Share

ตอนที่ 13

Penulis: Aile'N
last update Tanggal publikasi: 2024-11-19 15:09:05

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

Writer : Aile'N

ตอนที่ 13

ตั้งแต่แยกกันที่ร้านอาหารเมื่อวานรินลดาก็ไม่ได้เจอกับวรธันย์อีกเลยจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้กลับมานอนบ้านและเธอก็ได้ลุงพรเป็นสารถีขับรถรับส่งในวันนี้ เธอไม่คิดถามใครและก็ไม่มีใครบอกว่าเขาไปไหน ติดธุระอะไร ได้แต่เก็บความสงสัยและไม่พอใจลึกๆ เอาไว้ในใจ...

"พี่ธันย์เขามีประชุมตั้งแต่เช้าตลอดทั้งวัน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะจ๊ะ พี่เขากลับมาทันแน่นอน" คล้ายว่าแม่สามีจะรู้อะไรแม้กระทั่งความคิดตน จู่ๆ ท่านก็พูดขึ้นมาในตอนที่กำลังนั่งเฉิดฉายให้ช่างแต่งหน้าส่วนตัวสะบัดแปรงไปมาทั่วใบหน้า คนฟังเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายผ่านกระจกบานใหญ่ ไม่ได้ตอบอะไร เพียงยิ้มบางและพยักหน้ารับรู้เท่านั้น

ใช้เวลาร่วมชั่วโมงคุณหญิงก็แต่งหน้าทำผมเสร็จ ลุคสวยเปรี้ยวไม่เกรงใจอายุทำร่างบางจ้องมองอย่างตื่นเต้น ดูท่างานที่ไปจะไม่ธรรมดาจริงๆ เธอถึงมีโอกาสได้เห็นแม่สามีในลุคที่ฉีกจากเดิมออกไปไกลเสียขนาดนี้

"จินนี่...เอาให้สวยที่สุดในงาน! " คำสั่งเฉียบขาดที่ถ่ายทอดไปยังช่างประจำตัวทำรินลดารู้สึกเสียวสันหลังพิกล...

"ไม่มีปัญหาค่ะคุณแม่ จินนี่เอาประสบการณ์กว่ายี่สิบปีเป็นประกัน! น้องหญิงจะต้องสวยที่สุด สวยจนโลกตะลึง สวยจนคนมองตาไม่กะพริบ สวยจน..."

"พอๆ เสียเวลา แต่งได้แล้วเดี๋ยวไม่ทัน" ช่างแต่งหน้าชายใจสาวรับคำอย่างมาดมั่น แต่ไม่ทันได้สาธยายจนครบคนฟังก็รีบยกมือเบรก ซึ่งถ้าเป็นรถวิ่งมาด้วยความเร็วก็คงพลิกคว่ำในทันที

คนที่กำลังจะถูกแปลงโฉมได้แต่หัวเราะขำแห้งๆ ตามคนทั้งคู่ เธอถูกจับให้นั่งลงแทนที่คุณหญิงก่อนที่พี่จินนี่กับผู้ช่วยจะเริ่มลงมือกับเธออย่างบ้าคลั่ง...ในความคิดของคนที่ไม่เคยให้คนอื่นแต่งหน้าให้อย่างเธอเป็นแบบนั้น แต่ความจริงแล้วทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างละเอียดอ่อน นิ้วมือเรียวยาวที่จับแปรงแต่งหน้ามายาวนานกว่ายี่สิบปีตามที่เจ้าตัวคุยไว้บรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางหลากสีหลายชนิดลงบนใบหน้าขาวผ่อง แต่งไปก็เอ่ยชมไม่ขาดปากว่าสวยอย่างนั้น ผิวขาวผิวดีอย่างนี้จนคนฟังไม่มีโอกาสได้นั่งเหม่อเหมือนตอนที่นั่งรอแม่สามีอีกเลย

"คุณสามีนี่ก็เหลือเกินนะคะ เลือกชุดให้ภรรยาแบบนี้ได้ยังไง ไม่หึงหวงกันบ้างเลย... คอยดูเถอะ ไปถึงงานนะ พอเห็นผู้ชายคนอื่นมองเมียตัวเอง กลัวจะรีบพากลับบ้านแทบไม่ทัน" คุณพี่จินนี่จีบปากจีบคอพูดถึงชุดที่ร่างสูงเลือกให้เธอใส่ สิ้นคำก็หันไปหัวเราะคิกคักกับคุณผู้ช่วยอย่างถูกใจ ถามว่าพวกเขารู้ได้ยังไงก็ไม่พ้นคุณหญิงอีกนั่นแหละ ที่พอเห็นเธอเปลี่ยนชุดมาก็รีบถามอย่างลนลานว่าทำไมเลือกชุดแบบนี้ ซึ่งเธอก็ได้แต่ตอบเสียงอ่อยๆ ไปว่าคุณผู้ชายเป็นคนเลือกให้ ตอนแรกนั้นคล้ายว่าที่แม่สามีจะไม่ค่อยชอบใจนักเพราะชุดมันวาบหวิวจนเกินไป แต่พอรู้ว่าลูกชายเป็นคนเลือกให้กลับอารมณ์เปลี่ยนไปอีกทาง ไม่ดีก็กลายเป็นดีขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา...

