LOGINบทที่ 8 สมองขาวโพลน!
“ มุก! ” กำลังลุกขึ้นจะเอากล่องข้าวไปทิ้งเพราะกินหมดแล้ว จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
“ อ้าว พี่ธีร์ พี่มาด้วยเหรอ? ” ฉันถามด้วยความแปลกใจ จำได้ว่าพี่ชายของยัยธารใสประจำการอยู่ภาคใต้ตอนบน
“ พี่มาประชุมแถวนี้หนึ่งอาทิตย์ได้แล้ว และวันนี้พี่เจอไอ้ฉัตรเลยตามมันมากะจะมาช่วยชาวบ้านนะ แต่คงต้องกลับแล้วเพราะทางค่ายหารือกันว่าจะช่วยต่อพรุ่งนี้ ว่าแต่มุกสังกัดแถวนี้เหรอ? ”
“ ไม่ค่ะ อยู่อีกตำบล ”
“ อีกตำบลเหรอ ไม่มีค่ายทหารหนิ ”
“ มีนะ ค่ายXX ”
“ อ้าว มุกไม่ใช่เป็นทหารเขียวเหรอ? ” พี่ธีร์พูดแล้วใช้สายตามองจากหัวจรดเท้า
“ มุกเป็นทหารชุดดำค่ะพี่ ” ฉันพูดแล้วส่งยิ้มไปให้พี่เขา
“ อ้าว เหรอ555+ ตอนแรกพี่สังเกตแค่ที่เสื้ออะ ก็คิดว่าเราเป็น ทหารเขียว ” สิ้นเสียงพี่เขา ฉันหุบยิ้มทันที รีบเอามือปิด แต่ก็ไม่ทันแล้วแหละ
“ แหะๆ เสื้อพี่ฉัตรให้ยืมมาใส่ค่ะ ”
“ อ๋อ…เออใช่ ยัยธารใสเคยบอกว่าเราทั้งสองคนหมั้นกันแล้วนิ พี่นี่ขี้ลืมจริงๆ 555+ ”
“ อืม ” พยักหน้าหงึกๆ
“ งั้นพี่ไปก่อนนะ พอดีต้องขออาศัยรถคนอื่นกลับออกไปจากตรงนี้นะ ”
“ ค่ะ สวัสดีค่ะพี่ แล้วเจอกันใหม่นะ ”
“ ครับ โชคดีๆ พี่ไปก่อนนะ ระวังตัวด้วย ” พี่ธีร์พูดขึ้นแล้วเอามือมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู และเดินจากไป
พี่ธีร์เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน นั่นก็คือ ธารใส เพื่อนตอนเรียนมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลาย บ้านของพี่เขาอยู่อีกตำบล ฉันสนิทกับยัยธารใสเลยไปบ้านนางบ่อยๆ และเจอพี่ธีร์ประจำ และพี่เขาเพิ่งจะสอบนายสิบได้ไม่นาน น่าจะเข้าพร้อมพี่ฉัตรด้วย และสนิทกันระดับหนึ่ง ยัยธารใสเคยเล่าให้ฟัง
“ ฮะ..แฮ่ม ” ฉันละสายตาจากที่มองพี่ธีร์หันมามองคนข้างๆ ที่ใบหน้าบูดบึง
“ ไหนชุดหนูอะ ”
“ มาถึงก็ถามถึงชุด เหอะ! ” อ้าว แล้วฉันต้องถามถึงอะไรเนี่ย งง
“ เป็นอะไรไปคะ จะให้หนูถามว่าอะไร อ๋อ พี่กินข้าวยัง อาบน้ำแล้วยัง ”
“ หึก ประชดเหรอ? ให้ไอ้ธีร์จับหัวทำไม ”
“ อะไรของพี่เนี่ย! เอาชุดหนูมาเลย จะเอาไปตาก ”
“ เปลี่ยนเรื่องเก่ง...อืม งั้นเจอกันหนึ่งทุ่ม แล้วเดี๋ยวเอาชุดให้ ตอนนี้พี่ตากให้แล้ว ”
“ อ๋อ…ว่าแต่คุยตอนนี้ไม่ได้เหรอ…คะ ”
“ ไม่ได้ ว่าแต่เสื้อที่ใส่สวยนะ ”
“ หึ ยอของตัวเองแหละ ”
“ พี่ไปก่อนนะ ถ้าไม่มาตามนัดพี่จะขึ้นไปหาบนนั้นเลย ” นิ้วหนาชี้ไปยังบ้านยกสูง
“ อืม…เฮ้ยๆ ไม่ๆ ค่ะ โอเคค่ะ ” เผลอหลุดปากไป แต่โชคดีที่มีไหวพริบ เปลี่ยนได้ทันที พี่เขาก็รวดเร็วมาก โน้มตัวลงมาทันที หึ่ย!
