LOGIN“ถ้าไม่รับ กูเอานะ”
“ของกู” ไม้ซุงดึงแซนด์วิชมาจากเพื่อน แกะกินเดี๋ยวนั้น ความจริงมันก็ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ธรรมดาๆ ชีสก็ไม่ได้หมักเอง แฮมก็ในซูเปอร์ เนยก็ในซูเปอร์อีก ไม่เห็นจะมีอะไรวิเศษเลย แต่เขากินหมดภายในสองนาที
กระทิงเดินกลับมาพร้อมน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบสองขวด มันเดินผ่านเขาไปนั่งแหมะกับขนมผิง
ไม่รู้เป็นธรรมเนียมหรืออย่างไร พอรถออกสู่เส้นทางได้แค่สิบนาที ด้านหลังรถก็เริ่มตั้งวงดนตรี กลองยาว ฉิ่ง ฉาบ กรับ มาครบ แต่พวกที่สามารถหลับเอาเป็นเอาตายได้ก็มี
ไม้ซุงมองเห็นหัวขนมผิงโขกหน้าต่าง แล้วก็เหมือนหัวติดสปริง มันเด้งกลับมาตั้งตรงได้โดยอัตโนมัติ ส่วนกระทิงก็อดไม่ได้ ดนตรีมาปุ๊บลุกปั๊บ คว้าเบียร์ในกระติกกระดกดื่ม ร่วมร้องเต้นกับฉิ่งฉาบทัวร์
“เฮ้ยซุง เปลี่ยนที่นั่งกัน ดนตรีมัน กูดื่มด้วย เดี๋ยวผิงเหม็น” กระทิงสะกิดเพื่อน
“มึงแบบนี้ทุกที ทั้งดื่มทั้งดิ้น” ไม้ซุงส่ายหัว ยอมสลับที่แต่โดยดี
ขนมผิงยังอยู่ในอากัปกิริยาเดิม เอาหัวโขกหน้าต่างและกลับมาตั้งตรง
“ง่วงอะไรนักหนาวะ มานี่เดี๋ยวหัวโน” ไม้ซุงพึมพำ ดึงหัวเธอมาพิงไหล่ตัดรำคาญ
ขนมผิงขยับก้นขยับตัวเล็กน้อยถ่ายน้ำหนักมาด้านที่ศีรษะถูกกดไว้ เธอหลับสบาย แต่หูหมีบนผ้าขาดผมของเธอมันสีข้างแก้มเขาจั๊กจี้ เขาขยับหนี พานทำให้ร่างที่พิงไหล่อยู่ไหลลงไปหนุนตัก ขนมผิงขยับอีกนิดหน่อยก็หลับสบายยิ่งกว่าเดิม
“แกล้งแต๊ะอั๋งปะเนี่ย” ไม้ซุงจับไหล่เธอ ก้มลงไปมองหน้าใกล้ๆ ขนมผิงอ้าปากน้อยๆ อย่างหลับสนิท เขาปล่อยเลยตามเลย อดทนสองชั่วโมงก็ถึงที่หมายแล้ว
ไม้ซุงถอนใจ ยกมือทั้งสองข้างกอดอก แต่นั่งเฉยๆ ก็เริ่มง่วงจึงถือโอกาสหลับ วางมือลงบนตัวขนมผิงโดยไม่รู้ตัว
ขนมผิงตื่นขึ้นมาอีกทีด้วยอาการเมื่อยเอว เธอยืดตัวขึ้นมา พบไม้ซุงที่ลืมตามองอยู่ ใบหน้าของทั้งสองห่างกันแค่คืบ เขาดูหล่อมาก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งหล่อ
“ผิงฝันไปปะเนี่ย ในดวงตาของพี่ตอนนี้มีแต่ผิง ต้องจูบพิสูจน์แล้ว”
ขนมผิงหลงเข้าไปในดวงตาสีดำลึกล้ำคู่นั้น ยื่นหน้าเข้าไปจนจะติด แต่เขากลับหัวเราะออกมา
“โตแล้ว เป็นสาวแล้วนะเราน่ะ”
“จ้ะ โตแล้ว รับผิงไว้พิจารณาได้หรือยัง” เธออ้อนไม่ยับยั้ง
“แต่ยังนอนน้ำลายไหลเหมือนเด็ก หน้ามีแต่กลิ่นน้ำลาย”
เขาดันหัวเธอออก ขนมผิงหลุดออกจากภวังค์หวาน เอามือปาดปาก เธอรู้สึกกระดากอายเหลือเกิน รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าบนพื้นมาเช็ดปาก พอมองไปที่กางเกงเขาก็เห็นรอยเปื้อนน้ำลายเป็นดวงๆ
“โอ๊ะ กางเกงพี่ ผิงขอโทษ” เธอเอาน้ำในขวดที่เหลืออยู่มาเทใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วเอาไปเช็ดที่กางเกงให้เขา ถูๆ จนไม้ซุงรู้สึกวูบวาบหายใจไม่ทั่วท้อง
