Share

บทที่ 8 หึงหวง

last update publish date: 2026-03-15 19:30:06

          เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้นทึบเป็นส่วนตัว

          ภายในงานครึกครื้นไปด้วยผู้คนและแสงสีเสียง ดนตรีจังหวะมันๆ ที่มีดีเจเปิดแผ่นจัดมาให้เป็นพิเศษเฉพาะห้องนี้

          อินทัชเห็นอคินพาวราลีเดินมาก็เข้าไปทักทายและช่วยต้อนรับ คนเป็นน้องสวยสะดุดตาจนเขายังต้องเอ่ยชม เพราะเคยเจอกันหลายครั้งวราลีจึงไม่ค่อยประหม่า หนุ่มตี๋หน้าตาสะอาดสะอ้านจัดแจงพาหญิงสาวไปหาที่นั่งหลบมุมพร้อมกับดูแลเทคแคร์เป็นอย่างดี

          “น้องยี่หวาหิวมั้ย พี่ว่าเราสั่งอะไรให้กินก่อนดีกว่า อ่ะเอาเมนูไปดู อยากกินอะไรก็สั่งเลย ไอ้ท็อปมันเลี้ยง” อินทัชเอ่ยพร้อมส่งยิ้มหวานจนตาแทบจะเหยียดเป็นเส้นตรง

          อคินเหล่มองเพื่อนสนิทอย่างหมั่นไส้เล็กน้อย แต่เพราะรู้ว่าอินทัชไม่ชอบผู้หญิงจึงไม่ติดใจอะไร เพราะหลังจากที่คบกันมาหลายปีทำให้รู้รสนิยม หนุ่มตี๋เองก็เพิ่งจะค้นพบความต้องการของตัวเองเมื่อไม่กี่ปีมานี้

          “ไอ้ทัช ฝากดูยี่หวาหน่อย กูไปหาไอ้ท็อปแป๊บ” อคินฝากฝังก่อนจะเดินออกไปตบบ่าเจ้าของวันเกิดเพื่อถามว่าถูกใจของขวัญที่ให้หรือไม่

          “กูยกกล่องให้มึงเลยนะไอ้ท็อป จะใช้วันเดียวหมดก็ตามใจมึง”

          หนุ่มผิวเข้มยังคงถือกล่องถุงยางอนามัยยี่ห้อหนึ่งคาอยู่ในมือ ก่อนจะเอาใส่ถุงแล้ววางไว้บนโต๊ะข้างๆ ตัว

          “ไอ้ห่าคิน มึงนี่นะ น้องยี่หวาเห็นตอนมึงซื้อของขวัญให้กูมั้ยเนี่ย รู้มั้ยเนี่ยว่ามึงเ-ี้ยขนาดนี้”

          เจ้าตัวหัวเราะ ประหนึ่งคำด่าทอของเพื่อนคือคำสรรเสริญเยินยอ

          “อะไรที่ไม่ควรเห็นก็ไม่ต้องให้เห็นมั้ยวะ มึงคิดว่ากูจะเ-ี้ยขนาดนั่งห่อให้เขาเห็นรึยังไง”

          “เออ...หัวคิด วิเคราะห์ แยกแยะดีนักนะมึง” อธิปด่าเป็นชื่อเต็มของคำย่อว่า ค. ว. ย. (คิด วิเคราะห์ แยกแยะ)

          พอเพื่อนพูดมาขนาดนี้อคินถึงชูนิ้วกลางตอบกลับไป คนเข้าใจความหมายยืนขำกันอยู่สองคน

          “ว่าแต่วันนี้เพื่อนกูมาเยอะ มึงดูแลยี่หวาดีๆ แล้วไม่ใช่มัวแต่ห่วงจะสอยหญิงจนน้องถูกลากไปแดกกูไม่รู้ด้วยนะ” อธิปเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะอย่างไรเสียในร้านนี้นอกจากโซนดังกล่าวแล้วก็ยังมีลูกค้าที่เป็นคนนอกด้วย

          “เออ รู้แล้ว มึงคิดว่ากูจะไปสอยใครได้วะ มึงเห็นมั้ยน่ะ แม่มึงจ้องกูตาไม่กะพริบ พลาดขึ้นมาเอาไปฟ้องพ่อกูชัวร์”

          อธิปถึงขำ มองไปทางวราลีที่นั่งอยู่กับอินทัชด้านมุมสุดของห้อง

          “กูคิดถูกจริงๆ ที่ให้มึงพาแม่มึงมาด้วย ไม่เปลืองเหล้ากู ฮ่ะๆๆ”