“ ไปได้แล้ว เพื่อนไปหมดแล้วนะ ” พี่ฉัตรพยักพเยิดไปด้านหลังฉัน หันไปมองตาม มันก็จริง ไม่มีใครรอเลย
“ หนึ่งทุ่มหนูจะเอาเสื้อไปคืนพี่นะ ”
“ ค่อยไปถอดในเต็นท์พี่นะ ” สายตาพี่เขาก็ดูกรุ่มกริ่มตอนมองหน้ากัน ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้อยากคนละคนอย่างนี้นะ
“ พี่จะทำอะไร หนูไม่ไปหรอกนะ ”
“ หึ พี่จะทำอะไรได้ นี่มันไม่ใช่ที่บ้านนะ ”
“ เป็นคนหมกมุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ”
“ หึ หึ ไปได้แล้ว ” เกลียดมาก ไอ้คำว่า หึ หึ
19 : 10 น.
เพื่อนบางคนหลับกันแล้วบางคนก็ยังคุยโทรศัพท์กับแฟน บางคนก็ยังเล่นโซเชียล แต่พอคืนนี้ฝนมันดันไม่ตก อากาศมันเลยร้อน แล้วพวกเรายังเอาผ้ายางมากั้นเป็นกำแพงอีก เหมือนอากาศจะไม่ค่อยถ่ายเทด้วย มันอบอ้าวมาก
“ ร้อนอะ ฉันจะไปล้างหน้า พวกแกไปไหม ” ฉันลุกขึ้นนั่งหันไปพร้อมเอามือสะกิดถามเพื่อนทั้งสามที่ใส่หูฟังคุยโทรศัพท์กับแฟนด้วยใบหน้าที่ยิ้มหวาน พวกนางวิดีโอคอลกัน
“ อือ ไม่อะ ขี้เกียจเดินลงบันได ” ฟ้าหันมาส่ายหัว
“ ไม่ไปอะ ว่าจะนอนแล้ว ” ฝนปิดปากหาวไปด้วย
“ ขี้เกียจลุกขึ้นอะ ” ฝ้ายพูดแล้วเอามาห่มมาคลุมโปงทันที
จริงๆ ถามพอเป็นพิธี เพื่อนจะได้ไม่สงสัยว่าฉันไปไหน ใจจริงจะไปหาพี่ฉัตรด้วย นาฬิกาข้อมือมันก็บ่งบอกว่าหนึ่งทุ่มสิบห้าแล้ว
ต้องค่อยๆ เดินลงบันได มองไปทั่ว ไฟก็สว่างไสวไปหมด แต่จะมีที่สลัวๆ แถวที่ไม่มีคนพัก ฉันเลือกที่จะเดินแอบไปทางสลัวๆ ตรงไปยังต้นหูกวางที่นัดกัน แต่พอไปถึงพี่ฉัตรก็ยังไม่มา
“ ก็คิดว่ามารอแล้ว เห็นเป็นคนมีกฎระเบียบ ใครจะคิดว่าไม่ตรงเวลาเหมือนกัน ” พูดไปพร้อมกับเบ้ปาก มือเรียวยกขึ้นมากอด'อก' สายตาก็มองไปแค่ข้างหน้า
“ อุ้ย~ อุ้ปส์ ” จะแหกปากเพราะตกใจ ส่วนตัวก็กลัวผีอยู่แล้ว พอมีคนมาอยู่ข้างหลังก็ตกใจ ใจหายวาบ แต่มือหนาเอามาปิดปากจากด้านหลังไม่ให้ร้องเสียก่อน ไม่งั้นคงมีคนมามุงแน่
“ ชู่วๆ พี่เอง ” ตอนนี้ไม่ตกใจแล้ว เพราะจำมือและเสียงพี่เขาได้ จึงแกะมือพี่เขาออกจากปาก
“ เล่นอะไรก็ไม่รู้ คนยิ่งกลัวๆ ผีอยู่ ”
“ จริงอะ! ” ถามย้ำพร้อมทำหน้ากลั้นขำ ฉันว่าพี่ฉัตรน่าจะกินยาไม่เขย่าขวดแน่ๆ รอบนี้ที่เจอเหมือนคนดีดอะ ปกตินิ่งขรึม ยิ้ม หัวเราะ พูดมาก ขี้เล่น แทบจะไม่มี แต่นี่เอามาหมด
“ เอาชุดมา ” ไม่ตอบที่พี่เขาถามย้ำ
“ เสื้อพี่อะ มุกจะเอาให้ยังไง ” สายตาพี่เขาดูหื่นๆยังไงไม่รู้สายตาก็ดูหื่นๆ ด้วย
“ เดี๋ยวไปเปลี่ยนให้ที่ห้องน้ำ ”