ใช้เวลาพอสมควรคุณพี่ทั้งสองก็ผละออกจากคนตัวเล็ก ยืนชื่นชมผลงานของพวกตนอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะรีบไปตามเจ้าของบ้านที่แว้บออกไปหาอะไรมาให้รองท้องก่อนไปงานให้เข้ามาชื่นชมด้วยกัน...ว่าที่แม่สามีถึงกับเกือบทำจานผลไม้หลุดเมื่อได้เห็นผลงานของช่างประจำตัวแบบเต็มๆ ตา

คุณหญิงนาฏยายังจำภาพลักษณ์ประจำตัวของว่าที่ลูกสะใภ้ได้ติดตา แต่ตอนนี้ภาพเหล่านั้นถูกลบหายไปจนหมด จากเด็กสาวหน้าตาน่ารักสมวัยกลายมาเป็นสาวเปรี้ยวสุดเซ็กซี่ ดูโตขึ้นอีกเท่าตัว แม้ตอนแรกจะไม่เห็นด้วยที่อีกฝ่ายใส่ชุดโชว์เนื้อหนังขนาดนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้อะไรก็ดีงามเข้ากันไปหมด ทั้งรูปร่างหน้าตาเสื้อผ้าทรงผม สวยจนอยากให้ลูกชายมาเห็นเร็วๆ

"หนู...ขอผ้าคลุมไหล่หรือใส่เสื้อคลุมสักหน่อยได้มั้ยคะ มัน...หวิวๆ " ร่างบางขออนุญาตเสียงอ่อย ยืนบิดน้อยๆ พยายามใช้มือปกปิดเนื้อหนังส่วนเว้าโค้งที่ถูกเปิดโชว์ด้วยความเขินอาย เธออึ้งในวินาทีแรกที่เห็นตัวเองในกระจกไปแล้ว ตอนนี้เลยหันมากังวลเรื่องอื่นแทน

"ไม่ได้จ้ะ สิ่งนั้นหนูต้องขอพี่ธันย์เอาเอง เอ๊ะ แต่ไม่ต้องขอก็ได้ เดี๋ยวพี่ธันย์ก็คลุมให้หนูเองนั่นแหละ หึหึ" คุณหญิงยกมือทำปางห้ามขอ (?) ก่อนพูดจากำกวมชวนเข้าใจยากแล้วหันไปหัวเราะคิกคักกับช่างประจำตัวอย่างรู้กัน ทิ้งว่าที่ลูกสะใภ้ไว้กับความมึนงงสงสัยว่าทำไมต้องให้เธอไปขอเขา ในเมื่อตอนนี้เราอยู่บ้าน เราสามารถเตรียมไปเองได้เลยไม่ใช่หรอ?

สุดท้ายคำขอก็ไม่เป็นผล แถมพอแต่งตัวเรียบร้อยคุณหญิงก็ดึงเธอขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว บนรถตู้คันใหญ่มีเพียงคุณสุรศักดิ์ คุณนาฏยา และรินลดาเพียงเท่านั้น หายไปหนึ่ง...มารู้ทีหลังว่าวรธันย์ไปรอที่หน้างานแล้ว เนื่องจากไม่อยากฝ่ารถติดกลับบ้านเพื่อออกมาพร้อมทุกคนอีก มันเสียเวลา

งานวันเกิดของ 'คุณหญิงมาลี จิตตานนท์' นั้นถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในห้องบอลรูมชั้นบนสุดของโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ โรงแรมชื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศ แขกที่ถูกเชิญมานอกจากครอบครัวพี่น้องพ้องเพื่อนแล้วก็มีนักธุรกิจและไฮโซระดับแถวหน้ามาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น แน่นอนว่าบุคคลที่จะจัดงานแบบนี้ได้ย่อมต้องมีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา และเจ้าของงานก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะแค่เอ่ยนามสกุลไปทุกคนในแวดวงไฮโซจะต้องรู้จัก และแม้จะครองตัวโสดไร้คู่ไร้ทายาทมาจนห้าสิบปี แต่ร้านเพชรกว่าสามสิบสาขาทั่วประเทศกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม รีสอร์ต โรงแรม และอีกมากมายล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหญิงมาลีเพียงคนเดียวแทบทั้งสิ้น!

"ธันย์ลูก! " ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเต็มยศเนื่องจากเพิ่งเลิกงานหันมาตามเสียงเรียก ก็เห็นบิดามารดามาถึงพร้อมกับ....ว่าที่ภรรยาที่ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน

"ดูแลน้องดีๆ ด้วยล่ะ แม่อาจจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วย" คุณหญิงสั่งกำชับก่อนเข้างาน เพราะเพื่อนสนิทเป็นเจ้าของงานแถมยังมีเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มาร่วมงานนี้มากมาย เธอคงถูกลากไปทางนู้นทางนี้ไม่หยุด เลยอาจจะไม่มีเวลาอยู่กับสามี ลูกชายและสะใภ้มากนัก

วรธันย์เพียงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินมายืนเคียงข้างว่าที่ภรรยา ให้ผู้เป็นพ่อแม่เดินนำเข้างานไปก่อน รินลดาอดเหลือบตามองอีกฝ่ายไม่ได้ เขาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่หายไปตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ไม่พอ...เห็นเธอแต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็มขนาดนี้แล้วยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรอย่างที่คุณหญิงพูดกรอกหูก่อนมาอีกว่าเมื่อเห็นเธอเขาจะต้องตะลึงในความสวย ก็ไม่ได้เชื่อคำพูดนั้นทั้งหมดหรอกเพราะรู้ตัวดีว่าถูกแม่สามีอวยหนักมาก แค่คิดว่าเขาน่าจะพูดอะไรสักหน่อย...

