Home / โรแมนติก / วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์ / บทที่ 3 สายลับในจวนแม่ทัพ

Share

บทที่ 3 สายลับในจวนแม่ทัพ

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:39:15

รุ่งเช้าหลังคืนวิวาห์ จวนแม่ทัพซึ่งควรเต็มไปด้วยบรรยากาศหวานชื่นกลับถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียด

ทหารจากกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเข้าประจำตามประตูและกำแพงทุกด้าน เวรยามถูกเพิ่มเป็นสามชุด ผลัดเปลี่ยนกันตรวจตราตลอดวัน ไม่เว้นแม้แต่บริเวณเรือนชั้นในซึ่งปกติอนุญาตให้เพียงสาวใช้กับบ่าวสตรีเข้าออก

ประตูจวนทุกแห่งถูกปิดและใส่สลักแน่นหนา

จิ้งเหยียนออกคำสั่งห้ามคนภายในออกจากจวนจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น ไม่ว่าผู้ใดจะมีธุระเร่งด่วนเพียงใดก็ไม่มีข้อยกเว้น ส่วนร้านค้าที่ต้องนำอาหารหรือสิ่งของมาส่งจะต้องฝากไว้ที่เรือนด้านหน้า ก่อนให้ทหารของจวนเป็นผู้ขนเข้ามาเอง

คำสั่งดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกในหมู่บ่าวไพร่

บางคนไม่รู้เรื่องการลอบสังหาร จึงเข้าใจว่าจิ้งเหยียนกำลังสงสัยว่าภายในจวนมีผู้คิดร้าย หลายคนเริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบ บ้างกล่าวว่าคนร้ายอาจติดตามเจ้าสาวมาจากจวนเสิ่น บ้างคิดว่าเป็นศัตรูเก่าของแม่ทัพจากชายแดนเหนือ

หลิงซียืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองทหารสองนายตรวจค้นเรือนพักคนรับใช้ทีละหลัง

ภาพเบื้องหน้าทำให้นางยิ่งมั่นใจว่า คนร้ายเมื่อคืนไม่ได้อาศัยเพียงความสามารถของตนเอง

จวนแม่ทัพมีกำแพงสูงและได้รับการคุ้มกันอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคืนพิธีวิวาห์ซึ่งมีทหารประจำการมากกว่าปกติ มือสังหารไม่มีทางรู้ตำแหน่งห้องหอ เวรยาม และเส้นทางหลบหนีได้อย่างแม่นยำ หากไม่มีคนภายในคอยส่งข่าว

ฮูหยินเจ้าคะ อาหารเช้าจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว”

เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง

หลิงซีหันกลับไปมอง หญิงสาวผู้เข้ามารายงานมีอายุราวสิบแปดปี ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตาหลุบต่ำอย่างนอบน้อม นางสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกับสาวใช้ในเรือนชั้นใน

เจ้าชื่ออะไร”

บ่าวชื่อซูอิงเจ้าค่ะ เพิ่งถูกย้ายมารับใช้เรือนหลักเมื่อเดือนก่อน”

เมื่อคืนเจ้าอยู่ที่ใด”

ซูอิงชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนตอบว่า

“บ่าวช่วยงานในครัวจนถึงปลายยามไฮ่ จากนั้นจึงกลับไปพักที่เรือนคนรับใช้เจ้าค่ะ”

มีผู้ใดยืนยันได้หรือไม่”

สาวใช้ในครัวอยู่กับบ่าวหลายคนเจ้าค่ะ ฮูหยินสอบถามพวกนางได้”

คำตอบของซูอิงราบรื่น ไม่มีพิรุธ นางย่อตัวคำนับอีกครั้ง ก่อนขออนุญาตออกไปเตรียมน้ำชา

หลิงซีมองตามแผ่นหลังเล็กจนหายลับหลังประตู มิได้สงสัยซูอิงเป็นพิเศษ เพียงแต่การปรากฏตัวของสาวใช้ที่นางไม่คุ้นเคย ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่าจวนแม่ทัพมีคนเข้าออกอยู่เสมอ

แม้พ่อบ้านจะตรวจสอบประวัติทุกคน แต่หากมีผู้ตั้งใจปลอมแปลงตัวตน การตรวจสอบตามปกติอาจไม่เพียงพอ