“ เสียเวลาเดินไปมา เดี๋ยวมีคนเห็นเข้า มันจะดูไม่ดีนะ ไปเปลี่ยนในเต้นท์พี่สิ นั้นไง ” พี่เขาชี้นิ้วไปทิศทางที่เต็นท์ตั้งอยู่ แหม่…นี่น่าจะคิดไว้แล้วเพราะที่ฉันยืนอยู่มันใกล้กับเต็นท์เขามาก แถมตรงนั้นมีแค่แสงไฟสลัวๆ ไม่เหมือนของคนอื่นอีกด้วย
“ ไม่เอาอะ ไม่ไป พี่ เดี๋ยวมีคนอื่นมาเห็นเข้านะ ”
พรึ่บ! มือหนาคว้ามาจับที่ต้นแขนแล้วพยายามดึง แต่ฉันนั้นรั้งตัวไว้กับที่ พยายามฝืนไม่เดินตาม เอามือเรียวแกะมือเขาไปด้วย
“ เพื่อนพี่มาแค่สามคน พวกมันตั้งเต็นท์ใกล้ๆ ห้องน้ำหมด ตรงนี้ที่ใกล้ๆมีแต่พวกทหารเกณฑ์ พวกมันจะไม่มายุ่งวุ่นวายหรอก ไม่งั้นโดนทำโทษ ”
“ หนูเอาให้พรุ่งนี้ก็ได้ ”
“ งั้นชุดมุกก็ค่อยมาเอาพรุ่งนี้แล้วกัน ”
“ ไม่ๆ พี่ฉัตรอะ แล้วพี่นัดมามีเรื่องอะไร คงไม่ใช่เรื่องชุดหรอกใช่ไหม เพราะพี่ส่งกระดาษข้อความให้หนูตอนเลิกแถว ”
“ นัดมาคุยเรื่องทั่วไปเฉยๆ ”
“ อ้าว เสียเวลานอนชะมัดเลยอะ ” ทำหน้าตึงใส่เขา
“ หนึ่งทุ่มเอง ไปคุยที่เต็นท์พี่ดีกว่า ตรงนี้มียุงเยอะแถมยังเมื่อยขาด้วย ” ดูพี่เขาพยายามโน้มน้าวให้ไปในเต็นท์นะ
“ อือ ~ ไม่ไป พี่ฉัตรอย่าทำให้หนูกลัวสิ ทางที่ดีกลับเป็นเหมือนเดิมเถอะ ”
“ แบบไหน แบบคุยน้อยหรือไม่คุยเลย แต่พี่จำได้ว่ามุกต้องการแบบนี้นะ ก่อนที่จะวางสายล่าสุดในวันนั้น ”
“ ก็ใช่ แต่หมายถึงเวลาคุยโทรศัพท์กันไง แต่นี่พี่ดูจะรุกแรงไปนะ ”
“ มุกบอกเองนะว่าให้พี่คิดว่ามุกคือเพลง นี่พี่ก็พยายามสุดๆ แล้วนะ ”
“ แล้วไหนบอกว่าแทนกันไม่ได้ไง สรุปพี่เห็นมุกเป็นพี่เพลงเหรอ? ”
“ เปล่า พี่เห็นมุกเป็นมุกอะแหละ แต่พี่จะพูดคือหมายถึงว่า ให้นึกถึงตอนอยู่กับเพลง เวลาอยู่กับมุกไง ”
“ งั้น…ต่อหน้าพี่เพลง พี่ก็เป็นแบบนี้เหรอ? ” ฉันอ้าปากเหว่อทันที พี่ฉัตรกอด'อก'มองหน้าฉัน
“ แบบไหน ”
“ ก็…เล่นหูเล่นตา หื่นกามอะไรงี้ ”
“ พี่แสดงออกไปแบบนั้นเลยเหรอ? ”
“ อืม ” พยักหน้าหงึกๆ
พี่เขาว่องไวเข้ามาประชิดแนบตัว มือนึงรั้งเอวคอด มือนึงเชยคางเรียวขึ้น ใบหน้าเขาก็ค่อยๆ โน้มมาประกบจูบ การจู่โจมแบบนี้ทำเอาฉันไปไม่เป็น เพราะรวดเร็วไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว
ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากเรียวเบาๆ ดวงตากลมยังคงเบิกกว้างเหมือนสตั้นไปชั่วขณะ แต่ทว่าอีกฝ่ายยังคงรุกต่อ พยายามดันลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากนุ่มให้ได้
มือเรียวจับเสื้อคนตัวสูงไว้แน่น เมื่อโดนอีกฝ่ายรุกล้ำเข้าไปจนได้ ลิ้นร้อนหยอกล้อ แล้วดูดมัน ใบหน้าหวานเริ่มหลับตาพริ้มไม่ได้ขัดขวางอะไร เหมือนจะจมลงในห้วงนิทรา ปล่อยให้คนตัวสูงคว้านหาน้ำหวานต่อไป