นี่เธอกำลังคาดหวังอะไรอยู่เนี่ย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

"คุณลี! " คุณหญิงนาฏยาส่งเสียงดังไปก่อนตัวเมื่อเห็นเจ้าของงานกำลังยืนรับของขวัญจากแขกที่มามือเป็นประวิง ทว่าพอเห็นเพื่อนรักมาถึงคุณหญิงมาลีก็พร้อมจะปล่อยวางทุกอย่างแล้วปรี่เข้ามาหาด้วยความคิดถึง

"คุณนาฏ! " สองสาว (?) วัยเดียวกันโผเข้ากอดกันจนกลมดิก เรียกเสียงชัตเตอร์จากผู้คนรอบข้างได้ค่อนข้างมาก เพราะในที่นี้ไม่มีใครไม่รู้จักคนทั้งคู่ รวมทั้งหนุ่มหล่อต่างวัยอีกสองคนที่มาด้วยกัน ส่วนหญิงสาวหน้าตาละอ่อนที่มาด้วยนั้น มีแค่บางคนเท่านั้นที่รู้จัก

"คิดถึงงงง~ นี่ของขวัญจากคุณนาฏและครอบครัว ขอให้คุณลีมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะจ๊ะ" ของขวัญกล่องใหญ่ที่ผู้เป็นสามีถือมาตั้งแต่แรกถูกเปลี่ยนมือไปให้เจ้าของวันเกิด คนรับยิ้มแก้มปริกล่าวขอบคุณเพื่อนสนิทก่อนส่งต่อให้ผู้ช่วยนำไปเก็บไว้อย่างดี เลิกงานถึงจะเปิดด้วยตัวเอง ส่วนตอนนี้กำลังโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความคิดถึงอีกครั้ง

"โอ้ยๆ พอแล้วคุณลี คุณนาฏรู้ว่าคุณลีคิดถึง แต่คุณนาฏมีคนจะแนะนำให้รู้จัก" คุณหญิงปรามเพื่อนที่เอาแต่กอดเธอจนไม่สนใจอะไร พอเป็นอิสระมือขาวก็รีบดึงลูกชายกับว่าที่สะใภ้มายืนตรงหน้าเจ้าของงานทันที

"นี่หนูหญิง ว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณนาฏเอง น้องหญิงลูก นี่คุณหญิงมาลี เพื่อนรักของแม่จ้ะ" คนกลางแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันตามความตั้งใจ

"สวัสดีค่ะ สุขสันต์วันเกิดนะคะ" ร่างบางยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม ไม่เพียงแต่คุณหญิงมาลีที่เอาแต่มองเด็กสาวตาไม่กะพริบ คนรอบข้างก็ฮือฮาเช่นกัน

"สวัสดีค่ะลูกสาว ขอบใจนะจ๊ะ แล้วนี่จะแต่งกันเมื่อไหร่ล่ะหื้ม คุณลีจะได้ตัดชุดรอ" คุณมาลีมองว่าที่ลูกสะใภ้ของเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ที่จริงคุณนาฏยาก็เคยเล่าถึงรินลดาให้ฟังบ่อย แถมอวยเต็มที่จนเธอชักอยากจะเห็นหน้าค่าตา เพียงแต่ยังไม่มีเวลาว่างไปหา ในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอกันสักที เห็นแล้วก็อดนึกถึงตัวเองสมัยสาวๆ ไม่ได้ ไม่อยากจะคุยว่าสวยเหมือนกันอย่างกับแกะ...

"ไม่นานเกินรอหรอกคุณลี ตัดชุดรอได้เลย! " คนตอบคือคุณหญิงนาฏยาที่เก็บอาการไว้ไม่อยู่ยามได้ยินเพื่อนรักถามถึงงานแต่งงานของลูกชาย แม้วรธันย์จะบอกว่าขอศึกษาดูใจกันก่อน แต่ตนก็มั่นใจมากว่าจะต้องได้รินลดาเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน!

การแนะนำว่าที่ลูกสะใภ้ให้เพื่อนรู้จักแทนที่ร่างบางจะได้พูดเป็นส่วนใหญ่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ต่างถามตอบกันไปมาในเรื่องของเธออย่างออกรส กว่าจะผละออกจากกันได้ก็ตอนที่คุณผู้ช่วยเจ้าของงานกระซิบเตือนว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องการเข้ามามอบของขวัญและคำอวยพร คุณหญิงมาลีจึงปล่อยให้ครอบครัวอินทรเกษมกุลแยกตัวไปยังโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้ให้ แต่กว่าจะเดินถึงโต๊ะทั้งคุณสุรศักดิ์และคุณนาฏยาต่างก็ถูกคนรู้จักแวะเวียนเข้ามาทักทายไม่หยุดหย่อน ไม่ต่างจากเจ้าของงานวันเกิดเลยสักนิด

แต่ขนาดว่ายุ่งๆ คุณหญิงก็ยังไม่ลืมที่จะแนะนำว่าที่ลูกสะใภ้ให้ทุกคนรู้จัก แน่ล่ะ...ที่พารินลดามาด้วยก็เพราะต้องการเปิดตัวให้คนอื่นรู้จักนี่แหละ จะลืมได้ยังไงเล่า

ในขณะที่แม่สามีเอาแต่แวะเวียนทักทายคนนู้นคนนี้อย่างอัธยาศัยดี ร่างบางกลับกระสับกระส่าย อึดอัดกับชุดที่ใส่และสายตาของผู้คนในงานโดยเฉพาะพวกผู้ชายที่แววตาไม่ได้มีความบริสุทธิ์ใจเลยแม้แต่น้อย แม้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่แต่งตัวเซ็กซี่ แต่เธอคงจะเป็นคนเดียวที่ไม่เต็มใจแต่งมา ไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ออกงานแล้วยิ่งมีผู้คนมากมายและต่างให้ความสนใจแบบนี้ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก

วรธันย์รับรู้อาการเหล่านั้น เขาคิดตื้นไปนิด เพียงคิดว่าเพื่อไม่ให้รินลดาถูกมองด้วยสายตาแปลกประหลาดกับชุดแม่ชีที่เธอเลือก ก็เลยเลือกชุดนี้มาให้ ไม่ได้คิดเลยว่าแต่งชุดนี้แล้วจะยิ่งทำให้คนมองมากกว่าเดิม โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่นิยมชมชอบของสวยๆ งามๆ ตระการตา...แบบนี้

พรึ่บ

"ใส่ไว้..." สูทตัวนอกถูกถอดออกมาคลุมให้คนข้างกายจนมิดศีรษะคล้ายไม่ใส่ใจที่จะให้ คนใต้เสื้อสูทสะดุ้งตกใจน้อยๆ เพราะอีกฝ่ายไม่ให้สุ่มให้เสียงกันก่อน พอเข้าใจสถานการณ์ปากบางน้อยๆ ก็เบะออกด้วยความหมั่นไส้ คลุมให้ดีๆ หน่อยก็ไม่ได้...

