Home / โรแมนติก / วาสนาเอื้อย / อยากขอบคุณพ่อที่ส่งผมให้อยู่ใกล้เธอ

Share

อยากขอบคุณพ่อที่ส่งผมให้อยู่ใกล้เธอ

last update publish date: 2026-09-05 19:02:14

พอเข้ามาภายในห้องที่ถูกจัดแต่งด้วยโทนสีขาวมุขสไตล์เรียบๆ เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาเท่านั้นเสียงมือถือก็ดังขึ้นทันที

แม้ว่าร่างบางจะยังไม่ดูมือถือว่าใครที่เป็นคนโทรเข้ามาแต่เธอก็รู้ได้ว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นพ่อหรือไม่ก็แม่ของเธอนั้นเอง

“ค่ะพ่อ” เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ ทำไมนะเวลาที่เธอซื้อหวยถึงได้เดาไม่ถูกแบบนี้

“เป็นยังไงบ้าง” เสียงแหบว่า เขานั้นไม่ได้จะโทรเข้ามาหาบุตรสาวเรื่องที่ดินเลยสักนิด แต่อยากจะรู้ว่าเธอกับลูกชายเพื่อนของเขาเข้ากันได้ดีหรือเปล่า

ส่วนเรื่องที่ดินเขายังไงก็ได้เพราะยกการตัดสินใจนี้ให้บุตรสาวคนเดียวไปแล้ว เอื้อยจะขายหรือไม่ขายมันเป็นสิทธิ์ของลูกสาวเขา

“เรื่องที่ดินยังไม่คุยเรื่องรายละเอียดอะไรคะพ่อ เรานัดคุยกันอีกทีวันพรุ่งนี้” ทว่าหญิงสาวกลับยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคนเป็นพ่อ

ในระหว่างที่คุยกับชายวัยกลางคนหญิงสาวจึงเดินเข้าไปหยิบเค้กในตู้เย็นกิน

“นี่ลูกกินเค้กอีกแล้วเหรอ” เสียงเข้มกล่าวล่ะคนรู้ทันเพราะในตอนที่บุตรสาวของเขาอยู่ที่บ้าน เธอก็กินเค้กเป็นประจำเรียกได้ว่ากินแทนข้าวเลยก็ว่าได้

เขาเป็นห่วงบุตรสาวที่ตอนนี้อยู่ห่างจากครอบครัวเป็นห่วงกลัวว่าลูกสาวจะป่วยเพราะไม่ค่อยกินข้าว

“เอ่อ ค่ะเอื้อยเสียดายอุตส่าห์ซื้อมาไว้ตั้งเยอะ”

“ถ้าลูกยังไม่ดูแลตัวเองพ่อจะให้ลูกกลับขอนแก่นนะ” กินเค้กเยอะแถมยังขี้เกียจออกกำลังกายอีก แบบนี้สุขภาพของลูกสาวเขาก็แย่สิ คนเป็นพ่อเป็นแม่เห็นแบบนี้แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“พ่อคะ...” เสียงหวานว่าอย่างอ้อนๆ

“ไม่ต้องเลย เพลาๆลงเลยนะพวกเค้กพวกขนม” มีลูกสาวเพียงคนเดียวใครบ้างจะไม่ห่วง

“ก็ได้ค่ะพ่อ”

“ปากบอกว่าก็ได้แต่ตอนนี้มือยังตักเค้กเข้าปากอยู่ใช่ไหม” มือเรียวที่กำลังตักเค้กนมสดกินกลับต้องหยุดชะงักเพราะคนเป็นพ่อรู้ทันเธอ

ตายแล้วนี่พ่อรู้ทันเธอขนาดนี้เลยเหรอ.....

“อะแฮม เอ่ออย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะคะเดี๋ยวเอื้อยอาบน้ำพักผ่อนก่อน” หลังจากที่ว่างสายจากคนเป็นพ่อแล้ว เอื้อยจึงรีบเคลียร์เค้กที่เหลือให้หมด

ของชอบแบบนี้เธอทำใจทิ้งมันไม่ได้หรอกนะ รีบๆกินให้เสร็จจะได้พักผ่อนแล้วคุยงานต่อพรุ่งนี้

.................

