Se connecter“ใช่แล้ว...วันนี้น่าจะทรงเสด็จกลับแดนตะวันตกจึงมาทูลลากระมัง”
ได้ยินมาว่าอ๋องน้อยเฉิงซีอายุยังน้อยก็มีคุณงามความดียิ่ง ไม่เพียงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องผู้เป็นบิดาที่ล้มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขายังทำหน้าที่ปกป้องแดนตะวันตกอย่างกล้าหาญ เป็นหลานชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ส่วนฮองเฮาเองก็รักใคร่เอ็นดู เขานับเป็นสายสัมพันธ์ที่เชื่อมคานอำนาจระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างแท้จริง ไม่เลือกฝั่งใดแต่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อต้าเหลียงโดยแท้
บิดาของเขาเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
มารดาเป็นคนตระกูลเฉินที่ใกล้ชิดกับฮองเฮา
หากนับตามความจริงเขากับนางก็เป็นเครือญาติ ทว่าหากนับตามศักดิ์ฐานะในราชสำนัก เขาอยู่ใต้คนเพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนทั่วหล้า เช่นนี้เขากับนางจึงห่างเหินราวกับคนละฟากฝั่ง
ไม่นับรวมที่ว่าแม้มารดาของนางเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ แต่ก็เป็นองค์หญิงที่ไม่ได้มีอำนาจอิทธิพล ต่างกับเขาที่เป็นหลานชายสายตรงของตระกูลเซียว ด้วยบิดาของเขาเป็นอนุชาที่เกิดจากบิดาและมารดาเดียวกัน เลือดในกายของอ๋องน้อยเฉิงซี จึงนับว่าเป็นสายเลือดของเชื้อพระวงศ์แห่งต้าเหลียงอย่างแท้จริง
“อ๋องน้อยเฉิงซี...เซียวเหยี่ยนหยาง” เฉินหมิงเหยาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา พยายามนึกถึงเรื่องราวของอ๋องน้อยผู้อายุสั้น
จำได้ว่าเขาถูกพิษขณะปกป้องกำแพงเมืองตะวันตก พิษนั้นไม่มียาแก้เป็นพิษอะไรสักอย่างที่เรียกว่าราตรีๆ นางพยายามนึกถึงพิษที่ว่าเพราะเคยได้ยินบิดากล่าวถึง แต่เพราะตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจฟัง ไม่เคยให้ความสำคัญ ดังนั้นจึงจดจำได้รางๆ...
เซียวเหยี่ยนหยางผู้นี้...หากเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่มีทางที่ฮ่องเต้และฮองเฮาจะตกลงไปในกับดักของการแก่งแย่ง ยิ่งไม่มีทางที่อำนาจในมือของฮองเฮาจะอ่อนแอลง ในใจของหญิงสาวยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าการที่เขาถูกพิษครานั้น...ไม่ใช่ฝีมือของศัตรู
สายตาของนางมองตามแผ่นหลังองอาจของอ๋องน้อยผู้สง่างาม อีกไม่นานเขาผู้นี้ก็จะหลงเหลือเพียงชื่อและความดีที่เคยทำ
ช่าง...น่าเสียดาย
ตำหนักเฟิ่งหวงยังคงใหญ่โตและงดงาม ฮองเฮาซึ่งเอ็นดูนางมาตลอดก็ยังใจดีมองของมากมายให้ เฉินหมิงเหยากับมารดารั้งอยู่ในวังหลวงตลอดบ่าย กว่าจะได้ออกมาก็เป็นเวลาที่ประตูวังหลวงใกล้ปิดลง
ขณะเดินตามขันทีนำทางออกมา พลันได้ยินนางกำนัลน้อยสองคนสนทนากันเข้าโดยบังเอิญ
“เจ้าต้องระวังให้มากกว่านี้ ไม่รู้หรือว่าสมุนไพรบางชนิดแม้มีคุณแต่ก็มีโทษ หากใช้ปนเปกับสิ่งอื่นก็อาจจะเป็นพิษได้ ยิ่งเป็นสมุนไพรบางอย่างกับเกสรดอกไม้ พิษนั้นก็จะยิ่งยากจะสังเกตเห็น กว่าจะมีอาการก็สายเกินเยียวยาแล้ว แถมท่านหมอที่เก่งกาจก็อาจจะไม่รู้ว่าอาการเกิดจากอะไร”
เฉินหมิงเหยาชะงักหันไปมองมารดา หัวใจของนางหล่นวูบ...