“ผิง หยุด” เขาจับมือเธอไว้ สิ่งที่อยู่ข้างในมันกำลังพองตัวสู้เหมือนงูพร้อมพ่นพิษ “พอ นี่ไม่ใช่ตะเกียงอาละดิน ถูมากจินนี่ไม่ออก แต่เป็นอย่างอื่นออก มันจะเปื้อนมากกว่านี้”
“จริงเหรอ อะไรเหรอที่เปื้อน อยากเห็น” ขนมผิงยิ้มทะเล้น ดูก็รู้ว่าไม่ได้ไร้เดียงสาเลย
“ทะลึ่ง ยายเด็กแก่แดด แล้วมาทำไมเนี่ย”
“ก็พี่ซุงมา ผิงก็อยากมาสิ เผื่อพี่ซุงอยากเปลี่ยนแฟน หรือไม่ก็อารมณ์เปลี่ยวๆ บรรยากาศชายทะเลจะทำให้เราได้กัน...” ขนมผิงเริ่มจีบอีก
“พี่ไม่หน้ามืดขนาดนั้นยายเบื๊อกเอ๊ย เราน่ะเป็นน้อง จำเอาไว้” ไม้ซุงเอานิ้วจิ้มหน้าผากมน ดันออกไปไกลๆ ตัว
ขนมผิงทำปากจู๋ ทำหน้าเซ็ง
*******
เพราะมั่นใจในฝีมือทำอาหาร ไม่ถนัดใช้แรงงาน ขนมผิงจึงขออยู่แผนกบริการและทำอาหาร ส่วนผู้ชายแยกไปทำหน้าที่ของตนตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่ไม่ได้รับหน้าที่บริการก็ไปช่วยกันทำพื้นที่สำหรับแปลงปลูกผักกับสนามเด็กเล่น
“น้ำเย็นๆ มาแล้วค่ะ” บัวตะโกนบอก ผายมือไปทางรถเข็นที่บรรทุกถังน้ำ แกลลอนน้ำ คนเข็นรถเป็นชาวบ้านที่มาร่วมแรงแข็งขัน พวกเขาช่วยกันยกลงมาวางใกล้บริเวณก่อสร้างแล้วก็เดินกลับไป
“ขนม ของว่างเจ้าค่ะ” คราวนี้เป็นเป้ย ซึ่งมาพร้อมกับเด็กนักเรียน หอบหิ้วกันคนละมือสองมือ
ไม้ซุงค่อนข้างแปลกใจที่ขนมผิงไม่มาวุ่นวาย ไม่มาให้เห็นหน้าเลยสักนิด ในขณะที่ฝ่ายบริการคนอื่นๆ เดินกันขาแทบขวิด เดี๋ยวยกน้ำมาบริการ เดี๋ยวขนม แต่น้องของเขาหายเข้ากลีบเมฆ ไม่รู้ไปอู้อยู่ที่ไหน
“ผิงล่ะ” กระทิง คนที่คิดถึงขนมผิงอีกคนเอ่ยถาม
“ในครัว ครูแมวให้นั่งกกไข่สองร้อยฟอง” เป้ยตอบ เด็กๆ ที่มาด้วยพากันหัวเราะ
ครูแมวอาสาเป็นแม่ครัวใหญ่ในงานนี้ กลัวแม่ครัวสมัครเล่นจะรับมือไม่ไหว เพราะงานนี้นอกจากกลุ่มนักศึกษาที่มาแล้ว ชาวบ้านยังขมีขมันมาช่วยกันในส่วนของการขนไม้จากโรงเรียนหลังเก่าที่ถูกรื้อ และนำมาใช้สร้างอาคารใหม่ งานหนักจึงตกเป็นของเหล่าแม่ครัว
“พวกเราไปช่วยพี่ผิงกันดีกว่า” เด็กคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
มื้อค่ำวันนั้นกับข้าวมีหลายอย่างเพราะต้องเลี้ยงชาวบ้านด้วย ทั้งผัดผักใส่กุ้ง ลาบหมู ไข่เจียว แกงส้ม และไข่พะโล้ที่หม้อใหญ่เป็นพิเศษ
“ไข่พะโล้นี่อร่อยว่ะ น้ำพะโล้หอม รสชาติกลมกล่อม” ยักษ์ชม
“จริง ไข่ดำได้ใจเลยมึง ดูสิ” กระทิงเอาช้อนเคาะบนไข่ในจาน “กินแล้วหนึบๆ มันๆ อย่างชอบเลย กูไปตักเพิ่มดีกว่า”
“เผื่อด้วยๆ” ไม้ซุงตะโกนตามหลังเพื่อน แล้วชื่นชมกับยักษ์ต่อ “กูเบิลข้าวสามจานแล้ว ไม่ได้ตักกับข้าวอย่างอื่นเลย กินแต่พะโล้ ครูแมวนี่ยอดฝีมือจริงๆ” ไม้ซุงตักหมูสามชั้นเข้าปาก “เปื่อย นุ่ม น้ำพะโล้ซึมเข้าเนื้อ”
