Share

บทที่ 177 : การทวงคืน

last update Last Updated: 2026-01-08 02:57:05

แม้รุ่ยอ๋องจะยอมถอยไปหนึ่งก้าว ทว่าคลื่นใต้น้ำในท้องพระโรงยังคงกระเพื่อมไหว เสนาบดีกรมกลาโหม 'จางเหว่ย' ซึ่งเป็นหัวหอกฝ่ายรุ่ยอ๋องยังคงไม่ยอมลดละ เขาประสานมือ ก้าวเท้าออกมาด้วยท่าทีแข็งกร้าว แววตาจ้องเขม็งไปยังแม่ทัพหนุ่มร่างสูงใหญ่

"ทูลฝ่าบาท แม้รุ่ยอ๋องจะถ่อมตนถอยฉาก แต่ความจริงที่ว่าชินอ๋องได้รับพิษร้ายแรงจากชายแดนจนร่างกายบอบช้ำภายในนั้นเป็นเรื่องจริงที่มิอาจปฏิเสธ!"

เสียงของเสนาบดีจางดังก้องสะท้อนผนังหินอ่อน

"การบัญชาการทัพมิใช่เพียงใช้บารมี แต่ต้องใช้พละกำลังในการง้างธนู ฟาดฟันศัตรู และขี่ม้านำทัพวันละหลายร้อยลี้... หากชินอ๋องเกิดลมจับสิ้นสติกลางสนามรบเพราะสังขารไม่อำนวย กองทัพนับแสนมิต้องพินาศย่อยยับหรือพ่ะย่ะค่ะ!"

เสียงพึมพำเห็นด้วยดังเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้ง ความลังเลเริ่มปรากฏบนพระพักตร์ของฮ่องเต้หลี่หยวน ข้ออ้างเรื่องสุขภาพนั้นมีน้ำหนักมากพอที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของเหล่าขุนนาง

หลี่เฉิงปรายตามองจางเหว่ยด้วยหางตา ริมฝีปากเหยียดตรงเป็นเส้นขนาน เขาไม่เอ่ยแก้ตัว ไม่โต้เถียง หรือแม้แต่จะแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวออกมา

ตึก... ตึก... ตึก...

ร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มขยับกายอย่าง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 360 : ตำนานรักนิรันดร์

    เหมันตฤดูปีนี้หนาวเหน็บกว่าทุกปี เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของคฤหาสน์ตระกูลหลี่จนขาวโพลน ราวกับสวรรค์กำลังโปรยดอกไม้เงินดอกไม้ทองเพื่ออวยพรทว่าความหนาวเย็นภายนอกมิอาจกล้ำกรายเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยไอร้อนแห่งความปิติยินดี วันนี้คืองานมงคลครั้งประวัติศาสตร์... งานฉลองอายุวัฒนมงคลครบแปดสิบปีของสองผู้เฒ่าเสาหลักตระกูลหลี่ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แม่ทัพนายกอง และหมอหลวงจากทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมาคารวะจนหน้าประตูจวนแน่นขนัดดุจตลาดนัด ของขวัญล้ำค่ากองพะเนินเป็นภูเขาเลากา สูงท่วมหัวยิ่งกว่าท้องพระคลังของฮ่องเต้กลางโถงใหญ่ หลี่เนี่ยน อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายในชุดขุนนางสีม่วงปักลายกระเรียน ยืนต้อนรับแขกด้วยท่วงท่าสง่างาม สุขุมลุ่มลึกถอดแบบบิดามาทุกกระเบียดนิ้ว ข้างกายเขาคือ โม่ชิง บุรุษวัยกลางคนผู้มีแววตาดุจเหยี่ยว หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์หลวงและองครักษ์คู่ใจที่ยืนเคียงข้างไม่ห่างกายถัดไปไม่ไกล หลี่หยาง แม่ทัพใหญ่พิทักษ์ชายแดนเหนือในชุดเกราะไหมทองรูปร่างสูงใหญ่กำยำ กำลังหัวเราะร่าเริงขณะดื่มเหล้ากับเหล่ารองแม่ทัพ ข้างกายเขาคือส

