مشاركة

วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น
วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น
مؤلف: หวังต้าฉุยจื่อ

บทที่ 1

مؤلف: หวังต้าฉุยจื่อ
“เวลาของคุณเหลือไม่มากแล้ว หลังจากนี้ก็บอกลาครอบครัวให้ดีๆ เถอะครับ”

น้ำเสียงของหมอเจ้าของไข้นั้นอ่อนโยนและแฝงไปด้วยความเห็นใจ แต่มันกลับเหมือนหินก้อนยักษ์ที่หล่นทับลงกลางใจผม

ทั้งที่เดาผลลัพธ์ได้ตั้งนานแล้ว แต่พอถึงเวลาที่ถูกตัดสิน “โทษประหาร” ผมก็ยังอดขอบตาแดงผ่าวไม่ได้อยู่ดี

ผมเพิ่งจะอายุยี่สิบแปด เพื่อที่จะมีชีวิตรอด ผมพยายามอย่างหนักมาตลอด

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า หัวใจที่รอรับบริจาคมาอย่างยากลำบาก กลับถูกภรรยาแย่งชิงไป

เธอเอามันไปปลูกถ่ายให้กับโม่เซี่ยงหยวน คุณชายตัวปลอมที่มีแค่อาการหัวใจเสื่อมก่อนวัยอันควรนิดหน่อยเท่านั้น

ผมเดินเหม่อลอยมาถึงห้องพักฟื้นของโม่เซี่ยงหยวน แล้วก็เห็นพ่อแม่ของผม หลินหว่านอินภรรยาของผม และโม่ซินเยว่ลูกสาวของผม ทุกคนกำลังรุมล้อมถามไถ่อาการของเขาด้วยความห่วงใย

พอเห็นผมเดินเข้ามา หลินหว่านอินที่กำลังป้อนน้ำให้โม่เซี่ยงหยวนอยู่ก็รีบวางแก้วน้ำลง แล้วเดินเข้ามาถาม "หมอว่ายังไงบ้าง?"

ผมมองหน้าเธอ เธอหลบตาด้วยความรู้สึกผิดทันที แล้วอึกอักอธิบาย "ตอนนั้นสถานการณ์มันฉุกเฉิน ถ้าไม่เปลี่ยนหัวใจให้เซี่ยงหยวน เขาต้องเจ็บปวดจนตายแน่ๆ"

แม่ของผมรีบพูดขึ้นทันที "หว่านอินพูดถูกแล้ว อาจิ่น เรื่องคอขาดบาดตาย แกคงไม่ไร้เหตุผลถึงขนาดเอาเรื่องนี้มาโกรธพวกเราหรอกใช่ไหม?"

คำพูดที่เพิ่งจะหลุดออกจากปาก ถูกกลืนกลับลงไปคออีกครั้ง ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ผมไม่ได้โกรธ หมอบอกว่าอีกหนึ่งสัปดาห์จะมีข่าวดี"

ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสริม "ข่าวดีสำหรับพวกเราทุกคน"

ดวงตาดอกท้อของหลินหว่านอินฉายแววเปื้อนยิ้มขึ้นมาทันที "มีหัวใจที่เหมาะสมเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันว่าแล้วเชียวว่าการตัดสินใจวันนั้นมันถูกต้อง"

พ่อของผมเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วหัวเราะออกมา "เซี่ยงหยวนของพวกเราเป็นคนมีบุญ ถ้าแกไม่สละหัวใจให้เขา เขาคงอยู่รอไม่ถึงสัปดาห์หน้าแน่ๆ"

แม่ของผมพยักหน้ารัวๆ ลูบผมโม่เซี่ยงหยวนอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า "ความโชคดีของเซี่ยงหยวนยังรออยู่ข้างหน้าอีกเยอะ"

"ไม่เหมือนใครบางคน ทั้งที่รอหัวใจต่อไปได้แท้ๆ แต่กลับโวยวายซะใหญ่โต ทำเอาตระกูลโม่ของเราต้องขายหน้าไปหมด"

แม้ว่าผมจะหมดหวังกับพวกเขาสิ้นดีแล้ว แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของผมก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี

ผมกำหมัดแน่น กัดฟันจนแทบแหลกละเอียด เพื่อข่มความเสียใจที่กำลังจะเอ่อล้นทะลักออกจากขอบตาให้ลดทอนลงไป

หลินหว่านอินมองผมด้วยสายตาอ่อนโยน แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับเย็นชาจนชวนขนลุก "วันนั้นคุณวู่วามเกินไปจริงๆ ฉันว่าคุณควรจะขอโทษเซี่ยงหยวนนะ"

ผมมองเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

โม่เซี่ยงหยวนแย่งหัวใจของผมไป แต่เธอกลับให้ผมไปขอโทษเขาเนี่ยนะ?

