Share

บทที่ 4 ลูกรัก (50%)

last update publish date: 2026-05-23 19:00:52

บทที่ 4 ลูกรัก

กริ๊ง

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังถี่รัวทำให้คนที่นอนหลับสนิทต้องกระเด้งตัวลุกจากโซฟา กวาดสายตามองหาคนสนิทอย่างหัวเสีย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนคริสไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน มาวินพ่นลมหายใจออกทางปาก ย่ำเท้าเดินไปเปิดประตูด้วยสภาพเพิ่งตื่นนอน บนร่างสวมเพียงกางเกงนอนตัวยาวสีเทาเข้ม อกเปลือยเปล่า พลางครุ่นคิดอย่างแปลกใจกับการมาของแขกที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร

แอ๊ด

บานประตูสีขาวบานกว้างเปิดแง้มออกได้เพียงครึ่ง ก็ถูกแรงมหาศาลผลักจนร่างของคนเพิ่งตื่นนอนทานแรงไม่ไหว เซกลับไปด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว

ปัง!

บานประตูที่เพิ่งแง้มเปิดถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรง พร้อมร่างกองหนึ่งถลาลงมาฟุบตัวอยู่ข้างหน้า จากสภาพคลุกฝุ่นยังพอมองออกว่าเป็นใคร

“ไอ้คริส!” ชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ยังตั้งสติได้ไม่เต็มที่ถลาเข้าไปหาคนสนิทของตน ทว่าขาที่กำลังก้าวออกไปข้างหน้าชะงักกึก เมื่อดวงตาคู่คมเหลือบเห็นใบหน้าของคนมาใหม่แสนคุ้นตา

ดวงตาคมกล้าไหวระริก ก่อนหลุบต่ำเมื่อเจ้าของร่างนั้นก้าวเข้ามาประชิด

“จะไม่ทักทายพ่อหน่อยหรือมาวิน การอยู่เมืองนอกนานทำให้แกหลงลืมมารยาทอันดีของไทยแล้วหรือ”

ร่างสูงอวบ ภูมิฐานขยับเดินเข้ามาใกล้ ข้ามร่างที่นอนสลบไสลของคริสไปอย่างไม่แยแส ดวงตาเอื้ออาทรเป็นนิตย์เรืองรองยามมองบุตรชายคนเดียวเขม็ง

“มาวิน” ท่านส่งเสียงเรียกเข้มขรึม ใบหน้าจริงจังยามทอดสายตามองไปรอบบ้านอย่างพิจารณา

“อยู่ที่นี่สุขสบายมากสินะ” นี่ไม่นับเป็นคำถาม เพราะดวงตายามเอ่ยคำว่า ‘สุขสบาย’ ทอประกายวาวโรจน์อย่างชัดเจน ก่อนมุมปากข้างซ้ายจะขยับยกขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็น

มาวินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียวสันหลังจนกระทั่งควานหาเสียงตนเองไม่เจอ ตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตากับผู้ให้กำเนิด ความหวาดกลัวในทีท่า ‘ราชสีห์’ ของบิดาโถมทับจนความบ้าระห่ำที่มีมาเกือบสองปีกระจัดกระจายไปรอบด้าน

“คะ คุณพ่อ”

“อ้อ” เสียงตอบรับฟังดูขี้เล่น หากประกายตาของคนพูดกลับวาววับราวราชสีห์จะขย้ำเหยื่อ หัวเราะลงคออย่างขบขันพลางเดินเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า

“ฉันดีใจที่ลูกชายยังจำตัวเองได้” ท้ายประโยคมาวินได้ยินเสียงแค่นหัวเราะเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะเลือนหาย

“คุณตุลาขอเวลาให้ผมกับลูกหน่อย” ตุลาค้อมศีรษะลง หันไปสั่งงานลูกน้องคนอื่นไม่กี่คำก็แยกย้ายกันไป

เหลือทิ้งไว้เพียงสองพ่อลูกที่ประจันหน้ากันกับร่างหนึ่งร่างที่นอนฟุบหมดสติอยู่บนพื้นไม่ไกลกันนัก

มาวินสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่บิดา ‘ออกคำสั่ง’ โดยไม่ถามความสมัครใจของเขา อีกทั้งแววตาที่ทอดมองมายังผิดหวังจนเขาปวดร้าวไปทั้งใจ แม้จะรู้ดีว่าเหตุที่บิดาเป็นเช่นนี้เกิดจากอะไรก็ตาม