มือหนาที่รั้งเอวคอดเปลี่ยนมารั้งตึงท้ายทอยใบหน้าหวานไว้ คนที่หลับตาพริ้ม ขาเริ่มสั่น อารมณ์บอกไม่ถูก รสจูบที่ถูกมอบให้จากคนตัวสูง มันอ่อนโยนมาก ถึงจะไม่ได้สนองกลับไป แต่เป็นผู้ที่ถูกกระทำที่แสนเชื่อง ให้ไปซ้ายก็ซ้าย ให้ไปขวาก็ไปขวา คนตัวสูงเริ่มใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าหวาน ใบหน้าตัวเองหันไปขวาที ซ้ายที เหมือนจะหามุมและเว้นจังหวะให้หายใจ ในห้วงนิทราจะมีแค่โลกสีขาวโพลน เหมือนทั้งโลกจะมีแค่กันสองคน มือเรียวเปลี่ยนเป็นโอบกอดคนตรงหน้าเหมือนจะยึดเป็นที่พักพิง เพราะเริ่มรู้สึกจะทรงตัวไม่อยู่แล้ว รสจูบมันหวาบหวามไปทั่วอณู
‘ สวบ! ’ มีเสียงดังอยู่ในพงหญ้าใกล้ๆ เรียกสติของทั้งสองคนกลับมาได้ จึงผละจากกันและเงียบไปชั่วขณะ ต่างคนต่างแสร้งมองไปที่ทำให้เกิดเสียง ทั้งที่รู้ว่ามันคือเสียงของสัตว์เล็กๆ ที่คลานไปมา
ตึก ตึก เสียงหัวใจมันเต้นระส่าย สัมผัสเมื่อกี้มันอ่อนโยน อบอุ่นหัวใจมาก มือเรียวรีบเอามือไปทุบ'อก'เบาๆ เหมือนจะให้คลายการเต้นเร็วได้แล้ว
“ เอ่อ… ” ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากันไม่พอยังจะพูดพร้อมกันอีก แต่ฉันเลือกที่จะก้มหน้าลงเพราะมีความเหนียมอายต่อสายตาเขา
“ ให้มุกพูดก่อน ” พี่ฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ คือหนูเดินต่อไม่ไหวอะ ขามันสั่น พี่พาหนูไปนั่งหน่อย ” ไม่ใช่มารยาหรือเล่ห์เหลี่ยมใดๆ แต่มันคือความจริง ขาเรียวรู้สึกอ่อนแรงมาเสียดื้อๆ
“ ได้ครับ ” เนี่ย! ดูพี่เขาสิ ขอให้พูดครับมาตั้งนานไม่พูด พอเวลานี้มาพูด ใจฉันมันก็ไม่รักดีอะดิ
“ อุ้ย! ” ไม่ทันตั้งตัว พี่ฉัตรช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มพาไปที่เต็นท์ตัวเองทันที
พาเข้าไปนั่งในเต็นท์ แล้วพี่เขาก็ปิดไฟจากกระบอกไฟฉายในเต้นท์ แต่มีแสงไฟสลัวๆ มาจากหน้าเต็นท์อยู่
“ พี่กลัวคนอื่นจะเห็นเงานะ เลยต้องทำแบบนี้ ” รอบคอบจริงๆ นะพ่อคุณ
“ ค่ะ ” ฉันพูดตอบกลับ นั่งก้มหน้าต่อ มือทั้งสองข้างมาประสานกัน
“ เปลี่ยนเสื้อเลยไหม ” พี่ฉัตรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“ อื้ม~ ” ตอบพร้อมพยักหน้าแต่ไม่ได้เงยหน้ามองพี่เขา
“ มุก ” เสียงเรียกเบาแต่น้ำเสียงดูหนักแน่น จนฉันรีบเงยหน้าขึ้น พี่เขาก้มมาอีกแล้ว
“ ฮะ อ๋อ ค่ะ ค่ะ ” นึกขึ้นได้ว่าเผลอหลุดปาก ก็รีบพูดออกไปแล้วเบือนหน้าหนี
