Partager

บทที่ 3 ตัวตน (100%)

last update Date de publication: 2026-05-22 18:50:25

(ต่อ)

วาคินร้อนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยวัยที่ยังน้อยของตนจึงทำสิ่งใดไม่ได้มาก ทว่า… คนคนเดียวที่เด็กหนุ่มคิดถึงก็คือ… คุณเตชิน อดีตสามีของมารดา ผู้ขึ้นชื่อว่าบิดาของมาวิน

วันรุ่งขึ้นร่างของเด็กหนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีเทาเข้มจึงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของชายสูงวัย

“สวัสดีครับ” น้ำเสียงนอบน้อม หากแววตามุ่งมั่นจนคนมากวัยต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ไปไงมาไงเนี่ยวา”

วาคินไม่ใช่คนอ้อมค้อม เด็กหนุ่มทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าชายสูงวัย ก้มหน้า กำมือที่วางบนตักแน่นยามกัดฟันวอนขอความช่วยเหลืออย่างเลี่ยงไม่ได้

“ช่วยคุณหญิงด้วยครับ”

เขาไม่ได้เอ่ยว่า ‘เรา’ แต่เอ่ยถึงมารดาผู้เป็นที่รักอย่างตรงไปตรงมา

คุณเตชินถอนหายใจ โน้มตัวลงประคองร่างของบุตรชายคนเล็กของอดีตภรรยาขึ้น จ้องมองใบหน้าเด็ดเดี่ยวกับดวงตาสีเทาเข้มของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา

ไม่ได้ตอบรับทันที หากก็ครุ่นคิดอย่างหนักเช่นกัน

สถานการณ์ปัจจุบันของแอลเอ็นกรุปเป็นเช่นไร เหตุใดเขาจะไม่รู้ แม้จะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับวงการธุรกิจแล้ว ปลีกตัวออกมาใช้ชีวิตบั้นปลายในสวนในไร่ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออก แต่ก็ยังอดเป็นห่วงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบมากมายอยู่เหมือนกัน

“วา” ชายสูงวัยเรียกได้เพียงชื่อเล่นของเด็กหนุ่มตรงหน้า สับสนในใจมากพอ ๆ กับรู้สึกผิด เพราะรู้ดีว่าเหตุใดหุ้นแอลเอ็นกรุปที่ลดฮวบถึงขั้นร่วงกราวราวเม็ดฝนเช่นนี้

ทว่าท่านไม่อาจทำสิ่งใดได้ ตักเตือนแล้วอย่างไร ในเมื่อท่านกับบุตรชายเพียงคนเดียวเป็นดั่งเส้นขนานที่ไม่อาจบรรจบกันได้ ต่อให้พูดอะไรออกไป ยากนักที่มาวินจะเชื่อฟัง และเหนือสิ่งอื่นใด ท่านไม่รู้จักบุตรชายคนเดียวของตนอีกต่อไป

ตั้งแต่วันนั้นมาวินก็เหมือนคนแปลกหน้าที่ท่านไม่รู้จัก ยามพบเจอกันใบหน้ายิ้มแย้ม หากนัยน์ตาคู่นั้นกลับไร้แสง

คุณเตชินมองหน้าวาคินนิ่งนาน กระทั่งหัวใจอ่อนไหวให้สายตามุ่งมั่นของเด็กหนุ่มจนไม่อาจปฏิเสธคำขอหนักแน่นนี้ได้อีก มือหนาเอื้อมไปแตะเบา ๆ ที่ศีรษะของอีกฝ่าย ลูบแผ่ว ๆ พร้อมส่งยิ้มเอื้ออาทรให้

“ได้ ลุงจะช่วย” ใบหน้าอบอุ่นคล้ายมาวินทอประกายอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มใจดี ส่งผลให้วาคินคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาในที่สุด

“ขอบคุณมากครับ”

คุณเตชินมองส่งบุตรชายคนเล็กของอดีตภรรยาจนร่างสูงแผ่นหลังตั้งตรงจากไป กระทั่งควันสีหม่นจากท้ายรถยุโรปสีดำคันนั้นจางไปพักใหญ่ ท่านจึงถอนหายใจออกมาแรง ๆ