“พะ พ่อ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา เรียกบิดาด้วยหลากหลายความรู้สึกที่ประเดประดังสาดซัดเข้ามา อยากถลาเข้าไปกอด อยากเล่าเรื่องความทุกข์ใจของตนให้ท่านฟัง อยากร้องไห้เหมือนสมัยเด็กในอ้อมอกอุ่นของท่าน

ทว่า…

“สนุกมากไหมกับการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงที่ทำอยู่ตอนนี้”

ท่านไม่ทวงถามว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนไปกลายเป็นคนเลวร้ายได้ขนาดนี้ แต่กลับทวงถามอย่างประชดประชันถึงความสนุกสนานในการใช้ชีวิตที่นี่

มาวินแค่นยิ้ม หัวเราะลงคออย่างขมขื่น

ไม่ว่าใครก็ไม่เคยถามเลยว่าเขารู้สึกเช่นไร เหงา โดดเดี่ยว และทุกข์ตรมแค่ไหนกับการใช้ชีวิตที่ทุกคนขีดเส้นจัดวางไว้ให้ กระทั่งยื่นแขนออกไปนอกกรอบได้เพียงชั่วครู่ก็ถูกดึงกลับมา

ทุกอย่างที่ทำลงไป ทั้งเรื่องฉาวโฉ่ต่าง ๆ ที่สร้างมาล้วนเพราะต้องการ ‘เรียกร้องความสนใจ’ ทั้งนั้น

มันอาจฟังเหมือนเป็นเด็ก และใช่ เขาเป็นเด็กไม่รู้จักโตที่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัว

แม้จะใช้ชีวิตที่นี่มาเกือบสองปี มารดาบินมาหาเพียงสองครั้ง นอกจากนั้นก็ไม่เคยแม้กระทั่งโทรศัพท์มา ส่วนบิดาได้ยินว่ายอมมาช่วยเหลือเลิศวรานนท์เพราะคำขอร้องของวาคิน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าเขาเคยไปเว้าวอนหลายต่อหลายครั้ง แต่ท่านก็ปฏิเสธเรื่อยมา ความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ก่อตัวทีละขั้นจนทับถมเป็นเนินสูง แล้วถล่มลงมา

“ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมเหงาไหม”

“ฮึ” เสียงหัวเราะขึ้นจมูกดังเบา ๆ พร้อมดวงตากร้าวกระด้างตวัดมอง “แกน่ะหรือเหงา ได้ยินว่าคั่วผู้หญิงไม่เลือก เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมยังกล้าจัดการคนของตุลาจนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ในโรงพยาบาลอีก”

น้ำเสียงช่วงท้ายเผลอตวาดออกไปเสียงดัง

“เป็นเด็กไม่รู้จักโตหรือมาวิน อายุก็มากกว่าน้องตั้งหกเจ็ดปี แต่ความคิดความอ่านเทียบวาคินไม่ติดเลย ทั้ง ๆ ที่แกเกิดมาสมบูรณ์พร้อมกว่าน้องมาก ทั้งความรัก ทั้งศักดิ์ฐานะทางสังคม!”

สมบูรณ์พร้อมอย่างนั้นหรือ… ชายหนุ่มแค่หัวเราะในลำคอ

ไม่ว่าเรื่องอะไร เขาไม่มีวันสมบูรณ์พร้อมไปกว่าวาคินได้เลย อีกฝ่ายเติบโตมาพร้อมความรักจากบิดา แม้ขาดมารดา แต่ก็ยังได้รับความเมตตาจากคุณตา ในขณะที่เขาไม่ได้รับความรักหรือความเมตตาจากใครทั้งนั้น ยืนเพียงลำพังกับเส้นทางที่ทุกคนขีดให้ ไม่เคยมีแม้กระทั่งเพื่อนสนิท เพียงเพราะทุกคนกังวลว่าเพื่อนของเขาจะเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ ด้านการเรียน วาคินก็ยังเหนือกว่า อีกฝ่ายฉลาดเฉลียว เป็นอัจฉริยะ เมื่อเทียบกับคนเก่งธรรมดา ๆ เช่นเขา นิสัยใจคอแม้นิ่งเงียบ หากก็ยังมีคนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เสมอ ตรงกันข้ามกับเขา…

เขาไม่มีใครเลย ไม่มีเลยจริง ๆ สักคนเดียว

“ผมสมบูรณ์กว่าวาคินตรงไหนครับ”