หลังจากที่ศิลากลับมาจากส่งเอื้อย ระหว่างทางที่นั่งรถกลับบ้านชายหนุ่มก็เอาแต่นั่งยิ้มตลอดเวลา จนลุงศรคนขับรถสังเกตเห็น ชายวัยกลางคนจึงอดแซวเด็กหนุ่มไม่ได้

“คุณศิลาแฟนคุณศิลาน่ารักมากเลยครับ” เห็นท่าทางชายหนุ่มเป็นแบบนี้แล้วจะให้ชายแก่อย่างเขาคิดเป็นอื่นได้ไง นอกจากว่าคนทั้งสองกำลังคบกัน

“ตอนนี้ไม่ใช่ครับ” ใจเขาก็อยากจะได้คนตัวเล็กมาเป็นแฟน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจีบเธอจากตรงไหน เห็นทีกลับบ้านไปวันนี้เขาจะต้องหาโอกาสคุยกับพ่อแล้ว

ขอเคล็ดลับวิชาเอาใจสาวจากพ่อ อยากจะรู้ว่าพ่อทำยังไงถึงจีบแม่ติดและทำให้แม่รักแม่คอยเอาใจขนาดนี้

“ฮ่าฮ่า หมายความว่ากำลังจีบอยู่เหรอครับ”

“อย่าเรียกว่าจีบเลยครับผมยังไม่มีโอกาสเลย” ที่พวกเราคุยกันมันเป็นเรื่องของธุรกิจไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เขาเองก็คิดไม่ออกว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน ถึงจะสามารถเข้าหาคนตัวเล็กได้โดยที่เธอไม่อึดอัด

“แค่ได้อยู่ใกล้ก็มีโอกาสแล้วครึ่งหนึ่งครับ” คุณศิลายังอายุน้อยเป็นเรื่องปกติที่เด็กหนุ่มคนนี้จะไม่รู้วิธีเข้าหาสาว

“แต่ไม่รู้ว่าเธอจะชอบผมหรือเปล่านะสิครับลุง”

“ก็เพราะว่าเราไม่รู้ไงครับคุณศิลา เราถึงต้องเดินหน้าจีบ” หากว่าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีโอกาสที่จะได้หญิงสาวมาอยู่ข้างกาย

“จริงอย่างที่ลุงว่า” ใช่ เขาจะมัวแต่กลัวว่าเธอจะไม่ชอบไปทำไม ในเมื่อตอนนี้เขายังไม่ได้เดินหน้าจีบเธอเลย

...................

ศิลาที่ได้รับคำแนะนำจากลุงศรจึงยิ่งมั่นใจว่าจะเดินหน้าจีบสาวเจ้าอย่างเต็มที่ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็คงต้องแล้วแต่โชคชะตา

“ลุงครับขอบคุณนะครับ ถ้าเกิดว่าเอื้อยเป็นแฟนผมเมื่อไหร่ ผมจะบอกให้พ่อจัดโบนัสให้ลุงอย่างงามเลย” ร่างสูงเร่งเดินกลับเข้าไปในบ้าน

เพราะว่าเขาจะส่งข้อความไปบอกฝันดีสาว อย่างน้อยแค่ได้คุยกันก็ยังดี

“โชคดีนะครับคุณศิลา”

“ครับลุงศร”

“ศิลาลูกเป็นอะไร?” พิภพคนเป็นพ่อเอ่ยถามบุตรชายที่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน แปลก? หน้าตาของศิลาไม่เหมือนคนถูกใช้งานเลย คนทำงานอะไรจะเดินยิ้มเข้าบ้านหน้าระรื่นแบบนั้น

หรือว่างานนี้สำหรับศิลาแล้วไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ว่าเพื่อนของเขาคนนี้มันเป็นคนหวงที่ดินมากไม่ใช่เหรอ ศิลาลูกชายของเขามันไม่ควรมีสีหน้าที่ดีแบบนี้

“พ่อครับ ขอบคุณนะครับ” ศิลาไม่ได้สนใจคำถามของคนเป็นพ่อเลยสักนิด กลับเอ่ยคำขอบคุณไปแทน

จะไม่ให้เขารู้สึกขอบคุณได้ยังไงก็พ่อเป็นคนส่งเขาให้ไปพบเธอ พบเอื้อยคนตัวเล็กน่ารักคนนั้น

“แกทำงานจนเป็นบ้าเหรอ” ดวงตาเหี่ยวย่นเบิกออกกว้างอย่างไม่เข้าใจ

“ศิลาลูกโอเคหรือเปล่า” คุณหญิงธารดาวที่เห็นบุตรชายมีอาการแปลกไปจากเดิม จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ ร่างบางเร่งเดินเข้าไปหาศิลาทันที

