Masukเมื่อรถแท็กซี่แล่นไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม รดาดาวก็ยื่นค่าโดยสารให้คนขับและก้าวลงจากตัวรถ พ่อบ้านของคฤหาสน์โค้งศีรษะให้เพราะจำเธอได้ สาวน้อยยิ้มตอบแล้วบอกถึงวัตถุประสงค์การมาของตัวเอง
“สวัสดีค่ะดิฉันมาขอพบคุณป้าจูเลียค่ะ”
“มาดามไม่อยู่ครับมิส อยู่แต่คุณเอเดน เดี๋ยวผมไปเรียนท่านให้นะครับ”
เรียวปากสีระเรื่อกำลังจะขยับบอกว่าไม่ต้องไปแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อบ้านก้าวไปถึงห้องโถงของคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ครั้นจะหนีกลับเลยก็ดูเสียมารยาทเกินไป และรู้ดีว่าถ้าทำเช่นนั้นต้องถูกผู้เป็นอาตำหนิเอาแน่ๆ รดาดาวจึงได้แต่ยืนรอ
เบนจามินหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาบอกกับสาวน้อยที่ยืนถือกล่องขนมรออยู่หน้าคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม
“คุณเอเดนเชิญมิสไปพบที่ห้องนั่งเล่นครับ เดี๋ยวผมจะพาไป”พ่อบ้านผายมือ และเดินนำหน้าเข้าไปข้างใน ทำให้รดาดาวจำต้องเดินตามหลังอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์โกลเดนกรีนถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศชวนสบาย โดยในห้องนั้นทาสีขาว บนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าแบบทันสมัย เฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีขาว-ดำ เข้ากับสีของห้องอย่างลงตัว มีโทรทัศน์ระบบเอชดีและเครื่องเสียงราคาแพงลิบลิ่วสำหรับสร้างความบันเทิงอย่างครบครัน
“มิสมาแล้วครับคุณเอเดน” พ่อบ้านบอกกับเจ้านายหนุ่มของตน
“อืม” ร่างสูงซึ่งกำลังไล่นิ้วกดรีโมตเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ช่องนั้นช่องนี้ไปเรื่อยๆ ตอบรับสั้นๆ และโบกมือเป็นเชิงบอกพ่อบ้านว่าไม่ต้องการอะไรแล้ว เบนจามินจึงเดินเลี่ยงออกไปอย่างรู้หน้าที่
สาวน้อยขยับตัวอย่างเกร็งๆ เมื่อต้องอยู่ตามลำพังสองต่อสองกับผู้ชายมากเสน่ห์ในที่รโหฐานแบบนี้ เธอบอกตัวเองให้รีบทำภารกิจให้เสร็จ แล้วลาเขากลับบ้านไปเสีย ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกเล่นงานเอาได้
“อาชมให้นิ่มเอาลูกชุบมาให้คุณป้าจูเลียค่ะ”
เขาปิดโทรทัศน์ ก่อนจะหันมามองใบหน้าสวยหวานนั้นอย่างจริงจัง “แม่ไม่อยู่หรอกนะ”
“ค่ะเมื่อกี้พ่อบ้านบอกนิ่มแล้ว ถ้าอย่างนั้นนิ่มฝากลูกชุบไว้ให้คุณป้าจูเลียด้วยนะคะ และก็คงจะรบกวนคุณแค่นี้”
