เข้าสู่ระบบร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเข้ามาด้านในออฟฟิศทุกคนถึงได้ดูวุ่นวายกันนัก ยิ่งเฉพาะทีมเลขาหน้าห้องผู้บริหาร
“เกิดอะไรกันขึ้นคะ นี่ยังไม่เลิกงานเลยไม่ใช่เหรอ?” วราลีแหงนมองนาฬิกาดิจิตอลที่ผนังบอกว่าเวลานี้เพิ่งจะสามโมงกว่า แต่ทำไมดูเหมือนว่าทุกคนเลิกงานกันแล้ว เท่าที่มองไปไม่เห็นมีใครนั่งอยู่กับที่เลยสักคน
“แหมน้องยี่หวาคะ นิดๆ หน่อยๆ...ก็จะไม่ให้พวกพี่ตื่นเต้นได้ยังไง เย็นนี้คุณอคินจะเข้ามาที่บริษัท” แน่นอนว่าพวกเธอคือแฟนคลับผู้หลงใหลในรูปโฉมหล่อเหลาของลูกชายท่านประธานใหญ่ แต่ใครเลยจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของผู้ที่มีใบหน้าดุจลูกรักพระเจ้าเท่ากับเธอผู้นี้
“หืม เขากลับมาวันนี้เหรอคะ?” เธอแทบลืมไปเลย ก่อนหน้าติณห์ก็บอกว่าอคินจะแวะมาที่บริษัท แต่เพราะวุ่นวายอยู่กับเรื่องทำรายงานเลยไม่ได้สนใจว่าใครจะเข้ามาวันไหน อีกทั้งสองสามวันนี้เธอก็ไม่ได้กลับบ้านแต่ไปค้างทำงานกลุ่มที่คอนโดเพื่อน
“กลับมาตั้งแต่เมื่อวานจ้ะ แต่จะเข้ามาวันนี้ตอนห้าโมง” พี่เลขาสุดสวยคนเดิมกล่าว
วราลีรู้สึกว่าหัวใจเธอมันเต้นแรงบอกไม่ถูก ทำไมการที่จะได้เจอเขามันทำให้เธอรู้สึกดีอกดีใจขนาดนี้ก็ไม่รู้
นี่ก็จะสี่โมงแล้ว ถ้าอคินจะเข้ามาตอนห้าโมงจริงๆ อย่างนั้นเธอก็ควรลงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตด้านล่างหาอะไรต้อนรับเขาเสียหน่อย ว่าแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายจากห้องของติณห์เดินลงลิฟต์ไปยังชั้นใต้ดินทันที
ชั้นล่างของตึกสำนักงานนี้นอกจากจะมีซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำแล้วก็ยังมีร้านค้าต่างๆ มากมาย แต่วราลียังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ดี น้ำพริกดีหรือไม่ อยู่ที่ต่างประเทศคงไม่ได้กิน แต่จะว่าไป เดี๋ยวกลับถึงบ้านเขาแค่สั่งให้สะอิ้งทำก็จบแล้ว ถ้างั้นก็เป็น...
“ลูกชุบ” เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ร้านขายขนมไทยซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้าซูเปอร์ฯ
ร้านนี้เป็นร้านประจำที่หญิงสาวมักจะลงมาซื้อขนมไปเก็บไว้กินเวลาอ่านหนังสือหรือทำรายงาน พอถึงหน้าร้าน พี่แม่ค้าคนงามก็ยิ้มให้หญิงสาวอย่างอารมณ์ดี
“หมดแล้วจ้าน้องยี่หวา ช้าไปแค่เสี้ยวนาที วันนี้มีคนมาเหมาลูกชุบพี่ไปหมดแล้ว”
“อ้าว” คนเสียความตั้งใจไหล่ตกทันที ทำปากยื่นเหมือนเด็กถูกขัดใจขนาดแม่ค้ายังขำ และเพราะเสียงของหล่อนทำให้ลูกค้าที่เหมาขนมไปนั้นหันมามอง เพราะเขาได้ยินเสียงแม่ค้าเรียกชื่อนี้...