คุณเตชินหันขวับไปมองใบหน้าของบุตรชาย จ้องเขม็งอย่างกรุ่นโกรธจนเห็นได้ชัด

“ก็เพราะแกไม่เคยมองเห็นมันไง ถึงได้ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้!” เสียงตวาดดังฟาดลงมาในหัวใจที่หนาวเหน็บให้ยิ่งปวกหนึบ

มาวินขบกรามแน่น กำมือที่แนบข้างลำตัวพร้อมก้มหน้าลง

อย่างไรสุดท้ายเขาก็ต้องทำตามคำสั่งของทุกคนเหมือนเดิม ต่อให้พยายามหลีกหนีคิดต่อต้านอย่างไรก็คงไร้ผล นั่นเพราะเขาคือทายาทคนเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายของเลิศวรานนท์ผู้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่บุตรนอกสมรสของคุณหญิงวารีหรือลูกพี่ลูกน้องสายเลือดห่างไกล

“แอลเอ็นกรุปรอแกอยู่นะวิน”

เพราะแอลเอ็นกรุปคือความรับผิดชอบของเขา…

ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ปรารถนามันสักนิด

มาวินข่มความรู้สึกข้างในซึ่งใกล้ทะลักออกมา กลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในอกทิ้งไป เงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มอบอุ่นที่มักทำเสมอให้บิดา

“พ่อเคยถามผมไหมว่าผมชอบอะไร ไม่ชอบอะไร”

เขาไม่ได้ถามหาคำตอบ แต่เขาถามให้ท่านขบคิด

“พ่อเคยคิดบ้างไหมว่าผมรู้สึกยังไงกับการเป็นตัวแทนของใครต่อใคร แบกรับหน้าที่ที่ไม่อยากได้ตั้งแต่แรก ถ้าผมรู้ว่าต้องเกิดมาเจอกับเรื่องมากมายแบบนี้ ผมคงไม่เกิดมาตั้งแต่แรกหรอก!”

“มาวิน!” คุณเตชินตวาดกร้าวออกไป พร้อมสะบัดฝ่ามือหนาเหี่ยวย่นแต่ยังหนักแน่นใส่ใบหน้าข้างซ้ายของบุตรชายเต็มแรง

เพียะ!

ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงปะทะ ข้างแก้มขวาร้าวระบม และเจ็บแสบ กลิ่นเลือดคาวคลุ้งพร้อมรสเค็มปร่าเทียบไม่ได้กับอกข้างซ้ายที่กำลังร้าวลึกจนยากจะรักษา

“ฮึ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเสียงขื่น หันใบหน้าที่ถูกตบจนแดงก่ำกลับมาเผชิญหน้ากับบิดา ส่งยิ้มเช่นที่มักทำเสมอยามต้องสวมหน้ากากให้ใครต่อใคร ที่ผ่านมาเขาไม่เคยยิ้มเช่นนี้ให้บิดา เพราะท่านคือความอบอุ่นสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ ทว่า… วันนี้คงไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

คุณเตชินขบกรามจนเป็นสันนูน กำมือที่เพิ่งสะบัดลงไปบนใบหน้าของบุตรชายแน่น ก่อนดึงกลับลงมาแนบข้างลำตัว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยามขยับริมฝีปากเอ่ย

“ตั้งใจเรียนให้จบ กลับไปจะได้แต่งงานกับหนูวินนี่เสียที”

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงใบหน้าที่ยิ้มแย้ม หากแววตาเย็นชาทอดมองมายังผู้ให้กำเนิด

คุณเตชินถอนหายใจออกมา ขยับก้าวเข้าไปหาบุตรชาย เอื้อมมือออกไปตั้งใจจะแตะเบา ๆ ตรงร่องรอยที่ท่านไม่ได้ตั้งใจทำร้ายชายหนุ่ม ทว่าร่างสูงที่ยืนเบื้องหน้ากลับถอยหลังห่างออกไปทันที

เป็นปฏิกิริยาต่อต้านที่บาดลึกลงไปในหัวใจของคนเป็นพ่ออย่างหนัก ความกรุ่นโกรธก่อนหน้าจางหายไปแล้ว หลงเหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นมาในหัวใจมากมายนัก

“วะ วิน พะ พ่อ”

พ่อขอโทษ…

ท่านยังไม่มีโอกาสเอ่ยขอโทษออกไปจนจบประโยคด้วยซ้ำ ริมฝีปากหนาของมาวินก็แย้มยิ้ม

“ผมเข้าใจแล้วครับ นั่นคงเป็นหน้าที่สำคัญของผมสินะ”