ในขณะที่วาคินวิ่งพล่านเพื่อหาทางยื้อลมหายใจของแอลเอ็นกรุป ช่วยเหลือมารดาของตนอย่างสุดกำลัง แม้คนที่อีกฝ่ายพยายามช่วยเหลือจะไม่เห็นความพยายามในครั้งนี้สักกระผีกเดียวก็ตาม ทว่ามาวินกลับทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับน้องชาย บุตรชายของท่านผู้เป็นดวงใจของมารดากลับเหยียบย่ำแอลเอ็นกรุปซ้ำลงอีก สะบัดแขนออกจากหน้าที่โดยไม่หันกลับมามองของที่ต้องเป็นของตนราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ปรารถนาจะเฉียดใกล้

เลิศวรานนท์เป็นนามสกุลทางฝั่งมารดา แต่พงษ์ไพบูลย์คือนามสกุลของท่าน มาวินยังเป็น มาวิน พงษ์ไพบูลย์ จนถึงขณะนี้ หากอีกไม่นานบุตรชายคนเดียวของท่านก็คงต้องเป็นเลิศวรานนท์อย่างเต็มตัว ตามพินัยกรรมของผู้เป็นตา และนี่คงเป็นเหตุผลสำคัญให้อีกฝ่ายเกลียดชังทุกคนที่คอยขีดเส้นตีกรอบให้เขาต้องเดิน

ในขณะที่วาคินเลือกใช้ความเย็นชากลบฝังความเจ็บปวด และปกป้องตนเอง มาวินกลับเลือกจะสวมหน้ากาก ‘คนดี’ สะท้อนความเจ็บปวดของตนเอง ชายหนุ่มกลายเป็นคนกักเก็บความรู้สึกมาโดยตลอด อาจเพราะหนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือ… การเป็นตัวแทนของท่าน คุณหญิงวารีสร้างทุกอย่างเพื่อบุตรชายสุดที่รัก ขีดเส้น สร้างกรอบเอาไว้ให้บุตรชายคนโตเดินเพียงเท่านั้น จนมาวินแทบจะเดินเองไม่ได้ สุดท้ายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของอีกฝ่ายก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในแบบแผนที่ผู้เป็นแม่สร้างให้ กระทั่งบิดาเช่นท่านก็ยังไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มไหนคือรอยยิ้มจริง ๆ จากหัวใจของบุตรชาย และลึก ๆ ในหัวใจดวงนั้นบุตรชายคนเดียวกำลังคิดทำสิ่งใดกันแน่

“มาวิน…” น้ำเสียงเอ่ยเรียกหาบุตรชายเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าอวบอูมแต่มีเค้าหล่อเหลาเหมือนบุตรชายเงยหน้าขึ้นมองแสงตะวันที่สาดกระทบดวงหน้า จ้าจนต้องหรี่ตาลง

ครั้งหนึ่งบุตรชายของท่านก็เคยสว่างสดใสเช่นนี้ ทว่าวินาทีที่ท่านก้าวจากมา ความสว่างไสวในแววตาของมาวินก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

คุณเตชินเข้ามาช่วยบริหารแอลเอ็นกรุปตามคำขอร้องของวาคิน ท่านเป็นคนมีความสามารถ เพียงไม่ถึงปีบริษัทอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ที่ทำท่าจะล้มไม่เป็นท่าก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลายอย่างปรับเปลี่ยนไปในทางที่ถูกที่ควร หลายคนที่เข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ และทอดทิ้งแอลเอ็นกรุปในยามระส่ำระสายถูกกำจัด เพราะเป็นคนเก่ง มีความสามารถ แถมที่นี่ยังเคยเป็นบริษัทที่ท่านบริหารงานมาหลายปี ทั้งต่อไปบุตรชายคนเดียวต้องรับหน้าที่ดูแลมันต่อ ท่านจึงลงมือปรับเปลี่ยน และดูแลในหลายส่วน คัดคนอย่างดีเพื่อวางในหน้าที่ที่เหมาะสม

รอ… รอเพียงให้มาวินกลับมาดูแลที่นี่ต่อ ไม่ว่าจะอ่อนประสบการณ์แค่ไหน แต่บริษัทที่มีรากฐานมั่นคงย่อมไม่สั่นคลอนง่าย ๆ อย่างแน่นอน

ทว่า… มาวินคงไม่คิดเช่นนั้น

ปัง!

ฝ่ามือหนาเหี่ยวย่นทุบลงบนโต๊ะทำงานภายในห้องเสียงดังลั่น หนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะถูกจำหน่ายในมือกำแน่น ก่อนจะถูกโยนทิ้งลงไปในถังขยะข้างโต๊ะทำงานทันที

‘คั่วไม่เลือก ลูกชายคนเดียวของตระกูลเศรษฐีตกอับใช้ชีวิตราวเจ้าชายเสเพลในต่างแดน คบผู้หญิงไม่เลือกหน้า เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำคน จนได้ฉายาว่า ‘มาฟัน’ เป็นที่เรียบร้อย!’