แม่ของผมรีบผสมโรง "ใช่สิ และถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นแกไปรังแกเซี่ยงหยวน อาการปวดหัวใจของเขาก็คงไม่กำเริบหรอก"

"แกควรจะขอบคุณเขานะที่ตอนนี้เขายังนอนอยู่ตรงนี้ได้อย่างปลอดภัย ไม่อย่างนั้น ชาตินี้ฉันจะไม่มีวันนับญาติกับลูกอย่างแกอีก"

ผมนึกถึงเรื่องวันนั้น โม่เซี่ยงหยวนยืนอยู่ตรงหน้าผม โชว์รอยแดงบนคออย่างภาคภูมิใจ อวดอ้างว่าตอนที่ร่วมรักกับหลินหว่านอิน เธอเร่าร้อนมากแค่ไหน...

ผมทนไม่ไหวเลยต่อยเขาไปหมัดหนึ่ง แล้วพวกเขาก็เข้ามาเห็นพอดี

หลินหว่านอินพุ่งเข้ามาผลักผมออกด้วยความโมโห

ผมถูกผลักล้มลงกับพื้น ในจังหวะที่หน้ามืดตาลาย แม่ของผมก็ปรี่เข้ามาทุบตีผม

พ่อของผมทำเพียงแค่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ด้วยความเย็นชา ราวกับรู้สึกว่าผมสมควรได้รับบทเรียนซะบ้าง

วินาทีต่อมา โรคหัวใจของผมก็กำเริบจนแทบจะหายใจไม่ออก

แม่เพิ่งจะถามผมด้วยความตกใจว่าเป็นอะไรไป โม่เซี่ยงหยวนกลับเอามือกุมหัวใจแล้วร้องว่าเจ็บขึ้นมาดื้อๆ

แม่ของผมทิ้งผมไว้ข้างๆ ทันที แล้ววิ่งไปหาเขา

ทุกคนคิดว่าผมแกล้งทำ แต่เขาน่ะเจ็บจริง

พอคิดมาถึงตรงนี้ ผมก็แค่นยิ้มอย่างขมขื่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ขอโทษด้วย เป็นความผิดของผมเอง"

ทุกคนไม่คิดเลยว่าผมจะยอมขอโทษอย่างว่าง่ายขนาดนี้

สายตาที่หลินหว่านอินมองผมแฝงไปด้วยความสงสัย ความรู้สึกกระวนกระวายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเธอ

โม่เซี่ยงหยวนเองก็ขมวดคิ้ว เผยสีหน้าประมาณว่า 'ทำไมแกถึงเสแสร้งเก่งขนาดนี้'

พ่อกับแม่ยิ่งมองผมอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าผมจะลุกขึ้นมาอาละวาดอีก

มีเพียงโม่ซินเยว่ลูกสาวของผมเท่านั้นที่โผเข้ามากอดผมแล้วบอกว่า "คุณพ่อ ดีจังเลย ในที่สุดคุณพ่อก็ยอมรับผิดสักที"

"ต่อไปนี้คุณพ่ออย่ารังแกคุณอาอีกนะ ไม่งั้นหนูก็จะไม่ชอบคุณพ่อเหมือนที่คุณปู่คุณย่าไม่ชอบคุณพ่อแล้ว"

ผมหลุบตามองเธอ ความเย็นชา ความเข้าใจผิด และความลำเอียงของพ่อแม่และภรรยา ผมยังพอทนได้

แต่มีเพียงเธอ ลูกที่ผมเลี้ยงดูมากับมือ ลูกที่ผมทุ่มเทความรักให้ทั้งหมด กลับไปลำเอียงเข้าข้างโม่เซี่ยงหยวน นี่คือสิ่งที่ผมทนไม่ได้

แต่ผมไม่มีเรี่ยวแรงจะไปแย่งชิงอะไรอีกแล้ว

ผมลูบแก้มเธอเบาๆ แล้วยิ้มพร้อมกับบอกว่า "คุณพ่อจะเชื่อฟังหนูนะ"

แม่ของผมถึงได้พยักหน้าอย่างพอใจ "อืม ดูเหมือนว่าแกจะว่านอนสอนง่ายขึ้นแล้วนะ อาจิ่น"