สมุนไพรที่ต้องใช้อย่างระวัง?
เกสรดอกไม้ที่หากรวมกับสมุนไพรแล้วก็อาจเกิดพิษ?! นางเหม่อลอยเอาแต่คิดถึงประโยคนั้นซ้ำๆ กระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่ากลับมาถึงเรือนของตัวเองแล้ว
เสี่ยวหมานเห็นนางเหม่อลอยก็เป็นกังวล “คุณหนูเจ้าคะท่านไม่สบายหรือ สีหน้าของท่านดูไม่ดีเลย”
นางได้แต่ยิ้ม... “ข้าไม่เป็นไร เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิดคืนนี้ข้าจะเข้านอนเร็วหน่อย”
ไม่เลยนางไม่ได้เข้านอน แต่นางเริ่มร่างเหตุการณ์เท่าที่ตัวเองจะจำได้ ทว่าหลังจากเขียนทุกอย่างออกมาเป็นตัวอักษร ไม่ว่านางจะซ่อนเอาไว้ที่ใดก็รู้สึกไม่สบายใจ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเห็นบันทึกนี้ของนาง ไม่ว่าใครนางก็บอกไม่ได้ หากพูดไปคงหนีไม่พ้นถูกมองว่าเสียสติ
เช้าวันถัดมาบิดาออกไปกับพี่ชายแล้ว ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ตามเสด็จไปล่าสัตว์ นางออกมาส่งบิดา มองแผ่นหลังของเฉินซวี่เสียนที่นางไม่เคยสังเกตมาก่อนว่ามันเย็นชาเพียงใด “เสี่ยวหมานข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าทำ สำคัญมากจะให้ผู้ใดล่วงรู้ไม่ได้นอกจากข้ากับเจ้า”
“คุณหนู...ท่านสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“เจ้านำถุงเงินนี้ไป ไปยังสำนักมือปราบกู้หมิน ตามหามือปราบแซ่หวังนามสั้นๆ ว่าหลี่ มอบเงินนี้ให้เขา บอกเขาว่าอีกสองวันให้เขาไปพบข้าที่อารามไป๋ค่งนอกกำแพงเมือง หากเขาอยากมีงานที่ได้เงินดีทั้งไม่ผิดศีลธรรมก็ให้ทำตามนี้ หากเขาไม่ตกลงเงินนี้ก็มอบให้เขาเป็นของขวัญและเจ้าก็จากมาได้เลย”
“คุณหนู” เสี่ยวหมานมองนางด้วยสายตาสงสัยและตื่นกลัว แน่ละนางเพิ่งสิบสองขวบปีเรื่องเช่นนี้กลับทำอย่างมีลับลมคมใน
“สำคัญมากและห้ามถาม เพียงทำตามคำสั่งก็พอ” นางกำชับด้วยท่าทีจริงจัง “เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของข้า ห้ามไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ ยิ่งคนในจวนก็ห้าม เจ้าเข้าใจหรือไม่”
“ใช่แล้ว...วันนี้น่าจะทรงเสด็จกลับแดนตะวันตกจึงมาทูลลากระมัง”ได้ยินมาว่าอ๋องน้อยเฉิงซีอายุยังน้อยก็มีคุณงามความดียิ่ง ไม่เพียงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องผู้เป็นบิดาที่ล้มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขายังทำหน้าที่ปกป้องแดนตะวันตกอย่างกล้าหาญ เป็นหลานชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ส่วนฮองเฮาเองก็รักใคร่เอ็นดู เขานับเป็นสายสัมพันธ์ที่เชื่อมคานอำนาจระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างแท้จริง ไม่เลือกฝั่งใดแต่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อต้าเหลียงโดยแท้บิดาของเขาเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมารดาเป็นคนตระกูลเฉินที่ใกล้ชิดกับฮองเฮาหากนับตามความจริงเขากับนางก็เป็นเครือญาติ ทว่าหากนับตามศักดิ์ฐานะในราชสำนัก เขาอยู่ใต้คนเพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนทั่วหล้า เช่นนี้เขากับนางจึงห่างเหินราวกับคนละฟากฝั่งไม่นับรวมที่ว่าแม้มารดาของนางเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ แต่ก็เป็นองค์หญิงที่ไม่ได้มีอำนาจอิทธิพล ต่างกับเขาที่เป็นหลานชายสายตรงของตระกูลเซียว ด้วยบิดาของเขาเป็นอนุชาที่เกิดจากบิดาและมารดาเดียวกัน เลือดในกายของอ๋องน้อยเฉิงซี จึงนับว่าเป็นสายเลือดของเชื้อพระวงศ์แห่งต้าเหลียงอย่างแท้จริง“อ๋องน้อยเฉิงซี.
หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผมดำยาวสลวยทั้งยังทั้งหนาและยาวแทบจรดบั้นเอวนางคว้าผมของตัวเองดึงมาข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังแต่งเข้าไปในจวนกั๋วกงเพราะต้องดูแลจวน ดูแลสามี ดูแลทุกๆ อย่าง สุขภาพของนางค่อยๆ ย่ำแย่ เส้นผมหลุดร่วงปริขาดจนบางและสั้นยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นนางจึงตัดสินใจม้วนมวยเอาไว้ตลอดเวลามาวันนี้เหตุใดนางจึง...“คุณหนูกลับเข้าไปข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านโหวกับฮูหยินคงรออยู่ที่ห้องโถงแล้ว”“ท่านพ่อกับท่านแม่?!” นางเลิกคิ้วมองเสี่ยวหมาน กระทั่งถูกประคองเดินกลับเข้าไปในห้อง มองตัวเองที่อยู่ในคันฉ่องเฉินหมิงเหยาอ้าปากค้างตาเบิกกว้าง นาง...พบว่าตัวเองกลับมาในช่วงที่ยังไม่ปักปิ่นอีกครั้ง แถมตอนนี้มารดาของนางเองก็ยังอยู่ บิดาของนางเองก็ไม่ได้ถูกพี่ชายสังหาร!!!“ท่านแม่!!!” นางวิ่งพรวดออกจากห้องหลังสาวใช้ช่วยกันแต่
นางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเองเสียงประตูเปิดออก...คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้มลงบนพื้น สายตาของทั้งสามเย็นชาเสียดแทงจนนางเย็นเยียบไปทั้งกาย เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของผู้ติดตามเสิ่นเสวียนโม่สตรีนางนี้เป็นเหมือนคนคุ้มกันของอีกฝ่าย ฝีมือดีมาก ท่าทางเย็นชา นางก็คือ...หงอวี๋เฉินเล่อเยว่กล่าวเสียงเรียบ ‘ข้าก็บอกแล้วว่านางไม่มีที่ไป นางปักใจรักท่านพี่อย่างโง่งมถึงเพียงนี้ หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งได้เป็นถึงกั๋วกงฮูหยิน หารู้ไม่ว่านางก็แค่หมากตัวหนึ่งของพวกเราเท่านั้น เห็นหรือไม่...นางกลับมาหาพวกเราเองไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหานางให้เปลืองเวลา’ กล่าวจบก็นั่งลงมองนางด้วยรอยยิ้ม ‘พี่หญิง ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านพี่มีใจให้ท่าน รู้หรือไม่ว่าที่ท่านไม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เพราะเข้าหอช้า แต่เป็นเพราะท่านพี่แอบให้คนใส่ยาระงับการตั้งครรภ์ให้ท่านต่างหาก ที่ท่านป่วยก็เพราะ