“ หึ กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? ”
“ พี่หันหน้าไป หนูจะเปลี่ยนเสื้อ ง่วงแล้วจะไปนอน ”
“ ไม่ต้องหรอก พี่ล้อเล่นนะ มุกค่อยคืนพี่ก็ได้ ” ดู ดู เขาพูด ล้อเล่นเหรอ? หึก ไอ้คนบ้า เสียเวลาชะมัด
“ พี่อะ แล้วพาหนูเข้ามาทำไมในนี้ ”
“ แล้วอยากนอนกับพี่ไหม ”
“ พี่ฉัตร? ” คิดว่าเขาคงพูดเล่น เลยเอ่ยเสียงห้วนออกไป
“ พี่พูดจริง ”
“ พี่จะบ้าเหรอ นี่มันที่ไหน ”
“ เฮ้อ! อีกไม่กี่เดือนก็แต่งกันแล้วนะ มุกติดขัดอะไรหรือเปล่า? ” ถามแบบนี้จะตอบไง
“ หนู…ยังไม่ชินอะ จู่ๆ พี่ก็รุกแรงมาก ค่อยๆ เป็นไม่ได้เหรอ? ” ซึ่งฉันไม่โทษเขา และรู้ว่าเขาต้องการอะไร ยังไงเขากับฉันก็ต้องเป็นของกันและกันอยู่แล้ว เรื่องนี้มันคือธรรมชาติของมนุษย์ แต่ที่ฉันยังไม่โอเค เพราะมันเกิดขึ้นเร็วจนเกินไป ถึงจะเคยมีอะไรกันมาก่อนเมื่อปีที่แล้วตอนเมาก็เถอะ ตอนนั้นมันจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้มันมีสติครบถ้วนนะ
“ พี่ก็แค่ให้นอนคุยกัน ทำให้มันชิน พี่ไม่ได้จะมีอะไรกันสักหน่อย พี่รู้นะว่าอะไรควรไม่ควรอะ 555+ คิดไปถึงไหนอะเรา ” พี่ฉัตรหัวเราะขึ้นเบาๆ พร้อมเอามือมาลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู
“ ชิ ” กลบเกลื่อนด้วยการปัดมือพี่เขาออก
“ งั้นหนูไปนอนนะ ”
“ ครับ ฝันดีนะ ” ฉันชะงักไปเลย ทำไมต้องรู้สึกอบอุ่นด้วยเวลาเขาพูดคำว่าครับ มันฟังแล้วรู้สึกมีแรง รู้สึกอบอุ่น ยังไงไม่รู้
“ เอ่อ…ค่ะ ฝะ…ฝันดีเช่นกันนะคะ อุ้ปส์~ ” คิดไม่ถึงว่าพี่ฉัตรจะฉวยคอฉันไป แล้วจรดริมฝีปากลงมาประทับและปล่อยให้เป็นอิสระ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก
“ ครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ ” พยักหน้าเอ๋อๆ ไม่ได้ตอบกลับอะไร พี่เขาเปิดเต็นท์ให้ฉันออกก่อนแล้วตัวเองก็ออกมาติดๆ
“ วันหยุดวันไหน เดี๋ยวพี่ไปรับ พอดีเพื่อนพี่แต่งงานนะ มันอยู่ใกล้ค่ายพี่พอดี ”
“ อีกสามวันก็หยุดแล้ว…ค่ะ ” จะจบประโยคแต่เรื่องจูบผุดขึ้นมา เลยต้องต่อหางเสียงออกไป
“ โอเค ไปเถอะ ” ไม่พูดแค่ปาก มือหนายังมาลูบหัวฉันอีก พร้อมผลักหลังฉันเบาๆให้เดินไปข้างหน้า
ไม่รู้อะไรหนักหนากับผมที่ดำขลับเงางามของฉัน ไม่ลูบก็ขยี้ แต่ทุกครั้งที่โดนพี่เขาก็รู้สึกบอกไม่ถูกนะ โดยเฉพาะพี่ฉัตรคนเดียว ขนาดพี่ธีร์ลูบตอนนั้นมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายภายในตัวฉันเลย
❤️____________❤️
นามปากกาผกายมาส