หลังรับประทานอาหารเช้า หลิงซีจึงเดินทางไปยังห้องทำงานของจิ้งเหยียน

แม่ทัพหนุ่มกำลังยืนพิจารณาเข็มพิษบนโต๊ะ โดยมีกู้เหยียนกับหมอประจำกองทัพอยู่ข้างกาย เศษผ้าปักลายดอกเหมยที่พบเมื่อคืนถูกวางไว้ข้างกัน

เมื่อเห็นนางเข้ามา จิ้งเหยียนจึงสั่งให้ทหารนำเก้าอี้มาเพิ่ม

เหตุใดไม่นอนพัก”

เมื่อคืนท่านนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดคืน ข้ายังไม่เห็นว่าท่านได้พักเช่นกัน”

กู้เหยียนแอบเหลือบมองผู้เป็นนาย ก่อนซ่อนรอยยิ้มไว้อย่างรวดเร็ว จิ้งเหยียนเองก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนเรื่องโดยหันไปหาหมอ

พิษชนิดใด”

เป็นพิษสกัดจากดอกลิ้นมังกรขอรับ หากเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตและหยุดหายใจภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป ผู้ถูกพิษแทบไม่มีโอกาสรอด”

หลิงซีมองเข็มสีดำบนโต๊ะด้วยความรู้สึกหนาวเยือก หากจิ้งเหยียนมาช้าเพียงชั่วพริบตา เข็มเล่มนี้คงปักเข้าสู่ร่างของนางไปแล้ว

มือสังหารใช้พิษที่หาได้ยาก ทั้งยังรู้ตำแหน่งห้องหออย่างแม่นยำ” นางกล่าว

“คนผู้นั้นต้องมีผู้ช่วยอยู่ภายในจวน”

ข้าคิดเช่นเดียวกัน”

จิ้งเหยียนหันไปหากู้เหยียน

“ตรวจสอบคนทุกคนที่เข้ามาทำงานในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรือนหลัก”

ขอรับ”

ข้าขอตรวจสอบรายชื่อด้วยได้หรือไม่”

คำขอของหลิงซีทำให้ชายทั้งสามหันมามอง

เจ้าเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ ยังไม่รู้จักผู้ใด” จิ้งเหยียนกล่าว

เพราะไม่รู้จัก ข้าจึงไม่มีความรู้สึกส่วนตัวมารบกวนการตัดสิน หากประวัติของผู้ใดผิดปกติ ข้าอาจมองเห็นสิ่งที่คนในจวนเคยมองข้าม”

เหตุผลของนางทำให้จิ้งเหยียนปฏิเสธไม่ได้ เขาจึงพยักหน้าอนุญาตและสั่งให้พ่อบ้านนำทะเบียนคนรับใช้ทั้งหมดมาให้

หลิงซีใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ในห้องหนังสือ รายชื่อหลายร้อยรายถูกแบ่งตามหน้าที่และปีที่เข้ามาทำงาน คนส่วนใหญ่อยู่ในจวนมานานเกินสามปี บางครอบครัวรับใช้ตระกูลเซียวมาหลายชั่วอายุคน

นางจึงเลือกตรวจสอบเฉพาะผู้ที่เข้ามาภายในสามเดือน

มีคนงานใหม่ทั้งหมดสิบเจ็ดคน ประกอบด้วยคนครัว คนสวน คนเลี้ยงม้า และสาวใช้เรือนชั้นใน

หลิงซีอ่านประวัติของแต่ละคนอย่างละเอียด กระทั่งพบชื่อหนึ่งซึ่งเขียนด้วยหมึกต่างจากข้อความส่วนอื่น

ซูอิง อายุสิบแปดปี เดิมเป็นบุตรสาวชาวนาในหมู่บ้านนอกเมือง ครอบครัวประสบอุทกภัยจึงเข้ามาหางานในเมืองหลวง นางทำงานในร้านผ้ามาก่อนจะถูกแนะนำเข้าจวนแม่ทัพ

ทุกอย่างดูเป็นประวัติธรรมดา แต่กระดาษบริเวณหนึ่งกลับมีรอยขูดจาง ๆ คล้ายเคยเขียนข้อความแล้วลบออก

หลิงซีวางกระดาษให้แสงส่องจากด้านข้าง รอยกดของพู่กันจึงปรากฏขึ้นทีละน้อย

เคยรับใช้…จวนใต้เท้าหลัว…”

