Share

บทที่ 10

last update Last Updated: 2026-01-18 01:35:38

“ปล่อยเถอะค่ะ นิ่มจะกลับบ้าน”

เธอเริ่มประท้วงเพราะไม่อยากปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์มากกว่านี้ คนโบราณเตือนไว้เสมอว่าหญิงกับชายไม่ควรอยู่กันในที่รโหฐานตามลำพัง และรดาดาวก็ประจักษ์แก่ใจตัวเองในคราวนี้แล้วว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่มันเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับเอเดนถึงแม้จะเป็นในที่โล่งแจ้งเขาก็ยังเป็นคนที่เธอไม่ควรจะเข้าใกล้อยู่ดี

“มายังไง” เอเดนไม่ได้ปล่อยแต่ชวนคุย

“นั่งแท็กซี่มาค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปส่ง”

รดาดาวคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเช่นนั้น หรือว่าเขาอยากจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาห่างไกลคำนั้นนัก

“นิ่มกลับเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณหรอก”

“บอกเมื่อไหร่ว่ารบกวน” เขาทำเสียงติดดุ คล้ายไม่ชอบที่เธอเรื่องมากบอกว่าจะกลับเอง

“คุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่นิ่มว่า...”

“ไม่ต้องว่าอะไรทั้งนั้น ผมจะไปส่ง”

“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าปล่อยนิ่มลงก่อนได้ไหมคะ” สาวน้อยจำต้องยอมตามใจคนเผด็จการในที่สุด เพราะอยากให้เขาปล่อยเธอลงจากท่านั่งอันแสนวาบหวามนี้เสียที

“ไม่ชอบเหรอ” เอเดนหรี่ตาลงชวนฝัน และมีรอยยิ้มแต้มตรงมุมปาก “นั่งแบบนี้น่าสบายดีออก”

“นิ่มว่ามันคงไม่เหมาะค่ะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาคงมองนิ่มไม่ดี อีกอย่างนิ่มคิดว่านิ่มกำลังโดนคุณลวนลาม” เธอตัดสินใจพูดกับเขาตรงๆ

“ลวนลามยังไง?” เสียงทุ้มถามกลั้วหัวเราะ

“ก็...” รดาดาวพูดไม่ออก

“หือ...” คิ้วเข้มเลิกขึ้น พลางตีหน้าตายเหมือนรูปปั้นในพิพิธภัณฑ์ “ผมลวนลามคุณยังไง ลองว่ามาซิ”

“นิ่มคิดว่าคุณรู้ดีค่ะ”

“ไม่ชอบเหรอ ผมว่ามันให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบนะ ถึงแม้จะทรมานไปนิดก็เถอะ”

คำพูดโจ่งครึ่มของเขาทำให้ใบหน้าสวยหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอก ลึกๆ เธอเองปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกเหมือนที่เขาพูด แต่ก็ต้องข่มกลั้นอารมณ์ที่แสนอันตรายนั้นเอาไว้เพราะมันเป็นเรื่องที่กุลสตรีที่ดีต้องพึงระวังตัวเองให้มาก

“ถ้าคุณจะไปส่งนิ่มจริงๆ ก็กรุณาไปส่งนิ่มตอนนี้เถอะนะคะ”

“ตกลงรดาดาว ตอนนี้ก็ตอนนี้”

มือใหญ่กระชับที่สะโพกผายแล้วยกร่างอ้อนแอ้นลงจากตักของตน ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วดึงมือเรียวเล็กให้ลุกขึ้นตาม

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณตามมารยาท

ร่างสูงเดินนำหน้า รดาดาวจึงรีบก้าวตามออกไปยังโรงจอดรถที่คลาคล่ำไปด้วยรถยี่ห้อหรูราคาแพงลิบลิ่วกว่ายี่สิบคัน