“ยี่หวา!”
เสียงนั้นเป็นเสียงที่คุ้นหูมากทีเดียว เมื่อหญิงสาวหันไปก็ต้องอึ้งเพราะคนที่เรียกเธอนั้นคือเจ้าของร่างสูงในเสื้อเชิ้ตดำที่หล่อและเท่จนไม่อาจละสายตา
“คุณคิน!” เธอไม่คิดว่าจะเป็นเขา และก็ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ ร่างบอบบางรีบวิ่งไปหาชายหนุ่มด้วยสีหน้าเบิกบาน
“เกือบจำไม่ได้ โชคดีได้ยินแม่ค้าเขาเรียกชื่อ” อคินสารภาพตามตรง มองรูปลักษณ์ของหญิงสาวในชุดนักศึกษาแล้วอดชื่นชมไม่ได้ เธอไม่ใช่ยัยเด็กขี้เหร่ของเขาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสาวน้อยที่สวยสะดุดตาเลยทีเดียว
“คุณคินจะเหมาลูกชุบไปไหนคะ?”
ร่างสูงยกถุงใส่กล่องลูกชุบนับสิบกล่องในมือขึ้นมา
“อะอ่อ ซื้อขึ้นไปฝากพนักงานข้างบน” เขาว่า แอบขำตอนเห็นหญิงสาวหันไปทำหน้าเซ็ง “ทำไม คิดว่าฉันจะตอบว่าซื้อมาฝากเธอเหรอ...บ้าหรือไง กินคนเดียวหมดนี่เบาหวานได้ถามหากันพอดี”
“เปล๊า!” เจ้าตัวเสียงสูง อาการพูดพลางยักไหล่เช่นนี้ทำให้อคินยิ่งรู้สึกขำ บ่งบอกชัดเจนเลยว่าวราลีกำลังคาดหวังเช่นนั้นจริงๆ
“เอ้านี่ เอาไปกล่องเดียวก็พอ” พูดจบก็ส่งอีกถุงหนึ่งให้ วราลีเปิดดูแล้วก็มองหน้า
“ทำไมมันไม่เหมือนกล่องอื่นล่ะคะ?”
เพราะในถุงที่เขายื่นให้มีแค่กล่องเดียว แต่เป็นกล่องใหญ่แล้วก็พิเศษตรงที่แพ็กเกจผูกริบบิ้นสวยกว่ากล่องธรรมดาที่เขาบอกว่าจะซื้อไปฝากคนบนออฟฟิศ
ก่อนจะตอบ อคินยักคิ้วคมเข้มให้เธอครั้งหนึ่ง “ก็อันนี้สั่งเขาทำไว้พิเศษตั้งแต่เมื่อวาน ชอบล่ะสิ”
เธอคาดไม่ถึงว่าเขาจะใส่ใจเช่นนี้ คนรับอดที่จะยิ้มปลื้มไม่ได้
“ชอบค่ะ”
ใบหน้าแดงระเรื่อของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเขินตามไปด้วย ทั้งคู่เดินกลับเข้ามาในออฟฟิศด้วยกันเพื่อไปหาติณห์ที่ห้องผู้บริหาร แถมตอนจะกลับบ้านเขายังชวนเธอขึ้นรถไปด้วย ทำให้เหล่าสาวๆ ที่แอบปลื้มชายหนุ่มอิจฉาตาร้อนไปตามๆ กัน
พอมาถึงบ้านก็เห็นผู้เป็นพ่อนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่ห้องรับแขก อาคมเห็นว่าทั้งคู่กับมาด้วยกันก็แปลกใจเล็กน้อย สีหน้าของวราลีดูแช่มชื่นกว่าทุกครั้ง ขนาดไม่เจอกันมาเป็นปี กลับมาครั้งนี้ก็ดูท่าว่าจะไม่ได้ห่างเหินกันอย่างที่คิด อาทิตย์หน้าอาคมต้องบินไปเจรจาเรื่องงานที่ต่างประเทศ กลัวเหลือเกินกลัวว่าพ่อตัวดีจะก่อเรื่องอะไรอีก
วราลีเข้ามาสวัสดีอาคมแล้วก็ขอตัวกลับขึ้นห้องไป อคินจะเดินตามแต่ถูกคนเป็นพ่อรั้งไว้ก่อน
“เจ้าคิน มานี่สิ...มะรืนนี้พ่อจะบินไปเยอรมัน อาทิตย์หน้าแกมีแพลนจะไปเที่ยวไหนหรือเปล่า?”
