่ามึงขายยาให้กู” อคินกำชับ ความดุดันทั้งน้ำเสียงและสีหน้าทำให้ไม่มีใครกล้าแม้กระทั่งจะเข้าไปขัดจังหวะ

          แต่ถึงกระนั้นความลับก็ไม่มีในโลก เรื่องที่อคินก่อขึ้นสุดท้ายก็ไม่อาจปกปิดได้อยู่ดี เมื่ออาคมกลับมาบ้านแล้วรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ต่อให้เมื่อครู่อคินจะกลายร่างเป็นเสือที่ดุร้ายไล่แยกเขี้ยวใส่คนอื่น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อ เขาก็แค่ลูกแมวเกเรตัวหนึ่งเท่านั้น

          “ไอ้ลูกไม่รักดี! มีเหตุผลอะไรถึงต้องไปใช้ยาพวกนี้หา?” คนเป็นพ่อเรียกอคินเข้าไปคาดคั้นในห้องทำงาน อุปกรณ์เสพยาที่ค้นได้จากห้องนอนของบุตรชายวางหราเป็นหลักฐานอยู่บนโต๊ะ คนเป็นลูกหมดสิทธิ์จะแก้ตัว

          เวลานี้ในห้องตรงกลางชั้นสองถูกปิดเงียบ ไม่มีใครกล้าโผล่หน้าขึ้นไปแม้แต่คนเดียว

          “ผมก็แค่อยากลอง ไม่ถึงขั้นติดสักหน่อย ช่วงหลังติดเกมแล้วก็เบื่อๆ ด้วย หาอะไรเปิดโลกหน่อยจะเป็นไรไป”

          “ไอ้คิน! เปิดโลกบ้านแกสิ นี่เหรอเหตุผลของแก แกไม่ใช่เด็กแล้วนะเฮ้ย ทำอะไรใช้ความคิดมั่ง คนอื่นรู้เข้าฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”

          “ผมถึงได้ไม่แจ้งความไง”

          “ไอ้ลูกเวร มันใช่เรื่องมั้ย?” คนหัวเสียไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าดี

          “พ่อก็ตั้งความหวังกับผมไปซะทุกอย่าง รู้มั้ยแบบนี้ผมยิ่งเครียด”

          “แกอย่ามาหาข้ออ้าง แกเป็นลูกชายคนเดียวของฉัน ถ้าแกไม่เอาไหนแล้วฉันจะยกสมบัติที่มีอยู่ให้ใครกันฮะ?”

          “ไม่ใช่ว่าพ่อตั้งใจจะยกให้ยัยเด็กขี้เหร่นั่นอยู่แล้วรึไง? โธ่ แล้วก็บอกว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง”

          “ไอ้คิน!!” อาคมนึกอยากจะเอาขวดยาไอซ์เขวี้ยงหัวกบาลลูกชายนัก สีหน้ายียวนนี้ไม่รู้ว่าได้จากใครมา “เรื่องนี้ฉันว่าฉันพูดกับแกรู้เรื่องไปแล้วนะ ยี่หวาไม่ใช่ลูกฉัน ฉันแค่รักและเอ็นดูเหมือนลูก”

          “รักยิ่งกว่าลูกตัวเองอีกมั้ง” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างเซ็งๆ

          “แล้วไง ยี่หวาเป็นน่ารัก นิสัยดีแล้วก็ตั้งใจเรียน ก็เหมาะแล้วที่ฉันจะรักไม่ใช่รึไง”

          “รักแบบลูก ชิ! ที่บอกว่าไม่ใช่ลูกเมียน้อย ไม่ใช่ว่าจะเก็บไว้ทำเมียซะเองล่ะ”

          “ไอ้นี่!! พูดจาหมาๆ แกเห็นพ่อแกเป็นคนยังไงฮะ!”