ตอนพิเศษ 4 ลูกดกNc20+ 22 : 40 น. หลังจากที่คุยกันตอนนั้นมุกก็หลับไป เขาก็เข้าไปอาบน้ำ ออกมาสี่ทุ่มกว่าแล้ว…เขาได้หาผ้าผืนเล็กไปซับน้ำเพื่อมาเช็ดตัวอีกคน ถ้านอนสภาพนี้คงไม่สบายตัวเท่าที่ควร “ งื้อๆ ~ ” พอโดนน้ำก็ส่งเสียงงัวเงียขึ้นมาทันที “ นี่ๆ จะเสร็จแล้ว พี่ขอเช็ดที่ใบหน้าหน่อยนะ ” อีกคนใช้มือปัดออก น้ำคงจะเย็นแหละ “ งิ้อๆ เช็ดที่หน้าอกหน่อย ” จู่ๆ เสื้อก็ถูกถกขึ้นด้วยมือของเจ้าตัว ล่อตาล่อใจเหลือเกิน หรือนี่เธออาจจะอ่อยเขาหรือเปล่า? “ อะ…อื้ม~ หนาวจัง ” เมื่อผ้าโดนที่หน้าอกอวบ อีกคนห่อตัวทันที แล้วค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเขา “ พี่ฉัตรคะ…” “ คะ…ครับ ” พยายามข่มอารมณ์สุดๆ อ่อยไม่พอน้ำเสียงยังหวานอีก “ น้องหิวงะ ” “ อ๋อ…งั้นพี่ไปหาของกินให้นะ รอพี่ได้ไหม รอคนเดียวได้นะ ” “ ไม่ๆ ไม่หิวแล้ว น้องไม่อยากอยู่คนเดียว อื้อ~ พี่เพิ่งอาบน้ำมาเหรอคะ เย็นจัง ” คนตัวเล็กโผเข้ากอดเขาที่ยืนชิดเตียงยังไม่ได้นั่ง “ ครับ น้องจะอาบน้ำไหม เผื่อจะสร่างเมาได้บ้าง! ” “ ใครเมา…ไม่มี๊ ” “ แหนะ…เสียงสูงไปนะ ” “ 555+ น้องมีความสุขจัง แค่มีพี่อยู่ใกล้ๆ ก็อุ่นใจแล้วอะ ” คนตัวเล็กพยายามหาที่ซุก
ตอนพิเศษ 3 มีแฟนแล้ว / ไม่อยากเข้าถ้ำเหรอ “ ชนมาได้ ไม่คิดจะขอโทษบ้างหรือไง อะ…โอ๊ย ” ด้วยความมึนเมาและโดนชนทำให้ล้ม พยายามลุก หัวก็หมุน มันเลยหงุดหงิดใจและเจ็บแผลถลอกที่หัวเข่าด้วย “ มุกๆ เป็นไงบ้าง มาๆ เราช่วยพยุง ” เสียงนี้…เหมือนจะได้ยินมาไม่นาน พยายามครุ่นคิด…อ๋อ ตี๋นี่เอง “ ขอบใจนะตี๋ ว่าแต่นายยังไม่กลับเหรอ? ” “ วันเกิดเพื่อนเรานะ คงอีกนานกว่าจะกลับ แล้วเป็นไงมาไงถึงมานั่งอยู่หน้าห้องน้ำ อย่าบอกนะว่าเมาเกิ๊น! ” ดูทำเสียงเข้า พอเขาช่วยพยุงขึ้นแล้วปล่อยให้เป็นอิสระ รู้สึกว่าโลกกำลังจะหมุน ทรงตัวไม่อยู่ ก็เลยกะจะเซไปหาที่ยึดเหนี่ยวไว้…แต่ก็เผลอสะดุดขาตัวเอง แล้วโอนตัวไปทางตี๋ เขาก็รับไว้ทัน สรุปยืนกอดกันเฉย ‘ ว้าย ’ ฉันอุทานเสียงดัง ใจตี๋เต้น ตึกตัก ตึกตัก สัมผัสได้ตอนที่หน้าไปปะทะอกแกร่ง “ อะ…เอ่อ…ขอบใจนายนะที่รับเราไว้ ” ปากก็พูดไป แล้วพยายามยันกายออกจากอ้อมกอดเขา “ มุก มุก ” เสียงเรียกตะโกนดังและจำได้ขึ้นใจว่าเป็นเสียงใคร แต่ก็อยากแกล้งให้เจ็บบ้าง “ อุ้ย! ” แกล้งทิ้งตัวไปซบตี๋อีกครั้ง ไม่รู้ว่าคนที่ตะโกนเรียกเมื่อกี้จะรู้สึกและทำหน้ายังไง แต่ที่รู้ๆ เสียงเงียบไปแล้ว
