Share

บทที่ 4 ลูกรัก (100%)

Penulis: เอริณ
last update Tanggal publikasi: 2026-05-24 19:30:22

(ต่อ)

กำแพงความรู้สึกระหว่างสองพ่อลูกขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว จากความเหินห่างเพียงเล็กน้อยได้กลายเป็นเส้นขนานกว้างไกลในที่สุด ไม่รู้ว่ามาวินสร้างขึ้นมาหรือว่าเป็นท่านเองที่ก่อมันกับมือ…

คุณเตชินมองส่งกระทั่งบานประตูห้องห้องหนึ่งปิดสนิทนานแล้ว จึงก้มหน้าหมุนตัวเดินจากมา…

ทันทีที่วางร่างของคนสนิทลงบนเตียง ร่างสูงก็ทรุดฮวบลงบนพื้น คุกเข่า กำมือวางบนตักแล้วปล่อยโฮออกมาในที่สุด เจ็บแค้น ปวดใจจนไม่อาจสรรหาคำบรรยายในความรู้สึกออกมาได้หมด

เขาอึดอัดจนจุกแน่นในอก หัวใจที่เต้นอยู่ปวดแสบจนแผลเก่าที่แห้งกรังเหวอะหวะอักเสบรุนแรง

“พ่อเคยเข้าใจผมบ้างไหม” เขาเค้นเสียงเอ่ยแผ่วเบา หากดังพอให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนใบหน้าแตกยับบนเตียงได้ยิน

คริสขบกรามกรอด กระเสือกกระสนพาร่างสะบักสะบอมของตนลงมาทิ้งกายเคียงข้างผู้เป็นนายเงียบ ๆ ไม่ได้ปลอบโยน เพราะไม่รู้จะพูดอะไร ตั้งแต่ได้ยินสิ่งที่ออกจากปากของคนเป็นพ่อ ชายหนุ่มต่างชาติก็นึกดีใจที่ตนเองเป็นเด็กกำพร้า เขาใช้นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองผู้เป็นนายนิ่งนานทั้งสงสาร เวทนา และเคียดแค้นแทนจนต้องกำมือที่กุมท้องตนเองแน่น แม้ไม่รู้จะปลอบด้วยคำพูดใด แต่กายสูงใหญ่ก็ไม่ได้ผละจากไปไหนทั้งนั้น

เนิ่นนานกว่าเสียงสะอื้นจะเงียบลง ร่างกายที่ลู่ไหวค่อย ๆ ขยับเขยื้อนเล็กน้อย

“วิน” เสียงเรียกชื่อเล่นของเขาเป็นภาษาไทยแปร่ง ๆ ส่งผลให้มาวินเงยหน้าขึ้นมอง เห็นวงหน้าสะบักสะบอมของคนสนิทแล้วถอนหายใจหนัก ๆ เช็ดน้ำตาที่อาบแก้มตนเองแล้วผละลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปประคองร่างที่สูงใหญ่กว่าตนกลับขึ้นไปนั่งบนเตียง

“รอนี่จะไปหายามาทาให้”

คนพูดเอ่ยห้วน ๆ ตามปกติแล้วจากไป เสียงบานประตูห้องนอนของคริสปิดลง เจ้าของห้องจึงถอนหายใจบ้าง

มือที่วางข้างลำตัวกำแน่น นัยน์ตาสีฟ้าวาวโรจน์ ขบกรามจนเป็นสันนูนยามคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

“นี่คนนี้หรือ”

“ครับ”

เขาได้ยินเพียงเท่านี้ก็ไม่มีสติพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ฝ่ามือฝ่าเท้าของคนมากกว่าสิบรุมล้อมเข้ามา แม้จะมีวิชาต่อสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเจอคนมากกว่ารุมยำก็เหมือนหมาจนตรอกที่ถูกตัดแขนตัดขา

สุดท้ายก็นอนนิ่งให้ร่างกายถูกรุมสกรัมจนแตกยับ แทบมองไม่ออกว่าตัวเองเป็นใคร

ดวงตาสีฟ้านอนคว่ำหน้านิ่งมองสายน้ำกระเซ็นจากแอ่งน้ำเล็ก ๆ เบื้องหน้ายามฝีเท้าของคนมากมายเหยียบย่ำลงมา ก่อนหน้านี้ฝนหน้าหนาวโปรยปรายลงมาทำให้อากาศยิ่งเย็นลง ทว่าไม่เย็นเยือกเท่าหัวใจของร่างที่นอนสะบักสะบอมบนพื้น