ร่างบางลดเสื้อสูทเนื้อดีลงคลุมเพียงไหล่ ฉับพลันคำพูดของคุณหญิงนาฏยาตอนอยู่ที่บ้านก็ดังขึ้นในความคิด...

"ไม่ได้จ้ะ สิ่งนั้นหนูต้องขอพี่ธันย์เอาเอง เอ๊ะ แต่ไม่ต้องขอก็ได้ เดี๋ยวพี่ธันย์ก็คลุมให้หนูเองนั่นแหละ หึหึ"

อ่า...แบบนี้เองสินะ เข้าใจแล้วว่าคุณหญิงหมายถึงอะไร แต่ว่าคุณหญิงรู้ได้ยังไงกันนะว่าเขาจะทำแบบนี้? เก่งจริงๆ

ไม่รู้ว่าเจ้าของเสื้อตัวใหญ่หรือเธอตัวเล็ก พอได้สวมใส่แล้วถึงไม่สามารถมองเห็นมือตัวเองเลย แถมยังยาวจนปิดชุดด้านในของเธอจนมิด กลิ่นหอมอีกต่างหาก...

น้ำหอมกลิ่นสปอร์ตเย็นสบายที่ติดมากับเสื้อแปลกใหม่สำหรับคนเดียงสาจนต้องแอบยกแขนเสื้อขึ้นมาดมหลายต่อหลายครั้งอย่างติดใจ การกระทำนั้นหาได้รอดพ้นสายตาเจ้าของเสื้อ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าอีกคนเป็นอะไร แต่พอมองนานๆ ไปก็เข้าใจ เขาไม่ได้ทักท้วงคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ดมเสื้อคนอื่นเหมือนพวกโรคจิตแต่อย่างใด เพียงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างระอากึ่งเอ็นดู...?

"ไม่นึกว่าจะเจอเจ้าหญิงของพี่ที่นี่..."

คนที่อาสามาตักอาหารจากโต๊ะส่วนกลางกลับไปให้พ่อแม่สามีเป็นต้องมึนงงกับเสียงทักทายของผู้มาใหม่เพราะไม่คิดว่าในงานหรูหราแห่งนี้จะมีคนรู้จักเธอด้วย แต่พอหันไปมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น เธอลืมไปว่า... 'ไตรภพ' เพื่อนสนิทของพี่รหัสที่จบออกไปปีที่แล้วนั้นนามสกุลดังไม่ใช่น้อย ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงเห็นเขาที่นี่

"พี่ไตรย์! " รินลดาอุทานเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความตกใจ

"ครับ" ไตรภพตอบรับยิ้มๆ อดมองสำรวจน้องรหัสเพื่อนไม่ได้เพราะวันนี้แปลกตาไปกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น หญิงสาวเป็นเด็กใสๆ น่ารักน่าเอ็นดู ทำให้เวลาเจอกันเขามักจะคอยแกล้งคอยแหย่อีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู แต่ดูวันนี้สิ...ไม่เจอกันเกือบปีเด็กน้อยในวันวานโตขึ้นขนาดนี้เสียแล้ว

"สวัสดีค่ะ พี่ไตรย์สบายดีนะคะ" คนอายุน้อยกว่ายังมารยาทงามเหมือนเดิม การกระทำอย่างไม่เคอะเขินนั้นยิ่งทำให้คนถูกไหว้เอ็นดูอย่างหนัก แม้บางทีจะรู้สึกว่าตนดูแก่ไปมากก็เถอะ แต่ทุกครั้งที่ไหว้ใครร่างบางมักจะส่งยิ้มหวานมาด้วยเสมอ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาชอบให้อีกฝ่ายไหว้เหมือนคนแก่ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่คนเป็นพี่รหัสอย่างเพื่อนเขาไม่ยอมให้น้องไหว้ตั้งนานแล้ว...

"สบายดีครับ พี่มาเจอเราที่นี่ได้ยังไงกันเนี่ย หรือเราจะเป็นสะใภ้คนดังที่กำลังเป็นที่สนใจคนนั้นกัน..." ร่างสูงถามอย่างสนใจ ก่อนทำหน้าทะเล้นในประโยคหลัง ซึ่งเขาก็ช่างเดาได้แม่นยำจนคนฟังพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งเป็นคำตอบ

"พี่ไตรย์ก็เว่อร์ไป คนดังอะไรกันคะ" รินลดาทำหน้างอง้ำอย่างไม่ชอบใจ เธอเลือกได้ที่ไหน ถ้าเลือกได้ก็อยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากเป็นที่สนใจของใครเลยด้วยซ้ำ

"ไม่ดังได้ไง เจ้าหญิงของพี่โตเป็นสาวแล้วสวยซะขนาดนี้" ไตรภพหยอกเย้าคนงามด้วยรอยยิ้มเอ็นดูอย่างที่ชอบทำ มือใหญ่ยกขึ้นวางแหมะบนศีรษะเล็กก่อนขยี้ไปมาจนผมที่ถูกจัดทรงมาอย่างดีฟูฟ่องไม่เป็นทรง

