Share

ตอนที่ 5

Penulis: Aile'N
last update Tanggal publikasi: 2024-11-14 11:44:48

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

Writer : Aile'N

ตอนที่ 5

"กลับมาแล้วหรอลูก"

กว่าจะช่วยพ่อกับแม่ขายของรวมเก็บร้านจนเสร็จและเดินทางกลับมาถึงบ้านอินทรเกษมกุลก็ปาไปสามทุ่มกว่าจวนจะสี่ทุ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่คนที่กำลังเดินลากเท้าด้วยความเหนื่อยล้ากลับต้องแปลกใจที่ภายในบ้านอันเงียบสงบมีร่างหนึ่งของสตรีวัยกลางคนกำลังนั่งรอการกลับมาของเธออยู่ที่โซฟารับแขก

"คุณหญิง...เอ่อ คุณแม่ทำไมยังไม่เข้านอนอีกล่ะคะ" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาคนถามก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหาอย่างรีบร้อนเสียเอง

"ยังจ้ะ แม่แค่รู้สึก...เป็นห่วงหนูนิดหน่อยน่ะ กลับมืดค่ำ แล้วดูสิเนี่ย เหนื่อยมากเลยใช่มั้ยหื้ม? " คุณหญิงนาฏยายกยิ้มอ่อนพลางเอื้อมมือมาลูบแก้มใสแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยมองสำรวจร่างกายบางๆ นั้นอย่างละเอียด ยิ่งเห็นเด็กสาวมีท่าทีเหนื่อยล้าเธอก็ยิ่งสงสารและเห็นใจ วันนี้อากาศดูจะร้อนกว่าทุกวันอีกฝ่ายเลยเหงื่อโทรมกายเสียขนาดนี้

"นิดหน่อยค่ะ แต่หนูชินแล้ว" ร่างบางยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เพราะถึงจะเหนื่อยก็เหนื่อยเพราะทำเพื่อพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ซึ่งกว่าที่ท่านทั้งสองจะเลี้ยงดูให้เธอเติบโตมาได้ถึงยี่สิบกว่าปีพวกท่านก็เหนื่อยกับเธอมาไม่น้อยเลยเหมือนกัน

"ให้แม่หาคนไปช่วยแทนดีมั้ย หนูจะได้ไม่เหนื่อย ไหนจะต้องเรียนอีก" คุณหญิงมองเห็นความตั้งใจดีและกตัญญูรู้คุณคนจากคนตรงหน้ามาตลอดหลายวันตั้งแต่ที่ได้รู้จักกัน เธอจึงอยากแสดงความหวังดีตอบแทนความดีของเด็กสาวบ้าง แต่อีอีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับไปง่ายๆ

"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องหรอกนะคะ คุณพ่อคุณแม่มีเมตตากับครอบครัวหนูมากพอแล้ว แค่นี้สบายมากค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ" รินลดาฉีกยิ้มเต็มแก้ม เอ่ยพลางรวบมือนุ่มทั้งสองข้างของผู้มีพระคุณขึ้นมากุมไว้อย่างทะนุถนอม แววตาที่มองสบกันมีแต่ความรักและเทิดทูนจนคนถูกมองรู้สึกเต็มตื้น ปลื้มปริ่มจนหัวใจพองโต ในหัวคิดแต่ว่าเด็กคนนี้ช่างเป็นคนดีจริงๆ เธอกับสามีนับว่าโชคดียิ่งที่ได้อีกฝ่ายมาเป็นสะใภ้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเจ้าลูกชายถึงจะเห็นตรงกันเสียที

"ถ้าหนูต้องการแบบนั้นแม่ก็จะไม่ก้าวก่าย แต่ถ้าเหนื่อยจนทนไม่ไหวก็บอกได้ตลอดเลยนะจ๊ะ ไม่ต้องเกรงใจ" คุณหญิงยอมล้าถอย ปล่อยให้เป็นเรื่องของครอบครัวอีกฝ่าย เพียงแต่ถ้าวันใดร่างบางเหนื่อยจนทำต่อไม่ไหวเธอก็พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเต็มที่

"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แต่ตอนนี้ได้เวลาเข้านอนแล้ว คุณแม่ควรพักผ่อนได้แล้วนะคะ หนูไปส่ง" รินลดายิ้มรับความหวังดีที่ผู้ใหญ่ใจดีอย่างคุณนาฏยามอบให้ แต่ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่มีวันนั้น เธอไม่อยากรบกวนคุณท่านทั้งสองไปมากกว่านี้แล้ว

"อ้อ มีอีกเรื่อง"

"คะ? " สองเท้าที่กำลังก้าวเดินเคียงคู่กันไปหยุดชะงักตามกัน คนพูดเกริ่นไว้เท่านั้นตามด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานแต่หากแววตากลับดูวิบวับไม่น่าไว้วางใจ..

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพี่ธันย์จะเป็นคนไปรับไปส่งหนูที่มหา'ลัยทุกวัน มีเรียนกี่โมงหรือเลิกกี่โมงก็บอกพี่เขาไว้เลยนะ" คนพูดฉีกยิ้มเต็มแก้มเมื่อเอ่ยจบ แววตามีความยินดีมากอย่างไม่คิดปิด ทว่าคนฟังกลับเหมือนจะไม่รับรู้อย่างอื่นนอกจากใจความที่ว่าต่อไปใครจะเป็นคนไปรับส่ง

"ทะ.. ทำไมล่ะคะ ลุงพรไปส่งหนูเหมือนวันนี้ก็ดีอยู่แล้วนะคะ" ร่างบางอึกอักแทบจะหาเสียงไม่เจอ จากตอนแรกที่ไม่เห็นด้วยที่ต้องให้ลุงพรไปส่ง ตอนนี้พอรู้ว่าวรธันย์จะไปเองกลับเห็นว่าลุงพรดีกว่าเป็นไหนๆ