เขาไม่ได้คิดถึงตนเอง หากคิดถึง… นายของตน

มาวินชุบชีวิตกากเดนเช่นเขาขึ้นมาจากโคลนตม มอบอนาคตให้ แม้จะเรียกไว้ใช้งานข้างกายไม่ห่างไปไหนราวขี้ข้า แต่คริสกลับเทิดทูนผู้ชายที่อายุมากกว่าตนหนึ่งปีมากกว่าสิ่งใด เพราะถ้าไม่มีมาวิน คืนนั้นเขาก็คงตายไปแล้ว

ทว่าความคิดของชายหนุ่มหยุดลง เมื่อชื่อของเจ้านายดังขึ้นมาจากคนที่ยืนมองมาไม่ไกลกันนัก

“เจ้าวินมันหาคนได้ดี”

ใบหน้าที่แตกยับค่อย ๆ ขยับขึ้นมอง เห็นดวงหน้าภูมิฐาน แววตาใจดี ละม้ายคล้ายมาวินก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย

“พาตัวมันกลับไป ฉันจะทำให้เจ้าวินมันรู้ว่าเวลาพ่อเอาจริง มันเป็นยังไง!”

ที่แท้กระทืบเขาก็เพื่อข่มขู่มาวินนี่เอง หนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าขบกรามแน่น เจ็บแค้นใจจนแทบขบกรามแตกละเอียด ในใจภาวนาให้ตนเองไม่มีผลต่อความรู้สึกของนายนัก ให้มาวินมองเขาเป็นเพียงขี้ข้าน่าจะดีกว่า

เขารับรู้มาตลอดว่ามาวินทุกข์ใจเรื่องที่บ้าน มีอะไรข้างในใจมาตลอด หากไม่ยอมบอกใคร แม้จะทำตัวเกเร มั่วผู้หญิงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอย่างที่ข่าวประโคมออกไป เพราะส่วนใหญ่มาวินจะใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปเอง เขาไม่รู้เหตุผลนัก แต่พอได้พบบิดาของอีกฝ่ายก็ค่อย ๆ เข้าใจ

ที่ผ่านมาเพื่อนคนเดียวของเขาพบเจอสิ่งใดที่เมืองไทยมากันแน่ เขาจินตนาการไม่ออกเลย

คนที่เหมือนจะสมบูรณ์พร้อมทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ กลับมีหลายอย่างให้ต้องแบกรับ เขาอยากถาม อยากช่วยนายแบ่งเบา เพราะมองออกว่าตนเองคงมีน้ำหนักในใจนายไม่มากก็น้อย ถ้ามาวินเห็นเขาเป็นเพียงลูกน้องจริง ๆ มันคงไม่แบกหิ้วคนไร้ประโยชน์กลับมาส่งที่ห้องนอนแบบนี้แน่

คริสไม่อาจคิดแทนนายของตนได้อีก ทำได้เพียงถอนหายใจหนัก ๆ มองตามเส้นทางของคนที่เพิ่งเดินออกไป แล้วสาบานกับตนเอง

“ไม่เป็นไรวิน ฉันจะอยู่กับนายเอง”

เห็นได้ชัดว่ามาวินไม่มีใครเคียงข้างเลย นอกจากเขา แต่ไม่เป็นไร แม้ในสายตาของอีกฝ่ายเขาจะเป็นเพียงลูกไล่หรือขี้ข้าก็ตาม หากในความรู้สึกของเขา มาวินคือเจ้าของชีวิต คือพระเจ้าดี ๆ นี่เอง

เพราะหากไม่มีอีกฝ่ายช่วยยื้อชีวิต คืนที่เขาถูกทำร้ายสาหัสคืนนั้น เขาคงตายไปแล้วจริง ๆ

ในขณะที่คริสเทิดทูนมาวิน และหาทางช่วยเหลือเพื่อนคนเดียวของตน คนที่อีกฝ่ายกำลังพยายามช่วยกลับเอาแต่นั่งมองมือตนเอง ยามกำมือเข้ากันทั้งสองข้างมันกลับสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่