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 359 : ผมสีดอกเลา

    ลมหนาวพัดผ่านกิ่งเหมยฮวาที่กำลังผลิดอกสีแดงสด ตัดกับหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมหลังคาคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ฤดูหนาวปีนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าทุกปี แต่ภายในหอโถงรับรองกลับอบอุ่นด้วยไออุ่นจากเตาถ่านและการรอคอยข่าวดีหลี่เฉิงในวัยย่างห้าสิบห้าปี นั่งอยู่บนตั่งไม้พะยูง เส้นผมสีดำขลับที่เคยดกหนาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาแซมไปทั่วศีรษะ แต่แผ่นหลังยังคงเหยียดตรง สง่างามดุจขุนเขาไท่ซาน ข้างกายเขาคือ หลินหว่านที่แม้วัยจะล่วงเลยแต่ผิวพรรณยังผุดผ่อง นางกำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น"นายท่าน! ...นายท่านขอรับ!"เสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นดังมาจากหน้าประตูจวน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึกตักเข้ามา พ่อบ้านวัยชราวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษสีแดงสดในมือ"ม้าเร็วจากเมืองหลวง... จดหมายจากคุณชายใหญ่และราชโองการขอรับ!"หลี่เฉิงวางถ้วยชาลงทันที มือที่เคยนิ่งสนิทในสนามรบกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามรับจดหมายฉบับนั้นมา เขาคลี่ออกอ่านด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เนื้อความในจดหมายสั้นกระชับ แต่เปี่ยมด้วยความปิติ'ลูกอกตัญญู หลี่เนี่ยน... บัดนี้ได้ผ่านการสอบหน้าพระ

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 358 : คฤหาสน์ที่เงียบเหงา

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลหลี่เงียบสงัดลงถนัดตาหลังจากเหล่าลูกนกบินออกจากรัง เสียงหัวเราะของเด็กแฝดและเสียงท่องตำราของอาเนี่ยนที่เคยดังเจื้อยแจ้ว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดใบไม้แห้งกลิ้งไปตามพื้นหินฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนเจียงหนานเร็วกว่าปกติ ต้นท้อใหญ่กลางลานผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งก้านสีน้ำตาลเข้ม ตัดกับท้องฟ้าสีหม่นที่เริ่มทอแสงสีส้มแดงยามอัสดงเอี๊ยด... อ๊าด...ใต้ร่มเงาของกิ่งท้อที่ไร้ใบ เก้าอี้โยกตัวเก่าทำจากไม้หวายส่งเสียงดัง เป็นจังหวะเชื่องช้าร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่นนั่งเอนกายอยู่อย่างสงบ 'มั่วเวิ่น' ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง ผอมลงจนหนังหุ้มกระดูก เส้นผมและหนวดเคราขาวโพลนราวกับหิมะบนยอดเขาเทียนซาน ดวงตาที่เคยคมกริบดุจเหยี่ยว บัดนี้ฝ้าฟางลงตามกาลเวลา เหม่อมองไปยังทิศเหนือ... ทิศที่ลูกศิษย์คนโปรดและหลานๆ เพิ่งจากไปข้างกายเขา... มิใช่ความว่างเปล่า แต่มีเด็กสาววัยสิบสองปี หน้าตางดงามเฉลียวฉลาดนั่งคุกเข่าอยู่ หลี่ซินบุตรสาวคนเล็กของหลินหว่าน ผู้มีแววตาซุกซนแต่เปี่ยมด้วยปัญญา กำลังตั้งใจฟังคำสอนสุดท้ายอย่างจดจ่อ"ซินเอ๋อร์..." มั่วเวิ่นเอ่ยเสียงแหบพร่า มือสั่นเทาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ห

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 357 : เส้นทางของลูกพยัคฆ์

    สายหมอกยามเช้าปกคลุมแม่น้ำแยงซีจนขาวโพลน อากาศเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อ บรรยากาศที่ท่าเรือส่วนตัวตระกูลหลี่ในวันนี้เงียบสงัด แตกต่างจากความคึกคักในวันวานเรือสำเภาขนาดย่อมจอดเทียบท่า โคลงเคลงตามแรงคลื่นเบาๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาในความเงียบ บ่าวไพร่ยืนก้มหน้านิ่งสำรวมกิริยา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงรบกวนช่วงเวลาสำคัญของเจ้านายอาเนี่ยนในวัยสิบเก้าปี สวมชุดบัณฑิตสีน้ำเงินเข้มเรียบง่าย ยืนตัวตรงสง่าผ่าเผยอยู่หน้าบิดามารดา เขาสะพายห่อผ้าเพียงใบเดียว ไม่นำทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปมากมาย เพื่อยืนยันปณิธานที่จะสร้างตัวด้วยตนเองทว่า... เขาไม่ได้ไปเพียงลำพังข้างกายเขาคือบุรุษหนุ่มร่างสันทัดในชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มฉายแววตื่นตัวตลอดเวลา 'โม่ชิง' บุตรชายของโม่หยิง ที่บัดนี้รับหน้าที่เป็นองครักษ์เงาติดตามนายน้อย สะพายดาบคู่ไขว้หลัง ยืนสงบนิ่งดุจรูปปั้น"พี่ใหญ่..." หลี่เยว่เสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า "ท่านไปเมืองหลวงแล้ว... ต่อไปใครจะคอยห้ามศึกเวลาข้าตีกับเจ้าบ้าหยางเล่า"อาเนี่ยนยิ้มบางๆ ยกมือลูบหัวน้องสาวและน้องชายด้วยความเอ็นดู"พวกเจ้าก็โตแล้ว... แถมยังขอท่านพ่อไปฝึกทหารท