"พี่ธันย์ไปย่อมดีกว่าแน่นอนจ้ะ จะได้สนิทกันไว้ไงจ๊ะ ไม่กี่เดือนหนูก็เรียนจบแล้วนะ สนิทกันให้ไวจะได้รักกันไวๆ ไงจ๊ะ" คุณหญิงตอบเสียงใส แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าความใกล้ชิดจะทำให้ทั้งสองคนรู้สึกดีๆ ต่อกันได้ง่ายขึ้น

"...เอางั้นก็ได้ค่ะ" คนฟังฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก ยิ่งเห็นว่าที่แม่สามีแสดงความคาดหวังออกมาอย่างท่วมท้นก็ยิ่งยากที่จะปฏิเสธได้ลง

เมื่อส่งคุณหญิงเข้านอนแล้วรินลดาก็กลับเข้าห้องมาด้วยความตึงเครียด เธอมองเห็นอนาคตอย่างแจ่มชัดว่ามันจะต้องไม่ราบรื่นอย่างที่คุณหญิงวาดฝันไว้แน่ๆ แต่ถามว่าทำอะไรได้ไหม ก็ไม่.. อีกอย่างก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะคิดอะไรยุ่งยาก เลยจำต้องปล่อยวาง รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวและเข้านอน กระทั่งหลับไปอย่างรวดเร็ว..

วันต่อมา..

อากาศยามเช้าของวันนี้ไม่ได้ทำให้ร่างบางรู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร จิตใจของเธอมีแต่ความเป็นกังวลหลังจากที่ได้รู้ว่าลุงพรจะไม่ได้ไปส่งที่มหาวิทยาลัยเหมือนเมื่อวานแล้ว ซึ่งถ้าวรธันย์เป็นคนไปส่งก็แสดงว่าเมื่อคืนเขาค้างที่นี่ ในห้องถัดไปจากห้องเธอสามห้อง และบนโต๊ะอาหารเช้าก็คงจะเจอหน้ากัน เธอคิดแบบนั้น.. แต่พอลงมาทานข้าวกลับไม่เห็นเขาลงมาร่วมโต๊ะ คุณพ่อคุณแม่ของเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงให้เริ่มทานกันได้โดยไม่ต้องรอ

"ฉันจะไปทำงานแล้ว จะไปก็รีบมา"

เริ่มทานได้ไม่เท่าไร ร่างสูงในชุดสูทเต็มยศก็เดินมาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ตาคมปรายมองว่าที่ภรรยาเพียงนิดก็หมุนตัวเดินกลับออกไป คนที่ยังไม่ทันได้ทานข้าวอิ่มถึงกับนั่งอึ้งมึนงงไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ก็รีบกุลีกุจอเก็บของ ไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วตามออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่พ้นสายตาไปไม่กี่วินาทีใครคนนั้นก็เดินทิ้งระยะห่างออกไปไกลจนเธอต้องเร่งฝีเท้าเพื่อตามให้ทัน

พลั่ก!

แต่เพราะรีบเสียจนไม่ทันระวังรอบข้างให้ดีรินลดาจึงเดินไปชนเข้ากับสาวใช้คนหนึ่งที่เดินเลี้ยวออกมาจากทางเดินอีกด้าน ช่างน่าแปลก.. แรงปะทะไม่ได้ทำให้เธอเซไปด้านข้างยังพื้นที่ว่างที่ไม่มีใครอยู่.. แต่กลับพุ่งไปด้านหน้าหาคนตัวสูงราวกับถูกใครสักคนบงการไว้ ทำให้ทิศทางมันผิดธรรมชาติไปจากที่ควรจะเป็น

ร่างบางเล็กปะทะเข้ากับอกแกร่งที่หันมาหาเนื่องจากได้ยินเสียงเธอกับคู่กรณีอุทานเสียงหลงออกมาพร้อมกันพอดี และด้วยสัญชาติญาณก็ทำให้วรธันย์ตวัดแขนคว้าเอวบางเอาไว้ไม่ให้อีกคนล้มกลิ้งไปไหน รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ และพอดวงตาทั้งสองคู่มองสบกันในระยะลมหายใจเป่ารดก็เหมือนเวลาได้ถูกช่วงชิงไป ทุกสิ่งรอบกายหยุดนิ่ง ไร้การเคลื่อนไหวดั่งเช่นเธอกับเขาในยามนี้..

กลิ่นกายหอมอ่อนกับดวงตาคู่สวยรบกวนจิตใจคนมองไม่ใช่น้อย แต่ด้วยความไม่ชอบในตัวอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นทำให้สิ่งรบเร้าเหล่าถูกปัดตก วรธันย์ได้สติก่อนปั้นหน้าขรึมพร้อมกับปล่อยร่างที่กอดอยู่ลงพื้นอย่างไม่ไยดี มือหนาปัดป่ายเนื้อผ้าชุดสูทหรูเหมือนกลัวติดอะไรจากอีกคนมา ไม่แน่ก็อาจจะเป็นสิ่งเร้าที่บอกไปในตอนต้นก็เป็นได้..

"สกปรก! " เขาเหน็บเสียงรอดไรฟันทั้งที่กลิ่นหอมอ่อนจากสาวเจ้ายังคงติดจมูก..

รินลดากัดฟันแน่น เจ็บทั้งกายและใจแต่ไม่คิดโต้ตอบ เธอฝืนทนลุกตามร่างสูงมาที่รถ ทว่าก็ทำเพียงยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรจะขึ้นไปนั่งตรงไหนดีในเมื่อว่าที่สามีเปิดประตูเบาะหลังขึ้นไปก่อนแล้ว แถมปิดประตูใส่หน้าเธออีกต่างหาก หรือเป็นสัญญาณกรายๆ ว่าให้เธอไปนั่งข้างหน้า?