เขากัดฟัน กำมือเข้ากันแล้วเชิดหน้าขึ้นสูง ข่มความรู้สึกในใจให้สงบลง ก่อนลุกขึ้นเดินไปหยิบขวดยาจากลิ้นชักในห้องครัวออกมา เทยาสองเม็ดลงบนฝ่ามือแล้วยัดใส่ปากกรอกน้ำตามลงไปอึกใหญ่จึงผ่อนลมหายใจออกทางปาก

ตั้งแต่ ‘คืนนั้น’ เขาก็มีอาการประหลาด เขาไม่ได้บอกใคร แต่เรียกมันว่าความหวาดกลัว ทั้งที่จริงแล้วมันคือโฟเบียหรือโรคกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินกว่าเหตุ

มาวินไม่เคยเอ่ยถึงมัน ยามเขามีอาการกำเริบก็มักหยิบยาที่ได้จากจิตแพทย์ที่เข้ารับการรักษามากิน ไม่ได้โวยวายเรียกร้องให้ใครต้องสนใจนัก ทว่าอาการของเขาไม่ได้กำเริบมานานมากแล้ว นับตั้งแต่… มาวินนึกย้อนไปถึงครั้งสุดท้ายที่เขามีอาการกำเริบคือคืนวันฝนตกคืนหนึ่งในช่วงสองปีก่อน ทว่าหลังจากมาที่อเมริกา เขาพบเจอผู้คน สถานที่ใหม่ ๆ ก็ไม่ได้มีอาการของโรคอีก หากแต่… วันนี้สิ่งกระตุ้นเดินเข้ามาหาพร้อมวาจาเชือดเฉือนจึงยากนักที่อาการซึ่งหายไปนานจะไม่กำเริบขึ้นมา

เขาเป็น ‘ลูกรัก’ ในสายตาใครต่อใคร แม้กระทั่งวาคิน

ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าเพราะ ‘ความรัก’ ของมารดาที่มากเกินไปส่งผลต่อชีวิตเขาเช่นไรบ้าง

ในขณะที่วาคินอิจฉาที่มารดารักใคร่ ห่วงใยเขามากที่สุด ตัวเขาเองกลับอิจฉาน้องชายต่างบิดาที่ได้รับความรัก และอ้อมกอดจากบิดามาโดยตลอด ใช้ชีวิตโดยมีความทรงจำงดงามบ้าง ไม่ต้องอยู่คนเดียวเพียงลำพัง หันซ้ายก็พบทัศนัย หันขวาก็มีครอบครัวจากฝั่งบิดาคอยหนุนหลัง

ทว่าเขากลับไม่มีใครเลย รอบข้างมีเพียงความว่างเปล่า คนเดียวที่เขาพอจะรู้สึกว่ายืนเคียงข้างเขามาโดยตลอดก็คือกลอยใจ หากแต่ท้ายที่สุดหญิงสาวก็ยังคงยืนห่างออกจากในระยะที่ไกลเกินเอื้อมโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายคนที่เขาคิดถึงเวลาทุกข์หนักจริง ๆ ก็ยังคงเป็นวาคิน… น้องชายคนเดียวของเขา ทว่าอีกฝ่ายก็สร้างเส้นกั้นบาง ๆ ขึ้นมาขัดขวางความสัมพันธ์ที่เขาพยายามก่ออยู่เสมอ

ท้ายที่สุดมาวินก็เหลือเพียงอ้อมกอดของตนเอง

บางครั้งเขาเกลียดตัวเอง เกลียดที่อ่อนแอ ยอมมารดาเสมอ ทว่าบางครั้งเขาก็เกลียดบิดามารดาพร้อม ๆ กัน เกลียดที่อดีตของท่านส่งผลต่อเขาเสมอมา เกลียดที่การเลิกลาของบิดามารดาเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เขาพร่ำโทษทุกคน เกลียดชีวิตที่ถูกขีดเส้นเอาไว้ และนามสกุล ‘เลิศวรานนท์’ จนกระทั่งหักใจใช้นามสกุลนั้นไม่ได้