นางพึมพำ

ใต้เท้าหลัวเป็นขุนนางกรมพิธีการและหนึ่งในผู้สนับสนุนองค์ชายรองอย่างเปิดเผย เหตุใดข้อมูลสำคัญเช่นนี้จึงถูกลบออกจากประวัติสาวใช้

พ่อบ้านจาง”

ชายสูงวัยซึ่งยืนรออยู่ใกล้ประตูรีบเข้ามา

“ขอรับฮูหยิน”

ผู้ใดเป็นคนรับซูอิงเข้าทำงาน”

แม่บ้านฟางเป็นผู้แนะนำขอรับ นางบอกว่าซูอิงเป็นหลานสาวห่าง ๆ จากบ้านเกิด ข้าเห็นว่านางมีหนังสือรับรองครบถ้วนจึงไม่ได้สงสัย”

ตรวจสอบแม่บ้านฟางแล้วหรือไม่”

นางรับใช้จวนเซียวมาสิบกว่าปี ประวัติสะอาดขอรับ”

อาจหมายความว่าซูอิงหลอกใช้นาง หรือไม่ก็มีผู้สอดแทรกหนังสือรับรองปลอมเข้ามา”

หลิงซียังไม่คิดกล่าวหาใครโดยไร้หลักฐาน นางจึงนำทะเบียนไปให้จิ้งเหยียนดู พร้อมเสนอแผนจับคนส่งข่าว

เย็นวันนั้น หลิงซีให้ชิงเถานำชุดน้ำชาไปยังศาลากลางสวน นางจงใจเลือกสถานที่ซึ่งอยู่ใกล้ทางเดินของสาวใช้ แล้วกล่าวถึงหลักฐานกบฏด้วยระดับเสียงที่คนซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้สามารถได้ยิน

เมื่อคืนข้ากลัวว่าหลักฐานจะถูกค้นพบ จึงนำไปซ่อนไว้ในหอเก็บตำราแล้ว”

ชิงเถาซึ่งรู้แผนอยู่ก่อนแล้วรีบแสดงสีหน้าตกใจ “เหตุใดฮูหยินไม่มอบให้ท่านแม่ทัพเล่าเจ้าคะ”

ข้ายังไม่ไว้ใจเขาทั้งหมด หากเรื่องเกี่ยวพันกับตระกูลเสิ่นจริง ข้าต้องเก็บสิ่งที่จะใช้ต่อรองเอาไว้กับตนเอง”

หลิงซีหยุดพูดเมื่อได้ยินเสียงกิ่งไม้ไหวเบา ๆ หลังพุ่มดอกโบตั๋น

ชั่วครู่หนึ่ง ซูอิงก็เดินออกมาพร้อมถาดขนม นางย่อตัวคำนับอย่างนอบน้อมก่อนวางถาดบนโต๊ะ

บ่าวนำขนมดอกกุ้ยฮวามาให้เจ้าค่ะ”

วางไว้แล้วออกไปเถิด”

เจ้าค่ะ”

ซูอิงถอยออกไปด้วยกิริยาปกติ ราวกับไม่ได้ยินการสนทนาแม้แต่คำเดียว

แต่ทันทีที่หันหลัง หลิงซีเห็นนิ้วของนางกำชายกระโปรงแน่น

หลังฟ้ามืด ทหารของจิ้งเหยียนแอบซ่อนตัวอยู่รอบหอเก็บตำรา ส่วนหลิงซีกลับไปยังเรือนหลักและแสร้งดับตะเกียงเข้านอน

เวลาผ่านไปจนถึงกลางยามจื่อ เงาร่างหนึ่งจึงลอบออกจากเรือนคนรับใช้ หญิงผู้นั้นสวมชุดสีดำและใช้กุญแจเปิดประตูหอเก็บตำราอย่างชำนาญ

นางตรงไปยังชั้นวางด้านในทันทีโดยไม่จุดตะเกียง ก่อนค้นหากล่องซึ่งหลิงซีจงใจวางไว้ในช่องลับ

ขณะซูอิงเปิดฝากล่อง เปลวไฟจากตะเกียงหลายดวงก็สว่างขึ้นพร้อมกัน

เจ้ากำลังหาเรื่องนี้อยู่หรือ”

หลิงซียืนอยู่หน้าประตูโดยมีจิ้งเหยียนกับกู้เหยียนอยู่ข้างกาย ทหารหลายคนกระจายกำลังปิดกั้นทางหนีทุกด้าน

