บททั้งหมดของ วิวาห์ลวงเหนือบัลลังก์: บทที่ 1 - บทที่ 10

15

บทที่ 1 เจ้าสาวผู้ถือหลักฐานกบฏ

อีกเพียงหนึ่งคืน เสิ่นหลิงซีก็จะกลายเป็นเจ้าสาวของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬจวนเสนาบดีกรมกลาโหมจึงควรเต็มไปด้วยความรื่นเริง โคมมงคลสีแดงถูกแขวนเรียงรายตั้งแต่ประตูใหญ่ไปจนถึงเรือนชั้นใน อักษรซวงสี่สีทองติดอยู่บนบานประตูหน้าต่าง หีบสินเดิมกว่าสามสิบใบวางเรียงกลางลาน รอให้คนจากจวนเจ้าบ่าวมารับในเช้าวันรุ่งขึ้นเหล่าสาวใช้กำลังตรวจสอบอาภรณ์เจ้าสาว เครื่องประดับ และของมงคลเป็นครั้งสุดท้าย เสียงหัวเราะดังแว่วมาจากทุกมุมของจวน ทว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีนั้น เสิ่นหลิงซีกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่ช่วงบ่าย เสิ่นเหวินโจวผู้เป็นบิดาสั่งเพิ่มเวรยามรอบจวนเป็นสองเท่า องครักษ์ประจำตระกูลซึ่งควรช่วยจัดเตรียมพิธีวิวาห์ ถูกส่งไปประจำประตูทุกด้านพร้อมอาวุธครบมือบ่าวไพร่ทุกคนถูกห้ามออกจากจวนโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่พ่อครัวที่ต้องออกไปซื้อเครื่องปรุงสำหรับงานมงคลยังได้รับคำสั่งให้ใช้สิ่งที่มีอยู่แทนหลิงซีเคยคิดว่าบิดาเพียงต้องการป้องกันเหตุร้ายก่อนพิธี ทว่าการวางกำลังของเขากลับดูไม่เหมือนการป้องกันบุคคลภายนอกมันดูคล้ายต้องการกักทุกคนภายในไม่ให้ออกไปมากกว่า“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”เสียงของชิงเถา สา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2 วิวาห์ที่ไม่มีผู้ใดไว้ใจใคร

เสียงประทัดมงคลดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ขับไล่ความเงียบสงัดซึ่งปกคลุมจวนเสนาบดีมาตลอดทั้งคืนเสิ่นหลิงซีนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง ปล่อยให้เหล่าสาวใช้ช่วยกันแต่งหน้าและเกล้าเส้นผมยาวขึ้นเป็นมวยสูง อาภรณ์วิวาห์สีแดงสดถูกสวมทับร่างบอบบางหลายชั้น จนรู้สึกหนักอึ้งแทบขยับตัวไม่สะดวก เครื่องประดับรูปหงส์ประดับไข่มุกกับพลอยแดงถูกปักลงบนมวยผมทีละชิ้น ส่งเสียงกระทบกันเบา ๆ ทุกครั้งที่นางเคลื่อนไหวหญิงสาวในคันฉ่องดูงดงามสมกับเป็นเจ้าสาวของแม่ทัพผู้ทรงอำนาจ แต่ภายใต้เครื่องประทินโฉม กลับซ่อนความอิดโรยจากการไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนเอาไว้หลังกลับจากจวนแม่ทัพ หลิงซีได้แต่นอนลืมตาจนถึงรุ่งสาง คิดถึงแผนกบฏ หลักฐานที่มอบให้เซียวจิ้งเหยียน และคำสนทนาซึ่งได้ยินจากห้องทำงานของบิดาซ้ำไปซ้ำมานางยังไม่รู้ว่าเสิ่นเหวินโจวกำลังปกป้องผู้ใด ไม่รู้ว่าบุรุษในชุดดำเป็นคนของฝ่ายไหน และยิ่งไม่รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะพานางเข้าใกล้ความจริงหรือเข้าใกล้ความตายมากกว่ากัน“คุณหนูงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยชมพลางสวมกำไลทองคู่หนึ่งลงบนข้อมือนาง“หากท่านแม่ทัพได้เห็นคงละสายตาไม่ได้แน่”“สิ่งที่เขาสนใจในวันนี้อาจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 สายลับในจวนแม่ทัพ