นามสกุลสูงส่งที่ฉากหน้าเคลือบไว้อย่างแน่นหนา แต่ข้างในกลวงโบ๋ ไม่มีสิ่งใด แม้กระทั่งคำว่าความสุข

เขาอยากบอกน้องชายเหลือเกิน เล่าเรื่องความทุกข์ของตนให้น้องฟัง แต่เส้นกั้นบาง ๆ ที่วาคินสร้างนับวันยิ่งขยายใหญ่ จากแววตาราบเรียบที่ทอดมองมาค่อย ๆ กลายเป็นเย็นชาขึ้นทุกที

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด หยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วเก็บกระปุกยาซ่อนไว้ในส่วนลึกของลิ้นชักภายในห้องครัวตามเดิม แล้วกลับออกมาที่ห้องรับแขกตรงไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลในตู้ข้างหลังโซฟา แล้วกลับเข้าไปทำแผลให้คริสอย่างเงียบเชียบ ไม่เอ่ยถึงเรื่องใด ๆ ในวันนี้อีกเลย

หากทุกคนอยากให้เขาเดินตามเส้นที่ขีดเขียนไว้นัก เขาก็จะทำ…

5 ปีต่อมา

“ตามไปไม่ได้จริง ๆ เหรอ” เสียงถามเป็นภาษาไทยชัดเจนส่งผลให้มาวินต้องหันกลับไปมอง เผยรอยยิ้มน้อย ๆ ตามปกติเวลามองคนสนิทแล้วเอ่ย

“ยังก่อน”

พอได้คำตอบเดิมอีกครั้ง คอของคนสูงใหญ่ก็ตกลง แววตาหม่นแสงยามมองส่งเจ้านายซึ่งเป็นเพื่อนคนเดียวอย่างท้อถอย

มาวินลากกระเป๋าของตนเดินจากไป ทว่าเพียงก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา

คริสเลิกคิ้ว ยิ้มกว้างก่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้

“ให้ไปด้วยแล้วเหรอ”

หากชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ ปรับสีหน้าให้ราบเรียบแล้วเอ่ย

“ต่อไปนี้ย้ายไปอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ที่ซื้อให้ อย่ากลับไปที่บ้านอีก เข้าใจไหม”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของมาวิน แต่ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบหนุ่มอเมริกันขนานแท้ก็พยักรับ

“เข้าใจแล้ว”

มาวินเห็นอีกฝ่ายสีหน้าไม่ดีจึงขยับเข้าไปหา จับไหล่กว้างที่ห่อลงแล้วบีบแรง ๆ สองที

“ฉันไม่ได้ทิ้งนาย แต่ตอนนี้ยังกลับไปไม่ได้ รอให้ฉันเคลียร์ที่ทางแล้วจะส่งข่าวมา”

คริสไม่ใช่คนดื้อดึง หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายปีก็เข้าใจได้ว่าเพื่อนพ่วงสถานะเจ้านายมีอะไรให้ต้องแบกรับเยอะ

ทว่าสิ่งที่มาวินไม่ได้บอกยังมีอีกมาก และหนึ่งในนั้นก็คือคำสั่งของมารดา ท่านไม่ต้องการให้เขาพาคนสนิทชาวอเมริกาที่มีพื้นเพเป็นเพียงเด็กกำพร้าซึ่งเขาเก็บมาจากข้างผับกลับไปบ้านเลิศวรานนท์ด้วย

หากเป็นมาวินคนก่อนอาจเชื่อฟังในทุกอย่างที่มารดาออกคำสั่ง ทว่ามาวินในวันนี้เติบโตขึ้นมากแล้ว เขาไม่ได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเชื่อ และทำตามอย่างเดียว รู้จักหลบหลีกเป็นแล้ว

เขาไม่มีทางทิ้งเพื่อนคนเดียวที่มี หลายปีที่ผ่านมาสอนเขาหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือ… สุดท้ายยามไม่เหลือใคร เขามีเพียงมันคอยนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เสมอมา

“รอฉัน ไม่นานเราจะได้พบกัน”

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ 

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด 

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ

รัก... เอริณ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (100%)