          “ก็ใครจะไปรู้ล่ะ พ่อไม่เห็นรึไง คนอื่นเขาก็คิดว่าพ่อเลี้ยงต้อยทั้งนั้น ผมไม่เอายัยนั่นเป็นแม่เลี้ยงหรอกนะ บอกซะก่อน”

          “หน็อย ไอ้ลูกเวร...ดูท่าฉันคงจะใจดีกับแกมากเกินไปแล้วถึงได้นิสัยเสียแบบนี้ ที่แกเอาแต่ใจฉันล่ะไม่ว่า ฉันเห็นแกขาดแม่ก็เลยไม่อยากจะบีบบังคับ แต่นี่อะไร ความคิดสกปรกแบบนี้คิดออกมาได้ยังไง”

          อาคมเห็นสีหน้ากวนประสาทของบุตรชายแล้วก็ทอดถอนใจ เป็นเขาเองที่ผิดที่ตามใจอคินมาตั้งแต่ต้น สุดท้ายถึงได้เป็นเช่นนี้

          “ผมขอโทษ ผมเลิกแล้วก็ได้ ต่อไปนี้ผมจะตั้งใจทำงาน พ่ออยากให้ผมทำอะไรพ่อสั่งมาเลย ทำให้หมด พอใจยัง?”

          คนเป็นพ่อเห็นเม้มปากแน่น พยักพเยิดหน้าช้าๆ อย่างหมั่นไส้

          “ได้ ก็ดี งั้นฉันตัดสินใจแล้ว แกไปอยู่กับป้าแกที่สกอตแลนด์ ไปเรียนต่อแล้วก็ทำงานที่นั่นสักห้าปี ไม่ต้องโผล่หัวกลับมานี่ถ้าฉันไม่ได้สั่ง”

          “ฮะ?! นี่พ่อจะดัดสันดานผมรึไง”

          “ก็เออสิวะ”

          “พ่อ!”

          “ไม่ต้องมาเรียก เดือนหน้าแกเตรียมตัวบินไปอยู่กับป้าแกได้เลย แล้วฉันจะสั่งป้าแกไม่ให้โอ๋แก ให้หัดลำบากลำบนซะมั่ง เงินฉันก็จะไม่ส่งให้ด้วย หาเลี้ยงตัวเองเถอะ” คนเป็นพ่อหายใจหอบจนต้องไปนั่งเก้าอี้ พอโมโหมากเข้าก็เริ่มแน่นหน้าอก

          “โห...นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ ผมลูกพ่อนะ พ่อจะเก็บเงินไว้ให้แต่ยัยเด็กนั่นรึไง ผมหรือเขากันแน่ที่เป็นลูกแท้ๆ ของพ่ออ่ะ?”

          “ไม่ต้องมาพูดมาก ออกไปได้แล้ว จะไปไหนก็ไปเลยไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า”

          “ชิ! เดี๋ยวตอนผมไม่อยู่พ่อจะคิดถึงผม” อคินสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง มีการหันกลับมาดูหน่อยนึงว่าบิดาเป็นอะไรรึเปล่า พอเห็นว่าแค่โกรธจนหน้าดำคร่ำเคร่งก็สะบัดออกประตูไป

          อาคมถอนใจหนักก่อนจะพิงหลังไปกับเก้าอี้บุนวมสีดำพนักสูง เวลานี้เขาเองก็สุขภาพไม่ค่อยดีแล้ว อนาคตจะอยู่บริหารงานได้อีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ ถ้าไม่รีบเคี่ยวเข็ญอคินให้โตเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ก็เกรงว่าจะไม่ทันการแล้ว

          วันไปส่งอคินที่สนามบิน วราลีขออนุญาตอาคมติดตามไปด้วย คนอาวุโสเห็นว่าหญิงสาวดูมีสีหน้าเศร้าสร้อย ทั้งก่อนจากยังฝากขนมให้เขาพกไปกินที่ต่างประเทศด้วย ตัวบุตรชายเองก็ดูจะยิ้มย่องผ่องใส

          “ฉันไม่ได้ชอบลูกชุบนี่สักหน่อย เธอชอบไม่เก็บไว้กินเองล่ะ” อคินบ่นแต่ก็รีบเก็บใส่กระเป๋า วราลียิ้มและจ้องสีหน้ากวนประสาทของเขาก่อนจะเอ่ย