หลินหว่านอินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเช่นกัน "สามีฉันรู้เรื่องรู้ราวสักที"

พอเห็นท่าทีเสแสร้งทำเป็นเอ็นดูของเธอ ผมก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมากลางอก

ในตอนนั้นเอง โม่เซี่ยงหยวนก็ร้องขึ้นมาว่า "เจ็บจัง" หลินหว่านอินรีบพุ่งเข้าไปหาเขาทันที

ลูกสาวที่เมื่อกี้ยังกอดผมอยู่ก็ปล่อยมือแล้ววิ่งไปหาเขา ปากก็พร่ำบอกว่า "คุณอาเล็ก เจ็บตรงไหนคะ? เดี๋ยวซินเยว่จะเป่าเพี้ยงๆ ให้นะ"

พ่อกับแม่ยิ่งตาแดงผ่าวด้วยความสงสารจับใจ

ส่วนผมที่ยืนอยู่ห่างๆ ในตอนนี้ ก็เป็นเหมือนตัวตลกตัวหนึ่ง

ผมทนบรรยากาศแบบนี้ไม่ไหวอีกต่อไป จึงอ้างว่าเหนื่อย แล้วหันหลังเดินออกจากห้องพักฟื้นไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น   บทที่ 10

    ที่ศูนย์วิจัยหลินหว่านอินและพวกอีกหลายคนรีบร้อนตามมา เมื่อได้ยินจุดประสงค์การมาของพวกเขา พนักงานก็พูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนในทันที "ที่แท้พวกคุณก็คือครอบครัวที่คุณผู้ชายท่านนั้นพูดถึงสินะ?" พวกของหลินหว่านอินรู้สึกเพียงว่าสายตาของเธอที่มองมานั้น ราวกับการถูกแล่เนื้อเถือหนังทั้งเป็นฉินหลานตาแดงผ่าวแล้วถามขึ้น "ลูกชายของฉันล่ะ? ฉันจะไปหาลูกชายของฉัน"พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ลูกชายของคุณหลับใหลไปแล้วค่ะ ตามกฎระเบียบ ใครก็ไม่สามารถเข้าเยี่ยมเขาได้""มิฉะนั้น การทดลองแช่แข็งจะถูกระงับกลางคัน ถึงตอนนั้น เขาจะไม่มีโอกาสได้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกแล้วจริงๆ นะคะ"ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธทันที "ไม่... อย่าระงับการทดลองนะ ฉัน... ฉันไม่เจอเขาแล้ว ฉันไม่ไปเจอเขาแล้ว" ระหว่างทางหลินหว่านอินได้ฟังผู้ช่วยอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการทดลองนี้มาแล้ว ถึงแม้เธอจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อก็ตาม แต่ทว่า ขอเพียงแค่มีความหวังแม้เพียงหนึ่งในร้อยล้าน เธอก็ไม่อยากจะพลาดมันไปเธอถามด้วยดวงตาแดงผ่าว "สามีของฉัน... ทิ้งอะไรไว้ให้ฉันบ้าง?"พนักงานถึงได้ยื่นซองจดหมายให้เธอ แล้วพูดเสียงเรียบ "ตามกฎร

  • วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น   บทที่ 9

    โม่เซี่ยงหยวนดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขารีบหุบรอยยิ้ม แล้วพูดอย่างลุกลี้ลุกลนว่า "จะเป็นไปได้ยังไง... ผม... ผมไม่เชื่อหรอกว่าพี่ชายจะตาย ต้องเป็นเพราะเขาอยากทำให้พวกเรากลัว ก็เลยแกล้งทำแน่ๆ" แต่เขารู้ดีแก่ใจ ว่าโม่จิ่นตายไปแล้วจริงๆ เพราะเมื่อคืนก่อน เขาได้รับข้อมูลผู้บริจาคร่างกายในกลุ่มทำงานแล้ว ซึ่งก็คือโม่จิ่น เพียงแต่เพราะไม่มีรูปถ่าย ตอนแรกเขาเลยยังไม่แน่ใจว่าเป็นคนชื่อซ้ำกันหรือเปล่า แต่ตอนนี้ เขามั่นใจแล้วว่าคนคนนั้นก็คือโม่จิ่น พอคิดมาถึงตรงนี้ โม่เซี่ยงหยวนก็แสร้งทำท่าทางน่าสงสารอีกครั้ง เขายื่นมือออกไปให้หลินหว่านอินดูข้อมือของตัวเอง ที่ตรงนั้นมีรอยถลอกอยู่แผลหนึ่งเขาพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสารว่า "พี่หว่านอิน ผมเจ็บจังเลยครับ..."หลินหว่านอินยังไม่ทันได้เอ่ยปาก โม่หยางก็ตวาดถามเสียงเย็น "แม่แกเป็นลมไปทั้งคน แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย มัวแต่ห่วงแผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม?" ในตอนนั้น ผู้ช่วยหนุ่มได้ป้อนยาอมใต้ลิ้นฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้ว แต่เธอยังไม่ฟื้น ทว่าโม่เซี่ยงหยวนที่เธอรักนักหนา กลับไม่เคยเอ่ยปากถามไถ่เธอเลยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เอาแต่พยา

  • วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น   บทที่ 8

    ขณะนี้ ณ บ้านตระกูลหลินมือที่ถือโทรศัพท์ของหลินหว่านอินสั่นเทาไม่หยุด เธอเปิดดูคลิปวิดีโอนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในคลิป ใบหน้าที่เคยดูใสซื่อมาตลอดของโม่เซี่ยงหยวน บิดเบี้ยวและดุร้ายน่ากลัวเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ลูกแกะน้อยที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นอสูรกายกินคนที่น่าสยดสยอง... ฉินหลานและโม่หยางเองก็เช่นกันตอนนี้ทั้งสองคนต่างก็ตาแดงผ่าว ฉินหลานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณคะ พวกเราเข้าใจอาจิ่นผิดไปจริงๆ คุณรีบ... รีบไปตามหาอาจิ่นกลับมาเถอะค่ะ""ฉันจะบอกเขา ว่าแม่ผิดเอง... แม่ผิดไปแล้ว..."โม่หยางพูดเสียงสะอื้น "ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเขาเดี๋ยวนี้แหละ อาจิ่นต้องอยู่ที่นั่นแน่ๆ""เขาคงกำลังโกรธพวกเรา ก็เลยหลอกพวกเราว่าเขาตายไปแล้ว ใช่... ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ"หลินหว่านอินพยักหน้าเห็นด้วย "ไม่ผิดแน่ เมื่อวานเขายังส่งข้อความมาหาฉันอยู่เลย บอกว่าเขาสบายดี ให้ฉันไม่ต้องเป็นห่วง... เขาจะตายไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง?"เมื่อฉินหลานได้ยินดังนั้น ความกังวลในใจก็โล่งเปลาะไปได้เปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตื่นเต้น "จริงเหรอ?" แต่พอเธอพูดจบ สีหน้าของโม่หยางและหลินหว่านอินก็เปลี่ยนไป เพร

  • วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น   บทที่ 7

    โม่หยางถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "นี่คุณให้อภัยเขาแล้วเหรอ?"ฉินหลานถอนหายใจ แล้วถามขึ้น "คุณคะ พวกเราเข้มงวดกับอาจิ่นเกินไปหรือเปล่า?""ตอนนี้เขาเองก็ว่านอนสอนง่ายขึ้นแล้ว ต่อไปพวกเรามารักเขาให้มากๆ ค่อยๆ สอนเหตุผลให้เขาฟังกันเถอะ"โม่หยางพยักหน้าตอบ "ผมเชื่อฟังคุณหมดแหละ"ความจริงแล้วเขาไม่ได้เกลียดโม่จิ่นขนาดนั้น อย่างไรเสียใบหน้าของโม่จิ่นก็ถอดแบบเขามาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ พอเห็นเขา เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่มๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายทำตัวน่าผิดหวังเกินไป เขาคงไม่ทำตัวเย็นชาใส่เพื่อเป็นการสั่งสอนหรอก สองสามีภรรยาปรึกษากันว่าจะชดเชยให้โม่จิ่นอย่างไรดี ทว่าพวกเขากลับไม่รู้เลยว่า โม่จิ่นในตอนนี้ได้ถูกนำไปขังไว้ในแคปซูลแช่แข็งเสียแล้ว อีกด้านหนึ่ง หลังจากหลินหว่านอินเข้าไปในบ้านตระกูลโม่ เธอก็เริ่มตามหาโม่จิ่นอย่างบ้าคลั่ง แต่จนกระทั่งเธอพลิกคฤหาสน์ทั้งหลังจนแทบจะหงายท้อง ก็ยังหาเขาไม่พบ เธอโทรหาโม่จิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่มีคนรับสายเสียที ความหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คืบคลานเกาะกุมเต็มหัวใจราวกับเถาวัลย์ หรือว่าโม่จิ่นจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ? แต

  • วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น   บทที่ 6

    ฉินหลาน แม่ของโม่จิ่น เพื่อเป็นการลงโทษเขา ก่อนที่จะไล่เขามาที่นี่ ก็ได้ให้พนักงานในคฤหาสน์หยุดงานกันหมดแล้วหลินหว่านอินเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย "อาจิ่น ฉันรู้ว่าช่วงนี้คุณต้องเจอกับเรื่องน้อยใจมามาก""สองสามวันมานี้ฉันก็คิดอะไรได้หลายอย่าง ฉันรู้ว่าที่คุณทำเรื่องทำร้ายเซี่ยงหยวนลงไป เป็นเพราะพวกเราทุกคนใส่ใจคุณไม่มากพอ""ฉันจะไปพูดกับคุณลุงคุณป้า ให้พวกเขาใจเย็นกับคุณให้มากกว่านี้นะ""แล้วก็ซินเยว่ เมื่อวานเธอแอบกระซิบกับฉันว่า จริงๆ แล้วเธอชอบคุณมากนะ""เธอยังอยากให้คุณเป็นพ่อของเธอ อยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง"เธอพูดไปเยอะมาก จนปากคอแห้งผากและความอดทนสิ้นสุดลง แต่ประตูบานใหญ่ตรงหน้าก็ยังคงนิ่งสนิท เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกโมโหขึ้นมา แต่พอได้ยินคำพูดของผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ เหงื่อเย็นๆ ก็ผุดซึมขึ้นมาทันทีผู้ช่วยถามเธอด้วยความกังวล "ประธานหลิน คุณแน่ใจเหรอคะว่าคุณผู้ชายอยู่ข้างใน?"หลินหว่านอินกดเสียงต่ำราวกับกำลังปลอบใจตัวเอง "เขาเชื่อฟังฉันที่สุดมาตลอด ฉันให้เขากลับมา เขาก็ต้องกลับมาสิ""แถมเมื่อวานเขายังส่งข้อความมาหาฉัน บอกว่าอยู่บ้านสบายดี ไม่ต้

  • วันที่ผมถูกแช่แข็ง ภรรยาชมว่าผมว่าง่ายขึ้น   บทที่ 5

    ตอนที่หลินหว่านอินกลับมาถึงคฤหาสน์ โม่เซี่ยงหยวนยังคงหลับสนิทเธอเฝ้าเขาตลอดทั้งคืนด้วยความห่วงใย จนกระทั่งฟ้าสาง ฝนที่ตกหนักถึงได้หยุดลงโม่เซี่ยงหยวนที่นอนหลับจนเต็มอิ่มเพิ่งจะลืมตาขึ้น จากนั้นก็ถามด้วยความประหลาดใจ "พี่หว่านอิน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย?"หลินหว่านอินยิ้มแล้วตอบ "รีบกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ หมอประจำตระกูลตรวจดูอาการนายแล้ว บอกว่านายอารมณ์รุนแรงเกินไป หัวใจของนายเลยไม่ค่อยสู้ดีนัก เลยบอกไม่ให้ฉันกวนเวลาพักผ่อนของนายน่ะ""ฉันก็เลยไม่ได้ปลุกนาย ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?"โม่เซี่ยงหยวนยิ้มแล้วบอก "ได้นอนหลับไปตื่นนึงก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยครับ"เขามองไปรอบๆ แล้วแสร้งทำเป็นถามด้วยความห่วงใย "พี่ชายล่ะครับ เขาไม่ได้มาเยี่ยมผมพร้อมกับพี่เหรอ?" หลินหว่านอินถึงเพิ่งนึกขึ้นได้เรื่องที่ทิ้งโม่จิ่นไว้กลางทางเมื่อคืนนี้ พอคิดถึงว่าเมื่อคืนทั้งลมแรง ฝนตกหนัก แถมยังมีลูกเห็บ เธอก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย แต่พอคิดดูอีกที โม่จิ่นเป็นคนพึ่งพาตัวเองได้และเก่งกาจมาตลอด ก็แค่เรียกแท็กซี่กลับเอง ทำไมเธอจะต้องไปห่วงเขาด้วยล่ะ? แต่เธอไม่รู้เลยว่า โทรศัพท์มือถือของโม่จ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status