รดาดาววางกล่องขนมไว้บนโต๊ะแล้วบอกลาเจ้าของคฤหาสน์พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เสร็จสรรพ เพราะไม่กล้าจะยื่นมือไปให้เขาจับตามธรรมเนียมฝรั่ง
ร่างอรชรรีบหมุนตัว กำลังจะก้าวออกจากห้องนั้น แต่กลับถูกเสียงห้าวทุ้มขัดขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิ ผมจะรู้ได้ยังไงว่าขนมนี่ปลอดภัยสำหรับแม่ผม”
“คุณจะลองชิมก่อนก็ได้นะคะ” เสียงหวานตอบกลับเรียบๆ รู้ว่าเขาตั้งใจรวน
“ตกลง...ผมจะชิมก่อน แต่คุณต้องกลับมานั่งลงและรอจนกว่าผมจะชิมเสร็จ” เอเดนยื่นคำขาดทันที
“ก็ได้ค่ะ นิ่มจะรอจนกว่าคุณจะเห็นว่าขนมของนิ่มปลอดภัย” ว่าแล้วร่างอรชรก็ทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาอีกตัว
“เปิดกล่องออกสิ” เสียงห้าวทุ้มนั้นออกคำสั่งในแบบวางอำนาจอย่างที่เขาชอบทำอยู่เป็นนิจ
รดาดาวจึงทำตามความต้องการของเขาโดยไม่คิดจะตอบโต้ เพราะถ้าต่อความยาวสาวความยืดก็รังแต่จะทำให้เสียเวลามากขึ้นเปล่าๆ มือบางแกะฝากล่องออกอย่างระมัดระวัง และนึกได้ว่าในกล่องไม่มีส้อมหรือไม้สำหรับจิ้มลูกชุบเพราะเธอไม่ได้เตรียมมา
“นิ่มขออนุญาตไปหยิบส้อมก่อนนะคะ”
“ไม่ต้องใช้ส้อม ใช้มือของคุณหยิบมันแล้วป้อนใส่ปากผม”
“คุณว่าอะไรนะคะ!” สาวน้อยเบิกตาโพลง
“คุณได้ยินไม่ผิดหรอกรดาดาว” เอเดนย้ำชัด “ขยับมานั่งข้างๆ ผมแล้วก็ทำตามที่ผมบอก”
เจ้าของร่างอ้อนแอ้นจำต้องพาตัวเองย้ายมานั่งข้างๆ ร่างสูงที่นั่งเอนตัวพิงโซฟาแบบสบายๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงระทึกดุจจะโลดออกมานอกทรวงเสียให้ได้ เพราะรัศมีความเป็นบุรุษเพศที่ผสมผสานด้วยกลิ่นน้ำหอมชั้นเลิศแผ่ซ่านมากระทบทุกประสาทสัมผัสของเธอจนรู้สึกร้อนผะผ่าวเหมือนกำลังจับไข้
รดาดาวรวบรวมความกล้า เอื้อมมือที่สั่นน้อยๆ ไปหยิบเอาลูกชุบสีเขียวที่ทำเป็นรูปแอปเปิล แล้วยื่นไปใกล้ปากของเขา
เอเดนรวบมือเล็กบางนั้นไว้ ดวงตาสีฟ้าฉายประกายกรุ้มกริ่มแพรวพราว ก่อนจะอ้าปากรับขนมชิ้นนั้นเข้าไปแล้วค่อยๆ เคี้ยว โดยที่ไม่ยอมปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระแต่อย่างใด
“เป็นยังไงบ้างคะ” เสียงหวานเอ่ยถามหลังจากที่เอเดนกลืนขนมคำนั้นลงคอ แต่ไม่กล้าดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา
“ก็หวานใช้ได้ แต่ไอ้ที่ติดอยู่บนนิ้วของคุณน่าจะหวานกว่า”
“คะ?”