เสียงหัวเราะขมขื่นของบุตรชายราวมีดทื่อ ๆ ที่แทงลงมาในหัวใจของพ่อ

“วะ วิน”

มาวินไม่ได้มองสบตาของบิดาอีก เขาเบือนหน้าหนี ยิ้มกว้างขึ้น แล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันกลับมาเอ่ย

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะตั้งใจเรียน และกลับไปแต่งงานตามหน้าที่แน่นอน พ่อไม่ต้องกังวล”

กล่าวจบ ร่างสูงก็เดินตรงไปหาคนสนิทที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็พยุงร่างที่สูงใหญ่กว่าตนพอสมควรขึ้นยืน

“ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมขอตัว”

เขาพยุงร่างของคริสเดินแยกออกไปทันที ตรงไปยังห้องนอนของอีกฝ่ายโดยไม่หันกลับไปมองคนที่ยืนมองส่งเบื้องหลังอีกเลย

กำแพงความรู้สึกระหว่างสองพ่อลูกขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว จากความเหินห่างเพียงเล็กน้อยได้กลายเป็นเส้นขนานกว้างไกลในที่สุด ไม่รู้ว่ามาวินสร้างขึ้นมาหรือว่าเป็นท่านเองที่ก่อมันกับมือ…

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ 

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด 

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ

รัก... เอริณ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (100%)

    (ต่อ) ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกตอนเช้ามืดเสียงดังกว่าปกติ มาวินจึงสะดุ้งตื่น เห็นใบหน้าคุ้นตาในความสลัวราง ใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยจึงค่อยๆ ระบายยิ้มกว้าง เลื่อนกระจกลงทันที “หนูอัยย์” อัยรินหยัดกายขึ้นยืน ถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ย “เข้าไปนอนข้างในเถอะค่ะ” ชายหนุ่มผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปนอนในบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว เบิกตาโต แต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้นอีก “อะ เอ่อ ให้พี่เข้าไปนอนในบ้านเหรอครับ” เห็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจเกินกว่าเหตุก็อยากจะถอนหายใจ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (50%) รีไรท์

    บทที่33 “ฉันก็แค่อยากหาโอกาสได้อยู่กับลูกกับเมีย” ตอนแรกคริสยังนึกสงสัยกับคำพูดเศร้าสร้อยของเจ้านาย ทว่าหลังจากขนกระเป๋าข้าวของขึ้นหลังรถแล้วขับออกมาจากโรงแรมทันที โดยไม่รอให้ถึงเช้า จอดเทียบที่รั้วข้างบ้านของอัยรินอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายจะเห็นเช่นเคยอีก หนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าจึงค่อยๆ กระจ่างใจ “ก็คือมาขอที่นอนแบบไม่เอ่ยบอก แต่แสดงออกอย่างชัดเจน?” มาวินไม่ได้ตอบ เพียงกระแอมในลำคอ เสหลบสายตาด้วยการเหม่อออกไปนอกกระจกรถ เห็นบ้านหลังน้อยของอัยรินกับลูกอยู่เพียงระยะสายตา จึงถอนหายใจแผ่วเบา คิดถึงอุ้งมือน้อยๆ ของมิลินทรา สายตาเยือกเย็น แต่แฝงเร้นความคุ้นเคยของอัยรินแล้วถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง ก่

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (100%)

    (ต่อ) “งั้นวันนี้พี่กลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้บ่ายๆ พี่เข้ามา จะได้ไม่รบกวนหนูอัยย์” อัยรินพยักหน้าตอบ ใบหน้ายังไม่มีรอยยิ้มแย้มสดใสเช่นวันวาน แต่แววตาไม่กร้าวกระด้างห่างเหินนักแล้ว หากคำตอบก็ยังสั้นกระชับเหมือนเดิม “ค่ะ” มาวินไม่ได้ว่าอะไร เพียงยิ้มกว้างขึ้น หันไปมองใบหน้ากลม เอื้อมมือไปลูบแก้มอิ่มเบาๆ แล้วเอ่ยลาเจ้าตัวน้อยด้วย “วันนี้ปะป๊ากลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ปะป๊ามาหาใหม่” คราวนี้ไม่รู้มิลินทราเข้าใจหรือไม่อีกเช่นเคย แต่เจ้าตัวเล็กก็ลุกจากม้าเด้งดึ๋ง เดินเตาะแตะเข้ามา สวมกอดบิดาเต็มรัก

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (50%)

