LOGINเมื่อคิดอย่างไรก็ไม่สบายใจและไม่สามารถทำงานต่อได้จึงตัดสินใจไปที่จวนตระกูลตระกูลเหลียนเพื่อดูให้เห็นกับตาว่านางไม่ได้เป็นอันใดเช่นที่เขาคิด
“เรียนนายท่านเวย ตอนนี้นายท่านไม่อยู่ที่จวนขอรับ” พ่อบ้านออกมาต้อนรับสหายของเจ้านายด้วยตนเอง ทว่าตอนนี้เจ้านายของเขาได้ออกจากจวนไปแล้ว จะเหลือก็เพียงคุณหนูของจวน “แต่คุณหนูยังอยู่ เดี๋ยวข้าน้อยจะไปตามมาให้ขอรับ”
เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดเพราะความจริงเขาก็มาหานาง มิได้มาหาสหายเช่นที่ผู้อื่นคิด แต่ปล่อยให้คนอื่นเข้าใจเช่นนี้ก็ดี
“คุณหนู นายท่านเวยมาขอรับ แต่นายท่านไม่อยู่ ข้าน้อยจึงมาเรียกคุณหนูออกไปต้อนรับ” ทุกคนในจวนรู้ดีว่าคุณหนูของจวนหลงรักนายท่านตระกูลเวยผู้นี้ แต่ตอนนี้กลับไม่มีผู้ใดรู้ว่านางได้เปลี่ยนใจเรื่องนี้แล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหลียนหรูเซียนที่กำลังพูดคุยกับสหายอย่างสนุกสนานก็หุบยิ้มลงทันที เพราะไม่คิดว่าเขาจะมาที่จวนของนางได้ แล้วเขาจะมาทำอันใดตอนนี้ พี่ชายของนางออกไปทำงานนานแล้ว
“พี่ใหญ่ไม่อยู่ เหตุใดจึงไม่ให้เขากลับไป” แล้วจะมาเรียกนางไปทำไม ประโยคหลังนางทำเพียงแค่เอ่ยในใจ ก่อนจะหันไปหาสหายที่พูดคุยกันเมื่อครู่ เพื่อขอความคิดเห็น เมื่อเห็นว่าสหายพยักหน้าจึงได้ตอบตกลง “ได้ เดี๋ยวข้าตามไป”
“ดูสิว่าเวยซานเซินจะมาไม้ไหน” ทำกับสหายของนางเพียงนี้ ยังกล้ามาเหยียบที่จวนนี้อีกหรือ ช่างใจกล้าเสียจริง
“เจ้าอย่าได้สร้างเรื่องวุ่นวายเชียว แค่นี้วุ่นวายมากพอแล้ว” เหลียนหรูเซียนปรามสหาย แค่นี้เขาก็เกลียดนางมาแล้ว ไม่อยากให้เขาต้องเกลียดนางมากไปกว่านี้ อย่างไรวันหน้าก็ต้องเจอหน้ากันอยู่
“ได้ ๆ ข้าแค่อยากเห็นว่าบุรุษเช่นใดจึงทำให้สหายของข้าโง่งมได้ถึงเพียงนี้” แม้จะได้ยินเรื่องของเขาแต่ก็ไม่เคยได้พบหน้ากันเสียที อยากจะรู้นักว่าหล่อเหลาเพียงใด
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด เขาจะได้กลับไปเสียที” เหลียนหรูเซียนเดินนำสหายออกไปต้อนรับแขกที่มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย
สตรีสองนางทำความเคารพผู้ที่อาวุโสกว่าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงสีหน้ายินดียินร้ายที่ได้เห็นหน้าของเขา ทำให้เวยซานเซินแปลกใจเป็นอย่างมากเมื่อไม่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของคนที่มักจะยิ้มแย้มให้เขาอยู่เป็นประจำ
“มิทราบว่านายท่านเวยมาที่ด้วยเหตุอันใดหรือ หากจะมาหาพี่หวง เขาออกไปทำงานตั้งนานแล้วเจ้าค่ะ” เป็นจินหลันเล่อที่ถามคนมาเยือน เพราะดูแล้วสหายของนางไม่ค่อยอยากจะสนทนากับคนผู้นี้สักเท่าใด