"ยืนโง่อยู่ทำไม ขึ้นรถ! " พอมัวแต่ลังเลไม่ทันใจเจ้าของรถก็เปิดกระจกตะโกนด่าเสียงดัง ทำให้ต้องสลัดความลังเลทิ้งไปแล้วเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเบาะหลังคู่กัน ใจจริงอยากนั่งหน้ามากกว่าเพราะคุณคนขับรถคนใหม่ที่ไม่เคยเจอหน้าน่าคบกว่าคนข้างๆ ที่เอาแต่นั่งทำหน้าทะมึนเหมือนเมฆฝนตั้งเค้าเตรียมเทถล่มเสียอีก ความอึดอัดทำคนตัวเล็กนั่งเกร็งและเอาแต่มองออกนอกกระจกรถ เฝ้าภาวนาในใจขออย่าให้เขานึกอยากพูดอะไรด้วยเลยเพราะคงจะมีแต่เรื่องไม่ดีแน่

"นึกอยากจะรับข้อเสนอของฉันหรือยัง" คำภาวนาไม่เป็นผลเมื่อออกรถได้ไม่นานใครคนนั้นก็ยิงคำถามเข้าใส่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าพอหันไปมองกลับเจอแต่สายตาเหยียดหยาม วางท่าเหมือนอยู่เหนือกว่าเธอหลายสิบชั้น อยากจะจิ้มตาบอดนัก..

"ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะคะ.. ดูแล้วคุณก็ไม่น่าจะเป็นคนเข้าใจอะไรยาก" รินลดาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ตอบกลับไปเสียงเรียบกว่า ไม่วายแอบเหน็บคนฟังอยู่ในทีจนศรัณที่กำลังทำหน้าที่สารถีขับรถให้ทั้งคู่หลุดยิ้มขำอย่างอดไม่ได้ จะมีก็แต่คนถูกเหน็บที่ไม่รู้สึกขำ เขาคว้ามือไปจับต้นแขนเล็กไว้ก่อนบีบแน่นราวกับต้องการจะบดกระดูกชิ้นเล็กๆ ตรงนั้นให้แหลกคามือ

"อ๊ะ! ? " ความเจ็บทำร่างบางตื่นตระหนก หันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่โถมตัวเข้ามาหาด้วยท่าทางคุกคาม เจ็บ.. แต่พยายามจะไม่แสดงออกให้เขาได้ใจ

"รีบๆ ไสหัวออกไปซะ! ฉันไม่มีเวลามาเล่นสงครามประสาทกับเธอหรอกนะ แล้วก็อย่าคิดว่าจะจับฉันได้ง่ายๆ ฉันไม่หลงกลมารยาตื้นๆ ของเธอแน่! " น้ำเสียงกดต่ำตะคอกใส่คนตัวเล็กกว่าอย่างเหลืออด ไม่เพียงคุกคามธรรมดา ร่างทั้งร่างเหมือนจะคร่อมกักตัวเธอไว้กับประตูรถจนมิด ไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเล็กซ้ำยังเพิ่มแรงบีบมากขึ้นเรื่อยๆ

"......" รินลดาน้ำตาคลอด้วยความเจ็บ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมปริปากโต้ตอบหรืออ้อนวอนใดๆ เธอทำเพียงนิ่งเงียบ.. จ้องมองดวงตาดุดันของวรธันย์กลับอย่างไม่คิดหลบ

"ทำไม! ฉันพูดแทงใจเข้าหน่อย ถึงกับพูดไม่ออกเลยล่ะสิ! " ร่างสูงเหยียดยิ้มเยาะอย่างได้ใจเมื่อเห็นอีกคนนิ่งเงียบ ดวงตาที่มองสบกันบอกไม่ถูกว่าร่างบางรู้สึกยังไง อาจจะโกรธหรือเกลียดเขา.. ซึ่งก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งมองก็ยิ่งไม่ชอบใจ

"...เปล่าค่ะ ฉันแค่ไม่เห็นประโยชน์จากการพูดคุยกับคนที่เอาแต่ปิดหูปิดตาและถือทิฐิอย่างคุณก็เท่านั้น" รินลดาทำเพียงข่มอารมณ์ กดไว้ให้ลึกสุดใจเพราะต่อให้เลวร้ายยังไงอีกฝ่ายก็คือลูกชายของผู้มีพระคุณ และพวกเขาก็หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เธอแต่งงานกับเขา เพราะฉะนั้นเธอจะอ่อนแอไม่ได้ ในเมื่อไม่ยอมคุยกันดีๆ ก็คงยากที่จะทำดีด้วย!

"ปากดีนักนะ! " คนถูกย้อนคำรามเสียงกร้าวอย่างโมโหร้าย ฝ่ามือที่ใหญ่และแข็งราวคีมเหล็กเปลี่ยนมาบีบคางเล็กไว้แทน สายตาที่มองสบมุ่งร้ายอย่างชัดเจนจนศรัณที่ลอบมองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นทนไม่ไหว ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยก่อนที่คนตัวเล็กจะบุบสบายไปเสียก่อน

"คุณธันย์ครับ"

"ไม่แส่สักเรื่องจะได้มั้ยวะ! " ด้วยความโมโหบวกถูกขัดจังหวะวรธันย์เลยหันไปตวาดใส่ศรัณด้วยอีกคนจนอีกฝ่ายไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่มองสบตาร่างบางผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาห่วงใย