เอเดนออกรถหลังจากที่หญิงสาวก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้างตนเรียบร้อยแล้วเขาขับรถไปเรื่อยๆ และก็ปรายตามามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อรู้สึกว่าเธอเงียบเป็นหุ่นจนคนมองนึกอยากจะดึงตัวเข้าไปจูบเสียให้เข็ดจะได้เปลี่ยนจากเสียงเงียบเป็นเสียงอย่างอื่นที่น่าฟังกว่านั้น

“คุณจะพานิ่มไปไหนคะ” รดาดาวหันมาถามเมื่อรู้สึกว่าถนนที่รถกำลังแล่นอยู่นั้นไม่ชะถพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพถภทางกลับบ้านอาของเธอ

“ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาไปสนามแข่งรถ แต่ดูท่าทางคุณคงไม่ชอบความเร็วเท่าไหร่ เลยเปลี่ยนใจจะพาไปสนามยิงปืน”

“แต่คุณบอกว่าจะพานิ่มกลับไปส่งบ้านนะคะ”

“กลับตอนไหนก็ได้น่า บ้านไม่หนีไปไหนหรอก” เขาพูดแค่นั้นก็บึ่งรถไปยังสนามซ้อมยิงปืนตามความต้องการของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะอยากไปหรือไม่อยากไป

บรรยากาศในสนามยิงปืนค่อนข้างคึกคักเพราะวันนี้เป็นวันหยุด เอเดนดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูด้านที่รดาดาวนั่งอยู่ แล้วดึงให้เธอก้าวตามเข้าไปข้างในซึ่งกว้างขวางโล่งโปร่ง อากาศเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศดีเยี่ยม

รดาดาวสังเกตว่าคนที่มาใช้บริการสนามยิงปืนแห่งนี้มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ผู้ชายจะมีสัดส่วนมากกว่า เธอไม่เคยคิดจะเข้ามาในสถานที่แบบนี้เลยสักครั้ง เพราะรู้สึกว่ามันน่ากลัวเกินไป

เมื่อไปถึงห้องล็อกเกอร์ชายหนุ่มให้เธอรออยู่ข้างนอกครู่หนึ่ง ส่วนเขาเดินเข้าไปหยิบเอากระเป๋าซึ่งในนั้นมีปืนสั้นยี่ห้อ Smith & Wesson M945 สีดำมันปลาบพร้อมเครื่องกระสุนครบชุด

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น กลัวเหรอ...” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้มนิดๆ เมื่อเห็นท่าทางกลัวๆ ของสาวน้อยหลังจากที่เขากลับออกมาแล้ว

“ค่ะ” สาวน้อยพยักหน้า

“รู้อะไรไหมรดาดาว ผู้หญิงบางคนยิงปืนแม่นกว่าผู้ชายเสียอีกนะ มาสิเดี๋ยวจะพาไปสัมผัสบรรยากาศใกล้ๆ”

คนที่มั่นใจในตัวเองไปเสียทุกอย่าง จูงมือเล็กๆ ของเธอด้วยท่าทางสนิทสนมอีกครั้งและพาตรงไปยังบริเวณสนามยิง เมื่อไปถึงก็วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ หยิบปืนออกมาบรรจุแม็กกาซีนแล้ววางมันเอาไว้บนโต๊ะ

“ใส่นี่ไว้ก่อนนะ เวลาผมยิงเสียงมันจะดังมาก”

เขาหันมาใส่ที่ครอบหูให้เธอ ก่อนจะดันร่างอ้อนแอ้นให้ไปยืนอยู่ด้านหลัง จากนั้นก็ใส่ของตัวเองบ้าง แล้วหยิบปืนที่บรรจุแม็กกาซีนเอาไว้ขึ้นลำกล้องเล็งไปที่เป้า ก่อนที่นิ้วเรียวใหญ่จะเหนี่ยวโกร่งไกอย่างใจเย็นแต่เด็ดเดี่ยวดุดันเหมือนนิสัยคนยิง บังคับให้ลูกกระสุนวิ่งออกจากปลายกระบอกปืนพุ่งไปยังเป้าที่อยู่ห่างออกไปเกือบสามสิบเมตรติดต่อกันห้านัด