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 356 : สิบปีผ่านไป

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผันดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องหน้าต่าง สิบปีผ่านไปไวเหมือนฝันตื่นหนึ่งต้นหลิวหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลี่ที่เคยเป็นเพียงต้นกล้าสูงท่วมหัว บัดนี้แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตครึ้มเขียวขจี รากไม้ชอนไชยึดเกาะพื้นดินแน่นหนาดุจรากฐานของตระกูลที่หยั่งลึกลงในแผ่นดินเจียงหนานป้ายชื่อ 'หอโอสถจี้ซื่อ' ที่เคยเป็นเพียงแผ่นไม้ธรรมดา บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นป้ายไม้มู่หนานเนื้อแข็งสีเข้ม สลักลวดลายเมฆมงคลและนกกระเรียน ลงรักปิดทองอย่างวิจิตรบรรจง ดูโอ่อ่าสมฐานะสำนักแพทย์อันดับหนึ่งแห่งภาคใต้ ที่ผู้คนต่างยกย่องว่าช่วยต่ออายุขัยให้ยืนยาวดุจนกกระเรียนสวรรค์กลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับเสียงท่องตำรายาของลูกศิษย์นับร้อยคนที่นั่งเรียงรายอยู่กลางลานบนระเบียงชั้นสองที่สามารถมองเห็นความวุ่นวายเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน หลินหว่าน ในวัยสี่สิบปียังคงงดงามสะพรั่ง กาลเวลาไม่อาจพรากความงามไปจากนางได้ เพียงแต่เพิ่มกลิ่นอายความสง่างามและทรงภูมิปัญญาเข้ามาแทนที่ความสดใสในวัยเยาว์ข้างกายของนาง... สตรีร่างท้วมเล็กน้อยในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำตาลเข้มกำลังรินชาเก๊กฮวยให้อย่างรู้ใจ เสี่ยวจูอดีตสาวใช้ค

  • วันที่ข้าหมดรัก ท่านกลับคุกเข่าอ้อนวอน   บทที่ 355 : รอยประทับแห่งกาลเวลา

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก กระทบลงบนคันฉ่องทองเหลืองที่ตั้งอยู่มุมห้อง หลี่เฉิงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงา ใบหน้าคมเข้มที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับเคร่งเครียดราวกับกำลังวางแผนรับมือทัพข้าศึกนับแสนนิ้วมือหยาบกร้านค่อยๆ แหวกกลุ่มผมสีดำขลับที่ขมับขวา ดวงตาพยัคฆ์เพ่งเล็งไปที่ศัตรูตัวฉกาจ... เส้นผมสีขาวโพลนเพียงเส้นเดียวที่แทรกตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ'ผมสีดอกเลา'มันคือสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ... สาส์นท้าที่ประกาศว่ากาลเวลากำลังไล่ล่าเขาอย่างไม่ลดละ"บัดซบ..." หลี่เฉิงสบถพึมพำ กระชากเส้นผมเส้นนั้นทิ้งด้วยความหงุดหงิดเขารีบเดินออกจากห้องนอน ตรงไปที่ลานฝึกยุทธ์ สายตาเหลือบไปเห็น หลี่หยางและ หลี่เยว่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อ สิ่งที่สะดุดตาเขาไม่ใช่ความน่ารัก แต่เป็นข้อมือและข้อเท้าของลูกแฝดที่โผล่พ้นชายเสื้อและขากางเกงออกมาเกือบหนึ่งคืบ"เสื้อผ้าพวกนี้... เพิ่งตัดเมื่อเดือนก่อนมิใช่หรือ?"ความหวาดระแวงก่อตัวขึ้นในอก... ลูกโตเร็วเกินไป หรือเวลาของเขาเดินเร็วผิดปกติ? ความทรงจำในวันนี้ พรุ่งนี้อาจเลือนหาย... เขาต้องหยุดมันไว้ยามบ่าย ณ ศาลาริมน้ำจิตรกรเอกชื่อดังอันดับหนึ่ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status