ซูอิงมองกล่องเปล่าในมือ สีหน้าตื่นตระหนกเพียงครู่เดียว ก่อนเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางชักปิ่นโลหะออกจากมวยผมและพุ่งเข้าหาหลิงซี

จิ้งเหยียนก้าวมาขวาง เขาจับข้อมือของนางแล้วบิดจนปิ่นหลุดจากมือ จากนั้นผลักคนร้ายลงกับพื้น

ทหารสองนายเข้าควบคุมตัวซูอิงอย่างรวดเร็ว

ผู้ใดส่งเจ้ามา” จิ้งเหยียนถามเสียงเย็น

ซูอิงไม่ตอบ นางเพียงมองหลิงซีด้วยแววตาเคียดแค้น

เหตุลอบสังหารเมื่อคืนเป็นฝีมือพวกเจ้าหรือ” หลิงซีถาม

“เจ้าส่งตำแหน่งห้องหอให้มือสังหารใช่หรือไม่”

มุมปากของซูอิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มประหลาด

พวกท่านไม่มีวันหยุดสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้”

หลังกล่าวจบ นางก็กัดฟันอย่างแรง

เลือดสีดำไหลออกจากมุมปาก ร่างทั้งร่างกระตุกก่อนทรุดลงกับพื้น

หมอรีบเข้าตรวจ แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

“นางซ่อนยาพิษไว้ในฟันขอรับ พิษออกฤทธิ์เร็วเกินไป”

หลิงซีมองร่างไร้ชีวิตของสาวใช้ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ซูอิงยอมตายมากกว่าเปิดเผยชื่อผู้บงการ แสดงว่าองค์กรซึ่งอยู่เบื้องหลังต้องมีอำนาจและวิธีควบคุมคนอย่างน่ากลัว

ระหว่างตรวจค้นร่าง กู้เหยียนพบป้ายไม้ขนาดเล็กซ่อนอยู่ในถุงเครื่องหอม ตรงกลางสลักรูปดอกเหมยห้ากลีบ ลวดลายเหมือนกับรอยปักบนเศษผ้าของมือสังหารทุกประการ

ดอกเหมยอีกแล้ว” หลิงซีพึมพำ

จิ้งเหยียนเก็บป้ายไม้ไว้ “นี่ไม่ใช่ตราของสำนักมือสังหารที่ข้ารู้จัก อาจเป็นสัญลักษณ์ลับของกลุ่มคนในเมืองหลวง”

ซูอิงเคยรับใช้ในจวนใต้เท้าหลัว เขาสนับสนุนองค์ชายรอง”

ยังเร็วเกินไปจะสรุปว่าองค์ชายรองเกี่ยวข้อง” จิ้งเหยียนกล่าว

“แต่เราจะไม่ตัดเขาออกจากผู้ต้องสงสัย”

รุ่งเช้าวันถัดมา ขณะที่ทั้งสองกำลังตรวจสอบหลักฐาน ผู้ดูแลประตูก็เข้ามารายงานว่าองค์ชายรองเสด็จมาที่จวน

เฉิงรุ่ยอ้างว่าได้ยินข่าวการลอบสังหารในคืนวิวาห์จึงต้องการมาตรวจสอบด้วยตนเอง จิ้งเหยียนไม่อาจปฏิเสธเชื้อพระวงศ์ จึงจำเป็นต้องรับรองอีกฝ่ายในห้องโถง

องค์ชายรองมองหลิงซีด้วยแววตาห่วงใย

เมื่อคืนข้าได้ยินว่ามีคนร้ายบุกรุกห้องหอ เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่”

ขอบพระทัยองค์ชายรองที่ทรงเป็นห่วง หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ”

เมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คิดร้าย เจ้าต้องระวังตัวให้มาก” เขาถอนหายใจ “โดยเฉพาะเมื่อแต่งกับบุรุษผู้มีศัตรูมากมายเช่นแม่ทัพเซียว”

กระหม่อมปกป้องภรรยาของตนเองได้” จิ้งเหยียนกล่าวขึ้น

เฉิงรุ่ยยิ้มบาง

“ข้าย่อมเชื่อความสามารถของท่านแม่ทัพ เพียงแต่บางครั้งอันตรายอาจมิได้มาจากศัตรู แต่อาจมาจากคนใกล้ชิดที่สุด”

หลิงซีได้ยินความนัยจึงถามอย่างตรงไปตรงมา

“พระองค์ต้องการกล่าวสิ่งใดหรือเพคะ”