รินลดาซาบซึ้งใจและก็เข้าใจว่าเขาพยายามช่วย เธอนึกขอบคุณ แต่นาทีนี้ไม่ว่าใครก็ทำอะไรผีห่าซาตานที่กำลังเข้าสิงวรธันย์ไม่ได้ ซึ่งเธอก็ไม่คิดจะอ้อนวอนอะไร ปล่อยให้เขาระบายอารมณ์จนกว่าจะพอใจ.. จนกลับกลายเป็นเขาเสียเองที่ทนเล่นสงครามประสาทผ่านสายตาที่มองสบกันตลอดเวลาไม่ไหว ผลักเธอกระแทกใส่ประตูรถอย่างแรง ก่อนกลับไปนั่งหลังตรง ไม่วายสบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสีย

ร่างบางไม่สนใจว่าอีกคนจะเป็นยังไง เธอยกมือกุมแก้มที่ปวดร้าวไม่ต่างจากแผ่นหลังที่ถูกกระแทกใส่ประตูรถ ลมหายใจหอบเหนื่อยติดขัดเหมือนคนจะขาดใจ ทั้งตกใจและหวาดหวั่นมากจนตัวสั่น ไรผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งที่แอร์ในรถเย็นฉ่ำจนกลัวจะเป็นไข้

ยอมรับเลยว่าเธอกลัวเขามาก...แต่พยายามเข้มแข็งเพื่อปกป้องตัวเองไปอย่างนั้น แม้แต่ศรัณที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตลอดยังนับถือในความเข้มแข็งของเธอ โชคดีที่วรธันย์ไม่พูดอะไรอีกนอกจากนั่งทำหน้าทะมึนไปตลอดทางจนถึงมหาวิทยาลัย

ร่างบางรีบเปิดประตูเตรียมจะลง แต่พลันนึกขึ้นได้ว่าได้ปริ้นท์ตารางเรียนมาให้เขาเอาไว้ดูว่าเธอมีเรียนวันไหนเวลาไหนบ้างเพื่อที่เขาจะได้มารับถูก ซึ่งถ้าไม่มีเหตุการณ์ก่อนหน้าเธอก็คงจะยื่นให้เขาดีๆ แต่ก็นั่นแหละ.. ตอนนี้ไม่สะดวกที่จะทำแบบนั้นแล้ว จึงเอาวางไว้บนเบาะที่เคยนั่งก่อนเปิดประตูลงไปอย่างรวดเร็ว

เช้านี้ข่าวลือแปลกๆ ของรินลดายังคงเป็นประเด็นเผ็ดร้อนไม่จางหาย รู้ได้จากสายตาและการจับกลุ่มซุบซิบนินทายามเธอเดินผ่าน แต่นาทีนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจอะไรนอกจากความเจ็บร้าวบนใบหน้าครึ่งล่างที่ยังคงไม่จางหาย.. สองเท้าเล็กเดินหลบหน้าผู้คนเข้าไปหยุดยืนตรงหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ ไม่ต้องเพ่งสายตาเกินความจำเป็นก็มองเห็นว่าผิวแก้มบริเวณที่ถูกบีบขึ้นสีแดงจัดทั้งสองข้าง เจ็บหนึบราวกับถูกคีมเหล็กไม่ใช่มือคนบีบ ยิ่งเธอมีผิวสีขาวจัดก็ยิ่งเห็นเป็นรอยแดงชัด ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีเลยรีบสาวเท้ายาวๆ เดินก้มหน้าก้มตาไปเซเว่นหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยมาปกปิด แต่ยังไปไม่ถึงไหนก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่งเสียก่อน..

พลั่ก!

"ขะ..ขอโทษค่ะ/ขอโทษครับ" คนรูปร่างผอมบางกว่าถูกชนจนล้ม เป็นเหตุให้อีกฝ่ายต้องรีบรุดเข้ามาช่วยพยุงลุกขึ้น

"เจ็บมั้ย อ่าว.. หญิง ขอโทษทีนะ เราไม่ทันระวัง เจ็บมากมั้ย เอ๊ะ.. นั่นแก้มไปโดนอะไรมาอ่ะ" พอได้มองหน้ากันดีๆ ถึงรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือ 'ภีม' เพื่อนต่างสาขาอดีตเพื่อนร่วมสถาบันสมัยเรียนมัธยมปลาย อีกฝ่ายถามไถ่ด้วยความตกใจ และยิ่งช็อกหนักไปอีกเมื่อเห็นรอยแดงยาวบนแก้มใสทั้งสองข้าง จนเผลอเอื้อมมือไปลูบไล้อย่างแผ่วเบา

"เอ่อ.. เรา เรา..แพ้ครีมอ่ะ เลยแดงๆ " รินลดาอ้างออกไปพร้อมกับเบี่ยงใบหน้าหลบสัมผัสนั้นอย่างเนียนๆ

"หืม..หรอ? แล้วกำลังจะไปไหน ทำไมรีบร้อนขนาดนั้น" ภีมรู้สึกติดใจคำบอกนั้นเพียงนิดแต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไร เพียงถามเข้าเรื่องอื่นแทน

"ไปเซเว่นน่ะ ไปก่อนนะ" ร่างบางรับรู้ถึงความเคลือบแคลงใจของอีกฝ่าย อีกทั้งไม่แน่ใจว่าตนจะโกหกใครได้อย่างแนบเนียนเลยพยายามพาตัวเองออกห่าง แต่กลับหนีไม่ได้ดั่งใจเมื่อมือใหญ่คว้าจับเข้าที่ข้อมือเสียก่อน

"เราไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวเธอไปชนใครเข้าอีก" ไม่มีโอกาสได้ค้านก็ถูกจูงมือพาเดินไปอย่างงงๆ

"เอ่อ ภีม ปล่อยมือเราก่อนเถอะ เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี" ด้วยความไม่ชิน อีกทั้งมีชนักติดหลังเรื่องข่าวลือเสียหาย แม้ไม่ใช่เรื่องจริงแต่ก็ไม่อยากให้เพื่อร่วมคณะฯ ถูกมองไม่ดีไปด้วย มือบางจึงพยายามขืนออกจากการจับกุม