            พอถูกหัวเราะเยาะ อคินก็เตะขาเจ้าของวันเกิดไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้

          แต่พอเอาเข้าจริง อคินก็ถูกหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่ลากตัวออกไปเต้นยั่วยวนกลางฟลอร์ ชายหนุ่มยังไม่ได้มีท่าทีจะสนองตอบแต่อย่างใด ในงานนี้นอกจากจะมีเพื่อนๆ ของอธิปแล้วก็ยังมีบรรดาสาวสวยที่เจ้าของวันเกิดจ้างมาเอ็นเตอร์เทนด้วย

          อินทัชขอตัวลุกออกไปแล้ว ที่โต๊ะจึงเหลือแค่วราลีกับอาหารสองสามอย่าง หญิงสาวสอดส่ายสายตาไปมารอบๆ เพื่อเสพอรรถรสของดนตรีรวมไปถึงบรรยากาศที่สนุกสนาน ร่างบางเริ่มโยกตัวไปตามจังหวะเสียงเพลง สลับกับดื่มน้ำผลไม้บนโต๊ะไปด้วยอย่างอิ่มเอมใจ

            อคินแวะเวียนมาถามไถ่เป็นพักๆ แต่วราลีบอกให้เขาไปคุยกับเพื่อนๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ รายนั้นจึงนั่งพักดื่มเหล้าสักหน่อยแล้วค่อยเดินจากไป

          “ถ้าจะออกไปห้องน้ำให้เดินไปเรียกฉันนะ” เขากำชับไว้ก่อนไป วราลีพยักหน้ารับแล้วมองตามเขาเดินหายไปในกลุ่มเพื่อนผู้ชายด้วยกัน

          แต่อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ด้วยความที่ดื่มน้ำไปเยอะจึงเริ่มอยากปลดปล่อย วราลีลุกขึ้นไปตามหาอคินเพื่อจะชวนเขาไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อน แต่ปรากฏกว่าเขากำลังพูดคุยอย่างกะลิ้มกะเหลี่ยอยู่กับสาวสวยหุ่นเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอน่าจะเป็นเพื่อนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งของอธิป และดูเหมือนอคินก็จะถูกใจเธอมากด้วย

          เพราะแบบนี้วราลีจึงไม่รอ ฝ่าฝืนคำสั่งเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำคนเดียว กระทั่งกลับมาที่โต๊ะแล้วอคินก็ยังอยู่ที่เดิม

          ร่างบอบบางเริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ต่างจากคนอื่น สวยมีเสน่ห์และดึงดูดสายตา ซึ่งนั่นน่าจะถูกอกถูกใจอคิน เพราะแบบนี้หญิงสาวจึงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ พอกลุ่มคนที่ยืนบังอยู่สลายตัวไป ก็ทำให้มองทแยงไปเห็นเขากับผู้หญิงคนนั้นได้ชัดถนัดตา ทั้งคู่กำลังชนแก้วเหล้ากันอยู่

          คนนั่งมองไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกหมั่นไส้ วราลีคว้าแก้วเหล้าที่อคินผสมทิ้งไว้จนน้ำแข็งละลายขึ้นดื่มหมดในรวดเดียว ไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงสีหน้าหงุดหงิด ระหว่างที่อคินยังไม่กลับโต๊ะ เธอขอให้พนักงานชงเหล้าเพิ่มให้อีก ดื่มไปเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าระหว่างที่กระดกไปนั้นตาก็มองเขากับหญิงสาวคนดังกล่าวไปด้วย กระทั่งมีกลุ่มสาวสวยมายืนบังสายตาจึงได้เลิกล้มและหันกลับมานั่งดื่มอย่างเงียบๆ

          เวลานี้เริ่มรู้สึกว่าเนื้อตัวร้อนวูบวาบไปหมดจึงได้ถอดเสื้อคลุมออก พออคินกลับมาที่โต๊ะก็เห็นว่าเธอดูมีอาการแปลกไป ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาปรือเผยอมองอย่างปะหลับปะเหลือก นั่งพิงกับโซฟาเหมือนทรงตัวไม่อยู่

          “ดีลสำเร็จมั้ยคะ?”