ใบหน้าใจดีเป็นนิตย์บิดเบ้ ดวงตาคมปราบแสนอ่อนโยนวาวโรจน์ขึ้นมายามตวัดสายตาไปทางเลขานุการของตน

“คุณตุลาผมไม่ได้แจ้งคุณหรือว่าให้ส่งคนไปควบคุมความประพฤติของมาวินเอาไว้”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบนิ่ง ผิวสีแทนก้มหน้าลงเล็กน้อย ขานตอบเสียงฉะฉานไม่หวาดหวั่น

“ผมส่งคนไปแล้วครับ แต่คุณมาวินให้คนของตัวเองกระทืบจนคนของผมต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ในโรงพยาบาล”

คราวนี้คนฟังหลับตาลง ขบกรามกรอดจนเป็นสันนูนเด่นชัด

บุตรชายของท่านแตกต่างอย่างชัดเจนกับวาคิน

ทั้ง ๆ ที่เกิด และเติบโตมาสมบูรณ์พร้อมกว่าน้อง ยิ่งเรื่องของความรักที่มารดามีให้ยิ่งห่างไกล แต่กลับทำตัวเลวร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทว่าท่านก็พอมองออกว่าเหตุใดมาวินจึงกลายเป็นคนเช่นนี้

หลายเดือนก่อนตอนเข้ารับหน้าที่ดูแลแอลเอ็นกรุปช่วยอดีตภรรยา ท่านเคยโทรศัพท์ไปหาบุตรชายครั้งหนึ่ง มาวินกลับไม่ยอมพูดคุยด้วย ให้ลูกน้องของตนมาถ่ายทอดคำสั่งเท่านั้น

ท่านโกรธมาก และทุกวันนี้ก็ยังคงโกรธ

“เจ้าคนนั้นมันชื่ออะไรนะ” ท่านหมายถึงคนสนิทที่บุตรชายพกไปไหนมาไหนเป็นลูกคู่ตลอดเวลา

“คริส เมอร์สันครับ”

ถ้าจะจัดการบุตรชาย ก่อนอื่นเลยเขาต้องจัดการหมอนี่ก่อน

“หาตั๋วไปอเมริกาแบบด่วนที่สุด ผมจะพาคุณไปเที่ยวฟลอริดาคุณตุลา”

ตุลารับคำก่อนค้อมกายแล้วล่าถอยออกไป

คล้อยหลังเลขานุการจากไปได้ไม่นาน คนที่นั่งบนเก้าอี้ประธานจึงถอนหายใจทิ้งแรง ๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ท่านก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องแก้ไขส่วนไหนก่อน ตัวเอง คุณหญิงวารี หรือว่า… มาวิน

ตั้งแต่บิดามารดาเลิกรากันแบบไม่ค่อยดีเท่าไร มาวินก็เหมือนจะเปลี่ยนไป จากเด็กที่ร่าเริงสดใสกลับกลายเป็นเพียงคนสวมหน้ากากรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา นั่นมันเริ่มตอนไหน คุณเตชินครุ่นคิดแล้วหลับตาแน่น เพราะ…

ท่านจำไม่ได้… ว่าครั้งสุดท้ายที่ใส่ใจบุตรชายมันเมื่อไหร่กัน

ตั้งแต่เลิกกับแม่ของลูกไป อดีตพ่อตาก็คัดค้านการพบกันอีก คุณหญิงวารีเสียใจจนหอบความเจ็บปวดไปพักใจที่อิตาลี และที่นั่นท่านก็ให้กำเนิดวาคิน ทว่าเมื่อถูกเรียกตัวกลับมาอีกครั้ง เด็กน้อยที่เพิ่งถือกำเนิดกลับไม่ได้ถูกพามาด้วย เรื่องราวเหล่านี้อยู่ในสายตาของอดีตสามีเช่นท่านมาตลอด หากคุณเตชินเลือกจะเงียบ กลบฝังอดีตกับความรู้สึกทุกอย่างไว้กับความหลัง ย้ายตัวเองไปทำไร่ทำสวนยังจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเพียงลำพัง

ทุกครั้งที่มีคนทวงถามหาสาเหตุของการเลิกรากัน ท่านจะบ่ายเบี่ยง แม้กระทั่งคำถามนั้นจะมาจากมาวินก็ตาม