"อ้อ โทษที" ภีมยอมปล่อยโดยง่าย เพราะลืมตัวเลยไปล่วงเกินคนร่างบางทั้งที่ไม่สมควรเข้า

"ช่วงนี้เรา.. ได้ยินข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับเธอ.. เธอโอเคนะ? " แน่นอนว่าอยู่คณะฯ เดียวกันภีมเองก็รับรู้ถึงเรื่องข่าวลือนั้นเลยอดแสดงความห่วงใยออกมาไม่ได้ เชื่อเลยว่าคนอย่างรินลดาจะไม่ลุกขึ้นมาแก้ข่าวปกป้องตัวเองแน่ เธอคงจะปล่อยผ่านให้มันเจือจางไปตามกาลเวลา แต่กว่าเรื่องจะเงียบ.. เธอจะผ่านมันไปได้ยังไงด้วยตัวคนเดียว

"อื้อ เราไม่คิดอะไรหรอก มันก็แค่ข่าวลือ" เสียงหวานเอ่ยอย่างปลงตก ทำคนฟังแอบดีใจไม่น้อยที่ได้รู้ว่าข่าวลือพวกนั้นไม่ใช่เรื่องจริง..

ภีมไม่กล้าชวนคุยอะไรมากเมื่อเห็นคนข้างกายตั้งหน้าตั้งตาเดินโดยไม่สนใจใคร พอดีกับเมื่อไปถึงเซเว่นเขาก็ดันบังเอิญไปเจอเพื่อนสนิทในระยะไกลๆ เข้า เลยจำต้องบอกลาร่างบางอย่างไม่มีทางเลือก เพราะขืนแสดงตัวว่าอยู่กับสาวสวยพวกมันต้องแซวไม่เลิกแน่ ตัวเขานั้นไม่ได้อายหรือถือสาพวกมัน แค่ไม่อยากให้รินลดาต้องรู้สึกไม่ดีไปกับคำพูดสนุกปากของคนอื่นอย่างเช่นข่าวลือที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้เท่านั้น

หลังจากได้หน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพิ่มความมั่นใจแล้ว รินลดาก็กลับเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเข้าเรียนตามปกติ...จะมีก็แต่บรรยากาศของผู้คนรอบข้างนี่แหละที่ไม่ปกติ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการมาเรียนมันจะยากเย็นขนาดนี้ ยิ่งเรื่องซุบซิบสมัยนี้ไปไวกว่าตอนที่ยังไม่มีสื่อโซเชียลมิเดียมาก แม้จะไม่ใช่คนดังแต่ข่าวลือก็ทำให้คนๆ นั้นดังได้ภายในชั่วพริบตาเดียว และส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ใช่ข่าวดีเสียด้วย ช่างน่ากลัวจริงๆ ...

ผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งวันเต็มที่ร่างบางต้องทนนั่งเรียนท่ามกลางความกดดันจากผู้คนรอบข้าง แต่จู่ๆ เรื่องราวก็ตาลปัตรเมื่อสามสาว ฟิล์ม บี และต้นอ้อ พุ่งเข้าหาเธออีกครั้ง ภายในมือถือโทรศัพท์ซึ่งปรากฏรูปภาพที่แนบมากับเนื้อหาข่าวกอสซิบของเหล่าไฮโซ ไม่พอยังพยายามแย่งกันยิงคำถามใส่เธอพร้อมกันอย่างเซ็งแซ่.. จากนั้นไม่นานโทรศัพท์เครื่องหรูก็ถูกส่งต่อมาให้เพื่อที่ร่างบางจะได้เห็นเนื้อหาของข่าวและรูปนั้นอย่างชัดๆ

"ไม่น่าเชื่อ! นี่แกเป็นคู่หมั้นของคุณธันย์จริงๆ หรอ เป็นไปได้ยังไงอ่ะ แกกับเขานี่คนละชั้นกันเลยนะ! "

ไม่ทันได้หายงงกับสิ่งที่เห็นฟิล์มก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดูแคลน.. รูปที่ว่าถูกถ่ายด้วยใครรินลดาก็ไม่อาจทราบได้ แต่คนๆ นั้นช่างอุกอาจเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ไกลจากประตูบ้านอินทรเกษมกุล จังหวะหวานแหวชวนจั๊กจี้หัวใจที่เคยเห็นในละครทีวีบ่อยๆ เธอชนคนอื่นและลอยละลิ่วไปอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายที่กำลังเป็นที่จับตาต้องใจของผู้หญิงค่อนประเทศ.. ทุกคนที่เห็นข่าวต่างรู้จักเขา แต่เธอคือหญิงสาวปริศนาที่แสนจะโชคดี (ในความคิดของคนอื่น)

ไม่เพียงแค่รูปนั้นที่เป็นที่สงสัยสำหรับร่างบางจากมุมที่ถูกแอบถ่าย ยังมีอีกหลายๆ ภาพที่ถูกตามถ่ายจากตอนที่ร่างสูงมาส่งเธอเข้าเรียนเมื่อตอนเช้า แม้เขาจะไม่ได้ลงจากรถมาให้คนถ่ายจับภาพได้โดยตรง แต่ยี่ห้อรถยนต์และป้ายทะเบียนก็ชี้มาที่เขาอย่างดิ้นไม่หลุด เนื้อหาข่าวก็น่าฉงนไม่แพ้กัน.. คนเขียนข่าวทำเหมือนรู้จักเธอและเขาอย่างลึกซึ้ง รู้กระทั่งว่าเราเป็นคู่หมั้นกัน ทั้งที่เรื่องนี้รู้กันแค่ภายในครอบครัวของเธอและเขา ยังไม่มีการป่าวประกาศหรือทำการจัดงานจริงจังออกสื่อใดๆ ทั้งสิ้น

แล้ว.. คนอื่นรู้ได้ยังไงกัน?