          “อะไร?” ชายหนุ่มขยับมานั่งข้างๆ แล้วทำหน้างวยงง

          “ก็คนนั้นไง สรุปคืนนี้จะไปต่อกับเขามั้ย หวาจะได้กลับก่อน”

          น้ำเสียงอู้อี้แบบนี้ชัดเจนเลยว่าเธอกำลังเมา อคินมองไปที่แก้วเปล่าซึ่งวางอยู่ตรงหน้า

          “พูดอะไรของเธอ แล้วนี่กินไปเท่าไหร่เนี่ย?” อคินยกขวดเหล้าราคาแพงที่วางไว้ขึ้นดู จากตอนแรกถึงตอนนี้มันหายไปเกินครึ่งขวดแล้ว

          “ทำไมกินขนาดนี้ บ้ารึไง?” เขาไม่รู้ว่าระหว่างที่เขาอยู่ต่างประเทศ วราลีจะหัดดื่มเหล้าหรือไม่ แต่จากสภาพที่เห็นตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าเธอดื่มไม่เก่ง เพราะเธอเมาจนพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว

          “หวาไม่ได้บ้า” เธอสะบัดตัวออกตอนเขาจับแขนเธอไว้ แต่อคินไม่ละความพยายาม จะดึงตัวหญิงสาวขึ้นให้จงได้

          “ไป กลับบ้าน”

          “ไม่กลับ คุณคินจะไปไหนก็ไม่ต้องมายุ่งกับหวา หวาโตแล้วดูแลตัวเองได้”

          “โตบ้าโตบออะไร สภาพนี้จะดูแลยังไง พูดยังไม่รู้เรื่องเลย” เขาดุ แม้ตัวเองจะดื่มเหล้าไปมากแต่ก็ยังมีสติดีกว่าเยอะ แสดงว่าที่ผ่านมาวราลีไม่ใช่สายเที่ยวกลางคืนหรือสายปาร์ตี้ เพราะงั้นเธอถึงได้มีสภาพเป็นเช่นนี้

          อินทัชเดินมาพอดี เห็นอคินประคองวราลียืนอยู่ “มีอะไรวะ?”

          “ยี่หวาเมาฉิบหายแล้วเนี่ย ฝากบอกไอ้ท็อปที กูกลับก่อนนะ”

          “เออๆ แล้วมึงขับรถได้ใช่มั้ย?”

          “ทิ้งรถแม่งไว้เนี่ย เดี๋ยวกูเรียกแท็กซี่กลับ ขืนขับไประหว่างทางเกิดยัยนี่แผลงฤทธิ์ได้รถคว่ำตายห่า”

          “เออดีแล้ว งั้นเดี๋ยวกูเดินไปบอกพนักงานให้เรียกแท็กซี่ให้ มึงรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวให้เขาเดินมาเรียก”

          “เออ ขอบใจ”

          อคินอดไม่ได้ที่จะมองหน้าคนในอ้อมแขนแล้วก็ถอนใจแรงไปด้วย ระหว่างทางกลับบ้าน วราลีก็พูดพร่ำอะไรไม่รู้ไม่หยุดไม่หย่อน ประเดี๋ยวนิ่งประเดี๋ยวก็โพล่งขึ้นมาอีกกระทั่งถึงบ้าน ร่างสูงเห็นท่าจะประคองไม่รอดเพราะเจ้าหล่อนฤทธิ์มากเหลือเกิน เพียรจะสะบัดหนีอยู่เรื่อย จึงได้ตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าแล้วพาไปส่งที่ห้อง

          ระหว่างที่ค้นลิ้นชักตู้หาผ้าขนหนูมาชุบน้ำเช็ดหน้าให้ คนที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงก็เอาแต่ฮึดฮัดขัดใจ ขณะที่เขาเช็ดหน้าให้เธออยู่นั้น หญิงสาวปัดมือเขาออก ทำเสียงฟึดฟัดเหมือนรำคาญ

          “ยี่หวา เป็นอะไร?” เขาถามเสียงปกติ ไม่ได้ดุหรือขึ้นเสียงใส่หญิงสาว แววตาสีดำคมเข้มคู่นี้เพ่งมองอย่างใส่ใจด้วยซ้ำ

          “คุณคินไม่ต้องมาสนใจหวา คุณจะไปหาผู้หญิงคนนั้นก็ไปเถอะ หวาไม่ฟ้องคุณลุงหรอก”

          “แล้วทำไมฉันถึงต้องไปล่ะ แล้วถ้าไปขึ้นมาจริงๆ เธอจะทำยังไง?”