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นเชิงสงสัย แต่เพียงพริบตาเดียวก็ต้องนั่งตัวแข็ง เมื่อเอเดนยกมือเธอขึ้น แล้วอ้าปากร้อนครอบลงบนนิ้วโป้งที่ใช้หยิบขนม ก่อนจะขยับปากรูดเข้าขึ้นลงอย่างแผ่วเบาคล้ายกำลังลิ้มเลียเอาความหวานที่ติดอยู่บนนิ้วของเธอออกให้หมดจดจากนั้นก็เปลี่ยนไปทำเช่นเดียวกันกับนิ้วชี้ของเธอแต่อ้อยอิ่งมากกว่าหลายเท่า เขาทำเหมือนนิ้วของเธอเป็นไอศกรีมแท่งโปรดที่ต้องค่อยๆ ละเลียดกิน
ดวงตาเรียวหวานจดจ้องมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกวาบหวามเกินจะบรรยาย อาการซ่านสยิวขมวดเกร็งขึ้นในท้องน้อยและแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูกายของเธออย่างรุนแรงจนเกือบหลุดเสียงครางออกมา แต่ก่อนที่รดาดาวจะขายหน้าเอเดนก็หยุดการกระทำของเขาเสียก่อน
“คราวนี้รู้แล้วว่าอร่อยและปลอดภัยแค่ไหน” เสียงของเพลย์บอยตัวพ่อดังขึ้นหลังจากเลาะเล็มเอาความหวานออกจากนิ้วนุ่มจนหมดทุกหยาดหยด
“ถ้าอย่างนั้นนิ่มกลับได้แล้วใช่ไหมคะ”
“ยัง”
“คุณต้องการอะไรอีกคะ”
“อ้าปาก ผมอยากให้คุณชิมขนมของตัวเองบ้าง” พูดจบเอเดนก็เอื้อมมือไปหยิบลูกชุบขึ้นมาจ่อที่ปากเล็กๆ ของเธอ
สาวน้อยคิดว่าเขาต้องบ้าแน่ๆ ที่ทำแบบนั้น หัวใจของเธอยังเต้นผิดจังหวะอยู่เลยจากที่ป้อนขนมให้เขาเมื่อสักครู่ แล้วตอนนี้เขาจะบังคับให้เธอกินขนมโดยเขาเป็นคนป้อน คนเจ้าเล่ห์ต้องอยากให้เธอหัวใจวายตายแน่ๆ ถึงได้แกล้งกันเช่นนี้
“คอนโดฯ ของผม แต่แมทเพื่อนผมเป็นเจ้าของตึกนี้”คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงจนจรดเชิงผม “ไหนคุณบอกว่าจะพานิ่มไปล้างบาปไงคะ”“ก็พามาแล้วนี่ไง”“แต่ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ ไม่มีบาทหลวงนะคะ” รดาดาวแย้ง หากทว่าน้ำเสียงของเธอก็ยังหวานใส ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เขาเห็นแต่อย่างใด ทำให้คนเจ้าเล่ห์แอบอมยิ้มในใจ... คอยดูเถอะแม่คุณว่าจะนิ่งเป็นหุ่นได้อีกกี่น้ำ“คุณทำบาปกับผม ก็ต้องล้างบาปกับผมสิ จะต้องล้างบาปกับบาทหลวงทำไม”“คุณว่าอะไรนะคะ!”สาวน้อยอุทานได้แค่นั้น ลิฟต์ก็เลื่อนมาถึงชั้นยี่สิบและเปิดออก จากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกเพราะถูกเขาจูงเข้าไปในห้องซึ่งกว้างขวางราวสิบเมตร ภายในตกแต่งอย่างหรูหราและลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแต่ราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปด้านขวามือซึ่งกรุด้วยกระจกใสก็เห็นแม็คลาเรนสีแดงจอดอยู่คู่กับซูเปอร์คาร์สีเหลืองอีกคันเรียบร้อยแล้ว“นั่งตรงนี้ก่อนนะ”เอเดนจับไหล่มนแล้วกดเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาเครื่องดื่มของตัวเองและเทน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เธอแก้วหนึ่ง“ดื่มก่อนสิ”“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าโดยไม่ยอมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ
“อยากลองดูไหม”“นิ่มไม่เคยยิงปืนค่ะ จับยังไม่เคยเลย” เสียงหวานบอกขลาดๆ“มันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ มาสิเดี๋ยวจะสอนให้”เอเดนไม่รอให้เธอตอบตกลง มือใหญ่จับร่างอรชรและรุนหลังให้หันไปหาปืนที่เขาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีร่างแกร่งกำยำยืนประกบซ้อนหลังแบบแนบสนิท“หยิบปืนขึ้นมา” เสียงห้าวทุ้มกระซิบสั่งอยู่ข้างๆ หูของรดาดาวมือเล็กจึงจับปืนกระบอกนั้นขึ้นมาตามคำสั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้สัมผัสปืนจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต“จับสองมือ แล้วเล็งปลายกระบอกไปที่เป้า” ไม่สอนแค่ปาก แต่แขนทั้งสองข้างของเขายังวาดไปแนบสนิทกับแขนเรียวของเธอ มือใหญ่ประกบลงบนมือเล็กกระชับเอาไว้คล้ายกับท่ายิงของเขาตอนที่หัดยิงใหม่ๆ“แบบนี้เหรอคะ”ใบหน้าสวยหวานหันมาถามอย่างลืมไปว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างไม่ถึงคืบจึงทำให้แก้มใสชนเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง เขาจึงฉวยโอกาสสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอฟอดใหญ่ๆ ทันที“ใช่...แบบนี้ล่ะ”“คุณเอเดน!”“หันไปสิ เดี๋ยวปืนลั่นใส่ผมไม่รู้ด้วยนะ” เอเดนแกล้งขู่ หลังเห็นดวงตาเรียวหวานมีแววเคืองขุ่นขึ้นจากที่ถูกเขาขโมยจูบเมื่อครู่นี้“คุณลวนลามนิ่มอีกแล้วนะคะ” แม้หันไปแ
“ปล่อยเถอะค่ะ นิ่มจะกลับบ้าน”เธอเริ่มประท้วงเพราะไม่อยากปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์มากกว่านี้ คนโบราณเตือนไว้เสมอว่าหญิงกับชายไม่ควรอยู่กันในที่รโหฐานตามลำพัง และรดาดาวก็ประจักษ์แก่ใจตัวเองในคราวนี้แล้วว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่มันเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับเอเดนถึงแม้จะเป็นในที่โล่งแจ้งเขาก็ยังเป็นคนที่เธอไม่ควรจะเข้าใกล้อยู่ดี“มายังไง” เอเดนไม่ได้ปล่อยแต่ชวนคุย“นั่งแท็กซี่มาค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปส่ง”รดาดาวคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเช่นนั้น หรือว่าเขาอยากจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาห่างไกลคำนั้นนัก“นิ่มกลับเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณหรอก”“บอกเมื่อไหร่ว่ารบกวน” เขาทำเสียงติดดุ คล้ายไม่ชอบที่เธอเรื่องมากบอกว่าจะกลับเอง“คุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่นิ่มว่า...”“ไม่ต้องว่าอะไรทั้งนั้น ผมจะไปส่ง”“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าปล่อยนิ่มลงก่อนได้ไหมคะ” สาวน้อยจำต้องยอมตามใจคนเผด็จการในที่สุด เพราะอยากให้เขาปล่อยเธอลงจากท่านั่งอันแสนวาบหวามนี้เสียที“ไม่ชอบเหรอ” เอเดนหรี่ตาลงชวนฝัน และมีรอยยิ้มแต้มตรงมุมปาก “นั่งแบบนี้น่าสบายดีออก”“นิ่มว่ามันคงไม่เหมาะค่ะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาคงมองนิ่มไม่ดี อ
“คุณไม่ต้อง...”รดาดาวตั้งใจจะพูดว่าเขาไม่ต้องป้อนเธอก็ได้ แต่พูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุด เพราะเขายัดขนมชิ้นนั้นใส่ปากของเธอเสร็จสรรพ ทำให้สาวน้อยจำต้องเคี้ยวขนมฝีมือตัวเองตามที่ถูกบังคับเอเดนมองผลงานตัวเองอย่างพอใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบชวนมองมากที่สุดในความรู้สึกของรดาดาว เธอไม่อยากหวั่นไหว แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด“อร่อยหรือเปล่า” เขาถามเมื่อเธอกลืนขนมคำนั้นลงคอเรียบร้อยแล้วรดาดาวไม่ตอบ ทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเขินอายไปหมด“ผมต้องการความเท่าเทียม”“เท่าเทียมอะไรคะ”“เมื่อกี้ผมชิมความหวานบนนิ้วของคุณ ผมอยากให้คุณทำแบบเดียวกัน ใช้ปากของคุณจัดการกับน้ำตาลบนนิ้วของผมเบบี๋”เขาทำเสียงเหมือนออดอ้อนอีกแล้ว โอย...รดาดาวรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังจะละลายคล้ายกับช็อกโกแล็ตที่ถูกวางไว้ใกล้เตาหลอมยังไงยังงั้น และที่สำคัญเขากำลังขอให้เธอทำในสิ่งที่น่าอายที่สุด“เดี๋ยวนิ่มใช้ทิชชูเช็ดให้นะคะ” สาวน้อยหาทางออกให้ตัวเอง“ผมไม่ต้องการทิชชู แต่ผมต้องการปากของคุณ อย่าขัดใจผมรดาดาว”“เอ่อ...” คนถูกบังคับได้แต่นั่งหน