น่าแปลกมาก..

"พวกฉันก็คิดว่าแกมีเสี่ยเลี้ยง ชีวิตถึงได้ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ที่แท้ก็ได้ผัวดีนี่เอง ตกลงเรื่องจริงใช่มั้ยวะ ฉันไม่อยากจะเชื่ออ่ะ! "

"จริง! ถ้าฉันไม่เห็นรูปที่แกกับเขากอดกันกลมแบบนี้ ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด! "

น้ำเสียงเล็กแหลมจากสามสาวที่ยังไม่หยุดแย่งกันพูดเรียกสติของรินลดากลับมาอีกครั้ง พวกหล่อนต่างหวีดร้องแสดงความอิจฉาที่มีต่อเธอ แต่หาได้รู้ไม่ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับชายหนุ่มผู้เป็นที่หมายปองคนนั้น มันไม่ได้หวานชื่นอย่างที่เห็นในข่าวเลยสักนิด..

คนตัวเล็กเพียงยิ้มบางและพยักหน้ารับอย่างปลงๆ เมื่อถูกถามว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เธอไม่คิดจะปิดบังอะไรในเมื่อเนื้อหาในข่าวมันเป็นความจริงแทบทุกประการ และในอีกไม่กี่เดือนหลังเรียนจบข่าวเรื่องการแต่งงานของเธอกับเขาก็คงจะมีให้ทุกคนเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย..

เมื่อมีข่าวใหม่ ข่าวเก่าก่อนหน้าก็ถูกปัดตกไปอย่างง่ายดาย กลายเป็นว่าเรื่องที่รินลดาตกถังข่าวสารได้หมั้นหมายกับทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านทำให้เธอกลายเป็นคนดังและเป็นที่อิจฉาคนอื่นมากกว่าเดิมเสียอีก!

แน่นอนว่าข่าวดังเช่นนี้ย่อมเป็นที่น่าสนใจและลุกลามไวยิ่งกว่าไฟไหม้ป่า ในเวลาเดียวกันอีกฝากหนึ่งของเมืองหลวง หญิงสาวร่างเพรียวเจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยวสุดเย้ายวนใจชายกำลังนั่งอ่านข่าวเดียวกันนั้นด้วยความตื่นตระหนกระคนโกรธเคือง มือเรียวบีบโทรศัพท์เครื่องหรูในมือแน่นราวกับต้องการจะให้มันแหละคามือ ทั้งรูปและข้อมูลในข่าวไม่อาจทำให้เกวลินอยู่เฉยได้ เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ในร้านอาหารชื่อดังที่มานั่งทานกับเพื่อนชายคนสนิท.. และเดินออกจากร้านไปอย่างรีบร้อน ไม่แม้แต่จะสนใจเสียงเรียกของเพื่อนร่วมโต๊ะเพราะโกรธจัดจนไม่ได้ยินอะไร ใบหน้าสวยบิดเบี้ยว.. ภายในใจร้อนรุ่มดั่งมีไฟสุมอก คิดแต่ว่าจะต้องไปให้ถึงที่หมายโดยไว ก่อนที่เธอจะอกแตกตายเสียก่อน!

..

..

..

..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 34 (ตอนจบ)

    วิวาห์ (ไม่) ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 34 (ตอนจบ) วันเวลาผ่านพ้นไปกิจวัตรประจำวันของรินลดาก็ยังคงวนเวียนแบบเดิมซ้ำๆจนอายุครรภ์ล่วงเลยมาจนถึงแปดเกือบเก้าเดือนและมีวันกำหนดคลอดในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแต่เธอรู้ว่าอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงวันนั้นเนื่องจากช่วงนี้มีอาการเจ็บท้องเตือนบ่อยขึ้นบางทีก็เจ็บจนร้องไห้ผู้เป็นสามีจึงต้องลางานมาอยู่เป็นเพื่อนในช่วงใกล้คลอด"ไหวไหม"ร่างสูงเอ่ยถามภรรยาท้องแก่ที่นั่งเอนหลังดมยาดมพลางหอบหายใจแรงกว่าปกติเนื่องจากเจ็บท้องเตือนขึ้นมาอีกแล้วและดูเหมือนวันนี้จะเจ็บมากกว่าปกติเขาจึงให้คนเตรียมรถเตรียมของใช้สำหรับคลอดไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน"อึก...ไม่ไหว...แฮ่ก"แรงปวดไม่มีท่าทีว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อยมือเล็กที่บีบมือใหญ่ไว้ส่งผ่านความรู้สึกมาถึงร่างสูงแม้ไม่ทั้งหมดแต่ก็ทำให้เขาได้รับรู้ว่าเธอกำลังจะทนไม่ไหวไม่ต้องรอให้พูดอะไรซ้ำวรธันย์ก็เรียกเด็กในบ้านให้รีบเตรียมของขึ้นรถส่วนเขาก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีช้อนตัวภรรยาขึ้นอุ้มและตรงไปที่รถอย่างรวดเร็วเรียกได้ว่าสถานการณ์เริ่มวุ่นวายแต่ก็ไม่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเพราะทุกคนเตรียมการนี้ไว้สักพักใหญ่แล้วเพียงตื่นเต้นยิน