รุ่งเช้าหลังคืนวิวาห์ จวนแม่ทัพซึ่งควรเต็มไปด้วยบรรยากาศหวานชื่นกลับถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดทหารจากกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเข้าประจำตามประตูและกำแพงทุกด้าน เวรยามถูกเพิ่มเป็นสามชุด ผลัดเปลี่ยนกันตรวจตราตลอดวัน ไม่เว้นแม้แต่บริเวณเรือนชั้นในซึ่งปกติอนุญาตให้เพียงสาวใช้กับบ่าวสตรีเข้าออกประตูจวนทุกแห่งถูกปิดและใส่สลักแน่นหนาจิ้งเหยียนออกคำสั่งห้ามคนภายในออกจากจวนจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น ไม่ว่าผู้ใดจะมีธุระเร่งด่วนเพียงใดก็ไม่มีข้อยกเว้น ส่วนร้านค้าที่ต้องนำอาหารหรือสิ่งของมาส่งจะต้องฝากไว้ที่เรือนด้านหน้า ก่อนให้ทหารของจวนเป็นผู้ขนเข้ามาเองคำสั่งดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกในหมู่บ่าวไพร่บางคนไม่รู้เรื่องการลอบสังหาร จึงเข้าใจว่าจิ้งเหยียนกำลังสงสัยว่าภายในจวนมีผู้คิดร้าย หลายคนเริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบ บ้างกล่าวว่าคนร้ายอาจติดตามเจ้าสาวมาจากจวนเสิ่น บ้างคิดว่าเป็นศัตรูเก่าของแม่ทัพจากชายแดนเหนือหลิงซียืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองทหารสองนายตรวจค้นเรือนพักคนรับใช้ทีละหลังภาพเบื้องหน้าทำให้นางยิ่งมั่นใจว่า คนร้ายเมื่อคืนไม่ได้อาศัยเพียงความสามารถของตนเองจวนแม่ทัพมีกำแพงสูงและได้รับการคุ้มกัน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 สามีผู้แกล้งหึง

สามวันหลังจากเหตุลอบสังหารในคืนวิวาห์ ราชโองการจากวังก็มาถึงจวนแม่ทัพตั้งแต่เช้าฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้เสิ่นหลิงซีเข้าเฝ้า โดยให้เหตุผลว่าต้องการพบเจ้าสาวคนใหม่ของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬ และพระราชทานของขวัญมงคลตามธรรมเนียมแม้ถ้อยคำในราชโองการจะฟังดูไม่มีสิ่งใดน่ากังวล แต่หลิงซีรู้ดีว่าการเรียกตัวครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อแสดงความยินดีการแต่งงานของนางกับเซียวจิ้งเหยียนทำให้สองตระกูลซึ่งกุมอำนาจทางทหารเชื่อมโยงกัน ขุนนางทุกฝ่ายต่างจับตามอง แม้แต่ฮ่องเต้กับฮองเฮาย่อมต้องการประเมินว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจวนเสิ่นกับจวนเซียวแน่นแฟ้นถึงระดับใดยิ่งมีข่าวมือสังหารบุกจวนในคืนวิวาห์ ราชสำนักยิ่งไม่อาจเพิกเฉย“ข้าจะไปกับเจ้า”จิ้งเหยียนกล่าวทันทีเมื่ออ่านราชโองการจบหลิงซีมองอาภรณ์ทหารบนร่างเขา “วันนี้ท่านต้องเข้าค่ายตรวจสอบกำลังมิใช่หรือ”“เลื่อนได้”“ราชโองการเรียกเพียงข้าคนเดียว หากท่านตามไปอาจทำให้ฮองเฮาทรงสงสัยว่าเรากำลังหวาดกลัวสิ่งใด”จิ้งเหยียนไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน นับจากพบมือสังหาร เขาแทบไม่อนุญาตให้นางออกจากเรือนหลักโดยไม่มีผู้ติดตาม ทุกประตูในจวนยังคงมีทหารเฝ้า ส่วนรายชื่อบ่าวไพร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 ลูกธนูจากคนในตระกูล