"แล้วนี่...พี่ไตรย์ได้เจอพี่อิฐบ้างหรือเปล่าคะ พี่เขาสบายดีหรือเปล่า" คนตัวเล็กไม่ได้เอี้ยวตัวหลบ ไม่ได้แก้ต่างคำพูดของอีกฝ่าย เพราะรู้ดีว่าสู้คารมแพรวพราวของเพื่อนพี่รหัสไม่เคยได้ เลยเปลี่ยนเรื่องถามถึงพี่รหัสแทน ตั้งแต่จบไปก็หายเงียบ ไม่ได้ข่าวคราวใดๆ

"โอ้ย ไอ้อิฐน่ะหรอ สบายจะตายห่า เรียนจบไปจะปีแล้วยังนอนตีพุงอยู่บ้าน ไม่เข้าไปช่วยงานพ่อที่บริษัทสักที" พูดถึงเพื่อนรักไตรภพก็ได้แต่ขายเพื่อนให้น้องฟังพลางส่ายหน้าระอาในความขี้เกียจของมัน เรียกเสียงหัวเราะเล็กๆ ได้จากคนฟังจนอดหัวเราะตามไม่ได้ ใครๆ ก็รู้ว่าอิทธิพัทธ์พี่รหัสของเธอน่ะขี้เกียจเป็นที่หนึ่ง ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่แปลกใจเลยกับคำบอกกล่าวของไตรภพ

"พรุ่งนี้จะได้กินมั้ย" เสียงกัมปนาทจากขุมนรก (?) หยุดเสียงหัวเราะแห่งความสุขของคนทั้งคู่ดังมาจากอีกฝากหนึ่งของโต๊ะวางอาหาร ทำคนตัวเล็กเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าหลงลืมใครคนนั้นไป เธอไม่ได้เดินมาตักอาหารคนเดียว แต่มากับว่าที่สามีเพียงแต่แยกกันตักเท่านั้น

"เอ่อ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ถ้าเจอพี่อิฐก็ฝากบอกด้วยว่าขี้เกียจมากระวังจะอดตาย! หึหึ ไปแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ" รินลดาละล่ำละลักเอ่ยลารุ่นพี่ ไม่วายฝากข้อความขำๆ ไปแซวพี่รหัสด้วย สิ้นคำร่ำลาก็ปลีกตัวออกมาอย่างนึกเสียดาย เพราะกับคนทั้งงานก็มีเพียงไตรภพนี่แหละที่ทำให้เธอผ่อนคลายจนได้เป็นตัวของตัวเองชั่วขณะหนึ่ง แม้จะแค่เวลาสั้นๆ แต่ก็ดีใจที่ได้เจอกัน

ไตรภพได้แต่มองตามร่างบางไปอย่างเสียดาย อดไม่ได้ต้องหันไปสบตากับผู้ชายคนนั้น คนที่มาขัดจังหวะ...

'วรธันย์ อินทรเกษมกุล' ลูกชายเพียงคนเดียวของคุณชายสุรศักดิ์และคุณหญิงนาฏยา เพื่อนสนิทคุณหญิงมาลีเจ้าของงาน ซึ่งพ่อกับแม่ของเขาก็เป็นเพื่อนกับทั้งคู่ แม้ไม่สนิทเท่าแต่ก็เรียนมาด้วยกัน ส่วนตอนนี้น้องรหัสเพื่อนที่เขานึกเอ็นดูก็กลายไปเป็นสะใภ้บ้านนั้น โลกช่างกลมดีเสียจริง...

"แฟนเก่าหรือไง ไม่ยักจะรู้ว่าเธอรู้จักคนระดับนี้ด้วย" ร่างสูงพูดกระทบคนที่เดินมายืนข้างๆ เสียงเรียบต่ำคล้ายไม่พอใจอะไรบางอย่าง ไม่พอยังรู้สึกยุบยิบข้างใน สาเหตุไม่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร

"ปะ เปล่าค่ะ เขาเป็นเพื่อนของพี่รหัส บังเอิญเจอเลยทักทายกันเฉยๆ " เสียงหวานตะกุกตะกักอย่างห้ามไม่ได้ ใครใช้ให้คุณเขาแผ่รังสีอำมหิตเหมือนอยากจะฆ่าใครตายออกมากันล่ะ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย ไม่รู้ไปโกรธอะไรใครมา...

"รู้สถานะตัวเองหน่อย เธอมีสามีแล้ว จะเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นควรให้มีขอบเขต อย่าให้มีเรื่องเสื่อมเสียมาถึงพ่อแม่ฉัน" ร่างสูงตำหนิอย่างไม่ถนอมใจคนฟังที่เอาแต่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เธอรู้ว่าอยู่ในสถานะไหนและก็ไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียอย่างที่เขาว่าด้วย ก็แค่ทักทายกันตามประสาคนรู้จักเท่านั้น อีกอย่างเขาก็ยังเป็นแค่ว่าที่สามี ยังไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ เสียหน่อย ถ้าคุยแค่นี้เขามองว่าเสื่อมเสียเธอคงไม่ต้องพูดกับผู้ชายทั้งโลกแล้วล่ะ!

"คุณ...ไม่มีเหตุผลเลยค่ะ! เราก็แค่คุยกัน ไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสียสักหน่อย" รินลดาเถียงกลับอย่างเหลืออด ความไม่ยุติธรรมจากเขาทำให้เธอเริ่มไม่พอใจ เธอแค่คุย แต่เขา...ในขณะที่ออกงานกับเธอในฐานะคู่หมั้นเขายังไม่เลิกกับแฟนเขาเลยด้วยซ้ำ! แบบนั้นไม่เสื่อมเสียกว่าหรอ? ไหนล่ะความยุติธรรม?