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

กระสุนขนาด .38 มิลลิเมตร แหวกอากาศพุ่งไปทะลุเป้าอย่างแม่นยำราวกับจับวาง

เขากดปุ่มรอกไฟฟ้าเพื่อดึงเป้ากลับมาดู และมองเป้าที่พรุนบริเวณจุดกึ่งกลางด้วยแววตาเฉยเมย ราวกับเป็นสิ่งที่เขาทำมันได้จนเคยชินเสียแล้ว

รดาดาวหลับตาปี๋เพราะตกใจกลัวแม้แทบจะไม่ได้ยินเสียงใดๆ ก็ตาม เธอรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มือใหญ่ยื่นมาถอดที่ครอบหูออกให้ ดวงตาเรียวหวานเหลือบมองเป้ายิงในมือเขาและเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่มีหนวดเคราขึ้นตามแนวสันคางอย่างอดทึ่งไม่ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 12

    “คอนโดฯ ของผม แต่แมทเพื่อนผมเป็นเจ้าของตึกนี้”คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงจนจรดเชิงผม “ไหนคุณบอกว่าจะพานิ่มไปล้างบาปไงคะ”“ก็พามาแล้วนี่ไง”“แต่ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ ไม่มีบาทหลวงนะคะ” รดาดาวแย้ง หากทว่าน้ำเสียงของเธอก็ยังหวานใส ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เขาเห็นแต่อย่างใด ทำให้คนเจ้าเล่ห์แอบอมยิ้มในใจ... คอยดูเถอะแม่คุณว่าจะนิ่งเป็นหุ่นได้อีกกี่น้ำ“คุณทำบาปกับผม ก็ต้องล้างบาปกับผมสิ จะต้องล้างบาปกับบาทหลวงทำไม”“คุณว่าอะไรนะคะ!”สาวน้อยอุทานได้แค่นั้น ลิฟต์ก็เลื่อนมาถึงชั้นยี่สิบและเปิดออก จากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกเพราะถูกเขาจูงเข้าไปในห้องซึ่งกว้างขวางราวสิบเมตร ภายในตกแต่งอย่างหรูหราและลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแต่ราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปด้านขวามือซึ่งกรุด้วยกระจกใสก็เห็นแม็คลาเรนสีแดงจอดอยู่คู่กับซูเปอร์คาร์สีเหลืองอีกคันเรียบร้อยแล้ว“นั่งตรงนี้ก่อนนะ”เอเดนจับไหล่มนแล้วกดเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาเครื่องดื่มของตัวเองและเทน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เธอแก้วหนึ่ง“ดื่มก่อนสิ”“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าโดยไม่ยอมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 11

    “อยากลองดูไหม”“นิ่มไม่เคยยิงปืนค่ะ จับยังไม่เคยเลย” เสียงหวานบอกขลาดๆ“มันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ มาสิเดี๋ยวจะสอนให้”เอเดนไม่รอให้เธอตอบตกลง มือใหญ่จับร่างอรชรและรุนหลังให้หันไปหาปืนที่เขาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีร่างแกร่งกำยำยืนประกบซ้อนหลังแบบแนบสนิท“หยิบปืนขึ้นมา” เสียงห้าวทุ้มกระซิบสั่งอยู่ข้างๆ หูของรดาดาวมือเล็กจึงจับปืนกระบอกนั้นขึ้นมาตามคำสั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้สัมผัสปืนจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต“จับสองมือ แล้วเล็งปลายกระบอกไปที่เป้า” ไม่สอนแค่ปาก แต่แขนทั้งสองข้างของเขายังวาดไปแนบสนิทกับแขนเรียวของเธอ มือใหญ่ประกบลงบนมือเล็กกระชับเอาไว้คล้ายกับท่ายิงของเขาตอนที่หัดยิงใหม่ๆ“แบบนี้เหรอคะ”ใบหน้าสวยหวานหันมาถามอย่างลืมไปว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างไม่ถึงคืบจึงทำให้แก้มใสชนเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง เขาจึงฉวยโอกาสสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอฟอดใหญ่ๆ ทันที“ใช่...แบบนี้ล่ะ”“คุณเอเดน!”“หันไปสิ เดี๋ยวปืนลั่นใส่ผมไม่รู้ด้วยนะ” เอเดนแกล้งขู่ หลังเห็นดวงตาเรียวหวานมีแววเคืองขุ่นขึ้นจากที่ถูกเขาขโมยจูบเมื่อครู่นี้“คุณลวนลามนิ่มอีกแล้วนะคะ” แม้หันไปแ