ตอนพิเศษ 2 ถ้าอยากให้อภัย…ก็หย่าสิ 19:00 น. “ ข่าวด่วน…ขณะนี้หัวหน้าโจรใต้ได้ถูกจับแล้ว พวกสมุนถูกวิสามัญ… รังโจรได้ราบเป็นหน้ากอง ทหารที่แฝงตัวเข้าไป ได้ทำการยึดค่ายโจร กว้างล้างทุกอย่างจนเสร็จสิ้นไปแล้ว จบแล้วนะคะ โจรใต้ ต่อไปนี้สามจังหวัดภาคใต้คงมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามานะคะ ” เสียงของผู้ประกาศข่าวดังขึ้น ในโทรทัศน์ที่ทางร้านเหล้าเปิดดู ทำให้ฉันพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว แต่ก็ดี ปราบโจรกบฏต่อบ้านเมืองให้สูญสิ้นไป ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องผวากันอีกแล้ว ในใจตอนนี้ไม่ได้คิดถึงลูกสาวเลย เพราะคิดว่าน่าจะมีคนดูแลเยอะ แต่ที่รู้ๆ ทางบ้านกระหน่ำโทรเข้ามารัวๆ พร้อมสายเข้าจากเพื่อนๆ เช่นกัน แต่ฉันนั้นไม่ได้กดรับสายใครเลยเอาแต่กระดกเหล้า ไม่มองไม่คุยกับใคร นอกจากจ้องเหล้าตรงหน้า ที่ตอนแรกเต็มขวดแต่ตอนนี้เหลืออยู่แค่ก้นขวดแล้ว นั่งกินมาตั้งแต่ตอนหกโมงเย็นยันหนึ่งทุ่ม ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาเท่าไร แต่รู้ว่ามึนๆ กรึมๆ แล้ว แต่ยังไหวอยู่! “ เฮ้ย! มุก ” เสียงทักทายดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่คุ้นหูเอาสะเลย พยายามมองตามเสียงจนเจอ เป็นผู้ชายตาตี๋ใส่แว่นตาหนาเตอะ! แปลกนะ ปกติคนประเภทนี้น่าจะอยู่อ่านหนังสือท
ตอนพิเศษ 1 หลอกลวง หนึ่งเดือนต่อมา… อยู่โดยที่ไม่มีเขา เหมือนอยู่ไปวันๆ เวลาจะคอยเยียวยาทุกสิ่งมันอาจจะสำหรับคนอื่น สำหรับฉันหนึ่งเดือนที่จากไปก็ยังคร่ำครวญเรียกหาแต่พี่เขา สิ่งแทนใจที่ได้เห็นต่างหน้ามีแค่ แหวนเท่านั้น สร้อยคอไม่มีนะ ไม่รู้ว่าตกหายไปไหนแล้ว ส่วนของฉันก็ได้รับคืนแล้ว แหวนแต่งงานสองวง ฉันใส่ไว้ในสร้อยคอ แล้วสวมมันไว้ที่คอตลอดเวลา ในยามคิดถึงก็แค่จับมัน ทำให้อุ่นใจเหมือนพี่เขาอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความคิดที่คิดไปเองหรือเปล่า!? ที่น่าแปลกและทำให้แปลกใจนั้นก็คือ พี่ธีร์มีจดหมายพี่ฉัตรด้วย ซึ่งพี่เขาบอกเพียงว่า “ ไอ้ฉัตรมันเอามาให้พี่ก่อนแล้ว หากมันไม่อยู่ก็เอาให้มุก เหมือนเป็นลางบอกเหตุ ว่าจะมีเกิดเรื่องขึ้นกับมันเลย ” แต่ก็นั้นแหละ ไม่ได้มีแค่ฉบับเดียวนี่สิ งงใจมาก เพราะฉบับที่สองพี่ธีร์เพิ่งเอามาให้เมื่อวาน ซึ่งฉันก็ถามกลับไปว่า ทำไมไม่ให้ทีเดียวให้หมด ได้คำตอบกลับมาว่า “ ไอ้ฉัตรมันบอกเพียงว่าให้เพียงเดือนละหนึ่งฉบับ มันจะให้มุกตระหนักได้ว่ายังมีมันอยู่ข้างๆ กายเสมอ ถึงตัวไม่อยู่ก็เถอะ และมุกจะไม่ได้ลืมเลือนมันไป ” ความเป็นจริงนะ เขาแค่ย้ายจากใจไปอยู่ใ