    (ต่อ) ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกตอนเช้ามืดเสียงดังกว่าปกติ มาวินจึงสะดุ้งตื่น เห็นใบหน้าคุ้นตาในความสลัวราง ใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยจึงค่อยๆ ระบายยิ้มกว้าง เลื่อนกระจกลงทันที “หนูอัยย์” อัยรินหยัดกายขึ้นยืน ถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ย “เข้าไปนอนข้างในเถอะค่ะ” ชายหนุ่มผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าไปนอนในบ้านโดยไม่ทันตั้งตัว เบิกตาโต แต่รอยยิ้มกลับกว้างขึ้นอีก “อะ เอ่อ ให้พี่เข้าไปนอนในบ้านเหรอครับ” เห็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจเกินกว่าเหตุก็อยากจะถอนหายใจ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 33 อ่อนใจหรือ… ใจอ่อน (50%) รีไรท์

    บทที่33 “ฉันก็แค่อยากหาโอกาสได้อยู่กับลูกกับเมีย” ตอนแรกคริสยังนึกสงสัยกับคำพูดเศร้าสร้อยของเจ้านาย ทว่าหลังจากขนกระเป๋าข้าวของขึ้นหลังรถแล้วขับออกมาจากโรงแรมทันที โดยไม่รอให้ถึงเช้า จอดเทียบที่รั้วข้างบ้านของอัยรินอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายจะเห็นเช่นเคยอีก หนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าจึงค่อยๆ กระจ่างใจ “ก็คือมาขอที่นอนแบบไม่เอ่ยบอก แต่แสดงออกอย่างชัดเจน?” มาวินไม่ได้ตอบ เพียงกระแอมในลำคอ เสหลบสายตาด้วยการเหม่อออกไปนอกกระจกรถ เห็นบ้านหลังน้อยของอัยรินกับลูกอยู่เพียงระยะสายตา จึงถอนหายใจแผ่วเบา คิดถึงอุ้งมือน้อยๆ ของมิลินทรา สายตาเยือกเย็น แต่แฝงเร้นความคุ้นเคยของอัยรินแล้วถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง ก่

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (100%)

    (ต่อ) “งั้นวันนี้พี่กลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้บ่ายๆ พี่เข้ามา จะได้ไม่รบกวนหนูอัยย์” อัยรินพยักหน้าตอบ ใบหน้ายังไม่มีรอยยิ้มแย้มสดใสเช่นวันวาน แต่แววตาไม่กร้าวกระด้างห่างเหินนักแล้ว หากคำตอบก็ยังสั้นกระชับเหมือนเดิม “ค่ะ” มาวินไม่ได้ว่าอะไร เพียงยิ้มกว้างขึ้น หันไปมองใบหน้ากลม เอื้อมมือไปลูบแก้มอิ่มเบาๆ แล้วเอ่ยลาเจ้าตัวน้อยด้วย “วันนี้ปะป๊ากลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ปะป๊ามาหาใหม่” คราวนี้ไม่รู้มิลินทราเข้าใจหรือไม่อีกเช่นเคย แต่เจ้าตัวเล็กก็ลุกจากม้าเด้งดึ๋ง เดินเตาะแตะเข้ามา สวมกอดบิดาเต็มรัก

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 32 ปะปะของมิลิน (50%)

    บทที่32ปะปะของมิลิน ไม่ว่าสุดท้ายในใจของอัยรินจะสะใจหรือประทับใจ หญิงสาวก็ยังคงเดินเข้าบ้าน มองอดีตสามีเตรียมมื้อเย็น ตั้งโต๊ะ ทั้งยังช่วยขนข้าวของที่ซื้อมาจากตลาดเข้าไว้ในตู้เย็นอย่างขมีขมัน หญิงสาวทอดถอนหายใจ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด มาวินในฉบับ ‘คนดี’ ดูไม่ค่อยคุ้นเคยอย่างไรก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเดินเข้าไปช่วยเขาแกะถุงกับข้าวใส่ถ้วย ตักข้าวจากหม้อใส่จาน รวมถึงเตรียมโต๊ะกินข้าวของมิลินทรา ก่อนหันไปบอกคริสให้พาลูกสาวมานั่งรอ “คุณคริสพามิลินมานั่งรอก่อนนะคะ” กล่าวพลางกางโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ พลางเดินกลับเข้าครัวไปยกกับข้าวออกมาวาง คริสเห็นสองคน ‘สามีภรรยา’ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (100%)