องค์ชายรองมองจิ้งเหยียนชั่วครู่ ก่อนหันกลับมาหานาง

ข้าเพียงไม่อยากให้เจ้าลืมว่าการแต่งงานระหว่างตระกูลเสิ่นกับจวนแม่ทัพเกี่ยวพันกับอำนาจทางทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บุรุษบางคนอาจเลือกภรรยาเพราะนางเป็นสตรีที่รัก แต่บุรุษบางคนเลือกเพราะอำนาจของบิดานาง”

คำพูดเหล่านั้นตรงกับความสงสัยที่หลิงซีเคยมีอยู่ก่อนแล้ว

จิ้งเหยียนลุกจากที่นั่ง เดินมาหยุดข้างนาง ก่อนโอบเอวและดึงร่างบอบบางเข้ามาชิดกายอย่างเป็นธรรมชาติ

องค์ชายรองกำลังข้องใจกับเหตุผลที่กระหม่อมเลือกภรรยาหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ข้าเพียงเป็นห่วงสหายเก่า”

หลิงซีเป็นภรรยาของกระหม่อม เรื่องระหว่างสามีภรรยาไม่ใช่สิ่งที่คนนอกควรเข้ามายุ่ง”

น้ำเสียงของจิ้งเหยียนไม่ได้ดัง แต่เด็ดขาดจนบรรยากาศในห้องโถงเย็นลงทันที

มือที่วางอยู่บนเอวของหลิงซีมั่นคงและอบอุ่น แม้นางรู้ว่าเขาอาจเพียงแสดงความใกล้ชิดต่อหน้าผู้ต้องสงสัย แต่หัวใจก็ยังเต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่ได้

เฉิงรุ่ยมองมือของเขา ก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อซ่อนแววตา

ดูเหมือนข้าจะเป็นห่วงเกินความจำเป็นจริง ๆ”

หลังสนทนาอีกไม่กี่ประโยค องค์ชายรองก็เสด็จกลับ จิ้งเหยียนเดินไปส่งถึงหน้าจวน ก่อนย้อนกลับมาหาหลิงซีซึ่งยืนรออยู่บริเวณระเบียง

เมื่อไม่มีคนนอกอยู่ใกล้ นางจึงถามขึ้น

ท่านแม่ทัพแสดงความรักได้สมจริงเช่นนี้กับสตรีทุกคนหรือ”

จิ้งเหยียนหยุดฝีเท้า “เหตุใดจึงถามเช่นนั้น”

เมื่อครู่ท่านโอบข้าเสียแนบแน่น หากไม่รู้ความจริง ข้าคงคิดว่าท่านหวงแหนภรรยามากจริง ๆ”

แล้วเจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่ามันไม่ใช่ความจริง”

หลิงซีชะงัก

จิ้งเหยียนขยับเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนหลิงซีต้องเงยหน้าจึงจะสบตาเขาได้

หรือเจ้าคิดว่าข้าเคยทูลขอสมรสกับสตรีคนอื่นมาก่อน”

ไม่เคย แต่การแต่งงานกับข้าอาจช่วยเพิ่มอำนาจให้ท่านได้จริง ดังที่องค์ชายรองกล่าว”

หากข้าต้องการอำนาจ ข้ามีวิธีมากมายซึ่งไม่จำเป็นต้องผูกชีวิตกับสตรีที่ไม่รู้จัก”

แต่ท่านก็ยังเลือกข้า”

ถูกต้อง”

คำตอบหนักแน่นทำให้หลิงซีไม่อาจละสายตาได้

เพราะเหตุใด”

จิ้งเหยียนเงียบไปชั่วอึดใจ ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะเปิดเผยความจริงมากเพียงใด

ท้ายที่สุดเขากลับตอบเพียงว่า

ข้าไม่เคยคิดแต่งงานกับสตรีอื่นตั้งแต่แรก”

กล่าวจบ ชายหนุ่มก็เดินผ่านนางไป ทิ้งให้หลิงซียืนอยู่กลางระเบียงพร้อมความสงสัยที่หนักหนากว่าเดิม

นางนึกถึงท่าทีของเขาในคืนวิวาห์ กริชที่มอบให้ การนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดคืน และความหวงแหนซึ่งสมจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงละคร

เซียวจิ้งเหยียนไม่เคยสนใจสตรีคนใด แต่กลับเลือกทูลขอพระราชทานสมรสกับนางด้วยตนเอง

หากมิใช่เพราะอำนาจของตระกูลเสิ่น แล้วแท้จริงเขาต้องการสิ่งใดจากนางกันแน่?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์   บทที่ 15 คืนเข้าหอที่แท้จริง Nc