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 10

    “ปล่อยเถอะค่ะ นิ่มจะกลับบ้าน”เธอเริ่มประท้วงเพราะไม่อยากปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์มากกว่านี้ คนโบราณเตือนไว้เสมอว่าหญิงกับชายไม่ควรอยู่กันในที่รโหฐานตามลำพัง และรดาดาวก็ประจักษ์แก่ใจตัวเองในคราวนี้แล้วว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่มันเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับเอเดนถึงแม้จะเป็นในที่โล่งแจ้งเขาก็ยังเป็นคนที่เธอไม่ควรจะเข้าใกล้อยู่ดี“มายังไง” เอเดนไม่ได้ปล่อยแต่ชวนคุย“นั่งแท็กซี่มาค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปส่ง”รดาดาวคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเช่นนั้น หรือว่าเขาอยากจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาห่างไกลคำนั้นนัก“นิ่มกลับเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณหรอก”“บอกเมื่อไหร่ว่ารบกวน” เขาทำเสียงติดดุ คล้ายไม่ชอบที่เธอเรื่องมากบอกว่าจะกลับเอง“คุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่นิ่มว่า...”“ไม่ต้องว่าอะไรทั้งนั้น ผมจะไปส่ง”“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าปล่อยนิ่มลงก่อนได้ไหมคะ” สาวน้อยจำต้องยอมตามใจคนเผด็จการในที่สุด เพราะอยากให้เขาปล่อยเธอลงจากท่านั่งอันแสนวาบหวามนี้เสียที“ไม่ชอบเหรอ” เอเดนหรี่ตาลงชวนฝัน และมีรอยยิ้มแต้มตรงมุมปาก “นั่งแบบนี้น่าสบายดีออก”“นิ่มว่ามันคงไม่เหมาะค่ะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาคงมองนิ่มไม่ดี อ

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 9

    “คุณไม่ต้อง...”รดาดาวตั้งใจจะพูดว่าเขาไม่ต้องป้อนเธอก็ได้ แต่พูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุด เพราะเขายัดขนมชิ้นนั้นใส่ปากของเธอเสร็จสรรพ ทำให้สาวน้อยจำต้องเคี้ยวขนมฝีมือตัวเองตามที่ถูกบังคับเอเดนมองผลงานตัวเองอย่างพอใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบชวนมองมากที่สุดในความรู้สึกของรดาดาว เธอไม่อยากหวั่นไหว แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด“อร่อยหรือเปล่า” เขาถามเมื่อเธอกลืนขนมคำนั้นลงคอเรียบร้อยแล้วรดาดาวไม่ตอบ ทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเขินอายไปหมด“ผมต้องการความเท่าเทียม”“เท่าเทียมอะไรคะ”“เมื่อกี้ผมชิมความหวานบนนิ้วของคุณ ผมอยากให้คุณทำแบบเดียวกัน ใช้ปากของคุณจัดการกับน้ำตาลบนนิ้วของผมเบบี๋”เขาทำเสียงเหมือนออดอ้อนอีกแล้ว โอย...รดาดาวรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังจะละลายคล้ายกับช็อกโกแล็ตที่ถูกวางไว้ใกล้เตาหลอมยังไงยังงั้น และที่สำคัญเขากำลังขอให้เธอทำในสิ่งที่น่าอายที่สุด“เดี๋ยวนิ่มใช้ทิชชูเช็ดให้นะคะ” สาวน้อยหาทางออกให้ตัวเอง“ผมไม่ต้องการทิชชู แต่ผมต้องการปากของคุณ อย่าขัดใจผมรดาดาว”“เอ่อ...” คนถูกบังคับได้แต่นั่งหน

