LOGIN“คอนโดฯ ของผม แต่แมทเพื่อนผมเป็นเจ้าของตึกนี้”
คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงจนจรดเชิงผม “ไหนคุณบอกว่าจะพานิ่มไปล้างบาปไงคะ”
“ก็พามาแล้วนี่ไง”
“แต่ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ ไม่มีบาทหลวงนะคะ” รดาดาวแย้ง หากทว่าน้ำเสียงของเธอก็ยังหวานใส ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เขาเห็นแต่อย่างใด ทำให้คนเจ้าเล่ห์แอบอมยิ้มในใจ... คอยดูเถอะแม่คุณว่าจะนิ่งเป็นหุ่นได้อีกกี่น้ำ
“คุณทำบาปกับผม ก็ต้องล้างบาปกับผมสิ จะต้องล้างบาปกับบาทหลวงทำไม”
“คุณว่าอะไรนะคะ!”
สาวน้อยอุทานได้แค่นั้น ลิฟต์ก็เลื่อนมาถึงชั้นยี่สิบและเปิดออก จากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกเพราะถูกเขาจูงเข้าไปในห้องซึ่งกว้างขวางราวสิบเมตร ภายในตกแต่งอย่างหรูหราและลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแต่ราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปด้านขวามือซึ่งกรุด้วยกระจกใสก็เห็นแม็คลาเรนสีแดงจอดอยู่คู่กับซูเปอร์คาร์สีเหลืองอีกคันเรียบร้อยแล้ว
“นั่งตรงนี้ก่อนนะ”
เอเดนจับไหล่มนแล้วกดเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาเครื่องดื่มของตัวเองและเทน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เธอแก้วหนึ่ง
“ดื่มก่อนสิ”
“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าโดยไม่ยอมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ
คิ้วเข้มจึงเลิกขึ้นสูง พลางหัวเราะเบาๆ “ทำไมนิ่ม กลัวถูกผมวางยาหรือไง”
“นิ่มก็ควรจะระวังตัวไม่ใช่เหรอคะ”
ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงข้างๆ พาดแขนซ้ายไปโอบไหล่กลมกลึงเอาไว้ ส่วนมือขวายกขึ้นเชยคางมน ก่อนจะจ้องลึกลงไปในดวงตาเรียวหวานของเธอ
“รู้อะไรไหมเบบี๋ ถ้าผมอยากได้ผู้หญิงสักคน ผมไม่จำเป็นต้องวางยาหรอก”
“นิ่มรู้ค่ะ” รดาดาวเห็นด้วยโดยปราศจากข้อสงสัย เอเดนเป็นผู้ชายที่เสน่ห์แรงและดึงดูดเพศตรงข้ามหรือแม้แต่เพศเดียวกันมากแค่ไหน ทำไมเธอจะไม่รู้ เพราะแค่สายตาคมๆ วาวๆ ที่จ้องแบบชวนละลายก็ทำเอาเธอแทบจะอ่อนระทวยไปทั้งร่างอยู่แล้ว
“แล้วทำไมถึงต้องทำท่าระวังตัวแจแบบนั้น”