    (ต่อ) “กลับมาแล้วเหรอ” อัยรินพยักหน้าตอบ ก่อนหันไปมองบุตรสาว จากนั้นเหลือบมองเจ้าสี่ขาที่กำลังนั่งนิ่งข้างขาของมาวิน เห็นชัดว่าชายหนุ่มทำหน้าที่บิดาได้ดีพอสมควร นอกจากจะปลอบลูกได้ ยังทำให้เจ้ามอมแมมเชื่อฟังได้อีกด้วย หากแต่หญิงสาวไม่ได้เอ่ยความคิดในใจ เพียงเหลือบตาขึ้นมองอดีตสามี เห็นเขายังอุ้มลูกอยู่คาอกก็นึกรู้ว่าน่าจะใกล้ได้เวลากินข้าวเย็นของลูกสาวก็เลยถือโอกาสออกไปซื้อกับข้าวอีกครั้ง “ถ้ามิลินไม่งอแงแล้ว ฉันขอออกไปซื้อกับข้าวหน่อยนะคะ” มาวินชะงัก เม้มปากเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยังพยักหน้าตกลง “ได้” ครุ่นคิดอีกครู่ใหญ่จึงอ้อมแอ้มเอ่ยถามออกไปเสียงเบา “เอ่อ พะ พี่ขอฝากท้องไว้อีกสักคนสองคนได้ไหมครับ” &nbs

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 31 สายใย (50%)

    บทที่31 มาวินไม่รู้หรอกว่าในอนาคตสถานะของเขาจะเป็นเช่นไร หากแต่วันนี้เขารู้เพียงว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีสติที่สุด และจะไม่ยอมให้ตัวเองทำร้ายอัยรินกับลูกอีก ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าอัยรินต้องการออกไปดูร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอ โดยจะให้เขากับคริสอยู่ดูแลลูกจนกว่าจะตื่น มาวินจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ กระนั้นตอนที่หญิงสาวกำลังจะขับรถจักรยานยนต์คู่ใจของเธอออกไป เขาก็ยังเผลอเอ่ยปากรั้งเอาไว้เสียงเบา “หนะ หนูอัยย์” อัยรินชะงัก ผินหน้ากลับมาพร้อมถอนหายใจตอบ “เดี๋ยวก็กลับค่ะ ถ้าลูกตื่นก็พาเล่นหรืออาบน้ำก็ได้ค่ะ จะได้สดชื่น” กล่าวจบก็ควบขี่จักรยานยนต์ขาวแดงคันนั้นจากไปทันที มาวินกับคริสยืนมองส่งจนเงาหลังร่างบอบบางลับสายตาจึงหันกลับมาสบตากัน

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 6 อุบัติเหตุ (50%)

    บทที่6อุบัติเหตุคืนนั้นหลังกลับจากบ้านวรโชติพงศ์มาวินก็หอบความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ข้างในไปยังบาร์แห่งหนึ่ง นั่งดื่มจนเกือบสว่าง จึงหอบร่างโซซัดโซเซเรียกแท็กซี่กลับบ้านด้

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 5 รักแรก (100%)

    (ต่อ)เด็กนั่น!มาวินแทบจะตะโกนเสียงดังเมื่อแผ่นหลังคุ้นตากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บนแปลงผักหลังบ้าน ทั้งๆ ที่รอบกายเคยเป็นสวนสวยที่เขาลงมือตกแต่งเองเมื่อหล

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 5 รักแรก (50%)

    บทที่5รักแรก“หนูอัยย์” เสียงเรียกจากด้านหลังส่งผลให้ร่างเล็กที่กำลังก้มๆ เงยๆ กับการถอนวัชพืชให้แปลงผักของตนเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโศกคู่เดิมมีทอประกายสดใส ร่าง

  • วิวาห์ใต้อาณัติ   บทที่ 4 ลูกรัก (50%)

    บทที่4ลูกรักกริ๊งเสียงกริ่งหน้าบ้านดังถี่รัวทำให้คนที่นอนหลับสนิทต้องกระเด้งตัวลุกจากโซฟากวาดสายตามองหาคนสนิทอย่างหัวเสี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status