“ผมไม่เป็นอะไรครับแม่ ผมแค่มีความสุข” ศิลายิ้มร่าก่อนจะเร่งวิ่งขึ้นไปข้างบนบ้าน เพราะใจของเขาตอนนี้ร้อนรนคิดถึงคนตัวเล็กแล้วอยากจะโทรหา อยากจะคุยกับเธอก่อนนอน 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วาสนาเอื้อย   จบบริบูรณ์

    หลังจากวันนั้นผ่านมา วันที่ศิลาข่มขู่พ่อตาให้ยอมรับเขา เรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดี พ่อตายอมที่จะให้เขาคบกับพี่เอื้อยแต่ไม่ยอมให้เขาไปขอหมั้นพี่เอื้อยเขาให้เหตุผลว่าอยากจะดูพฤติกรรมเด็กหนุ่มก่อน หากว่าทำตัวไม่ดีทำให้ลูกสาวของท่านเสียใจ เรื่องการหมั้นหมายเขาจะเก็บไปพิจารณาอีกที“พ่อครับ ผมกับพี่เอื้อยกลับกรุงเทพก่อนนะ” ศิลายกมือไหว้คนเป็นว่าที่พ่อตาและแม่ยาย ทว่าชายวัยกลางคนกลับไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ตอบแม้เขาจะยอมรับไอ้เด็กหนุ่มคนนี้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหายโกรธที่มันรังแกลูกสาวของเขา“พ่อแม่คะหนูกลับก่อนนะ”“อืม ลูกเดินทางปลอดภัยนะ” ต่างจากหญิงสาวที่เป็นลูกในไส้อย่างเอื้อย ที่คนเป็นพ่ออวยพรให้เดินทางปลอดภัยศิลาที่เห็นท่าทีแบบนี้ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างไร กลับเข้าใจความรู้สึกของว่าที่พ่อตาด้วยซ้ำเมื่ออำลาคนในครอบครัวเสร็จแล้ว ชายหนึ่งหญิงหนึ่งจึงออกเดินทางกลับกรุงเทพเพราะยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก“ศิลาอย่าโกรธพ่อไปเลยนะ”“ผมไม่โกรธหรอกครับ ผมเข้าใจ” ศิลายิ้มร่าก่อนจะเอี่ยวตัวไปหอมแก้มสาวเจ้า ที่กำลังขับรถอย่างหมั่นเคี้ยว“ฉวยโอกาส” เผลอไม่ได้ตอนที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก็หาแต่โอกาสแตะต้

  • วาสนาเอื้อย   ถ้าเกิดว่าไม่ยอมรับ ผมจะแจ้งจับพี่เอื้อยข้อหาพรากผู้เยาว์

    เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นอย่างที่ศิลาคิดเอาไว้ เมื่อเช้ามาชายวัยกลางคนกลับมองหาบุตรสาวคนสวยรอบบ้านเพราะไม่เห็นเอื้อยเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ปกติยามที่ลูกสาวของเขาอยู่บ้านหญิงสาวจะไม่ตื่นสายแบบนี้“คุณวันนี้จะทำอะไรให้ผมทานเหรอ” เห็นแต่ผู้เป็นภรรยาที่กำลังเข้าครัวทำอาหาร ใจจริงก็อยากถามหาลูกสาวด้วย แต่กลัวว่าภรรยาจะไม่ชอบขี้หน้าเข้าอีกเดี๋ยวก็หาว่าเขาจับผิดลูกสาว......“ของคุณน่ะทานกาแฟดำแก้วเดียวก็พอ” ทว่าผู้เป็นภรรยาก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ ยังคงเมินสามีอยู่กลายๆ“แบบนั้นมันจะไปอิ่มอะไร” เขาว่าพรางก้มหน้าเศร้า ส่งเสียงออดอ้อนอยากให้ผู้เป็นภรรยาเห็นใจ“ถ้าเกิดว่าอยากกินรอศิลาก่อนก็แล้วกัน” ผู้เป็นภรรยาว่าขณะที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองสามีด้วยซ้ำ“.........” ชายวัยกลางคนที่ได้ยินชื่อนี้ก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นมากขึ้นทว่าพอภรรยาพูดถึงมันแล้วตั้งแต่เช้าเขาก็ยังไม่เห็นมันเลยนิ หนูเอื้อยลูกสาวของเขาก็ยังไม่เจอ.....“หรือว่า....” ชายวัยกลางคนยืนนิ่งสีหน้าตกใจ ก่อนจะกลับหลังหันวิ่งไปยังบันไดบ้านเพื่อไปยังชั้นสองของบ้าน“คุณ!” ผู้เป็นภรรยาที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มเข้าใจแล้ว