หากต่อมาเมื่อเวลาผันผ่าน หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แม้กระทั่งบุตรชายคนเดียว คุณเตชินก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น ท่านกำลังนำความรู้สึกเจ็บแค้น ทุกข์ตรมในอดีตสร้างบาดแผลฉกรรจ์ไว้ในหัวใจของลูกโดยไม่รู้ตัว และไม่ใช่เพียงท่านเท่านั้น แต่คุณหญิงวารีเองเช่นกัน

“ถ้าพ่อเล่าให้เจ้าฟัง เจ้าจะเป็นยังไงวิน ดีขึ้นหรือเลวลง…”

ชายสูงวัยถอนหายใจอีกครั้ง ปล่อยให้หยดน้ำที่เอ่อคลอข้างในหน่วยตารินรดสองข้างแก้มสาก หยดแล้วหยดเล่าอย่างเศร้าเสียใจ

มาวินไม่ควรรู้…

ไม่ควรรู้เลยจริง ๆ ว่ามารดาของแกทรยศบิดาเช่นไร…

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ 

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด 

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ

รัก... เอริณ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (100%)

    (ต่อ) ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกตอนเช้ามืดเสียงดังกว่าปกติ มาวินจึงสะดุ้งตื่น เห็นใบหน้าคุ้นตาในความสลัวราง ใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยจึงค่อยๆ ระบายยิ้มกว้าง เลื่อนกระจกลงทันที “หนูอัยย์” อัยรินหยัดกายขึ้นยืน ถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ย “เข้าไปนอนข้างในเถอะค่ะ” ชายหนุ่มผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปนอนในบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว เบิกตาโต แต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้นอีก “อะ เอ่อ ให้พี่เข้าไปนอนในบ้านเหรอครับ” เห็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจเกินกว่าเหตุก็อยากจะถอนหายใจ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (50%) รีไรท์

    บทที่33 “ฉันก็แค่อยากหาโอกาสได้อยู่กับลูกกับเมีย” ตอนแรกคริสยังนึกสงสัยกับคำพูดเศร้าสร้อยของเจ้านาย ทว่าหลังจากขนกระเป๋าข้าวของขึ้นหลังรถแล้วขับออกมาจากโรงแรมทันที โดยไม่รอให้ถึงเช้า จอดเทียบที่รั้วข้างบ้านของอัยรินอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายจะเห็นเช่นเคยอีก หนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าจึงค่อยๆ กระจ่างใจ “ก็คือมาขอที่นอนแบบไม่เอ่ยบอก แต่แสดงออกอย่างชัดเจน?” มาวินไม่ได้ตอบ เพียงกระแอมในลำคอ เสหลบสายตาด้วยการเหม่อออกไปนอกกระจกรถ เห็นบ้านหลังน้อยของอัยรินกับลูกอยู่เพียงระยะสายตา จึงถอนหายใจแผ่วเบา คิดถึงอุ้งมือน้อยๆ ของมิลินทรา สายตาเยือกเย็น แต่แฝงเร้นความคุ้นเคยของอัยรินแล้วถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง ก่

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (100%)

    (ต่อ) “งั้นวันนี้พี่กลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้บ่ายๆ พี่เข้ามา จะได้ไม่รบกวนหนูอัยย์” อัยรินพยักหน้าตอบ ใบหน้ายังไม่มีรอยยิ้มแย้มสดใสเช่นวันวาน แต่แววตาไม่กร้าวกระด้างห่างเหินนักแล้ว หากคำตอบก็ยังสั้นกระชับเหมือนเดิม “ค่ะ” มาวินไม่ได้ว่าอะไร เพียงยิ้มกว้างขึ้น หันไปมองใบหน้ากลม เอื้อมมือไปลูบแก้มอิ่มเบาๆ แล้วเอ่ยลาเจ้าตัวน้อยด้วย “วันนี้ปะป๊ากลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ปะป๊ามาหาใหม่” คราวนี้ไม่รู้มิลินทราเข้าใจหรือไม่อีกเช่นเคย แต่เจ้าตัวเล็กก็ลุกจากม้าเด้งดึ๋ง เดินเตาะแตะเข้ามา สวมกอดบิดาเต็มรัก

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (50%)