ครานั้น...หญิงสาวเพียงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง สายสัมพันธ์พี่น้องของนางกับเฉินเล่อเยว่ไม่ใคร่จะดีนัก ซึ่งหากจะเล่าก็คงต้องย้อนกลับไปนานมาก ด้วยในจวนไม่ได้มีนางเป็นทายาทหนึ่งเดียว บิดาของนางยังมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกสี่คน ใช่แล้ว...เฉินหมิงเหยามีทั้งพี่ชาย มีน้องสาว และมีน้องชายหลิวอี๋เหนียงที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด เฉินซวี่เสียน ซื่อจื่อจวนโหวกับเฉินเล่อเยว่ เดิมทีเป็นฮูหยินที่แต่งกับบิดาของนาง ทว่าเพราะสมรสพระราชทานและฐานะของมารดาหญิงสาว ดังนั้นนางจึงถูกลดฐานะให้เป็นอนุโดยมีข้อแม้ว่าบุตรชายของนางจะยังคงมีฐานะเป็นซื่อจื่อจวนโหว ถึงอย่างนั้นเฉินเล่อเยว่กลับไม่ได้รับความสำคัญอย่างผู้เป็นพี่ชายตลอดชีวิตของเฉินหมิงเหยาไม่เคยมองผู้ใดเป็นศัตรูอย่างแท้จริง ด้วยนางทระนงถึงฐานะที่สูงส่งของตัวเอง เช่นนั้นในวันที่นางถูกคู่หมายหักหลัง ถูกน้องสาวต่างมารดาทำลายชื่อเสียง นางจึงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยอมรับ บิดาขอร้องให้นางกล้ำกลืนเพื่อเห็นแก่จวนโหว เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ดังนั้นแม้ยังคงไว้ทุกข์ นางกลับถูกบังคับให้ขึ้นเกี้ยวเข้าสู่จวนกั๋วกง เนื่องจากไม่อาจรั้งรอให้ครรภ์ของน้องสาวโตขึ้นจนประจ
...เฉินหมิงเหยา นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาชะตาก็เต็มไปด้วยวาสนาที่ผู้คนริษยา นางไม่เพียงเกิดมาในตระกูลที่มีความชอบล้นแผ่นดิน แต่ชาติตระกูลยังสูงส่งเป็นที่ตระหนักของคนทั้งแคว้นต้าเหลียงบิดาของนางเป็นถึงท่านโหวแห่งแดนใต้ ทั้งยังมีฐานะเป็นถึงน้องชายของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงฐานะของมารดา ซึ่งเป็นถึงน้องสาวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เช่นนี้แล้วฐานะของนางจึงไม่ธรรมดานับแต่ถือกำเนิด เป็นท่านหญิงที่คนในจวนโหวรักใคร่ตามใจเฝ้าทะนุถนอมต้าเหลียงยิ่งใหญ่แผ่นดินมั่นคงผู้คนสงบสุข ฉากหน้าที่เต็มไปด้วยความสวยงามของเมืองเสียนหยาง กลบฝังความวุ่นวายภายใต้ระลอกคลื่นของการแก่งแย่ง ขุนนางเริ่มแบ่งฝ่าย อำนาจในราชสำนักที่ดูเหมือนปรองดองเป็นหนึ่งเดียว บัดนี้เมื่อเหล่าองค์ชายเริ่มเติบใหญ่ การคาดเดาผู้ที่จะมารับตำแหน่งรัชทายาทคนต่อไปก็ยิ่งเข้มข้นไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ ไม่ว่าจะอยากเกี่ยวพันหรือไม่ จวนโหวของเฉินหมิงเหยาก็ต้องถูกม้วนเข้าไปในเกลียวคลื่นของความวุ่นวายนี้อยู่ดีขณะที่อายุได้เพียงสิบสี่ยังไม่ทันได้ปักปิ่น หญิงสาวที่ถูกหมั้นหมายกับซื่อจื่อจวนอวี้กั๋วกง ก็ปักใจว่าต่อไปนางย่อมกลายเป็นอวี้กั๋วกงฮ