“ไม่ครับ รู้สึกเหนื่อยอยากอยู่บ้าน”
“ไม่ไปเที่ยวที่ไหนเหรอ แล้วพวกเจ้าท็อปเจ้าทัชมันไม่ชวนแกไปค้างอ้างแรมที่ไหนหรือไง หรือจะไปนอนคอนโดของเจ้าติณห์?”
อคินรู้สึกว่าในคำถามของผู้เป็นพ่อฟังแล้วเหมือนมีอะไรแปลกๆ
“นี่พ่อจะพูดอะไรกันแน่...ทำไมผมรู้สึกว่าพ่อไม่อยากให้ผมอยู่บ้านเลย?”
อาคมมองขึ้นไปยังชั้นสองบริเวณฝั่งซ้ายมือซึ่งเป็นห้องของวราลี อคินถึงเข้าใจทันทีว่าบิดาต้องการจะสื่ออะไร
“โหพ่อ นี่เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย?”
“ยังต้องให้พูดอีกเหรอ?”
“มันก็ไม่ขนาดนั้นมั้ย ผมก็แยกแยะดีชั่วได้อยู่นะ”
“เออ ฉันก็อยากจะดูน้ำหน้าแก...ยี่หวาไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่แกจะแหย่เล่นตามใจได้แล้วนะ น้องเป็นสาวแล้ว อีกอย่าง ฉันก็หวังจะให้คบหากับเจ้าติณห์มัน”
“ถามจริง?” อคินไม่เคยรู้มาก่อน และก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคนเป็นพี่จะรู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่ “สุดท้ายพ่อต้องเอายัยนี่มาเกี่ยวดองเป็นญาติผมให้ได้สักทางเลยใช่มั้ย ไม่เป็นน้องก็เป็นพี่สะใภ้เนี่ย”
“แกจะเสียงดังทำไม!” อาคมเอ็ดเบาๆ กลัวว่าคนที่อยู่ชั้นสองจะได้ยิน
“แสดงว่าพ่อก็ไม่ได้บอกยี่หวา รายนั้นก็ไม่รู้ตัวใช่มั้ยว่าถูกพ่อจับคู่ให้”
“ฉันก็ไม่ได้จะทำถึงขั้นนั้น แต่ถ้าเกิดสองคนเขารักชอบกันขึ้นมาจริงๆ มันก็ดีไม่ใช่รึไงเล่า?”
อคินฟังแล้วไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไหร่ แต่ก็ขี้เกียจออกความเห็น
“แล้วแต่พ่อเหอะ” พูดจบก็ขอตัวกลับขึ้นห้อง
อาคมเห็นท่าทีไม่ใส่ใจของอคินที่มีต่อวราลีแล้วก็สบายใจ อย่างน้อยก็รู้แล้วว่ารายนี้คงไม่ได้คิดอะไรกับหญิงสาว เหลือก็แต่วราลีแล้ว ถ้าอนาคตจะชอบพอกับติณห์หรือไปเจอคนอื่นที่เหมาะสมกว่าเขาก็คงจะไม่บังคับ
ระหว่างที่กำลังนั่งทำรายงานอยู่ในห้อง หญิงสาวก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทีแรกเข้าใจว่าเป็นพี่แหวนสาวใช้ แต่ปรากฏว่าเปิดออกไปกลับเป็นร่างสูงของอคินยืนอยู่
“เสาร์นี้วันเกิดไอ้ท็อป มันจะปิดโซนร้านอาหารของน้ามันเลี้ยงฉลอง มันให้มาชวนเธอ จะไปด้วยกันมั้ย?”
