Share

บทที่ 11

last update Last Updated: 2026-01-18 01:36:19

“อยากลองดูไหม”

“นิ่มไม่เคยยิงปืนค่ะ จับยังไม่เคยเลย” เสียงหวานบอกขลาดๆ

“มันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ มาสิเดี๋ยวจะสอนให้”

เอเดนไม่รอให้เธอตอบตกลง มือใหญ่จับร่างอรชรและรุนหลังให้หันไปหาปืนที่เขาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีร่างแกร่งกำยำยืนประกบซ้อนหลังแบบแนบสนิท

“หยิบปืนขึ้นมา” เสียงห้าวทุ้มกระซิบสั่งอยู่ข้างๆ หูของรดาดาว

มือเล็กจึงจับปืนกระบอกนั้นขึ้นมาตามคำสั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้สัมผัสปืนจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต

“จับสองมือ แล้วเล็งปลายกระบอกไปที่เป้า” ไม่สอนแค่ปาก แต่แขนทั้งสองข้างของเขายังวาดไปแนบสนิทกับแขนเรียวของเธอ มือใหญ่ประกบลงบนมือเล็กกระชับเอาไว้คล้ายกับท่ายิงของเขาตอนที่หัดยิงใหม่ๆ

“แบบนี้เหรอคะ”

ใบหน้าสวยหวานหันมาถามอย่างลืมไปว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างไม่ถึงคืบจึงทำให้แก้มใสชนเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง เขาจึงฉวยโอกาสสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอฟอดใหญ่ๆ ทันที

“ใช่...แบบนี้ล่ะ”

“คุณเอเดน!”

“หันไปสิ เดี๋ยวปืนลั่นใส่ผมไม่รู้ด้วยนะ” เอเดนแกล้งขู่ หลังเห็นดวงตาเรียวหวานมีแววเคืองขุ่นขึ้นจากที่ถูกเขาขโมยจูบเมื่อครู่นี้

“คุณลวนลามนิ่มอีกแล้วนะคะ” แม้หันไปแล้วแต่รดาดาวก็ยังตำหนิเขาอยู่ดี

“นิดๆ หน่อยๆ เองน่า ไม่เห็นจะมีอะไรสึกหรอเลย จะหวงเอาไว้ให้ใครหือ” เขาถามกระเซ้าแล้วขบใบหูสะอาดของเธอเบาๆ

“ถ้าคุณยังลวนลามนิ่มอีก นิ่มจะหันมาเล็งปืนใส่หัวใจของคุณ” เสียงหวานขู่ฟ่อโดยที่ไม่กล้าหันมาเพราะกลัวจะถูกหอมแก้มเอาอีก

“ดุซะด้วย” ดวงตาคมเข้มพราวระยับ “งั้นเรามาพนันกันไหมว่าคุณจะกล้ายิงผมหรือเปล่า”

“บ้า! คุณนี่ ใครเขาให้เล่นปืนผาหน้าไม้กันคะ โบราณเขาถือนะ”

“แสดงว่ากลัวผมจะตายจริงๆ ใช่ไหม” ชายหนุ่มได้ทีถามเหมือนอ้อน ทำเอาสาวน้อยใจแกว่งอีกจนได้

“ใครว่า นิ่มแค่ไม่อยากเป็นผู้ร้ายฆ่าคนและไม่อยากตกนรกต่างหากล่ะคะ”

ใบหน้าหล่อเหลาเผยยิ้มละไม “ผมรู้น่าว่าผู้หญิงนุ่มนิ่มแบบนี้ไม่กล้าทำร้ายใครหรอก”

“และที่สำคัญไม่ร้อนแรงพอสำหรับคุณด้วยใช่ไหมคะ” ไม่รู้เพราะอะไรรดาดาวถึงได้ย้อนเขาไปแบบนั้น

“ความจำแม่นดีนี่”

เขาหัวเราะเบาๆ อย่างพอใจ พลางฉวยโอกาสสูดเอากลิ่นหอมจากผมนุ่มสลวยของเธอ รดาดาวช่างเป็นผู้หญิงที่มีกลิ่นหอมไปทั้งตัว แก้มก็หอม ผมก็หอม และเขามั่นใจว่าทุกตารางนิ้วบนร่างอ้อนแอ้นของเธอก็คงจะหอมไปหมด