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 8

    เมื่อรถแท็กซี่แล่นไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม รดาดาวก็ยื่นค่าโดยสารให้คนขับและก้าวลงจากตัวรถ พ่อบ้านของคฤหาสน์โค้งศีรษะให้เพราะจำเธอได้ สาวน้อยยิ้มตอบแล้วบอกถึงวัตถุประสงค์การมาของตัวเอง“สวัสดีค่ะดิฉันมาขอพบคุณป้าจูเลียค่ะ”“มาดามไม่อยู่ครับมิส อยู่แต่คุณเอเดน เดี๋ยวผมไปเรียนท่านให้นะครับ”เรียวปากสีระเรื่อกำลังจะขยับบอกว่าไม่ต้องไปแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อบ้านก้าวไปถึงห้องโถงของคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ครั้นจะหนีกลับเลยก็ดูเสียมารยาทเกินไป และรู้ดีว่าถ้าทำเช่นนั้นต้องถูกผู้เป็นอาตำหนิเอาแน่ๆ รดาดาวจึงได้แต่ยืนรอเบนจามินหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาบอกกับสาวน้อยที่ยืนถือกล่องขนมรออยู่หน้าคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม“คุณเอเดนเชิญมิสไปพบที่ห้องนั่งเล่นครับ เดี๋ยวผมจะพาไป”พ่อบ้านผายมือ และเดินนำหน้าเข้าไปข้างใน ทำให้รดาดาวจำต้องเดินตามหลังอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์โกลเดนกรีนถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศชวนสบาย โดยในห้องนั้นทาสีขาว บนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าแบบทันสมัย เฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีขาว-ดำ เข้ากับสีของห้องอย่างลงตัว มีโทรทัศน์ระบบเอชดีและเครื่องเสียงราคาแพงลิบลิ่วสำหรับสร้างความบัน

  • วิวาห์หวามสวาท   บทที่ 7

    “กรุณาหยุดพูดเรื่องบ้าๆ เถอะนะคะคุณเอเดน” สาวน้อยรีบห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรลึกซึ้งมากไปกว่านั้น“ถ้าคุณไม่อยากฟังก็กดวางสายแล้วปิดโทรศัพท์หนีผมสิ”“นิ่มมีมารยาทพอที่จะไม่ทำแบบนั้น”“แสดงว่าคุณก็ชอบฟังสิ่งที่ผมพูดเหมือนกันใช่ไหม” เอเดนหัวเราะมาตามสาย แต่น้ำเสียงเขาช่างน่าฟังเหลือเกินในความรู้สึกของรดาดาว“ไม่จริงค่ะ”“อย่าปฏิเสธเลยรดาดาว คุณอยากเมกเลิฟกับผม เหมือนอย่างที่ผมก็อยากเมกเลิฟกับคุณ ออกมาหาผมสิสาวน้อย ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้”“หยาบคายที่สุด นิ่มไม่เคยมีความคิดแบบนั้นในสมอง”“เรื่องเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องหยาบคายเลยแม่สาวเวอร์จิ้น แต่เป็นเรื่องของความปรารถนาล้วนๆ ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองคุณต้องชอบ คิดดูสิแค่จูบยังให้ความรู้สึกซาบซ่านขนาดนั้น แล้วถ้าได้เมกเลิฟกันจริงๆ มันจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดไหน”“หยุดระรานนิ่มเถอะนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นนิ่มจะขออนุญาตวางสายแค่นี้” เสียงหวานขอร้องเขาไปตามสาย ด้วยความเป็นกุลสตรีที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดีจึงกระดากที่จะพูดและฟังเรื่องแบบนี้“เดี๋ยวก่อนสิรดาดาว” เขาทอดเสียงให้นุ่มน่าฟังกว่าเดิมรดาดาวรู้สึกสับสนไปหมด ผู้ชายคนนี้ช่างมากชั้นเชิงเหลื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status