“วันเกิดพี่ท็อปเหรอคะ งั้นหวาไปค่ะ...พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนเดี๋ยวหวาจะแวะไปดูของขวัญให้พี่ท็อปหน่อย คุณคินอยากได้อะไรมั้ย?”
“ไม่ต้องซื้อหรอก ไอ้นั่นแค่มีเหล้ากับสาวๆ มันก็ไม่อยากได้อะไรแล้ว” อคินรู้จักนิสัยของเพื่อนสนิทดี แต่พอวราลีได้ยินแบบนั้นก็ดูเหมือนจะหน้าเจื่อนเล็กน้อย “ฉันหมายถึงว่าเธอไม่ต้องเปลืองเวลาไปหาซื้ออะไรให้มันหรอก ไอ้ท็อปมันไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แค่มันรู้ว่าเธออยากไปอวยพรวันเกิดมันก็ดีใจแล้ว”
“จะไม่ซื้ออะไรให้เป็นของขวัญจริงๆ น่ะเหรอคะ ไปกินเลี้ยงวันเกิดเขา จะไปมือเปล่าไม่น่าเกลียดเหรอ?”
“เหอะน่า เรื่องนั้นฉันจัดการเอง ฉันหรือเธอกันแน่ที่เป็นเพื่อนมัน คนอย่างไอ้ท็อปฉันรู้จักมันดียิ่งกว่าใคร”
ในเมื่ออคินพูดเสียขนาดนี้แล้ว วราลีจะทำอะไรได้ “งั้นก็ตามใจคุณคินค่ะ”
“อืม” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปทางห้องของตัวเอง ประหนึ่งว่ามาเพื่อที่จะส่งสารจากเพื่อนสนิทก็เท่านั้น
ครั้นพอถึงวันเสาร์ช่วงเย็น อคินก็มานั่งรอวราลีที่ห้องรับแขกด้านล่าง ไม่นานนักหญิงสาวก็เดินลงมาในชุดเดรชสายเดี่ยวสีแดงสั้นเหนือเข่า ขับกับผิวขาวเหลืองละเอียดลออของเจ้าตัวให้ผุดผ่องสดใส ทรงผมมัดครึ่งหัวดัดปลายเป็นลอนเล็กน้อยดูสมวัย แต่งแต้มใบหน้าหวานให้โดดเด่นแต่ไม่ได้ฉูดฉาดเกินไปนัก อคินตะลึงเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าแค่ไม่กี่ปียัยเด็กขี้เหร่จะกลายเป็นสาวสวยได้ขนาดนี้
...แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ไม่ถูกใจสิ่งที่เห็น
“จะไปทั้งชุดนี้จริงดิ?”
“ไม่สวยเหรอคะ?”
“สวยมันก็สวย แต่มันไม่โป๊ไปหน่อยรึไง?”
“ถ้าเทียบกับผู้หญิงที่คุณคินคบด้วยแต่ละคน หวาว่ามันไม่โป๊นะคะ”
“ยังจะเถียง รู้เหรอว่าฉันคบใครมั่ง ปากเก่งขึ้นนะเรา” อคินนึกมันเขี้ยว เขาไล่ให้เธอไปหาเสื้อคลุมมาสวมทับ ไม่ให้ไปที่ร้านทั้งชุดแบบนี้
“ไป รีบไปหาเสื้อมาคลุม ไม่งั้นก็ไม่ต้องไป” เขาทำตาดุ ไล่พลางชี้นิ้วขึ้นไปข้างบนห้องของหญิงสาว
วราลีขัดใจเล็กน้อย แล้วก็งงว่าทำไมชายหนุ่มต้องขู่เข็ญเธอขนาดนี้ด้วย
สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่
เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช
ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 
“ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม
เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื
คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่
เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้น
ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อ
อากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี&nbs
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเลือนหายหรือถูกบันทึกไว้ในห้วงแห่งความทรงจำ กระทั่งเมื่ออคินเรียนจบปริญญาตรีตามที่อาคมคาดหวัง โชคชะตาก็ได้พาให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ก่อให้เกิดเป็นวังวนที่ผูกมัดหัวใจของเด็