  • วาสนาเอื้อย   วิธีเอาคืนว่าที่พ่อตา

    “พี่เอื้อย...” เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้ศิลาก็ตัวนิ่ง หน้าตาเหม่อลอยไม่กล้าขยับไปไหน เพราะยังตกใจกับคำพูดของคนตัวเล็กที่บอกประมาณว่า เรามาคบกันเถอะ“ทำไมเหรอ? หรือว่านายไม่อยากคบกับพี่แล้ว” หญิงสาวโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของศิลา ก่อนจะผละออกมาจ้องมองหน้าคมของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม“เปล่านะครับผมแค่ตกใจ พะพี่เอื้อยพูดจริงเหรอครับ” ที่ถามย้ำแค่ไม่อยากคิดว่าตอนนี้มันเป็นความฝัน แต่ว่าคนตัวเล็กขอเขาคบเป็นแฟนจริงๆ“แล้วหายตกใจหรือยัง” มุมปากบางยกยิ้มระคนอารมณ์ดี คิดไม่ตกว่าศิลาจะมีท่าทีที่ตลกแบบนี้“พี่เอื้อย พี่ยังไม่ตอบเลยว่าพี่พูดจริงหรือเปล่า”“หื้ม? แล้วทำไมพี่จะพูดไม่จริงล่ะ” เรื่องแบบนี้ต้องโกหกด้วยเหรอแล้วจะทำไปเพื่ออะไร“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมครับ” ศิลาดีใจมากจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ มือหนาเขย่าไหล่มนต์อย่างคาดหวังกับคำตอบที่จะได้ยิน“ฮ่าฮ่า!จริงสิ ตอนนี้เราสองคนเป็นแฟนกันแล้ว” เอื้อยว่าก่อนที่เพียงไม่นาน เธอจะจู่โจมเข้าไปจูบศิลาอย่างรวดเร็วเธอน่ะไปหาอ่านมาว่าความรักของคนสองคน จะต้องผลักกันรุกและรับ ในครั้งก่อนที่น้ำตก ศิลาเป็นคนจูบและจู่โจ

  • วาสนาเอื้อย   ถ้าเกิดว่ามั่นใจอย่างนั้นเราสองคนมาคบกันเถอะ

    ตกดึกมาทั้งสองคนแม่ลูกไม่ยอมคุยกับชายวัยกลางคนเลย หลังจากที่สองแม่ลูกรู้ว่าคนเป็นพ่อและสามีกลั่นแกล้งศิลา จนทำให้เด็กหนุ่มเป็นลมเป็นแล้งไปคนงานที่ไร่เล่าว่าไปเจอศิลานอนสลบอยู่กลางทุ่งไร่ พร้อมกับวัวที่ยืนอยู่ตรงนั้นหลายร้อยตัวพอเค้นถามชายวัยกลางคนจึงรู้ว่า ศิลาถูกใช้ให้แบกน้ำในถังไปให้วัวในไร่จนเป็นลมไป คนเป็นภรรยาที่รู้ว่าสามีทำแบบนี้ยิ่งไม่พอใจเขาทำเกินไปศิลาเองก็ไม่ได้ผิดอะไรด้วยซ้ำ ทำไมสามีของเธอถึงได้ใจดำแบบนี้ เขาแค่รักและชอบลูกสาวของเธอมันผิดด้วยเหรอ ดีอีกที่ลูกสาวของเธอมีคนรักคนดูแล เธอจะได้หายห่วงยามที่เอื้อยต้องอยู่ไกลบ้าน“เอ่อ เราไม่กินข้าวแล้วเหรอ” เสียงราบเรียบว่าอย่างสลดไม่คิดว่าภรรยาและลูกสาวจะโกรธมากขนาดนี้ โกรธจนไม่ตั้งโต๊ะกินข้าวเลยกระทั่งของโปรดที่เขาชอบ ภรรยาสุดที่รักก็เทมันทิ้งลงถังขยะต่อหน้าเขา เหลือไว้ก็แต่ผัดเปรี้ยวหวานกับต้มซุปเอ็นร้อยหวายซึ่งเขามารู้ทีหลังว่ากับข้าวทั้งสองอย่างนี้เป็นของโปรดของไอ้เด็กหน้าจืดนั้น“คุณยังต้องกินข้าวด้วยเหรอ งานการก็ไม่ทำจะกินทำไมให้เสียข้าวสุก” ภรรยาสวนกลับผู้เป็นสามี โทษฐานที่ปล่อยให้ศิลาทำงานอยู่คนเดียวจนไม่สบาย“โถ่ว!อ