“ถ้าคุณจะไม่สอนนิ่มยิงปืน ก็ถอยไปห่างๆ นิ่มค่ะ นิ่มจะลองยิงด้วยตัวเอง” รดาดาวยื่นคำขาดเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่แกล้งและหัวเราะเธอ

“เอาน่า ชวนคุยแค่นี้ทำงอนไปได้”

เอเดนพูดเหมือนง้อ ก่อนจะสอนวิธีจับปืนที่ถูกต้อง บอกให้เธอตั้งสมาธิและลั่นไกให้กระสุนพุ่งออกจากปลายกระบอกปืนโดยไม่ลืมใส่ที่ครอบหูให้เธอก่อน

รดาดาวลั่นไกนัดแรก นัดที่สอง สาม สี่ และห้าติดต่อกัน จากนั้นจึงลดปืนลงและวางมันบนโต๊ะ ก่อนจะถอดที่ครอบหูออกและหันมาหาคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง โดยระมัดระวังตัวเองไม่ให้เสียเปรียบเขาเหมือนครั้งก่อน

“ไม่รู้จะตรงเป้าหรือเปล่านะคะ”

“เดี๋ยวกดมาให้ดู”

ชายหนุ่มกดปุ่มรอกไฟฟ้าให้เป้าเลื่อนเข้ามาใกล้ จากนั้นก็ดึงเป้ากระดาษนั้นออกมาส่งให้รดาดาว ซึ่งผลปรากฏว่ากระสุนที่เธอยิงออกไปห้านัดมีเข้าเป้าวงนอกอยู่แค่นัดเดียว ที่เหลือออกนอกเป้าทั้งหมด สาวน้อยไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นเช่นนั้นเนื่องจากเธอเป็นมือใหม่หัดยิง แถมมือยังสั่นเพราะถูกคนสอนรบกวนสมาธิด้วยการแตะนิดต้องหน่อยอยู่ตลอดเวลาอีกต่างหาก

“ก็นับว่าไม่เลวนะสำหรับการยิงครั้งแรก” เขาพูดอย่างให้กำลังใจ

“นิ่มไม่เหมาะกับปืนหรอกค่ะ”

“ลองอีกสักรอบนะ จะได้คล่องๆ เผื่อวันไหนเกิดนึกอยากยิงใครขึ้นมา”

“ไม่ดีกว่าค่ะ นิ่มคงไม่มีโอกาสยิงใครและไม่คิดอยากยิงใคร เพราะแค่คิดมันก็เป็นบาปแล้ว”

“แต่เมื่อกี้นี้คุณเพิ่งขู่ว่าจะยิงผมนะ แสดงว่าทำบาปไปแล้วใช่ไหม” เอเดนย้อนถามพลางยิ้มยั่วเมื่อเห็นรดาดาวทำหน้าเหลอหลาเพราะไม่คิดว่าจะถูกเขาย้อนแบบนั้น

“คุณก็รู้ว่านิ่มไม่กล้าทำจริงๆหรอก”

“คุณพูดเองนะนิ่มว่าแค่คิดก็บาปแล้ว” เขาหันมายักคิ้วพร้อมกับเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนมเป็นครั้งแรก “เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะพาไปล้างบาป”

“ล้างบาปที่ไหนคะ แถวนี้มีโบสถ์เหรอคะ แต่นิ่มไม่ได้นับถือคริสต์นะคะ”

“มาเถอะน่า อย่าถามมาก”

เอเดนถอดแม็กกาซีนออกจากปืนแล้วเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างใส่ในกระเป๋า จากนั้นจึงพาเธอออกไปขึ้นรถโดยไม่เสียเวลาเอากระเป๋าไปเก็บในล็อกเกอร์แต่อย่างใด