          “เผื่อว่าที่โน่นหากินไม่ได้ไงคะ”

          “ทำไม กลัวว่าถ้าฉันคิดถึงเธอแล้วจะไม่มีอะไรดูต่างหน้าเหรอ ถ้าคิดงั้นทำไมไม่หาเอาของปลอมมาเล่า แบบนี้ไม่ทันขึ้นเครื่องก็กินหมดแล้ว เนี่ย ไม่รู้จักคิดให้ดีๆ” ยังเป็นอคินที่พูดจายียวนเหมือนเดิม

          วราลีเผยยิ้ม แต่ใบหน้าก็ยังคงเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด

          “คุณคินเดินทางดีๆ นะคะ”

          “รู้แล้วน่า”

          อาคมดีใจที่สองคนนี้ญาติดีกันได้ แต่เมื่อสังเกตดีๆ กลับพบว่าในความสนิทสนมนั้น วราลีดูมีสีหน้าอาลัยอาวรณ์แปลกๆ นั่นไม่ใช่ว่าหญิงสาวจะหลงชอบเจ้าลูกชายตัวดีเข้าหรอกนะ

          ‘เช่นนั้นก็คิดถูกแล้วที่ให้อยู่ห่างๆ กัน’

          คนเป็นพ่อเกรงว่าเจ้าลูกจอมเกเรจะทำเธอเสียใจ หญิงสาวที่อุปนิสัยดีและเฉลียวฉลาดอย่างวราลีไม่ควรต้องมาเสียเวลากับผู้ชายเสเพลอย่างนี้ หญิงสาวควรจะได้พบเจอกับผู้ชายที่ดีและรักเธอมากกว่า ขืนปล่อยให้วราลีคบหากับอคินมีหวังจะทำให้เธอเสียใจเปล่าๆ ดูจากท่าทางวันนี้ก็รู้ เจ้าลูกชายตัวแสบนั่นดูมีท่าทีอาลัยอาวรณ์ใครเสียที่ไหน

          ความจริงอาคมได้จัดแจงหาเช่าอะพาร์ตเมนต์ไว้ให้อคินเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เพื่อไม่ให้เป็นภาระและเป็นการรบกวนครอบครัวของญาติภรรยามากเกินไป อคินตัดสินใจจะเรียนต่อปริญญาโทในสาขาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหรือ MIS ที่อนาคตจะนำมาใช้เป็นประโยชน์กับธุรกิจของบิดา

          อาคมรู้สึกดีใจที่บุตรชายเริ่มคิดได้ และก็หวังว่าเขาจะปรับปรุงตัวให้เป็นโล้เป็นพายกับเขาบ้าง คนเป็นพ่อได้ตระเตรียมค่าเล่าเรียนในส่วนนี้และส่งไปให้กับคนเป็นป้าเพื่อช่วยดูแลแทน พร้อมคิดเผื่อไว้แล้วว่าถ้าอนาคตอคินไม่สามารถเป็นผู้นำกิจการของอชิรกาญจน์ได้ก็คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของติณห์ ส่วนอคินอย่างน้อยก็น่าจะเป็นผู้ช่วยแบ่งเบาภาระของหลานชายได้ อย่างไรเสียธุรกิจที่ดำเนินมาเกือบสามสิบปีนี้คงไม่ต้องถึงกับต้องล่มสลายในยุคของลูกกับหลานชายกระมัง

          ที่สำคัญเขายังมีวราลีที่พึ่งพาได้อีกหนึ่งคน เด็กสาวคนนี้ดูอนาคตไกล ในวันข้างหน้าถ้าเกิดชอบพอกับติณห์เขาก็ยินดีจะส่งเสริมให้แต่งงานกัน อาคมให้คำมั่นไว้ต่อหน้าพี่สะใภ้และรูปภาพหน้าโลงศพของพี่ชาย ว่าเขาจะดูแลหลานคนนี้ให้เหมือนกับลูกของตนเอง และติณห์ก็เป็นหนุ่มไฟแรงที่มากไปด้วยความสามารถอันน่าชื่นชม เสียดายที่อคินไม่ยอมเอาเยี่ยงอย่างคนเป็นพี่เลย