"แล้วคุณล่ะคะ...คุณกับเขายังไม่เลิกกันด้วยซ้ำ คุณจะพาเขาไปไหนทำอะไร ฉันก็ไม่เคยว่าอะไรคุณเลยสักคำ ฉันแค่คุยกับคนรู้จัก คุณกลับว่ากระทบต่างๆ นานา...ไม่ลำเอียงไปหน่อยหรอคะ! " ร่างบางเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เพียงแค่รู้สึกว่าถูกตัดสินโดยไม่เป็นธรรม ทั้งๆ ที่เริ่มจะมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันแล้วแท้ๆ เขากลับดึงเธอลงไปยังจุดเดิม เขากลัวเธอทำครอบครัวเขาเสื่อมเสีย? เขาคิดแบบนี้ได้ยังไงในเมื่อตอนที่เขาอยู่กับคนรักของเขา ไม่เห็นเขาจะแคร์สายตาใคร!

"หญิง..." เสียงทุ้มหลุดแผ่วออกมาพร้อมกับแรงดึงรั้งที่ข้อมือเมื่อว่าที่ภรรยากำลังจะเดินหนีไป วรธันย์สูดหายใจลึก พยายามข่มอารมณ์ เพราะได้สติและรู้ตัวแล้วว่าเป็นฝ่ายผิดที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลจนเผลอพูดจาแย่ๆ ใส่รินลดาเหมือนเมื่อก่อน

เขาไม่ได้ตั้งใจ...คราวนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาไม่ได้ใส่ร่างบางจริงๆ นิสัยเสียอันดับหนึ่งของเขาคือเป็นคนใจร้อน ยามไม่พอใจอะไรก็มักจะปากไว พูดไม่คิด จนบางทีคำพูดของเขาก็มักจะทำร้ายคนฟังอย่างหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา รวมครั้งนี้ด้วย

"....." คนถูกรั้งไว้ไม่ตอบ ไม่หันมอง เพียงยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายจับมือถือแขนอยู่อย่างนั้น เธอเองก็พยายามจะข่มอารมณ์เพราะเริ่มได้สติ รู้ตัวว่าเผลอขึ้นเสียงใส่เขาอย่างที่ไม่ควรเช่นกัน

"พี่ขอโทษ..." อารมณ์ขุ่นมัวในใจถูกทดแทนด้วยเสียงตักตึกจากจังหวะการเต้นแรงของหัวใจ สิ้นคำขอโทษคล้ายว่าคนฟังได้รับกระแสความอุ่นไหลผ่านข้อมือที่ถูกจับทะลักเข้าสู่หัวใจ จนตะกอนขุ่นๆ ที่ครอบครองพื้นที่อยู่ก่อนสลายหายไปเหมือนไม่เคยมี...

..

..

..

..

หู้ยยยยย ก็หึงเขาแหละ ดูออก ><

#อย่าให้น้องของขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 34 (ตอนจบ)

    วิวาห์ (ไม่) ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 34 (ตอนจบ) วันเวลาผ่านพ้นไปกิจวัตรประจำวันของรินลดาก็ยังคงวนเวียนแบบเดิมซ้ำๆจนอายุครรภ์ล่วงเลยมาจนถึงแปดเกือบเก้าเดือนและมีวันกำหนดคลอดในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแต่เธอรู้ว่าอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงวันนั้นเนื่องจากช่วงนี้มีอาการเจ็บท้องเตือนบ่อยขึ้นบางทีก็เจ็บจนร้องไห้ผู้เป็นสามีจึงต้องลางานมาอยู่เป็นเพื่อนในช่วงใกล้คลอด"ไหวไหม"ร่างสูงเอ่ยถามภรรยาท้องแก่ที่นั่งเอนหลังดมยาดมพลางหอบหายใจแรงกว่าปกติเนื่องจากเจ็บท้องเตือนขึ้นมาอีกแล้วและดูเหมือนวันนี้จะเจ็บมากกว่าปกติเขาจึงให้คนเตรียมรถเตรียมของใช้สำหรับคลอดไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน"อึก...ไม่ไหว...แฮ่ก"แรงปวดไม่มีท่าทีว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อยมือเล็กที่บีบมือใหญ่ไว้ส่งผ่านความรู้สึกมาถึงร่างสูงแม้ไม่ทั้งหมดแต่ก็ทำให้เขาได้รับรู้ว่าเธอกำลังจะทนไม่ไหวไม่ต้องรอให้พูดอะไรซ้ำวรธันย์ก็เรียกเด็กในบ้านให้รีบเตรียมของขึ้นรถส่วนเขาก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีช้อนตัวภรรยาขึ้นอุ้มและตรงไปที่รถอย่างรวดเร็วเรียกได้ว่าสถานการณ์เริ่มวุ่นวายแต่ก็ไม่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเพราะทุกคนเตรียมการนี้ไว้สักพักใหญ่แล้วเพียงตื่นเต้นยิน