บทที่ 47 มาช่วย / ขอโทษ 🖤วันต่อมา…โรงพยาบาลจังหวัดD“ เฮือก~ ”“ ฉัตรเป็นไงบ้าง! ” “ เพลง!...แล้วมุกล่ะ ยังไม่มาเหรอ? นี่ฉัตรหลับไปกี่วัน ” “ มุกเหรอ? …นี่ฉัตรจำมุกได้แล้วใช่ไหม? ฉัตรหลับไปแค่วันเดียวเอง รู้งี้เอาไม้หน้าสามฟาดตั้งนานแล้ว ถ้ารู้ว่าความจำจะกลับมา ” เพลงพูดยิ้มๆ“ ใช่ จำได้แล้ว จำทุกอย่างได้หมด ทุกเรื่องที่ผ่านมาสองเดือนด้วย แล้วนี่ไม่โทรบอกมุกให้มาหาฉัตรบ้างเหรอ? ” ทั้งที่เขาเจ็บ ไม่ว่าใครที่เฝ้าก็ต้องโทรบอกเมียเขาสิ! จู่ๆ ความทรงจำก็กลับมา แต่ความทรงจำตอนนั้นก็จำได้หมด ตอนที่พูดจาไม่ดีใส่มุก ตอนที่ไม่ได้ดูแลมุก ตอนที่ร้องหาแต่เพลง จำได้หมดและอยากจะทึ้งหัวตัวเองมากๆ ในตอนนี้ ทำอะไรลงไปวะ ป่านนี้ไม่รู้มุกจะเป็นไงบ้าง! ทั้งที่ตอนนั้นเพิ่งจะดีกันแท้ๆ สวรรค์กลั่นแกล้งกันชัดๆใบหน้าหวานที่ดูเศร้า ทุกครั้งที่เขาพูดและจำได้แค่เพลง ดวงตาคู่นั้นที่ดูเศร้าสร้อยมีแต่น้ำตาที่ไหลแอบอาบทุกครั้งที่เจอ ยิ่งคิดหัวใจมันยิ่งหน่วงไม่ได้การล่ะ ตั้งแต่วันนั้นที่มุกถอดแหวนวางไวั และบอกว่าถ้าว่างจะมาหย่า มุกก็ไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างจำได้ว่ามีข่าวเกี่ยวกับท
บทที่ 46 ความเป็นมาของโจร (เรื่องสมมุติ)บ้านพัก…ตั้งแต่ยัยเด็กนั้นจากไป ทิ้งจดหมายและแหวนแต่งงานไว้หน้าบ้าน สมองของเขามันมีภาพซ้อนที่โผล่ขึ้นมาทุกวัน จนเขาไม่เป็นอันทำงาน เพราะมันเจ็บปวดร้าวไปหมดพี่ฉลามก็กลับไปทำงานแล้ว เขาไม่อยากเป็นภาระให้พ่อแม่ก็เลยให้เพลงมาดูแลตอนกลางวันคนเดียว พอเอาเข้าจริงๆ ทำไมรู้สึกว่าหัวใจตัวเองไม่ได้ต้องการเพลงแล้ว ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ความผูกพันธ์ก็เริ่มหายไป งงใจมากเวลาผ่านมาเดือนหนึ่งที่เขาต้องหยุดพักงานต่อ เพราะสภาพย่ำแย่ ทุกครั้งที่มีภาพซ้อนเขาก็พยายามนึกคิดให้ออกว่ามันคืออะไร แต่รู้สึกสัมผัสถึงผู้หญิงอีกคนได้เหมือนกันวันนั้นที่มุกโดนจับไป เขาให้พี่ฉลามไปส่งเพลงกลับและตัวเขาเองไปตามหามุก แต่ทหารที่รู้ทาง ดันพาไปดักจับทางลัด ซึ่งไม่ผ่านถนนใหญ่ พอไปถึงก็จับพวกโจรได้ ตามจีพีเอสในโทรศัพท์ของมุก แต่กลับไม่เห็นเจ้าตัวตอนนั้นเขาก็เลือดขึ้นหน้า ไม่เข้าใจตัวเองเลย พยายามเค้นความจริงจากปากพวกโจร ก็ได้รู้ว่า พวกมันปล่อยมุกลงจากรถไปนานแล้ว พอได้ยินดังนั้น เขากับเพื่อนๆ ต่างพากันขับรถกลับทางถนนใหญ่เพื่อหวังจะเจอเธอ แต่ไม่เจอตามถนน เลยกลับบ้านคิดว่าเธอน่าจะม