          นับตั้งแต่อคินบินไปใช้ชีวิตอยู่กับป้าผู้เป็นพี่สาวแท้ๆ ของมารดาที่สกอตแลนด์ วันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาคมให้วราลีย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่บนชั้นสองซึ่งเป็นห้องที่ยังว่างอยู่ เวลานี้เธอเองก็เข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งแล้ว ด้วยความสามารถทำให้สอบเข้าสถาบันชั้นนำได้อย่างไม่ต้องสงสัย

          เวลาว่างอาคมจะให้ติณห์พาวราลีไปสัมผัสการทำงานที่บริษัทและออกนอกสถานที่ ไปเรียนรู้กระบวนการ Shipping เพื่อจะได้มีประสบการณ์ทำงานมากขึ้น ซึ่งเด็กสาวอายุสิบแปดย่างสิบเก้าปีคนนี้ก็มีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ดีใช้ได้ เธอเรียนรู้ได้ไวและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีอย่างยิ่ง

          วราลีได้รู้จักกับรุ่นพี่ที่เป็นพนักงานออฟฟิศด้วยกันมากมาย รู้จักไปกระทั่งผู้บริหารที่สนิทกับติณห์ ทุกคนต่างก็เอ็นดูในความน่ารักและขยันขันแข็งของเด็กสาวในชุดนักศึกษา ที่เลิกเรียนแล้วมักจะมานั่งช่วยพวกพี่ๆ จัดเรียงเอกสารบ้าง จัดทำเล่มรายงานบ้างทุกวัน เข้าออกออฟฟิศราวกับที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองก็ไม่ปาน

          วันหนึ่งในขณะที่ช่วยยกแฟ้มเอกสารไปเก็บในห้องทำงานของติณห์ วราลีก็ได้ยินพวกพี่ๆ ทีมเลขาคุยกันว่าปิดเทอมนี้อคินจะบินกลับมาเมืองไทย หลังจากที่เขาไม่ได้กลับมาเลยเกือบสองปี น่าจะเป็นเพราะยังต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตที่โน่น

          วราลีได้ยินดังนั้นก็แอบดีใจ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนเธอก็ไม่เคยลืมความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับคนผู้นั้นเลย อคินเป็นความทรงจำทั้งดีและไม่ดีของเธอ เป็นทั้งคนร้ายแล้วก็ผู้มีพระคุณในคนเดียวกัน

          ช่วงเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา หญิงสาวได้แต่เฝ้ามองเขาผ่านช่องทางการติดตามในโซเชียล ติณห์เป็นคนส่งลิงก์ให้ บอกว่าอคินวานให้ส่งให้เธอไว้ใช้ส่องเขา แม้ชายหนุ่มจะไม่ค่อยได้อัพเดทเรื่องราวผ่านหน้าโซเชียลเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าเขายังสบายดี วันๆ ยุ่งอยู่กับการเล่าเรียนและหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูตัวเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ – คุณพ่อยังเล็ก

    สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ - คู่กรณีของติณห์

    เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช

  • วังวนพันธนาการ   บทส่งท้าย

    ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 30 ข้อตกลง

    “ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 29 ความจริง

    เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 28 สืบหา

    คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 8 หึงหวง

    เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้น

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 7 การกลับมา

    ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก&nb

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 5 จุดหักเหของชีวิต

    อากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี&nbs

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 4 การพบกันอีกครั้ง

    เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเลือนหายหรือถูกบันทึกไว้ในห้วงแห่งความทรงจำ กระทั่งเมื่ออคินเรียนจบปริญญาตรีตามที่อาคมคาดหวัง โชคชะตาก็ได้พาให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ก่อให้เกิดเป็นวังวนที่ผูกมัดหัวใจของเด็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status