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 33

    วิวาห์ (ไม่) ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 33ตกเย็นวรธันย์ก็พาภรรยามาที่บ้านใหญ่พร้อมด้วยกล่องของขวัญหนึ่งใบที่ทำเอาทุกคนต่างมองด้วยความสนใจครั้นถามว่าเอามาให้ใครและข้างในมีอะไรเจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยงบอกแค่ว่าจะเฉลยในตอนที่ทานข้าวเสร็จเล่นเอาคุณหญิงนาฏยาคันไม้คันมือยิกๆอยากแย่งมาเปิดดูให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำได้แค่เก็บอาการและอดใจรออย่างใจเย็น"เอ้อแม่มีอะไรจะบอก"คุณหญิงพูดขึ้นท่ามกลางมื้ออาหารที่เริ่มดำเนินมาสักพักหนุ่มสาวเลยพร้อมใจกันวางช้อนส้อมเพื่อรอฟังในสิ่งที่มารดากำลังจะบอก"แม่คุยพ่อและคุยกับพ่อแม่หนูแล้วว่าจะให้ทั้งสองคนย้ายเข้ามาอยู่กับพวกเราที่นี่เนี่ยน้ากว่าจะเกลี้ยกล่อมได้เหนื่อยแทบตายแน่ะ"คุณหญิงบอกอย่างอารมณ์ดีได้ยินแบบนั้นรินลดาก็จ้องหน้าแม่สามีอย่างไม่อยากจะเชื่อหูก่อนจะหันไปมองพ่อกับแม่ที่ทำหน้าเกรงอกเกรงใจอยู่ไม่คลาย"ก็จะให้มาอยู่เฉยๆไม่ให้ทำอะไรเลยมันไม่ได้จริงๆค่ะเกรงใจ"อรนภาเอ่ยแทรกขึ้นมาความจริงคุณหญิงชวนเธอกับสามีมาอยู่ด้วยกันหลายครั้งแล้วแต่เธอปฏิเสธเพราะเกรงใจอีกอย่างก็ไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่หรูหราแบบนี้เท่าไรคราวนี้ที่ยอมก็เพราะยื่นข้อเสนอไปว่าถ้าให้อยู่ก็ข

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 32

    วิวาห์ (ไม่) ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 32สองอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกงเข็มนาฬิกา ว่าที่เจ้าสาวถูกปลุกขึ้นมาแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันด้วยทีมช่างที่คุณหญิงนาฏยาจัดหามาให้ ได้คุณหญิงและผู้เป็นแม่คอยช่วยดูแลอีกที กำหนดการในช่วงเช้าวันนี้คือการเข้าพิธีแต่งงานแบบไทย เรียบง่าย ลดขั้นตอนพิธีบางอย่างออกไป คงเหลือไว้แต่พิธีหลักๆ ที่สำคัญ สถานที่จัดงานคือบ้านหลังใหญ่ของฝ่ายว่าที่สามีที่ยังคงนอนหลับอยู่อีกห้องหนึ่ง เพราะขั้นตอนการแต่งตัวน้อยกว่าฝ่ายเจ้าสาวจึงยังไม่ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกันใช้เวลาร่วมสามชั่วโมงในการแต่งหน้าทำผมให้เจ้าสาวและบรรดาแม่ๆ กระทั่งแล้วเสร็จในช่วงเช้าพอดี ฝ่ายเจ้าบ่าวเองก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทว่ายังถูกขัดขวางไม่ให้ได้เจอเจ้าสาวจนกว่าจะเริ่มพิธีไม่เพียงแค่เจ้าของงานที่ต้องเตรียมตัวแต่เช้า ฝ่ายจัดสถานที่และฝ่ายแม่ครัวเองก็วิ่งวุ่นไม่ต่างกันเพราะต้องเตรียมอาหารเลี้ยงพระและ แขกคนสำคัญที่แม้จะเชิญมาแค่ไม่กี่คนก็ต้องดูแลให้ดีสมฐานะเจ้าบ้าน พยายามให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"ใจเย็นๆ อย่าตื่นเต้นมากนัก เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน" อรนภาลูบหลังลูกสาวเ

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 31

    วิวาห์(ไม่)ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 31ด้วยไม่ได้นอนทั้งคืนและอ่อนเพลียจากพิษไข้ คืนแรกที่ต้องนอนแยกห้องกันตามข้อตกลงเลยทำให้รินลดาหลับสนิท ต่างจากวรธันย์ที่นอนมองเพดานว่างเปล่ามานานหลายชั่วโมงแล้ว เขายังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลยแม้แต่น้อย เขาคิดถึงร่างนุ่มนิ่มของคนรักที่เคยได้นอนกอด มากไปกว่านั้นคือเป็นห่วงกลัวว่าคนป่วยจะไข้ขึ้นสูงกลางดึกแล้วไม่มีคนดูแลสุดท้ายร่างสูงก็ยอมแพ้ต่อความห่วงใย เขาทนไม่ไหวจึงหอบเอาผ้าห่มกับหมอนเดินไปที่ห้องนอนเล็ก มือหมุนเปิดลูกบิดอย่างแผ่วเบา ก่อนเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง ลงมือปูผ้าห่มลงบนพื้น ไม่ลืมตรวจเช็คอุณหภูมิของคนหลับด้วยว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่ เมื่อพบว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงวรธันย์ก็ล้มตัวลงนอนข้างเตียง แต่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องตื่นก่อนและรีบออกไปจากห้อง บทลงโทษของคนที่ทำอะไรไม่คิดคือแยกห้องนอนและห้ามวอแวอีกฝ่ายจนกว่าจะถึงวันแต่งงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า นี่แค่วันเดียวก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะอดทนได้จนถึงวันแต่งงานหรือเปล่ารินลดาหลับยาวจนถึงเช้า เธอลืมตามองไปรอบๆ อย่างสำรวจ เพราะเมื่อคืนเหมือนจะมีบางช่วงที่กึ่งหลับกึ่งตื่นและรู้สึก