อีกไม่กี่นาทีต่อมาแม็คลาเรน 12 ซี สไปเดอร์เปิดประทุนก็แล่นฉิวดุจพญาอินทรีย์ออกจากสนามยิงปืน มุ่งหน้าสู่ถนนเลียบทะเลสาบอิรี โดยที่รดาดาวได้แต่หันไปมองหน้าคนขับเป็นระยะ เขาบอกว่าจะพาเธอไปล้างบาปที่โบสถ์ สาวน้อยไพล่นึกสงสัยว่าถ้าเป็นยามปกติ ผู้ชายอย่างเอเดนจะรู้จักเข้าโบสถ์หรือเปล่า เพราะคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาน่าจะทำเรื่องไม่ดีเป็นว่าเล่น และดูท่าว่าเขาไม่เคยเกรงกลัวต่อการทำบาปเลยด้วยซ้ำ

รดาดาวนั่งเงียบๆ อยู่กับความคิดของตัวเอง รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เอเดนหักพวงมาลัยรถเข้าไปในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แม็คลาเรนคันหรูถูกจอดในช่องจอดรถซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ลิฟต์ยกรถขึ้นไปจอดในห้องพักที่มีกระจกกั้นเอาไว้โดยเฉพาะ

ร่างสูงก้าวลงจากรถ อ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่รดาดาวนั่งอยู่แล้วดึงมือเธอลงจากรถเหมือนตอนไปสนามยิงปืน และคราวนี้เขาพาเธอไปยังลิฟต์ที่อยู่ห่างจากช่องจอดรถเพียงไม่กี่เมตร

“ที่นี่ที่ไหนคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามหลังจากประตูลิฟต์ปิดลง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 12

    “คอนโดฯ ของผม แต่แมทเพื่อนผมเป็นเจ้าของตึกนี้”คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงจนจรดเชิงผม “ไหนคุณบอกว่าจะพานิ่มไปล้างบาปไงคะ”“ก็พามาแล้วนี่ไง”“แต่ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ ไม่มีบาทหลวงนะคะ” รดาดาวแย้ง หากทว่าน้ำเสียงของเธอก็ยังหวานใส ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เขาเห็นแต่อย่างใด ทำให้คนเจ้าเล่ห์แอบอมยิ้มในใจ... คอยดูเถอะแม่คุณว่าจะนิ่งเป็นหุ่นได้อีกกี่น้ำ“คุณทำบาปกับผม ก็ต้องล้างบาปกับผมสิ จะต้องล้างบาปกับบาทหลวงทำไม”“คุณว่าอะไรนะคะ!”สาวน้อยอุทานได้แค่นั้น ลิฟต์ก็เลื่อนมาถึงชั้นยี่สิบและเปิดออก จากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกเพราะถูกเขาจูงเข้าไปในห้องซึ่งกว้างขวางราวสิบเมตร ภายในตกแต่งอย่างหรูหราและลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแต่ราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปด้านขวามือซึ่งกรุด้วยกระจกใสก็เห็นแม็คลาเรนสีแดงจอดอยู่คู่กับซูเปอร์คาร์สีเหลืองอีกคันเรียบร้อยแล้ว“นั่งตรงนี้ก่อนนะ”เอเดนจับไหล่มนแล้วกดเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาเครื่องดื่มของตัวเองและเทน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เธอแก้วหนึ่ง“ดื่มก่อนสิ”“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าโดยไม่ยอมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 11

    “อยากลองดูไหม”“นิ่มไม่เคยยิงปืนค่ะ จับยังไม่เคยเลย” เสียงหวานบอกขลาดๆ“มันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ มาสิเดี๋ยวจะสอนให้”เอเดนไม่รอให้เธอตอบตกลง มือใหญ่จับร่างอรชรและรุนหลังให้หันไปหาปืนที่เขาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีร่างแกร่งกำยำยืนประกบซ้อนหลังแบบแนบสนิท“หยิบปืนขึ้นมา” เสียงห้าวทุ้มกระซิบสั่งอยู่ข้างๆ หูของรดาดาวมือเล็กจึงจับปืนกระบอกนั้นขึ้นมาตามคำสั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้สัมผัสปืนจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต“จับสองมือ แล้วเล็งปลายกระบอกไปที่เป้า” ไม่สอนแค่ปาก แต่แขนทั้งสองข้างของเขายังวาดไปแนบสนิทกับแขนเรียวของเธอ มือใหญ่ประกบลงบนมือเล็กกระชับเอาไว้คล้ายกับท่ายิงของเขาตอนที่หัดยิงใหม่ๆ“แบบนี้เหรอคะ”ใบหน้าสวยหวานหันมาถามอย่างลืมไปว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างไม่ถึงคืบจึงทำให้แก้มใสชนเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง เขาจึงฉวยโอกาสสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอฟอดใหญ่ๆ ทันที“ใช่...แบบนี้ล่ะ”“คุณเอเดน!”“หันไปสิ เดี๋ยวปืนลั่นใส่ผมไม่รู้ด้วยนะ” เอเดนแกล้งขู่ หลังเห็นดวงตาเรียวหวานมีแววเคืองขุ่นขึ้นจากที่ถูกเขาขโมยจูบเมื่อครู่นี้“คุณลวนลามนิ่มอีกแล้วนะคะ” แม้หันไปแ