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 33

    วิวาห์ (ไม่) ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 33ตกเย็นวรธันย์ก็พาภรรยามาที่บ้านใหญ่พร้อมด้วยกล่องของขวัญหนึ่งใบที่ทำเอาทุกคนต่างมองด้วยความสนใจครั้นถามว่าเอามาให้ใครและข้างในมีอะไรเจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยงบอกแค่ว่าจะเฉลยในตอนที่ทานข้าวเสร็จเล่นเอาคุณหญิงนาฏยาคันไม้คันมือยิกๆอยากแย่งมาเปิดดูให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำได้แค่เก็บอาการและอดใจรออย่างใจเย็น"เอ้อแม่มีอะไรจะบอก"คุณหญิงพูดขึ้นท่ามกลางมื้ออาหารที่เริ่มดำเนินมาสักพักหนุ่มสาวเลยพร้อมใจกันวางช้อนส้อมเพื่อรอฟังในสิ่งที่มารดากำลังจะบอก"แม่คุยพ่อและคุยกับพ่อแม่หนูแล้วว่าจะให้ทั้งสองคนย้ายเข้ามาอยู่กับพวกเราที่นี่เนี่ยน้ากว่าจะเกลี้ยกล่อมได้เหนื่อยแทบตายแน่ะ"คุณหญิงบอกอย่างอารมณ์ดีได้ยินแบบนั้นรินลดาก็จ้องหน้าแม่สามีอย่างไม่อยากจะเชื่อหูก่อนจะหันไปมองพ่อกับแม่ที่ทำหน้าเกรงอกเกรงใจอยู่ไม่คลาย"ก็จะให้มาอยู่เฉยๆไม่ให้ทำอะไรเลยมันไม่ได้จริงๆค่ะเกรงใจ"อรนภาเอ่ยแทรกขึ้นมาความจริงคุณหญิงชวนเธอกับสามีมาอยู่ด้วยกันหลายครั้งแล้วแต่เธอปฏิเสธเพราะเกรงใจอีกอย่างก็ไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่หรูหราแบบนี้เท่าไรคราวนี้ที่ยอมก็เพราะยื่นข้อเสนอไปว่าถ้าให้อยู่ก็ข

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 32

    วิวาห์ (ไม่) ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 32สองอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกงเข็มนาฬิกา ว่าที่เจ้าสาวถูกปลุกขึ้นมาแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันด้วยทีมช่างที่คุณหญิงนาฏยาจัดหามาให้ ได้คุณหญิงและผู้เป็นแม่คอยช่วยดูแลอีกที กำหนดการในช่วงเช้าวันนี้คือการเข้าพิธีแต่งงานแบบไทย เรียบง่าย ลดขั้นตอนพิธีบางอย่างออกไป คงเหลือไว้แต่พิธีหลักๆ ที่สำคัญ สถานที่จัดงานคือบ้านหลังใหญ่ของฝ่ายว่าที่สามีที่ยังคงนอนหลับอยู่อีกห้องหนึ่ง เพราะขั้นตอนการแต่งตัวน้อยกว่าฝ่ายเจ้าสาวจึงยังไม่ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกันใช้เวลาร่วมสามชั่วโมงในการแต่งหน้าทำผมให้เจ้าสาวและบรรดาแม่ๆ กระทั่งแล้วเสร็จในช่วงเช้าพอดี ฝ่ายเจ้าบ่าวเองก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทว่ายังถูกขัดขวางไม่ให้ได้เจอเจ้าสาวจนกว่าจะเริ่มพิธีไม่เพียงแค่เจ้าของงานที่ต้องเตรียมตัวแต่เช้า ฝ่ายจัดสถานที่และฝ่ายแม่ครัวเองก็วิ่งวุ่นไม่ต่างกันเพราะต้องเตรียมอาหารเลี้ยงพระและ แขกคนสำคัญที่แม้จะเชิญมาแค่ไม่กี่คนก็ต้องดูแลให้ดีสมฐานะเจ้าบ้าน พยายามให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"ใจเย็นๆ อย่าตื่นเต้นมากนัก เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน" อรนภาลูบหลังลูกสาวเ

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 31

    วิวาห์(ไม่)ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 31ด้วยไม่ได้นอนทั้งคืนและอ่อนเพลียจากพิษไข้ คืนแรกที่ต้องนอนแยกห้องกันตามข้อตกลงเลยทำให้รินลดาหลับสนิท ต่างจากวรธันย์ที่นอนมองเพดานว่างเปล่ามานานหลายชั่วโมงแล้ว เขายังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลยแม้แต่น้อย เขาคิดถึงร่างนุ่มนิ่มของคนรักที่เคยได้นอนกอด มากไปกว่านั้นคือเป็นห่วงกลัวว่าคนป่วยจะไข้ขึ้นสูงกลางดึกแล้วไม่มีคนดูแลสุดท้ายร่างสูงก็ยอมแพ้ต่อความห่วงใย เขาทนไม่ไหวจึงหอบเอาผ้าห่มกับหมอนเดินไปที่ห้องนอนเล็ก มือหมุนเปิดลูกบิดอย่างแผ่วเบา ก่อนเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง ลงมือปูผ้าห่มลงบนพื้น ไม่ลืมตรวจเช็คอุณหภูมิของคนหลับด้วยว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่ เมื่อพบว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงวรธันย์ก็ล้มตัวลงนอนข้างเตียง แต่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องตื่นก่อนและรีบออกไปจากห้อง บทลงโทษของคนที่ทำอะไรไม่คิดคือแยกห้องนอนและห้ามวอแวอีกฝ่ายจนกว่าจะถึงวันแต่งงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า นี่แค่วันเดียวก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะอดทนได้จนถึงวันแต่งงานหรือเปล่ารินลดาหลับยาวจนถึงเช้า เธอลืมตามองไปรอบๆ อย่างสำรวจ เพราะเมื่อคืนเหมือนจะมีบางช่วงที่กึ่งหลับกึ่งตื่นและรู้สึก