“นิ่มเอ่อ...แค่อยากกลับบ้านค่ะ” เสียงหวานตอบไม่ตรงคำถามของเขาสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มการล้างบาปกันเลยไหม จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เสร็จแล้วคุณจะได้กลับบ้าน” เขาชวนด้วยน้ำเสียงกระเส่าปนเซ็กซี่ ปลุกเร้าความรู้สึกวาบหวามในตัวสาวน้อยให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างง่ายดายดวงตาพราวเสน่ห์ทอประกายกล้าในยามที่สบประสานกับดวงตาเรียวหวานคล้ายกำลังร่ายมนตร์สะกด ก่อนที่จะก้มลงประทับริมฝีปากบางจิ้มลิ้มที่เผยอขึ้นน้อยๆ ของเธอ แล้วแทรกปลายลิ้นอุ่นๆ เข้าไปหยอกเอินกับลิ้นนุ่มพร้อมทั้งควานหาความหวานทั่วโพรงปากชุ่มชื้นตามใจชอบทันที
รดาดาวหลับตาลงท่ามกลางความซ่านเสียวที่ก่อตัวขึ้นในท้องน้อย คิดเลือนๆ ว่าเจอกันสองครั้งเธอก็ถูกเอเดนจูบสองครั้ง และที่สำคัญคือเธอไม่ต่อต้านเขาเลยสักนิด ซ้ำร้ายเรียวลิ้นที่เคยอ่อนด้อยประสบการณ์ กลับเรียนรู้อย่างรวดเร็ว และอาจหาญพอที่จะตวัดพัวพันกับลิ้นสากระคายด้วยความเริงร่า เหมือนดั่งว่าชื่นชอบในรสชาติจุมพิตแสนสวาทของเขาเสียเหลือเกิน
เอเดนครางฮึมในลำคออย่างพึงพอใจกับความฉ่ำหวานที่ได้รับ จุมพิตของเขาเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนสาวน้อยแทบจะหลอมละลาย ในขณะที่ฝ่ามือแข็งแรงเลื่อนลงมาตามร่างอ้อนแอ้นช้าๆ จัดการดึงชายเสื้อของเธอออกจากขอบกระโปรง ก่อนจะสอดลอดเลื้อยหายวับเข้าไปใต้ชายเสื้อตัวสวย ลูบไล้ผ่านเอวคอดย้อนกลับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฝ่ามือแกร่งประกบบนทรวงอกอวบอิ่มในที่สุด!
ร่างอรชรกระตุกเฮือกไหวสะท้านด้วยความเขินอายระคนซาบซ่าน ปทุมถันตูมเต่งคู่นี้เป็นส่วนที่เธอหวงแหนไม่แพ้ส่วนใดๆ บนเรือนกาย แต่เอเดนกลับรุกรานอย่างอุกอาจและแตะต้องตัวเธอราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
“อื้อ...”
สาวน้อยครางเกือบเป็นสะอื้น เมื่อปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มไล้วนเบาๆ บนยอดถัน แม้จะมีอาภรณ์อีกชั้นขวางกั้นเอาไว้ ทว่ามันก็แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะเธอรู้สึกถึงสัมผัสอันแสนร้อนรุ่มได้อย่างเต็มที่ เหมือนกับเขาจงใจสร้างความซ่านสยิวเหลือคณาให้แก่ร่างกายอันสลับซับซ้อนของเธอ และตอนนี้จุมพิตเร่าร้อนของเขาก็เริ่มลามเลียจากริมฝีปากนุ่มไปหาพวงแก้มใสแล้ว
“คุณเอเดนคะ...”
เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างกระท่อนกระแท่นหลังจากปากเป็นอิสระ
“หือ...”