  • วาสนาเอื้อย   ว่าที่พ่อตาแผงฤทธิ์

    “เอ่อจะให้ผมทำอะไรครับ” ทำไมเขาถึงได้รู้สึกถึงรางไม่ดี พ่อของพี่เอื้อยจะให้เขาทำอะไรกันแน่“เอ็งไปเอาน้ำให้วัวพวกนั้นสิ” นิ้วมือหนาชี้ไปยังวัวที่ถูกปล่อยให้เดินกินหญ้ากลางทุ่งหลายร้อยตัว พร้อมกับเอาถังสีส่งให้เด็กหนุ่ม“นั้นสายยางเปิดน้ำ เอาให้มันกินทุกตัวล่ะ” ชายวัยกลางคนว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ศิลาที่มองตามนิ้วชี้ของชายวัยกลางคนได้แต่ตาโตตกใจกับงานที่ว่าที่พ่อตาให้เขาทำ“แต่พ่อครับ!” เขาตายแน่ๆ ถ้าเกิดว่าต้องเอาน้ำให้วัวพวกนั้นกินทั้งหมด“เอ็งมีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหรอ?” หึ เอาสิตอนนี้ไหนล่ะสีหน้ายิ้มระรื่นนั้นมันหายไปไหนแล้ว หน้าตาอวดดีแบบนั้นมันหายไปไหนกันพ่อหนุ่มน้อยเขาล่ะอยากจะถ่ายรูปของไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ไปให้พ่อมันดูจังเลย อยากเห็นสีหน้าของไอ้พิภพว่ามันจะเป็นยังไง ยามที่เห็นเขารังแกลูกชายสุดที่รักของมัน“เอ้า!จะยื่นนิ่งอยู่ทำไมรีบไปเอาน้ำให้ลูกๆของข้าสิ เดี๋ยวมันหิวน้ำตาย” ชายวัยกลางคนไล่เด็กหนุ่มให้เร่งมือ ก่อนที่ภรรยาและลูกสาวของเขาจะกลับมาเห็นเดี๋ยวจะหาว่าพ่อและสามีคนนี้ใจร้ายใจดำอีก ที่ไปรังแกเด็กมัน แต่ก็น่ะ.....ช่วยไม่ได้มันมาทำหน้าตากวนๆ ให้เขาหมั่นไส้เองชายวัยกลางคนนั่งมอ

  • วาสนาเอื้อย   ถ้ามันร้อนมาก วันหลังก็อย่ามาเดินตามลูกสาวข้า

    ยังไม่ทันที่รถยนต์คันหรูจะจอดอยู่หน้าบ้าน เอื้อยก็เห็นคนเป็นพ่อยืนกอดอกรอแล้ว เธอใช้เวลาขับรถไม่นานเท่าไหร่ เพราะต่างจังหวัดหากไม่ใช่ช่วงเทศกาลรถจะไม่ติดทำให้หลังจากที่ไปดูที่ดินกับศิลาแล้ว ก็ขับรถมาที่บ้านที่ขอนแก่นได้เลย“พี่เอื้อย พี่ทะเลาะกับพ่อเหรอครับ” คนที่กล้ายืนกอดอกจ้องมองรถของพี่เอื้อยขนาดนี้ คงมีแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นพ่อของพี่เอื้อยแต่ทำไมคุณพ่อต้องทำท่าทางและสีหน้าแบบนี้ด้วย เขากับพี่เอื้อยทะเลาะกันเหรอ ศิลาคิดในใจเมื่อได้ลองย้อนไปเมื่อคืนถึงสีหน้าของพี่เอื้อย ที่ไม่ค่อยสู้ดีหนักหลังจากคุยโทรศัพท์กับคนเป็นพ่อ“ไม่ใช่ พ่อพี่นิสัยเป็นแบบนี้เอง” เธอหันไปมองศิลาอดเป็นห่วงเด็กหนุ่มไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าพ่อจะรังแกเด็กหนุ่มหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่าศิลาจะรับมือกับพ่อยังไง“ครับ” เขาก็พอจะรู้หรอก ว่าพ่อพี่เอื้อยเป็นคนยังไงเพราะพ่อของเขาก็เตือนมาเหมือนกัน ว่าพ่อพี่เอื้อยหวงลูกสาวมากยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวยิ่งหวง“ศิลาเราลงไปกันเถอะ” เอื้อยพาเด็กหนุ่มเดินเข้าไปทักทายคนเป็นพ่อและแม่ของเธอ ที่กำลังเดินออกมารับเธอที่หน้าบ้านด้วยความที่เป็นบ้านนาบ้านของเอื้อยจึงแตกต่างจากที่บ้านขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status