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 30

    วิวาห์(ไม่)ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 30"เฮ้อ...""อะไร ถอนหายใจแต่เช้า ไหวไหมเนี่ย ท่าทางเราดูเพลียๆ นะ ไม่ได้หลับได้นอนหรือไงหื้ม" เลขาท่านประธานถามขึ้นอย่างห่วงใยเมื่อเห็นเด็กฝึกงานในความปกครองนั่งถอนหายใจก่อนฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยท่าทางอ่อนล้าในเช้าวันหนึ่ง จะว่าถูกเธอใช้งานหนักก็ไม่ใช่ ถึงจะเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานแต่พ่วงตำแหน่งคู่หมั้นของเจ้านาย ยังไงก็เปรียบเสมือนเจ้านายเธออีกคน ใครจะไปกล้าใช้งานหนักกัน"ประมาณนั้นแหละค่ะ เจ้าที่แรงมาก ไม่ยอมให้หลับให้นอนเลย" เสียงหวานอ่อนระโหยโรยแรงบ่นพึมพำออกมาคล้ายคุยกันตัวเองมากกว่า คำว่า 'เจ้าที่แรง' ทำคนฟังได้แต่ทำหน้าสงสัย พลันนึกไปถึงคอนโดหรูที่เจ้านายพัก ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้าที่แรง...ขณะที่รุ่นพี่คิดไปไกล...เจ้าที่ในความหมายของคนอายุน้อยกว่าตอนนี้กำลังนั่งจามอยู่ในห้องทำงานอย่างไม่ทราบสาเหตุ ใช่...เจ้าที่ที่ก่อกวนเวลานอนของเธอก็คือเจ้านายพี่นั่นแหละ!หลังจากวันสารภาพบาป (?) นี่ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว และตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมารินลดาต้องรับมือกับ 'ผีทะเลกินดุ' แทบจะทุกคืน! พอได้มีคืนแรกด้วยกัน คืนต่อๆ ไปก็มาไวและถี่เสียจนตั้งรับไม

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 29

    วิวาห์(ไม่)ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 29"หนูกลัว..." น้ำเสียงเบาหวิวเอ่ยขึ้นในตอนที่ได้กลับมาเหยียบบ้านอินทรเกษมกุลอีกครั้ง แววตากลมใสสั่นระริก ดวงหน้าปรากฏความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้จะคุยกันมาดีแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ เธอก็ยังมีความพร้อมไม่มากพออยู่ดี"พี่อยู่ทั้งคน" ฝ่ามือใหญ่กุมทับมือเล็กที่เย็นเฉียบสร้างความอบอุ่นแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ ทว่าก็ทำคนฟังใจชื้นขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะความวิตกกังวลมันมีมากกว่า เธอกลัวว่าพ่อกับแม่จะผิดหวังในตัวเธอมากกว่าว่าใครจะมองยังไง แต่ถ้าไม่พูดก็ไม่สบายใจอีกเหมือนกัน"ไปเถอะ เชื่อใจพี่...ไม่มีอะไรต้องกลัว" ร่างสูงให้กำลังใจ กระชับมือเล็กแน่นขึ้น ก่อนพาเดินเข้าบ้านไป ในเวลานี้ทุกคนต่างมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตามที่วรธันย์ได้โทรมาขอไว้ ทั้งพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของรินลดา"อ้าว มากันแล้ว สวัสดีจ้ะ นั่งๆ" คุณหญิงนาฏยาทักทายทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม มือรับไหว้ว่าที่ลูกสะใภ้ก่อนเชิญทั้งสองมานั่งคุยกันระหว่างรอทานมื้อค่ำ"น้องหญิง ไม่สบายหายดีหรือยังคะ พี่ธันดูแลน้องดีหรือเปล่าเนี่ย" ประโยคแรกเอ่ยกับร่างบางด้วยรอยยิ้มสดใส ประโยคหลังหันมามองแรงใส่ล

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 8

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 8ตากลมมองตามแผ่นหลังของสามีในอนาคตอันใกล้ที่เดินไปสวมกอดผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ไว้หน้า ทั้งคู่ยิ้มให้กันหวานชื่นก่อนที่ฝ่ายหญิงนั้นจะเหยียดสายตามองมาที่เธออย่างผู้กำชัยชนะ รินลดาพยายามข่มอารมณ์ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับอะไรทั้งนั้นก่อนจะเดินเข้าไปเผชิญหน้ากั

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 7

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 7'หนูหญิงคือคู่หมั้นและว่าที่สะใภ้บ้านเราในอนาคตอันใกล้ ส่วนคนอื่นไม่รู้ค่ะ อาจจะเป็นแค่คู่ควงหรือคู่ขาที่มีไว้แก้เหงา...ทำนองนั้น เพราะถ้ารักกันจริงลูกชายดิฉันคงพาเข้าบ้านมาไหว้พ่อแม่นานแล้ว...'เมื่อคลิปสัมภาษณ์ที่สามสาวนำมายัดเยียดให้ดูรันจนจบ ประโยคหน

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 6

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 6"หลีกไป ฉันจะเข้า! "ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เกวลินมา 'พิมผกา' ผู้เป็นเลขาของท่านประธานก็ไม่สามารถรั้งหล่อนให้หยุดรอหน้าห้องได้เลยสักครั้ง เช่นเดียวกับวันนี้ที่เจ้าหล่อนไม่รู้ไปกินรังแตนมาจากไหนถึงได้เดินหน้าบึ้งมาแต่ไกล มาถึงก็ใช้แรงไม่น้อยผลักเธอออกไปให้พ้น

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 9

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 9พอพ้นหน้าโรงแรมหรูออกมารินลดาก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เมื่อพบว่ายังไม่ดึกเท่าไรก็คิดหาทางกลับบ้าน แท็กซี่นั้นเธอตัดทิ้งไปเป็นอย่างแรกเพราะมีประสบการณ์ไม่ค่อยจะดีด้วย แต่ชุดแบบนี้ให้ไปยืนโหนรถเมล์แบบแอร์ธรรมชาติร้อนๆ บวกควันรถก็ดูจะไม่เหมาะสักเท่าไร ถ้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status