เอเดนขานรับพึมพำอยู่ใกล้ๆ ใบหูขาวสะอาดของเธอ แล้วจึงขบริมฝีปากลงบนใบหูข้างนั้นเบาๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้รดาดาวขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“คุณกำลังรังแกนิ่ม”
“เปล่า...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพราย “กำลังช่วยนิ่มล้างบาปต่างหาก”
“แต่แบบนี้มัน...อื้อ...” ปลายเสียงกลายเป็นเสียงครางเมื่อใบหน้าหล่อเหลาที่มีไรหนวดไรเคราสั้นๆ ซุกลงมาบนซอกคอขาวละมุน และจูบไซ้อย่างชวนวาบหวามจนเธอหมดเรี่ยวแรงจะต่อต้านหรือพูดจาใดๆ อีก
มือใหญ่ถือโอกาสนั้นปลดสายเสื้อจากหัวไหล่กลมมนของเธอ เผยเนินอกอิ่มขาวสล้างที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยบราเซียร์ลูกไม้สีชมพูอ่อนออกมาท้าทายสายตาของเขาทันที
เอเดนไม่รอช้า เขาซบหน้าลงกลางปทุมถันคู่งาม ประทับริมฝีปากแนบสนิทกับเนินเนื้อขาวละมุนละเอียด รดาดาวเบิกตากว้างด้วยเขินอายสุดกำลัง พยายามจะร้องห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล และเธอเองยิ่งซ่านสยิวมากกว่าเดิม เมื่อคนเผด็จการเลื่อนใบหน้าไปเลาะเล็มเนินถันข้างซ้ายและสลับมาข้างขวา
พริบตาต่อมามือใหญ่ก็สอดอ้อมไปปลดตะขอบราเซียร์ที่เกาะเกี่ยวกันอยู่ให้ดีดออก แล้วสายเสื้อลูกไม้ก็ถูกรูดลงไปตามลำแขนจนกระทั่งมันไปกองรวมกับสายเสื้อตัวนอกที่เอวคอดของเธอ
“คอนโดฯ ของผม แต่แมทเพื่อนผมเป็นเจ้าของตึกนี้”คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงจนจรดเชิงผม “ไหนคุณบอกว่าจะพานิ่มไปล้างบาปไงคะ”“ก็พามาแล้วนี่ไง”“แต่ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ ไม่มีบาทหลวงนะคะ” รดาดาวแย้ง หากทว่าน้ำเสียงของเธอก็ยังหวานใส ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เขาเห็นแต่อย่างใด ทำให้คนเจ้าเล่ห์แอบอมยิ้มในใจ... คอยดูเถอะแม่คุณว่าจะนิ่งเป็นหุ่นได้อีกกี่น้ำ“คุณทำบาปกับผม ก็ต้องล้างบาปกับผมสิ จะต้องล้างบาปกับบาทหลวงทำไม”“คุณว่าอะไรนะคะ!”สาวน้อยอุทานได้แค่นั้น ลิฟต์ก็เลื่อนมาถึงชั้นยี่สิบและเปิดออก จากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกเพราะถูกเขาจูงเข้าไปในห้องซึ่งกว้างขวางราวสิบเมตร ภายในตกแต่งอย่างหรูหราและลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแต่ราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปด้านขวามือซึ่งกรุด้วยกระจกใสก็เห็นแม็คลาเรนสีแดงจอดอยู่คู่กับซูเปอร์คาร์สีเหลืองอีกคันเรียบร้อยแล้ว“นั่งตรงนี้ก่อนนะ”เอเดนจับไหล่มนแล้วกดเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาเครื่องดื่มของตัวเองและเทน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เธอแก้วหนึ่ง“ดื่มก่อนสิ”“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าโดยไม่ยอมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ
“อยากลองดูไหม”“นิ่มไม่เคยยิงปืนค่ะ จับยังไม่เคยเลย” เสียงหวานบอกขลาดๆ“มันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ มาสิเดี๋ยวจะสอนให้”เอเดนไม่รอให้เธอตอบตกลง มือใหญ่จับร่างอรชรและรุนหลังให้หันไปหาปืนที่เขาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีร่างแกร่งกำยำยืนประกบซ้อนหลังแบบแนบสนิท“หยิบปืนขึ้นมา” เสียงห้าวทุ้มกระซิบสั่งอยู่ข้างๆ หูของรดาดาวมือเล็กจึงจับปืนกระบอกนั้นขึ้นมาตามคำสั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้สัมผัสปืนจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต“จับสองมือ แล้วเล็งปลายกระบอกไปที่เป้า” ไม่สอนแค่ปาก แต่แขนทั้งสองข้างของเขายังวาดไปแนบสนิทกับแขนเรียวของเธอ มือใหญ่ประกบลงบนมือเล็กกระชับเอาไว้คล้ายกับท่ายิงของเขาตอนที่หัดยิงใหม่ๆ“แบบนี้เหรอคะ”ใบหน้าสวยหวานหันมาถามอย่างลืมไปว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างไม่ถึงคืบจึงทำให้แก้มใสชนเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง เขาจึงฉวยโอกาสสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอฟอดใหญ่ๆ ทันที“ใช่...แบบนี้ล่ะ”“คุณเอเดน!”“หันไปสิ เดี๋ยวปืนลั่นใส่ผมไม่รู้ด้วยนะ” เอเดนแกล้งขู่ หลังเห็นดวงตาเรียวหวานมีแววเคืองขุ่นขึ้นจากที่ถูกเขาขโมยจูบเมื่อครู่นี้“คุณลวนลามนิ่มอีกแล้วนะคะ” แม้หันไปแ
“ปล่อยเถอะค่ะ นิ่มจะกลับบ้าน”เธอเริ่มประท้วงเพราะไม่อยากปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์มากกว่านี้ คนโบราณเตือนไว้เสมอว่าหญิงกับชายไม่ควรอยู่กันในที่รโหฐานตามลำพัง และรดาดาวก็ประจักษ์แก่ใจตัวเองในคราวนี้แล้วว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่มันเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับเอเดนถึงแม้จะเป็นในที่โล่งแจ้งเขาก็ยังเป็นคนที่เธอไม่ควรจะเข้าใกล้อยู่ดี“มายังไง” เอเดนไม่ได้ปล่อยแต่ชวนคุย“นั่งแท็กซี่มาค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปส่ง”รดาดาวคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเช่นนั้น หรือว่าเขาอยากจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาห่างไกลคำนั้นนัก“นิ่มกลับเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณหรอก”“บอกเมื่อไหร่ว่ารบกวน” เขาทำเสียงติดดุ คล้ายไม่ชอบที่เธอเรื่องมากบอกว่าจะกลับเอง“คุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่นิ่มว่า...”“ไม่ต้องว่าอะไรทั้งนั้น ผมจะไปส่ง”“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าปล่อยนิ่มลงก่อนได้ไหมคะ” สาวน้อยจำต้องยอมตามใจคนเผด็จการในที่สุด เพราะอยากให้เขาปล่อยเธอลงจากท่านั่งอันแสนวาบหวามนี้เสียที“ไม่ชอบเหรอ” เอเดนหรี่ตาลงชวนฝัน และมีรอยยิ้มแต้มตรงมุมปาก “นั่งแบบนี้น่าสบายดีออก”“นิ่มว่ามันคงไม่เหมาะค่ะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาคงมองนิ่มไม่ดี อ
“คุณไม่ต้อง...”รดาดาวตั้งใจจะพูดว่าเขาไม่ต้องป้อนเธอก็ได้ แต่พูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุด เพราะเขายัดขนมชิ้นนั้นใส่ปากของเธอเสร็จสรรพ ทำให้สาวน้อยจำต้องเคี้ยวขนมฝีมือตัวเองตามที่ถูกบังคับเอเดนมองผลงานตัวเองอย่างพอใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบชวนมองมากที่สุดในความรู้สึกของรดาดาว เธอไม่อยากหวั่นไหว แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด“อร่อยหรือเปล่า” เขาถามเมื่อเธอกลืนขนมคำนั้นลงคอเรียบร้อยแล้วรดาดาวไม่ตอบ ทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเขินอายไปหมด“ผมต้องการความเท่าเทียม”“เท่าเทียมอะไรคะ”“เมื่อกี้ผมชิมความหวานบนนิ้วของคุณ ผมอยากให้คุณทำแบบเดียวกัน ใช้ปากของคุณจัดการกับน้ำตาลบนนิ้วของผมเบบี๋”เขาทำเสียงเหมือนออดอ้อนอีกแล้ว โอย...รดาดาวรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังจะละลายคล้ายกับช็อกโกแล็ตที่ถูกวางไว้ใกล้เตาหลอมยังไงยังงั้น และที่สำคัญเขากำลังขอให้เธอทำในสิ่งที่น่าอายที่สุด“เดี๋ยวนิ่มใช้ทิชชูเช็ดให้นะคะ” สาวน้อยหาทางออกให้ตัวเอง“ผมไม่ต้องการทิชชู แต่ผมต้องการปากของคุณ อย่าขัดใจผมรดาดาว”“เอ่อ...” คนถูกบังคับได้แต่นั่งหน