“เป็นข้าเองที่มาโดยไม่ได้นัดเอาไว้” เขาตอบพลางลอบมองใบหน้าที่ไม่ได้พบหน้ากันหลายวัน เหตุใดท่าทีของนางที่มีต่อเขานั้นแปลกไป หรือว่านางยังโกรธที่เขาดุนางไปวันนั้น
“แล้วนายท่านเวยมีธุระสำคัญอันใดหรือไม่” ในเมื่อได้เห็นใบหน้าตามที่ต้องการแล้วก็ไม่มีอันใดต้องอยู่ต่ออีก แต่จะว่าไปสายตาสหายของนางก็ดีไม่น้อย บุรุษหนุ่มหล่อเหลาหาผู้ใดเปรียบ ฉลาดหลักแหลม ยากนักที่จะมีบุรุษเพียบพร้อมเช่นนี้ แต่เสียดายนิสัยเย็นชาไปหน่อย
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าจะไปจัดการเอง” ในเมื่อมาเห็นด้วยตาของตนเองแล้วว่านางไม่ได้เป็นอันใดเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอันใดอีก
“เช่นนั้นพวกเราขอไม่ส่งนะเจ้าคะ” จินหลันเล่อส่งยิ้มที่ดูก็รู้ว่าเสแสร้งไปให้คนตรงหน้า ส่วนอีกคนก็เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมแม้แต่จะปรายตามองเขา
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวหันไปมองคนตัวเล็กอีกครั้ง พวกนางเอ่ยปากไล่ขนาดนี้เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนั่งอยู่ที่นี่อีก
ทว่าในขณะที่เขากำลังเดินออกไปก็มีบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามา ซึ่งเขาไม่คุ้นหน้าของคนผู้นี้เลยสักนิด เขาจึงได้หยุดเดินแล้วหันไปมองบุรุษผู้นั้นอีกครั้ง เพื่อดูให้ชัดว่าบุรุษผู้นั้นคือใคร และมาที่นี่ด้วยเหตุใด
“พี่ใหญ่มาแล้วหรือ” เป็นสตรีที่อยู่ข้างกายเหลียนหรูเซียนเอ่ยทักคนที่มาใหม่อย่างสนิทสนม ทำให้เขาได้รู้ว่าคนที่เข้ามาใหม่คือพี่ชายของนาง
ก่อนเขาจะเลื่อนสายตาไปยังสตรีอีกคนที่บัดนี้มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ต่างจากตอนที่อยู่ต่อหน้าเขายิ่งนัก
“พี่หยวนไม่ได้พบหน้ากันเสียนาน” เหลียนหรูเซียนทักคนมาใหม่เสียงหวาน ทำให้คนที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้แต่ขมวดคิ้ว นี่นางไปรู้จักคนพวกนี้ได้อย่างไร เพราะตั้งแต่ที่เขารู้จักสองพี่น้องตระกูลเหลียนมาก็ไม่ได้เห็นว่าไปสนิทสนมกับผู้ใด “เชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ”
แล้วคนพวกนี้เป็นผู้ใด พี่ชายของนางรู้หรือไม่จึงยอมให้นางพาผู้อื่นมาที่จวนเช่นนี้ ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มที่นางส่งไปให้บุรุษผู้นั้นก็ยิ่งโมโห ทีกับเขาทำสีหน้าเรียบนิ่ง
เวยซานเซินเดินออกจากจวนด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจนัก รอยยิ้มที่เคยมีให้เขาบัดนี้มันกลับไม่มีอีกแล้ว นางมีเพียงความเฉยชาเท่านั้นที่มอบให้เขา
ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ
บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก
“อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น
บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ
เหลียนหรูเซียนที่เดินหนีมาก็รีบเข้าเรือนของตนเองและปิดประตูลงทันที ยกมือขึ้นมาตบที่อกของตนเองเบา ๆ เพื่อระงับหัวใจที่เต้นแรงของตนเอง เพียงแค่เขาเอ่ยมาไม่กี่ประโยคหัวใจก็เต้นแรงจนไม่สามารถควบคุมได้“ไม่ได้ ๆ จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้” หากยังเป็นเช่นนี้มีหวังนางต้องใจอ่อนแน่นอน ซึ่งนางจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ นางตัดใจไม่ยุ่งกับเขาแล้ว จะปล่อยให้ความรู้สึกที่มีต่อเขาก่อตัวขึ้นมาใหม่เช่นนี้ไม่ได้หญิงสาวค่อย ๆ ตั้งสติแล้วเดินไปเขียนจดหมายส่งไปให้สหาย ทางรอดเดียวของนางตอนนี้ก็คือจินหลันเล่อ“ซูซู” หญิงสาวร้องเรียกสาวใช้ที่อยู่หน้าเรือน เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาแล้วก็ยื่นจดหมายให้ “เจ้าให้คนนำไปส่งให้เล่อเอ๋อร์”“เจ้าค่ะ” ซูซูรีบไปทำตามที่เจ้านายสั่งรุ่งเช้าเหลียนหรูเซียนก็ออกจากจวนไปแต่เช้า เพื่อไปหาสหายที่จวน นางได้ส่งจดหมายไปก่อนแล้วว่าวันนี้จะไปหาที่จวน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะไปหาเพราะอะไร ด้วยคิดว่าได้เล่าต่อหน้าคงจะดีกว่า“มีเรื่องอันใดหรือจึงได้มาหาข้า” จินหลันเล่อถามสหาย ช่วงนี้เริ่มหนาวขึ้นมากพวกนางเลยตัดสินใจว่าจะเก็บตัวอยู่ที่เรือน หลังหิมะหยุดตกค่อยว่ากันอีกที“เรื่องของเวยซานเซิ
บทที่ 12หลังจากที่ถกเถียงกับเวยซานเซินเมื่อสองวันก่อน เหลียนหรูเซียนก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ทั้งที่นางยอมถอยแล้วแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ยอมจบเรื่องนี้ เพียงแค่เขาเฉยชากับนางเหมือนเช่นเมื่อก่อน เรื่องราวก็จะไม่ต้องวุ่นวายเช่นนี้“เฮ้ออ” หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างไม่สามารถทำอันใดได้ เพราะตอนนี้เหมือนตัวปัญหาจะไม่ใช่นาง แต่กลายเป็นเขาไปเสียแล้ว“นี่ข้าจะต้องทำอย่างไรต่อไป” นางได้แต่บ่นอยู่คนเดียว เมื่อก่อนเขาผลักไสนางขนาดนั้น แล้วเหตุใดตอนนี้จึงมาวุ่นวายกับนางไปเลิกหรือว่าเขาจะชอบข้าเข้าแล้ว เป็นไปไม่ได้ เขาออกจะรังเกียจนางเสียด้วยซ้ำจะมาชอบข้าได้อย่างไร หญิงสาวได้แต่คิดคนเดียวในใจ ใจคนเราจะเปลี่ยนได้ง่ายเช่นนั้นหรือ ไม่มีทางเสียหรอกขณะที่กำลังนั่งคิดอันใดอยู่คนเดียว สาวใช้ก็เข้ามารายงาน “คุณหนูนายท่านเวยมาที่จวนเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วทันที นี่วันนั้นยังคุยกันไม่รู้เรื่องอีกหรือ บอกว่าไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกแล้วเขาจะมาที่นี่อีกทำไม“ตอนนี้นายท่านออกไปทำงานแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูจะออกไปต้อนรั