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 10

    “ปล่อยเถอะค่ะ นิ่มจะกลับบ้าน”เธอเริ่มประท้วงเพราะไม่อยากปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์มากกว่านี้ คนโบราณเตือนไว้เสมอว่าหญิงกับชายไม่ควรอยู่กันในที่รโหฐานตามลำพัง และรดาดาวก็ประจักษ์แก่ใจตัวเองในคราวนี้แล้วว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่มันเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับเอเดนถึงแม้จะเป็นในที่โล่งแจ้งเขาก็ยังเป็นคนที่เธอไม่ควรจะเข้าใกล้อยู่ดี“มายังไง” เอเดนไม่ได้ปล่อยแต่ชวนคุย“นั่งแท็กซี่มาค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปส่ง”รดาดาวคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเช่นนั้น หรือว่าเขาอยากจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาห่างไกลคำนั้นนัก“นิ่มกลับเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณหรอก”“บอกเมื่อไหร่ว่ารบกวน” เขาทำเสียงติดดุ คล้ายไม่ชอบที่เธอเรื่องมากบอกว่าจะกลับเอง“คุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่นิ่มว่า...”“ไม่ต้องว่าอะไรทั้งนั้น ผมจะไปส่ง”“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าปล่อยนิ่มลงก่อนได้ไหมคะ” สาวน้อยจำต้องยอมตามใจคนเผด็จการในที่สุด เพราะอยากให้เขาปล่อยเธอลงจากท่านั่งอันแสนวาบหวามนี้เสียที“ไม่ชอบเหรอ” เอเดนหรี่ตาลงชวนฝัน และมีรอยยิ้มแต้มตรงมุมปาก “นั่งแบบนี้น่าสบายดีออก”“นิ่มว่ามันคงไม่เหมาะค่ะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาคงมองนิ่มไม่ดี อ

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 9

    “คุณไม่ต้อง...”รดาดาวตั้งใจจะพูดว่าเขาไม่ต้องป้อนเธอก็ได้ แต่พูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุด เพราะเขายัดขนมชิ้นนั้นใส่ปากของเธอเสร็จสรรพ ทำให้สาวน้อยจำต้องเคี้ยวขนมฝีมือตัวเองตามที่ถูกบังคับเอเดนมองผลงานตัวเองอย่างพอใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบชวนมองมากที่สุดในความรู้สึกของรดาดาว เธอไม่อยากหวั่นไหว แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด“อร่อยหรือเปล่า” เขาถามเมื่อเธอกลืนขนมคำนั้นลงคอเรียบร้อยแล้วรดาดาวไม่ตอบ ทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเขินอายไปหมด“ผมต้องการความเท่าเทียม”“เท่าเทียมอะไรคะ”“เมื่อกี้ผมชิมความหวานบนนิ้วของคุณ ผมอยากให้คุณทำแบบเดียวกัน ใช้ปากของคุณจัดการกับน้ำตาลบนนิ้วของผมเบบี๋”เขาทำเสียงเหมือนออดอ้อนอีกแล้ว โอย...รดาดาวรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังจะละลายคล้ายกับช็อกโกแล็ตที่ถูกวางไว้ใกล้เตาหลอมยังไงยังงั้น และที่สำคัญเขากำลังขอให้เธอทำในสิ่งที่น่าอายที่สุด“เดี๋ยวนิ่มใช้ทิชชูเช็ดให้นะคะ” สาวน้อยหาทางออกให้ตัวเอง“ผมไม่ต้องการทิชชู แต่ผมต้องการปากของคุณ อย่าขัดใจผมรดาดาว”“เอ่อ...” คนถูกบังคับได้แต่นั่งหน