เมื่อรถแท็กซี่แล่นไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม รดาดาวก็ยื่นค่าโดยสารให้คนขับและก้าวลงจากตัวรถ พ่อบ้านของคฤหาสน์โค้งศีรษะให้เพราะจำเธอได้ สาวน้อยยิ้มตอบแล้วบอกถึงวัตถุประสงค์การมาของตัวเอง“สวัสดีค่ะดิฉันมาขอพบคุณป้าจูเลียค่ะ”“มาดามไม่อยู่ครับมิส อยู่แต่คุณเอเดน เดี๋ยวผมไปเรียนท่านให้นะครับ”เรียวปากสีระเรื่อกำลังจะขยับบอกว่าไม่ต้องไปแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อบ้านก้าวไปถึงห้องโถงของคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ครั้นจะหนีกลับเลยก็ดูเสียมารยาทเกินไป และรู้ดีว่าถ้าทำเช่นนั้นต้องถูกผู้เป็นอาตำหนิเอาแน่ๆ รดาดาวจึงได้แต่ยืนรอเบนจามินหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาบอกกับสาวน้อยที่ยืนถือกล่องขนมรออยู่หน้าคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม“คุณเอเดนเชิญมิสไปพบที่ห้องนั่งเล่นครับ เดี๋ยวผมจะพาไป”พ่อบ้านผายมือ และเดินนำหน้าเข้าไปข้างใน ทำให้รดาดาวจำต้องเดินตามหลังอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์โกลเดนกรีนถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศชวนสบาย โดยในห้องนั้นทาสีขาว บนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าแบบทันสมัย เฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีขาว-ดำ เข้ากับสีของห้องอย่างลงตัว มีโทรทัศน์ระบบเอชดีและเครื่องเสียงราคาแพงลิบลิ่วสำหรับสร้างความบัน
“กรุณาหยุดพูดเรื่องบ้าๆ เถอะนะคะคุณเอเดน” สาวน้อยรีบห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรลึกซึ้งมากไปกว่านั้น“ถ้าคุณไม่อยากฟังก็กดวางสายแล้วปิดโทรศัพท์หนีผมสิ”“นิ่มมีมารยาทพอที่จะไม่ทำแบบนั้น”“แสดงว่าคุณก็ชอบฟังสิ่งที่ผมพูดเหมือนกันใช่ไหม” เอเดนหัวเราะมาตามสาย แต่น้ำเสียงเขาช่างน่าฟังเหลือเกินในความรู้สึกของรดาดาว“ไม่จริงค่ะ”“อย่าปฏิเสธเลยรดาดาว คุณอยากเมกเลิฟกับผม เหมือนอย่างที่ผมก็อยากเมกเลิฟกับคุณ ออกมาหาผมสิสาวน้อย ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้”“หยาบคายที่สุด นิ่มไม่เคยมีความคิดแบบนั้นในสมอง”“เรื่องเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องหยาบคายเลยแม่สาวเวอร์จิ้น แต่เป็นเรื่องของความปรารถนาล้วนๆ ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองคุณต้องชอบ คิดดูสิแค่จูบยังให้ความรู้สึกซาบซ่านขนาดนั้น แล้วถ้าได้เมกเลิฟกันจริงๆ มันจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดไหน”“หยุดระรานนิ่มเถอะนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นนิ่มจะขออนุญาตวางสายแค่นี้” เสียงหวานขอร้องเขาไปตามสาย ด้วยความเป็นกุลสตรีที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดีจึงกระดากที่จะพูดและฟังเรื่องแบบนี้“เดี๋ยวก่อนสิรดาดาว” เขาทอดเสียงให้นุ่มน่าฟังกว่าเดิมรดาดาวรู้สึกสับสนไปหมด ผู้ชายคนนี้ช่างมากชั้นเชิงเหลื