หลังการลอบโจมตีขบวนรถม้ากลางเมือง จิ้งเหยียนสั่งปิดข่าวทั้งหมดประชาชนรู้เพียงว่ามีกลุ่มโจรไม่ทราบฝ่ายเข้าปล้นรถม้าของขุนนาง แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผู้โดยสารภายในคือแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬกับภรรยา ส่วนศพของคนร้ายถูกนำกลับไปตรวจสอบที่จวนอย่างลับ ๆบนร่างของพวกมันไม่มีสิ่งใดระบุตัวตน อาวุธที่ใช้เป็นของซึ่งหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป แม้แต่เสื้อผ้าก็ไร้ร่องรอยของช่างตัดเย็บ ทุกคนซ่อนยาพิษไว้ในฟัน เตรียมฆ่าตัวตายหากถูกจับมีเพียงถ้อยคำของหัวหน้ากลุ่มที่ช่วยยืนยันสิ่งหนึ่งศัตรูต้องการตัวหลิงซีเป็น ๆ“หากพวกมันต้องการให้ข้าถอดรหัสบางอย่าง เหตุใดไม่จับตัวตั้งแต่ก่อนแต่งงาน”หลิงซีนั่งอยู่หน้าโต๊ะภายในห้องหนังสือ ข้างกายนางมีจิ้งเหยียน กู้เหยียน และพ่อบ้านจาง แผนที่เมืองหลวงกับรายงานการตรวจสอบคนร้ายวางกระจายเต็มโต๊ะ“เป็นไปได้ว่าพวกมันเพิ่งรู้ความสามารถของเจ้า” กู้เหยียนกล่าว “หรือเอกสารที่ต้องการถอดรหัสเพิ่งตกมาอยู่ในมือ”“มีคนรู้เรื่องที่ข้าถอดรหัสได้ไม่มากนัก นอกจากคนในครอบครัว ก็มีเพียงอาจารย์ซึ่งเคยสอนข้าตอนเด็ก”“ตอนนี้องค์ชายรองก็รู้เช่นกัน”คำพูดของจิ้งเหยียนทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเขาหมายถึงเหตุก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 หิมะละลายในคืนเดียว Nc

เปลวไฟจากเตาผิงลุกไหวอยู่ภายในเรือนพักกลางป่า ทว่าไออุ่นของมันกลับไม่อาจบรรเทาความหนาวเย็นของค่ำคืนได้ทั้งหมดหิมะเริ่มโปรยปรายตั้งแต่หัวค่ำ เกล็ดสีขาวเกาะบนหลังคาและกิ่งไม้จนทั่ว บริเวณรอบเรือนเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างกับเสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะเป็นระยะภายในห้องนอน จิ้งเหยียนยังคงมีไข้สูงพิษจากหัวลูกธนูรุนแรงกว่าที่หมอทหารคาด แม้จะถอนลูกธนูและป้อนยาขับพิษไปแล้วหลายครั้ง แต่ผิวกายของเขายังคงร้อนจัด ความเจ็บปวดทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่นอยู่ตลอดเวลา ลมหายใจหนักและไม่สม่ำเสมอหลิงซีนั่งอยู่ข้างเตียง เปลี่ยนผ้าชุบน้ำเย็นวางบนหน้าผากให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า นางแทบไม่ได้พักตั้งแต่ช่วงเย็น อาภรณ์ชั้นนอกถูกถอดแขวนไว้ข้างฉากกั้น เหลือเพียงชุดสีอ่อนซึ่งช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกจิ้งเหยียนพลิกตัวเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะบิดเบี้ยวเมื่อบาดแผลบนแผ่นหลังถูกกดทับ“อย่าขยับ”หลิงซีรีบประคองให้เขานอนตะแคง นางดึงผ้าห่มลงเพื่อตรวจบาดแผล พบว่าผ้าพันแผลมีโลหิตซึมออกมาอีกเล็กน้อย“แผลเปิดอีกแล้ว ข้าจะเปลี่ยนผ้าให้”“เรียกหมอเข้ามา”น้ำเสียงของเขาแหบพร่า“หมอกำลังต้มยาถอนพิษอยู่เรือนด้านข้าง ข้าทำแผล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7 ความจริงของผู้เป็นบิดา