    หนึ่งปีหลังเหตุการณ์กบฏ เมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งร่องรอยความเสียหายภายในพระราชวังได้รับการบูรณะ ถนนซึ่งเคยเปื้อนเลือดกลับมาคึกคักด้วยพ่อค้าและประชาชน เสียงระฆังเตือนภัยที่เคยดังตลอดคืนถูกแทนที่ด้วยเสียงดนตรีจากโรงน้ำชาฮ่องเต้ทรงฟื้นจากพิษ แต่พระวรกายไม่แข็งแรงดังเดิม จึงมอบหมายงานราชการส่วนใหญ่ให้รัชทายาทภายใต้การดูแลของหมอหลวง รัชทายาทมีสุขภาพดีขึ้นมาก พระองค์เริ่มปฏิรูประบบทหาร แยกอำนาจควบคุมคลังอาวุธ การเคลื่อนกำลัง และเวรยามออกจากกัน เพื่อไม่ให้ผู้ใดรวบอำนาจทางทหารไว้ในมือเพียงคนเดียวได้อีกคำสั่งเคลื่อนกองทัพขนาดใหญ่ต้องใช้ตรารับรองจากหลายฝ่าย ส่วนครอบครัวของทหารกับขุนนางไม่อาจถูกนำมาเป็นตัวประกันเพื่อบีบบังคับได้อีก หากผู้ใดฝ่าฝืนจะได้รับโทษสถานหนักเสิ่นเหวินโจวลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกรมกลาโหมตามที่ตั้งใจไว้ เขาย้ายไปอยู่ต่างเมืองพร้อมภรรยาและบุตรชาย ใช้ชีวิตเรียบง่ายในบ้านหลังเล็กซึ่งอยู่ห่างจากความวุ่นวายของราชสำนักก่อนออกเดินทาง เขาขอพูดกับหลิงซีตามลำพังสองพ่อลูกยืนอยู่ภายในเรือนเก่าของนาง อาภรณ์เจ้าสาวสีแดงจากพิธีวิวาห์ครั้งแรกยังถูกเก็บไว้ในหีบ แต่สีของมันซีดล

  • วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์   บทที่ 14 ผู้ชนะที่ยอมวางดาบ

    ลูกธนูหลายร้อยดอกพุ่งลงจากหลังคาตำหนักพร้อมกันทหารกองพยัคฆ์ทมิฬยกโล่ขึ้นสร้างแนวป้องกัน เสียงโลหะกระทบแผ่นไม้ดังสนั่นไปทั่วลาน ลูกธนูบางดอกทะลุผ่านช่องว่างเข้าปักร่างทหารซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดปะปนกับเสียงสั่งการและเสียงกลองศึกจนแทบไม่อาจแยกออกจากกันจิ้งเหยียนดึงหลิงซีเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ใช้ร่างของตนบังนางไว้ ขณะที่คมดาบในมือปัดลูกธนูซึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง“อยู่ใกล้ข้า ห้ามแยกไปที่ใด”“ท่านเองก็ห้ามทิ้งข้าเช่นกัน”หลิงซีใช้กริชสั้นป้องกันตนเอง ดวงตากวาดมองฮ่องเต้กับรัชทายาทซึ่งยังถูกจับเป็นตัวประกันอยู่บนบันไดตำหนักหากฝ่ายของจิ้งเหยียนบุกเข้าไปอย่างเร่งรีบ องค์ชายรองอาจสังหารทั้งสองพระองค์ทันที แต่หากถอยออกมา กองทัพกบฏก็จะมีเวลาปิดประตูและรวบรวมกำลังเพิ่มเติมจิ้งเหยียนส่งสัญญาณให้ทหารแบ่งออกเป็นสามกอง กองแรกตั้งแนวโล่ป้องกันลูกธนู กองที่สองกระจายขึ้นไปจัดการพลธนูบนหลังคา ส่วนกองที่สามติดตามเสิ่นเหวินโจวอ้อมไปปิดประตูหลังของตำหนักทหารตระกูลเสิ่นกับกองพยัคฆ์ทมิฬค่อย ๆ ตีวงล้อมให้แคบลงองค์ชายรองเห็นสถานการณ์เริ่มเสียเปรียบจึงกระชากรัชทายาทถอยกลับเข้าไปในท้อง

  • วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์   บทที่ 13 คืนกบฏ

    ระฆังเตือนภัยจากหอคอยทั้งสี่ทิศดังขึ้นพร้อมกัน ปลุกเมืองหลวงให้ตื่นจากความหลับใหลในกลางยามโฉ่วเปลวไฟจากคบเพลิงส่องสว่างตลอดแนวกำแพง ทหารม้าจำนวนมากเคลื่อนกำลังเข้าสู่ถนนสายหลัก เสียงเกือกม้ากระแทกพื้นหินดังต่อเนื่องราวกับฟ้าร้อง ประชาชนพากันปิดประตูบ้าน ดับตะเกียง และซ่อนตัวอยู่ภายใน ไม่มีผู้ใดกล้าออกมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นข่าวลือแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบ้างกล่าวว่าฮ่องเต้ถูกวางยาจนอาการประชวรหนัก บ้างกล่าวว่ารัชทายาทรวบรวมทหารเพื่อบังคับให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติ ขณะที่ข่าวอีกกระแสหนึ่งกลับบอกว่า แม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬเป็นผู้เคลื่อนกองกำลังเข้ายึดเมืองหลวงไม่มีผู้ใดรู้ว่าข่าวใดเป็นความจริงภายในพระราชวัง เซียวเฉิงรุ่ยสวมชุดเกราะสีเงิน ยืนอยู่หน้าบันไดตำหนักไท่เหอ ทหารภายใต้บัญชาของเขากระจายกำลังปิดทางเข้าออกทุกด้าน ขุนนางหลายคนซึ่งเข้าร่วมแผนการยืนรวมกันอยู่ด้านหลัง บางคนมีสีหน้ามั่นใจ บางคนกลับหวาดกลัวเมื่อรู้ว่าตนไม่อาจถอนตัวได้อีกแล้ว“เสด็จพ่อถูกคนของรัชทายาทวางยาพิษ”องค์ชายรองประกาศต่อหน้าทหารรักษาวัง“รัชทายาทคิดใช้ช่วงเวลาที่พระองค์ประชวรยึดตราแผ่นดินและสังหารเชื้อพระวงศ์ ข้านำทหารมาใน

  • วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์   บทที่ 12 กับดักใต้ตำหนักร้าง

    ทันทีที่อ่านข้อความลับด้านหลังผ้าปักจบ หลิงซีก็เรียกทหารซึ่งเฝ้าอยู่หน้าเรือนเข้ามา“ส่งม้าเร็วไปตามท่านแม่ทัพ บอกเขาว่ากู้เหยียนอาจเป็นคนทรยศ ห้ามเข้าอุโมงค์จนกว่าจะตรวจสอบเส้นทางทั้งหมดอีกครั้ง”นายทหารรับผ้าปักซึ่งนางใช้เป็นหลักฐาน ก่อนรีบออกจากจวนทางประตูด้านตะวันตกหลิงซียังไม่วางใจ จึงเขียนข้อความอีกสองฉบับและสั่งให้ทหารแยกกันเดินทางไปคนละเส้นทาง หากผู้ส่งสารคนหนึ่งถูกขัดขวาง อย่างน้อยอีกสองคนอาจไปถึงจิ้งเหยียนได้ทันเวลาทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ทหารคนแรกก็ถูกหามกลับมาลูกธนูปักอยู่ตรงต้นแขน ม้าของเขาถูกสังหารก่อนพ้นเขตเมือง ส่วนข้อความซึ่งนำติดตัวไปถูกชิงหายไม่นานทหารคนที่สองกับคนที่สามก็กลับมาพร้อมข่าวร้าย ประตูเล็กทุกแห่งถูกสั่งปิดกะทันหัน ถนนซึ่งมุ่งไปทางตำหนักตะวันตกมีทหารไม่ทราบฝ่ายตั้งด่านตรวจค้น หากไม่มีตรารับรองจากกรมกลาโหมจะไม่อนุญาตให้ผ่านเส้นทางส่งข่าวถูกตัดขาดทั้งหมด“องค์ชายรองรู้ว่าเราจะส่งคนไปเตือน”หลิงซีมองเปลวเทียนซึ่งกำลังไหวอยู่ในห้อง ความหวาดกลัวแล่นขึ้นมาตามแผ่นหลังนั่นหมายความว่ากับดักถูกเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์ และเวลานี้จิ้งเหยียนอาจเข้าไปอยู่ภายในแ

  • วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์   บทที่ 11 คำสัตย์ของพยัคฆ์ Nc

    ค่ำคืนก่อนภารกิจช่วยตัวประกัน จวนแม่ทัพเงียบสงัดผิดปกติทหารกองพยัคฆ์ทมิฬทยอยออกจากจวนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ผ่านเส้นทางต่างกัน เพื่อไม่ให้สายลับขององค์ชายรองสังเกตเห็น อาวุธถูกซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุม รถม้าสำหรับขนเสบียงถูกดัดแปลงให้สามารถบรรทุกคนได้ ส่วนทหารอีกกลุ่มหนึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าและออกจากประตูเมืองตั้งแต่ยามเย็นทุกคนจะกลับมารวมตัวกันในป่านอกกำแพง ก่อนลอบเข้าอุโมงค์ใต้ตำหนักร้างทางทิศตะวันตกหลิงซีได้รับอนุญาตให้ออกจากคุกลับ แต่ยังต้องเก็บตัวอยู่ภายในเรือนหลัก เพื่อทำให้คนในจวนเชื่อว่านางยังถูกกักบริเวณ จิ้งเหยียนสั่งเปลี่ยนเวรยามทั้งหมด เหลือเพียงทหารซึ่งไว้วางใจได้คอยดูแลใกล้ห้องนอนภายในห้อง เทียนสองเล่มถูกจุดไว้บนโต๊ะ แสงสีส้มทอดเงาของคนทั้งคู่ลงบนพื้นจิ้งเหยียนยืนอยู่หน้าโต๊ะแผนที่ เขาสวมอาภรณ์สีดำรัดกุม เกราะอ่อนถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุม ดาบประจำกายวางอยู่ด้านข้าง ส่วนหลิงซีกำลังช่วยผูกปลอกแขนหนังให้เขาทั้งสองตรวจสอบแผนทุกขั้นตอนร่วมกันตามคำสัญญาจิ้งเหยียนจะนำทหารยี่สิบนายเข้าสู่ตำหนักร้างทางอุโมงค์ขนฟืน กู้เหยียนเป็นผู้เปิดทาง ส่วนทหารอีกสองกลุ่มจะซ่อนอยู่บริเวณทางออก หากเกิดการซุ่

  • วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์   บทที่ 10 จดหมายหย่าเปื้อนเลือด

    คุกลับใต้จวนแม่ทัพเงียบสงัดเสียจนหลิงซีได้ยินเสียงหยดน้ำจากผนังหินอย่างชัดเจนนางถูกกักตัวอยู่ที่นี่เป็นวันที่สี่แล้ว แม้ห้องขังจะสะอาด มีเตียง โต๊ะเขียนหนังสือและอาหารครบถ้วน แต่การไม่เห็นแสงแดดทำให้ยากจะรู้ว่าเวลาภายนอกผ่านไปนานเพียงใด มีเพียงเสียงระฆังจากหอคอยของจวนซึ่งดังลอดลงมาอย่างแผ่วเบา ช่วยให้นางแยกกลางวันกับกลางคืนออกจากกันได้จิ้งเหยียนยังคงนำอาหารและรายงานข่าวมาส่งด้วยตนเองทุกวัน แต่หลิงซีพูดกับเขาเฉพาะเรื่องแผนกบฏกับตำหนักร้างเท่านั้นนางรู้แล้วว่าเขายอมใช้ชีวิตตนเองเป็นหลักประกันต่อฮ่องเต้ หากนางมีความผิด เขาจะรับโทษร่วมด้วย ความจริงนั้นทำให้ความโกรธในใจเบาบางลง แต่ยังไม่อาจลบความเจ็บปวดจากการถูกตัดสินใจแทนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจิ้งเหยียนเชื่อว่าการปกป้องคือการจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง จากนั้นจึงวางนางไว้ในสถานที่ซึ่งเขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดแต่เขาไม่เคยถามว่า นางต้องการความปลอดภัยซึ่งแลกมาด้วยการถูกปิดบังหรือไม่ระหว่างรอข่าวเพิ่มเติม หลิงซีใช้เวลาตรวจสอบตำราแผนที่เก่าที่จิ้งเหยียนนำมาให้ นางต้องการค้นหารายละเอียดของตำหนักไร้นาม รวมถึงเส้นทางเข้าออกอุโมงค์ด้านล่างตำราหลายเล่มมีอา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status