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 8

    เมื่อรถแท็กซี่แล่นไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม รดาดาวก็ยื่นค่าโดยสารให้คนขับและก้าวลงจากตัวรถ พ่อบ้านของคฤหาสน์โค้งศีรษะให้เพราะจำเธอได้ สาวน้อยยิ้มตอบแล้วบอกถึงวัตถุประสงค์การมาของตัวเอง“สวัสดีค่ะดิฉันมาขอพบคุณป้าจูเลียค่ะ”“มาดามไม่อยู่ครับมิส อยู่แต่คุณเอเดน เดี๋ยวผมไปเรียนท่านให้นะครับ”เรียวปากสีระเรื่อกำลังจะขยับบอกว่าไม่ต้องไปแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อบ้านก้าวไปถึงห้องโถงของคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ครั้นจะหนีกลับเลยก็ดูเสียมารยาทเกินไป และรู้ดีว่าถ้าทำเช่นนั้นต้องถูกผู้เป็นอาตำหนิเอาแน่ๆ รดาดาวจึงได้แต่ยืนรอเบนจามินหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาบอกกับสาวน้อยที่ยืนถือกล่องขนมรออยู่หน้าคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม“คุณเอเดนเชิญมิสไปพบที่ห้องนั่งเล่นครับ เดี๋ยวผมจะพาไป”พ่อบ้านผายมือ และเดินนำหน้าเข้าไปข้างใน ทำให้รดาดาวจำต้องเดินตามหลังอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์โกลเดนกรีนถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศชวนสบาย โดยในห้องนั้นทาสีขาว บนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าแบบทันสมัย เฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีขาว-ดำ เข้ากับสีของห้องอย่างลงตัว มีโทรทัศน์ระบบเอชดีและเครื่องเสียงราคาแพงลิบลิ่วสำหรับสร้างความบัน

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 7

    “กรุณาหยุดพูดเรื่องบ้าๆ เถอะนะคะคุณเอเดน” สาวน้อยรีบห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรลึกซึ้งมากไปกว่านั้น“ถ้าคุณไม่อยากฟังก็กดวางสายแล้วปิดโทรศัพท์หนีผมสิ”“นิ่มมีมารยาทพอที่จะไม่ทำแบบนั้น”“แสดงว่าคุณก็ชอบฟังสิ่งที่ผมพูดเหมือนกันใช่ไหม” เอเดนหัวเราะมาตามสาย แต่น้ำเสียงเขาช่างน่าฟังเหลือเกินในความรู้สึกของรดาดาว“ไม่จริงค่ะ”“อย่าปฏิเสธเลยรดาดาว คุณอยากเมกเลิฟกับผม เหมือนอย่างที่ผมก็อยากเมกเลิฟกับคุณ ออกมาหาผมสิสาวน้อย ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้”“หยาบคายที่สุด นิ่มไม่เคยมีความคิดแบบนั้นในสมอง”“เรื่องเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องหยาบคายเลยแม่สาวเวอร์จิ้น แต่เป็นเรื่องของความปรารถนาล้วนๆ ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองคุณต้องชอบ คิดดูสิแค่จูบยังให้ความรู้สึกซาบซ่านขนาดนั้น แล้วถ้าได้เมกเลิฟกันจริงๆ มันจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดไหน”“หยุดระรานนิ่มเถอะนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นนิ่มจะขออนุญาตวางสายแค่นี้” เสียงหวานขอร้องเขาไปตามสาย ด้วยความเป็นกุลสตรีที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดีจึงกระดากที่จะพูดและฟังเรื่องแบบนี้“เดี๋ยวก่อนสิรดาดาว” เขาทอดเสียงให้นุ่มน่าฟังกว่าเดิมรดาดาวรู้สึกสับสนไปหมด ผู้ชายคนนี้ช่างมากชั้นเชิงเหลื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status