          “จะทำอะไรได้ หวารู้ว่าคุณชอบแบบนั้น ไม่ได้ชอบแบบหวา”

          “แล้วหวารู้ได้ไง”

          “รู้สิ หวารู้หมดแหละว่าคุณคินเป็นยังไง ชอบอะไรไม่ชอบอะไร มีแต่คุณที่ไม่รู้...คุณคินไม่ชอบหวา ไม่อยากให้หวาเป็นน้อง ไม่ชอบให้เรียกว่าพี่ หวาเข้าใจ”

          ดูเหมือนพอเมาแล้วสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในใจจะพร่างพรูออกมาหมด เวลานี้คนพร่ำเพ้อพูดไปร้องไห้ไป แม้ดวงตานั้นจะไม่ได้ลืมขึ้นมามองหน้าคนฟังเลยก็ตาม

          “อยากเรียกพี่เหรอ อยากเรียกก็เรียกสิ” เขาไม่ได้ห้าม ความจริงก็ไม่ได้คิดจะห้ามตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่วราลีไม่ยอมเรียกเองต่างหาก เพราะฝังใจกับตอนเป็นเด็กที่เคยเรียกเขาว่าพี่คินแล้วถูกเขาตะคอกใส่ แต่ตอนนั้นเขาเพิ่งจะสิบสองขวบ

          “ทำไมถึงได้กินเหล้า ปกติไม่ใช่คนกินเหล้าดุแบบนี้ใช่มั้ย แล้วคืนนี้หวากินทำไม?”

          “หวาหงุดหงิด หวาไม่ชอบใจ ไม่พอใจ แล้วก็ไม่ชอบมากๆ ด้วย”

          “ไม่พอใจใคร ไม่พอใจเรื่องอะไร?”

          “ไม่พอใจพี่คิน”

          “เพราะ?”

          “พี่คินเอาแต่สนใจผู้หญิงคนนั้น”

          คำตอบของวราลีทำให้อคินเริ่มหนักใจเล็กน้อย จากอาการที่เมาๆ อยู่ตอนนี้ดูเหมือนจะสร่างนิดๆ

          “หวา หวาตอบพี่มาหน่อย หวาชอบพี่ใช่มั้ย?”

          “ค่ะ” เหมือนเป็นคำตอบโดยอัตโนมัติ เธอตอบโดยไม่ต้องคิดและไม่ได้ลืมตามองด้วยซ้ำ ไอ้อาการก่อนหน้านี้รวมถึงสาเหตุของการดื่มไม่บันยะบันยังจนมีสภาพที่เห็นนั่นเป็นเพราะว่าเธอกำลังหึงเขา

          ‘ว่าแล้วไง ไอ้คินเอ๊ย เวรแล้วกู’

          เขาไม่เคยคิดเลยว่าวราลีจะเกิดความรู้สึกนี้กับเขาได้

          “พี่คินคะ พี่คิน...”

          “หืม?” ชายหนุ่มขานรับ ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่เพ้อถึงชื่อเขา “พอยอมให้เรียกว่าพี่ก็เรียกใหญ่เชียวนะ”

          “พี่คิน...”

          “ว่าไง?”

          “หวาชอบพี่คินนะคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ – คุณพ่อยังเล็ก

    สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ - คู่กรณีของติณห์

    เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช

  • วังวนพันธนาการ   บทส่งท้าย

    ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 30 ข้อตกลง

    “ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 29 ความจริง

    เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 28 สืบหา

    คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 27 ปิดบัง

    ...ดวงชีวัน สหภักดี ก่อนหน้านี้เธอลองค้นหาในระบบรายชื่อพนักงานของบริษัทแล้วแต่หาไม่พบ เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้อมูลนี้ถูกลบออกไป บริษัทนี้ดำเนินกิจการมาแล้วกว่าสามสิบปี ในขณะท

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 26 สันนิษฐาน

    วันรุ่งขึ้นวราลีติดต่อไปหาชายที่อ้างตัวเป็นพ่อให้มาพบเธอที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตตอนเที่ยง จากนั้นก็พาเขานั่งแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาลที่อคินเคยพาเธอไปตรวจดีเอ็นเอ แพทย์คนเดิมที่เป็นญาติของอินทัชรอเธออยู่ในห้องพักแพทย์ ตั้งแต่เมื่อวานหญิงสาวโทรปรึกษ

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 11 หลอกล่อ

    ในวันที่นัดไปฟังผลตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ของบุคคลทางพันธุกรรม ผลออกมาว่าทั้งคู่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แน่นอนว่าวราลีไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกับอคิน เช่นนั้นทั้งคู่จึงได้สบายใจ

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 10 ว้าวุ่น

    “ไอ้ท็อป มึงอยู่ไหน ขับรถมาหากูที่บ้านหน่อย ด่วนเลย” “เกิดเรื่องอะไรขึ้นวะ?” “ไม่ต้องถาม มาก่อน”&n

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status