เมื่อรถแท็กซี่แล่นไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม รดาดาวก็ยื่นค่าโดยสารให้คนขับและก้าวลงจากตัวรถ พ่อบ้านของคฤหาสน์โค้งศีรษะให้เพราะจำเธอได้ สาวน้อยยิ้มตอบแล้วบอกถึงวัตถุประสงค์การมาของตัวเอง“สวัสดีค่ะดิฉันมาขอพบคุณป้าจูเลียค่ะ”“มาดามไม่อยู่ครับมิส อยู่แต่คุณเอเดน เดี๋ยวผมไปเรียนท่านให้นะครับ”เรียวปากสีระเรื่อกำลังจะขยับบอกว่าไม่ต้องไปแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อบ้านก้าวไปถึงห้องโถงของคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ครั้นจะหนีกลับเลยก็ดูเสียมารยาทเกินไป และรู้ดีว่าถ้าทำเช่นนั้นต้องถูกผู้เป็นอาตำหนิเอาแน่ๆ รดาดาวจึงได้แต่ยืนรอเบนจามินหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาบอกกับสาวน้อยที่ยืนถือกล่องขนมรออยู่หน้าคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม“คุณเอเดนเชิญมิสไปพบที่ห้องนั่งเล่นครับ เดี๋ยวผมจะพาไป”พ่อบ้านผายมือ และเดินนำหน้าเข้าไปข้างใน ทำให้รดาดาวจำต้องเดินตามหลังอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์โกลเดนกรีนถูกตกแต่งให้มีบรรยากาศชวนสบาย โดยในห้องนั้นทาสีขาว บนเพดานประดับด้วยโคมไฟระย้าแบบทันสมัย เฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีขาว-ดำ เข้ากับสีของห้องอย่างลงตัว มีโทรทัศน์ระบบเอชดีและเครื่องเสียงราคาแพงลิบลิ่วสำหรับสร้างความบัน
“กรุณาหยุดพูดเรื่องบ้าๆ เถอะนะคะคุณเอเดน” สาวน้อยรีบห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรลึกซึ้งมากไปกว่านั้น“ถ้าคุณไม่อยากฟังก็กดวางสายแล้วปิดโทรศัพท์หนีผมสิ”“นิ่มมีมารยาทพอที่จะไม่ทำแบบนั้น”“แสดงว่าคุณก็ชอบฟังสิ่งที่ผมพูดเหมือนกันใช่ไหม” เอเดนหัวเราะมาตามสาย แต่น้ำเสียงเขาช่างน่าฟังเหลือเกินในความรู้สึกของรดาดาว“ไม่จริงค่ะ”“อย่าปฏิเสธเลยรดาดาว คุณอยากเมกเลิฟกับผม เหมือนอย่างที่ผมก็อยากเมกเลิฟกับคุณ ออกมาหาผมสิสาวน้อย ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้”“หยาบคายที่สุด นิ่มไม่เคยมีความคิดแบบนั้นในสมอง”“เรื่องเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องหยาบคายเลยแม่สาวเวอร์จิ้น แต่เป็นเรื่องของความปรารถนาล้วนๆ ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองคุณต้องชอบ คิดดูสิแค่จูบยังให้ความรู้สึกซาบซ่านขนาดนั้น แล้วถ้าได้เมกเลิฟกันจริงๆ มันจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดไหน”“หยุดระรานนิ่มเถอะนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นนิ่มจะขออนุญาตวางสายแค่นี้” เสียงหวานขอร้องเขาไปตามสาย ด้วยความเป็นกุลสตรีที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดีจึงกระดากที่จะพูดและฟังเรื่องแบบนี้“เดี๋ยวก่อนสิรดาดาว” เขาทอดเสียงให้นุ่มน่าฟังกว่าเดิมรดาดาวรู้สึกสับสนไปหมด ผู้ชายคนนี้ช่างมากชั้นเชิงเหลื