    บทที่32ปะปะของมิลิน ไม่ว่าสุดท้ายในใจของอัยรินจะสะใจหรือประทับใจ หญิงสาวก็ยังคงเดินเข้าบ้าน มองอดีตสามีเตรียมมื้อเย็น ตั้งโต๊ะ ทั้งยังช่วยขนข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดเข้าไว้ในตู้เย็นอย่างขมีขมัน หญิงสาวทอดถอนหายใจ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด มาวินในฉบับ ‘คนดี’ ดูไม่ค่อยคุ้นเคยอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเดินเข้าไปช่วยเขาแกะถุงกับข้าวใส่ถ้วย ตักข้าวจากหม้อใส่จาน รวมถึงเตรียมโต๊ะกินข้าวของมิลินทรา ก่อนหันไปบอกคริสให้พาลูกสาวมานั่งรอ “คุณคริสพามิลินมานั่งรอก่อนนะคะ” กล่าวพลางกางโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ พลางเดินกลับเข้าครัวไปยกกับข้าวออกมาวาง คริสเห็นสองคน ‘สามีภรรยา’ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (100%)

    (ต่อ) “กลับมาแล้วเหรอ” อัยรินพยักหน้าตอบ ก่อนหันไปมองบุตรสาว จากนั้นเหลือบมองเจ้าสี่ขาที่กำลังนั่งนิ่งข้างขาของมาวิน เห็นชัดว่าชายหนุ่มทำหน้าที่บิดาได้ดีพอสมควร นอกจากจะปลอบลูกได้ ยังทำให้เจ้ามอมแมมเชื่อฟังได้อีกด้วย หากแต่หญิงสาวไม่ได้เอ่ยความคิดในใจ เพียงเหลือบตาขึ้นมองอดีตสามี เห็นเขายังอุ้มลูกอยู่คาอกก็นึกรู้ว่าน่าจะใกล้ได้เวลากินข้าวเย็นของลูกสาวก็เลยถือโอกาสออกไปซื้อกับข้าวอีกครั้ง “ถ้ามิลินไม่งอแงแล้ว ฉันขอออกไปซื้อกับข้าวหน่อยนะคะ” มาวินชะงัก เม้มปากเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยังพยักหน้าตกลง “ได้” ครุ่นคิดอีกครู่ใหญ่จึงอ้อมแอ้มเอ่ยถามออกไปเสียงเบา “เอ่อ พะ พี่ขอฝากท้องไว้อีกสักคนสองคนได้ไหมครับ” &nbs

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (50%)

    บทที่31 มาวินไม่รู้หรอกว่าในอนาคตสถานะของเขาจะเป็นเช่นไร หากแต่วันนี้เขารู้เพียงว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีสติที่สุด และจะไม่ยอมให้ตัวเองทำร้ายอัยรินกับลูกอีก ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าอัยรินต้องการออกไปดูร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอ โดยจะให้เขากับคริสอยู่ดูแลลูกจนกว่าจะตื่น มาวินจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ กระนั้นตอนที่หญิงสาวกำลังจะขับรถจักรยานยนต์คู่ใจของเธอออกไป เขาก็ยังเผลอเอ่ยปากรั้งเอาไว้เสียงเบา “หนะ หนูอัยย์” อัยรินชะงัก ผินหน้ากลับมาพร้อมถอนหายใจตอบ “เดี๋ยวก็กลับค่ะ ถ้าลูกตื่นก็พาเล่นหรืออาบน้ำก็ได้ค่ะ จะได้สดชื่น” กล่าวจบก็ควบขี่จักรยานยนต์ขาวแดงคันนั้นจากไปทันที มาวินกับคริสยืนมองส่งจนเงาหลังร่างบอบบางลับสายตาจึงหันกลับมาสบตากัน

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 22 รอยร้าว (50%)

    บทที่22รอยร้าว“หรือคุณอัยย์จะท้อง!”

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 14 ตั้งสติ (50%)

    บทที่14ตั้งสติ“คุณ… ทำบ้าอะไร!”

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 1 อัยริน (50%)

    บทที่1อัยริน“ไป!”เสียงแหบพร่าไล่ส่งพร้อมผลักแผ่นหลังเล็กให้เดินเซไปข้างหน้าดวงตากลมโตบวมเป่ง ตาขาวมีเส้นเลือดฝอยสีแดงกระจัดกระจาย รอบดวงตามีรอยเขียวช้ำ หลายแ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทนำ

    บทนำ“วินลูก” เสียงเรียกชื่อบุตรชายคนโตเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ เมื่อร่างสูงโปร่งถูกแบกเข้ามาในสภาพเมามายพร้อมผู้หญิงขนาบข้างซ้ายขวา คนรับใช้ผู้ชายเดินเข้ามารับร่างของมาวินไปพยุงไว้ คุณหญิงวารีไม่สนใจผู้หญิงที่แบกบุตรชายมาแม้กระทั่งหางตา ท่านส่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status