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 30

    วิวาห์(ไม่)ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 30"เฮ้อ...""อะไร ถอนหายใจแต่เช้า ไหวไหมเนี่ย ท่าทางเราดูเพลียๆ นะ ไม่ได้หลับได้นอนหรือไงหื้ม" เลขาท่านประธานถามขึ้นอย่างห่วงใยเมื่อเห็นเด็กฝึกงานในความปกครองนั่งถอนหายใจก่อนฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยท่าทางอ่อนล้าในเช้าวันหนึ่ง จะว่าถูกเธอใช้งานหนักก็ไม่ใช่ ถึงจะเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานแต่พ่วงตำแหน่งคู่หมั้นของเจ้านาย ยังไงก็เปรียบเสมือนเจ้านายเธออีกคน ใครจะไปกล้าใช้งานหนักกัน"ประมาณนั้นแหละค่ะ เจ้าที่แรงมาก ไม่ยอมให้หลับให้นอนเลย" เสียงหวานอ่อนระโหยโรยแรงบ่นพึมพำออกมาคล้ายคุยกันตัวเองมากกว่า คำว่า 'เจ้าที่แรง' ทำคนฟังได้แต่ทำหน้าสงสัย พลันนึกไปถึงคอนโดหรูที่เจ้านายพัก ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้าที่แรง...ขณะที่รุ่นพี่คิดไปไกล...เจ้าที่ในความหมายของคนอายุน้อยกว่าตอนนี้กำลังนั่งจามอยู่ในห้องทำงานอย่างไม่ทราบสาเหตุ ใช่...เจ้าที่ที่ก่อกวนเวลานอนของเธอก็คือเจ้านายพี่นั่นแหละ!หลังจากวันสารภาพบาป (?) นี่ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว และตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมารินลดาต้องรับมือกับ 'ผีทะเลกินดุ' แทบจะทุกคืน! พอได้มีคืนแรกด้วยกัน คืนต่อๆ ไปก็มาไวและถี่เสียจนตั้งรับไม

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 29

    วิวาห์(ไม่)ไร้รักWriter : Aile'Nตอนที่ 29"หนูกลัว..." น้ำเสียงเบาหวิวเอ่ยขึ้นในตอนที่ได้กลับมาเหยียบบ้านอินทรเกษมกุลอีกครั้ง แววตากลมใสสั่นระริก ดวงหน้าปรากฏความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้จะคุยกันมาดีแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ เธอก็ยังมีความพร้อมไม่มากพออยู่ดี"พี่อยู่ทั้งคน" ฝ่ามือใหญ่กุมทับมือเล็กที่เย็นเฉียบสร้างความอบอุ่นแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ ทว่าก็ทำคนฟังใจชื้นขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะความวิตกกังวลมันมีมากกว่า เธอกลัวว่าพ่อกับแม่จะผิดหวังในตัวเธอมากกว่าว่าใครจะมองยังไง แต่ถ้าไม่พูดก็ไม่สบายใจอีกเหมือนกัน"ไปเถอะ เชื่อใจพี่...ไม่มีอะไรต้องกลัว" ร่างสูงให้กำลังใจ กระชับมือเล็กแน่นขึ้น ก่อนพาเดินเข้าบ้านไป ในเวลานี้ทุกคนต่างมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตามที่วรธันย์ได้โทรมาขอไว้ ทั้งพ่อแม่ของเขาและพ่อแม่ของรินลดา"อ้าว มากันแล้ว สวัสดีจ้ะ นั่งๆ" คุณหญิงนาฏยาทักทายทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม มือรับไหว้ว่าที่ลูกสะใภ้ก่อนเชิญทั้งสองมานั่งคุยกันระหว่างรอทานมื้อค่ำ"น้องหญิง ไม่สบายหายดีหรือยังคะ พี่ธันดูแลน้องดีหรือเปล่าเนี่ย" ประโยคแรกเอ่ยกับร่างบางด้วยรอยยิ้มสดใส ประโยคหลังหันมามองแรงใส่ล

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 12

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 12"นี่มันหมายความว่ายังไงคะธันย์ ไหนบอกจะช่วยกันกำจัดนังนั่นไงคะ คุณไปทำดีกับมันทำไม! ? " ความสัมพันธ์ของวรธันย์และรินลดาเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และคนที่คอยจับตามองความเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้ถึงได้บุก

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 11

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 11"พวกแก~ คุณธันนนนนย์!! " เสียงวีดว้ายของนักศึกษาหญิงกลุ่มที่เดินอยู่ข้างหน้าซึ่งก็ได้แก่สามสาว ฟิล์ม บีและต้นอ้อดังขึ้นเรียกความสนใจของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจโดยเฉพาะสาขาการบัญชีที่เพิ่งได้เวลาเลิกเรียนพอดี ร่างบางที่เดินตามหลังมาหูผึ่งเล็กน้อยตอนได้ยิ

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 10

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 10วรธันย์กลับเข้าบ้านมาในตอนสี่ทุ่มครึ่ง ร่างกายหนักอึ้งมีอาการมึนเมาเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับไร้สติ เวลานี้ภายในบ้านเงียบสงัดเนื่องจากทุกคนคงจะเข้านอนกันหมดแล้ว มีเพียงเขาที่จิตใจยังคงกระสับกระส่ายร้อนรุ่มจนยากจะข่มตาหลับ เป็นเหตุให้ฝืนอาการมึนๆ ขับรถจากคอนโด

  • วิวาห์(ไม่)ไร้รัก   ตอนที่ 9

    วิวาห์(ไม่)ไร้รัก Writer : Aile'N ตอนที่ 9พอพ้นหน้าโรงแรมหรูออกมารินลดาก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เมื่อพบว่ายังไม่ดึกเท่าไรก็คิดหาทางกลับบ้าน แท็กซี่นั้นเธอตัดทิ้งไปเป็นอย่างแรกเพราะมีประสบการณ์ไม่ค่อยจะดีด้วย แต่ชุดแบบนี้ให้ไปยืนโหนรถเมล์แบบแอร์ธรรมชาติร้อนๆ บวกควันรถก็ดูจะไม่เหมาะสักเท่าไร ถ้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status