    บทที่32ปะปะของมิลิน ไม่ว่าสุดท้ายในใจของอัยรินจะสะใจหรือประทับใจ หญิงสาวก็ยังคงเดินเข้าบ้าน มองอดีตสามีเตรียมมื้อเย็น ตั้งโต๊ะ ทั้งยังช่วยขนข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดเข้าไว้ในตู้เย็นอย่างขมีขมัน หญิงสาวทอดถอนหายใจ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด มาวินในฉบับ ‘คนดี’ ดูไม่ค่อยคุ้นเคยอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเดินเข้าไปช่วยเขาแกะถุงกับข้าวใส่ถ้วย ตักข้าวจากหม้อใส่จาน รวมถึงเตรียมโต๊ะกินข้าวของมิลินทรา ก่อนหันไปบอกคริสให้พาลูกสาวมานั่งรอ “คุณคริสพามิลินมานั่งรอก่อนนะคะ” กล่าวพลางกางโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ พลางเดินกลับเข้าครัวไปยกกับข้าวออกมาวาง คริสเห็นสองคน ‘สามีภรรยา’ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (100%)

    (ต่อ) “กลับมาแล้วเหรอ” อัยรินพยักหน้าตอบ ก่อนหันไปมองบุตรสาว จากนั้นเหลือบมองเจ้าสี่ขาที่กำลังนั่งนิ่งข้างขาของมาวิน เห็นชัดว่าชายหนุ่มทำหน้าที่บิดาได้ดีพอสมควร นอกจากจะปลอบลูกได้ ยังทำให้เจ้ามอมแมมเชื่อฟังได้อีกด้วย หากแต่หญิงสาวไม่ได้เอ่ยความคิดในใจ เพียงเหลือบตาขึ้นมองอดีตสามี เห็นเขายังอุ้มลูกอยู่คาอกก็นึกรู้ว่าน่าจะใกล้ได้เวลากินข้าวเย็นของลูกสาวก็เลยถือโอกาสออกไปซื้อกับข้าวอีกครั้ง “ถ้ามิลินไม่งอแงแล้ว ฉันขอออกไปซื้อกับข้าวหน่อยนะคะ” มาวินชะงัก เม้มปากเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยังพยักหน้าตกลง “ได้” ครุ่นคิดอีกครู่ใหญ่จึงอ้อมแอ้มเอ่ยถามออกไปเสียงเบา “เอ่อ พะ พี่ขอฝากท้องไว้อีกสักคนสองคนได้ไหมครับ” &nbs

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (50%)

    บทที่31 มาวินไม่รู้หรอกว่าในอนาคตสถานะของเขาจะเป็นเช่นไร หากแต่วันนี้เขารู้เพียงว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีสติที่สุด และจะไม่ยอมให้ตัวเองทำร้ายอัยรินกับลูกอีก ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าอัยรินต้องการออกไปดูร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอ โดยจะให้เขากับคริสอยู่ดูแลลูกจนกว่าจะตื่น มาวินจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ กระนั้นตอนที่หญิงสาวกำลังจะขับรถจักรยานยนต์คู่ใจของเธอออกไป เขาก็ยังเผลอเอ่ยปากรั้งเอาไว้เสียงเบา “หนะ หนูอัยย์” อัยรินชะงัก ผินหน้ากลับมาพร้อมถอนหายใจตอบ “เดี๋ยวก็กลับค่ะ ถ้าลูกตื่นก็พาเล่นหรืออาบน้ำก็ได้ค่ะ จะได้สดชื่น” กล่าวจบก็ควบขี่จักรยานยนต์ขาวแดงคันนั้นจากไปทันที มาวินกับคริสยืนมองส่งจนเงาหลังร่างบอบบางลับสายตาจึงหันกลับมาสบตากัน

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 22 รอยร้าว (50%)

    บทที่22รอยร้าว“หรือคุณอัยย์จะท้อง!”

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 14 ตั้งสติ (50%)

    บทที่14ตั้งสติ“คุณ… ทำบ้าอะไร!”

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 10 กลายร่าง (100%)

    (ต่อ)“พี่กลอยเป็นคนดี” อัยรินบอกอย่างสัตย์จริง ตั้งแต่ได้รับรู้ความยากลำบากของพี่สาวคนนั้น ชีวิตในวันวานของเธอกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที เมื่อสมัยเด็กเธอท

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 9 วิวาห์ล่ม (50%)

    บทที่9วิวาห์ล่ม“ขอโทษ…”โน้ตสั้นๆ ที่บรรจงเขียนด้วยลายมือถูกวางลงบนชุดเจ้าบ่าวบนเตียง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status