ข่าวว่ามารดากับน้องชายไม่เคยเดินทางไปถึงบ้านพักนอกเมือง ทำให้เสิ่นหลิงซีไม่อาจนั่งรออยู่ในจวนแม่ทัพได้อีกต่อไปตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เสิ่นเหวินโจวบอกทุกคนว่าเสิ่นฮูหยินมีอาการป่วยเรื้อรัง จำเป็นต้องเดินทางไปพักรักษาตัวในสถานที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ ส่วนเสิ่นหยาง บุตรชายคนเล็กวัยสิบหกปี ขอติดตามไปดูแลมารดาด้วยหลิงซีเคยขอไปเยี่ยมหลายครั้ง แต่บิดากลับปฏิเสธ โดยอ้างว่าเส้นทางห่างไกลและนางกำลังเตรียมพิธีวิวาห์ ไม่ควรเดินทางให้เหน็ดเหนื่อยเวลานั้นนางไม่ได้สงสัย เพราะเสิ่นเหวินโจวส่งจดหมายซึ่งอ้างว่าเป็นลายมือของมารดามาให้อย่างสม่ำเสมอ เนื้อหาในจดหมายบอกเพียงว่าสุขภาพค่อย ๆ ดีขึ้น และจะกลับมาเยี่ยมเมื่อถึงเวลาเหมาะสมแต่หากมารดากับน้องชายไม่เคยไปถึงบ้านพัก จดหมายเหล่านั้นก็คงถูกปลอมขึ้นทั้งหมด“ข้าต้องกลับไปที่จวนเสิ่น”หลิงซีกล่าวกับจิ้งเหยียนหลังจากกู้เหยียนออกจากห้องแม่ทัพหนุ่มยังคงนอนพักเพราะพิษในร่างกาย แม้ไข้ลดลงแล้ว แต่ใบหน้ายังซีดกว่าปกติ บาดแผลตรงหัวไหล่ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะเริ่มสมาน“เวลานี้บิดาเจ้าอาจรู้แล้วว่าเราส่งคนไปตรวจบ้านพัก” เขากล่าว“หากท่านพ่อรู้ว่าข้าสงสัย เขาย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8 ศพที่มีใบหน้าเหมือนสามี

หลังจากจิ้งเหยียนกับเสิ่นเหวินโจวตกลงร่วมมือกันอย่างลับ ๆ บรรยากาศภายในเมืองหลวงก็ดูเหมือนจะสงบลงไม่มีเหตุลอบสังหารเกิดขึ้นอีก สายลับที่จิ้งเหยียนส่งไปตรวจสอบตำหนักร้างทุกแห่งยังไม่พบร่องรอยของเสิ่นฮูหยินกับเสิ่นหยาง ส่วนองค์ชายรองก็ไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ นอกจากส่งคนมารับแผนผังเวรยามฉบับปลอมจากเสิ่นเหวินโจวตามกำหนดทว่าความสงบที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุซึ่งยังไม่มาถึงช่วงสายวันหนึ่ง ราชโองการจากกรมกลาโหมถูกส่งมายังจวนแม่ทัพ จิ้งเหยียนได้รับคำสั่งให้ออกตรวจสอบค่ายทหารนอกเมือง เนื่องจากมีรายงานว่ากำลังพลกับอาวุธภายในคลังไม่ตรงกับบัญชีคำสั่งดังกล่าวมีตรารับรองจากราชสำนัก แม้แต่จิ้งเหยียนก็ไม่สามารถปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล“รายงานนี้มาถึงในเวลาที่เหมาะสมเกินไป”หลิงซีกล่าวหลังอ่านสำเนาราชโองการ “เพิ่งมีการเปลี่ยนเวรยามตามแผนปลอมของท่านพ่อ ท่านกลับถูกสั่งให้ออกจากเมืองทันที ข้าไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญ”“ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”จิ้งเหยียนม้วนเอกสารเก็บตามเดิม “มีคนต้องการตรวจสอบว่าข้าเคลื่อนกำลังลับไปไว้ที่ใด และอาจต้องการให้ข้าอยู่ห่างจากเมืองหลวงใ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 ภรรยาที่กลายเป็นผู้ต้องหา

พิธีศพของแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬดำเนินติดต่อกันเป็นวันที่สามผ้าสีขาวถูกแขวนทั่วจวน ตะเกียงมงคลสีแดงซึ่งเหลือจากพิธีวิวาห์ถูกปลดออกจนหมด เหลือเพียงโคมไว้ทุกข์ส่องแสงสลัวอยู่ตามระเบียง เสียงสวดส่งวิญญาณดังแว่วตั้งแต่เช้าจนค่ำ ขณะที่ควันธูปลอยปกคลุมห้องโถงจนบรรยากาศภายในจวนหม่นมัวหลิงซียังคงสวมอาภรณ์ไว้ทุกข์และนั่งอยู่ข้างโลงศพตลอดทั้งวันต่อหน้าแขกเหรื่อ นางเป็นหญิงม่ายซึ่งสูญเสียสามีหลังแต่งงานได้เพียงไม่กี่วัน ดวงตาบวมแดง ใบหน้าซีดเซียว ไม่พูดกับผู้ใดเกินความจำเป็นไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของโลงศพยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อคืนก่อนเขาเพิ่งออกจากห้องนอนของนางผ่านทางลับหลังจากนั้นจิ้งเหยียนไม่ได้มาพบนางอีก เขาส่งข่าวผ่านกู้เหยียนเพียงสั้น ๆ ว่า กำลังขององค์ชายรองเริ่มเคลื่อนไหวออกจากค่ายลับหลายแห่ง และมีคนพยายามติดสินบนผู้บัญชาการทหารรักษาประตูเมืองหลิงซีอ่านรายงานทุกฉบับ แต่ไม่เคยส่งข้อความส่วนตัวกลับไปหาเขานางยังไม่อาจลืมความรู้สึกตอนเห็นศพไหม้เกรียมในชุดเกราะของสามี ไม่อาจลืมว่าตนร้องไห้อยู่หน้าโลง ขณะที่เขาซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและปล่อยให้นางเจ็บปวดเพื่อทำให้แผนสมจริงนางเข้าใจความจำเป็นทางการทหาร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 จดหมายหย่าเปื้อนเลือด

คุกลับใต้จวนแม่ทัพเงียบสงัดเสียจนหลิงซีได้ยินเสียงหยดน้ำจากผนังหินอย่างชัดเจนนางถูกกักตัวอยู่ที่นี่เป็นวันที่สี่แล้ว แม้ห้องขังจะสะอาด มีเตียง โต๊ะเขียนหนังสือและอาหารครบถ้วน แต่การไม่เห็นแสงแดดทำให้ยากจะรู้ว่าเวลาภายนอกผ่านไปนานเพียงใด มีเพียงเสียงระฆังจากหอคอยของจวนซึ่งดังลอดลงมาอย่างแผ่วเบา ช่วยให้นางแยกกลางวันกับกลางคืนออกจากกันได้จิ้งเหยียนยังคงนำอาหารและรายงานข่าวมาส่งด้วยตนเองทุกวัน แต่หลิงซีพูดกับเขาเฉพาะเรื่องแผนกบฏกับตำหนักร้างเท่านั้นนางรู้แล้วว่าเขายอมใช้ชีวิตตนเองเป็นหลักประกันต่อฮ่องเต้ หากนางมีความผิด เขาจะรับโทษร่วมด้วย ความจริงนั้นทำให้ความโกรธในใจเบาบางลง แต่ยังไม่อาจลบความเจ็บปวดจากการถูกตัดสินใจแทนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจิ้งเหยียนเชื่อว่าการปกป้องคือการจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง จากนั้นจึงวางนางไว้ในสถานที่ซึ่งเขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดแต่เขาไม่เคยถามว่า นางต้องการความปลอดภัยซึ่งแลกมาด้วยการถูกปิดบังหรือไม่ระหว่างรอข่าวเพิ่มเติม หลิงซีใช้เวลาตรวจสอบตำราแผนที่เก่าที่จิ้งเหยียนนำมาให้ นางต้องการค้นหารายละเอียดของตำหนักไร้นาม รวมถึงเส้นทางเข้าออกอุโมงค์ด้านล่างตำราหลายเล่มมีอา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status