“อร่อยใช่ม้า ผิงจำสูตรมาจากย่า หม้อเบ้อเร่อเท่อนั่นฝีมือผิงคนเดียวเลยนะ ตั้งแต่ต้มไข่ยันเคี่ยวจนได้พะโล้หม้อนี้” ขนมผิงเล่าหน้าระรื่นพลางดูดน้ำแก้วโต นั่งแหมะลงที่เก้าอี้ข้างไม้ซุง
“ก็พอได้” ไม้ซุงกลับคำ
“พูดไม่เห็นเหมือนตะกี้เลย เมื่อตอนบ่ายพี่ปันพาไปที่บ้าน บ้านเขาทำน้ำตาลโตนด เลยได้น้ำตาลโตนดแท้ๆ มา”
“พี่ปันไหน คณะเรามีคนชื่อปันเหรอ” ไม้ซุงถามยักษ์ อีกฝ่ายส่ายหน้า
“โน่น” ขนมผิงบุ้ยหน้าพลางส่งยิ้มไปทางชายหนุ่มเจ้าของชื่อ สูง หุ่นดี หล่อ “หลานครูแมว ว่าที่คุณหมอ อยู่ปีห้า มหา’ลัยอื่น อาทิตย์นี้กลับมาบ้านเลยมาช่วยครูแมว”
“สงสัยข้อเท้าจะแพลง พี่พาน้องผิงเข้าไปในห้องแต่งตัวก่อนดีกว่า”ขนมผิงเดินกะเผลก แต่ด้วยส้นสูงมากทำให้เดินไม่ถนัด ตัวเธอจึงถูกช้อนขึ้น ระหว่างนั้นก็มีตากล้องเก็บภาพสุดฟินไว้ก่อนที่หนุ่มสาวจะหายเข้าไปในห้องด้านหลังด้วยกัน“เหี้ยเอ๊ย เหี้ยๆๆๆๆๆ” ไม้ซุงฮึดฮัดขัดใจ เขาเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ไม่ยอมไปไหนไกล แค่หาจุดยืนปักหลักด้านนอกที่มองเห็นประตูของห้องด้านหลังโดยไม่ยอมไปไหน ขณะเดียวกันที่ด้านในห้องแต่งตัวของพริตตี้ทันทีที่ก้นของขนมผิงแตะเก้าอี้ นาวินก็ก้มลงปลดสายรัดส้นสูง“ไม่ต้องค่ะ ผิงทำเอง”ขนมผิงชักเท้าหนี ทีมงานรีบเอาเจลที่แช่เย็นไว้มาประคบข้อเท้าให้หญิงสาว พร้อมกับใช้ลำตัวหนาๆ กันนาวินออกไปไกลๆ“ผมว่าน้องผิงคงต้องพักสักวันสองวัน” นาวิน วิศวกรหนุ่มใหญ่บอกกับทีมงานที่มาดูแลพริตตี้โดยเฉพาะ“จริงๆ มันก็ได้นะคะ แต่งานนี้น้องผิงเป็นตัวหลัก” ทีมงานพูดอย่างกังวล“ไม่ค่ะ ผิงไม่หยุด ขอผิงพักสักชั่วโมงนึงเดี๋ยวจะออกไปทำหน้าที่ต่อค่ะ” ขนมผิงเงยหน้าบอก น้ำเสียงมั่นใจว่าตนเองสามารถออกไปทำหน้าที่ได้“เดี๋ยวฉีดสเปรย์ตัวนี้ แล้วน้องผิงวางขาบนเก้าอี้ตัวนี้นะคะ นั่งนิ่งๆ”“ช่วยหยิบผ้าคลุมไหล่ในกระเป
“ปีนี้บริษัทเราประสบความสำเร็จมากกับรถยนต์รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ฉลาด ไฮเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เก่งมากไม้ซุง” หัวหน้าฝ่ายของไม้ซุงตบบ่าเขาขณะเดินชมงานไปด้วยกัน“ไม่ใช่ผมคนเดียวครับ เราทำงานกันเป็นทีม ผมเป็นแค่ตัวเล็กๆ ในทีมนั้น”“ทางญี่ปุ่นเขาชอบคุณมากเลยนะ เขาบอกว่าคุณนี่มันสุดยอดอัจฉริยะ อยากจะให้อยู่ที่นั่นอีกสักสองสามปี รับรองรุ่งแน่”“เป็นเกียรติมากเลยครับ แต่ที่แผนกยังมีวิศวะอีกหลายคนนะครับที่รอคิวไป ทุกคนก็เก่งกันทั้งนั้น จะได้เป็นการระดมสมอง นำความรู้กลับมาช่วยกันพัฒนาโรงงานของเราไงครับ”“ก็จริง” หัวหน้าแผนกพยักหน้าเห็นด้วย “แต่มันเป็นความฝันของคุณไม่ใช่เหรอ ที่จะได้คิดค้นออกแบบรถรุ่นใหม่ๆ”“รอให้โอกาสมาถึงก่อนครับ ถ้าผมไม่กลับมา ดิวจะไปได้อย่างไรล่ะครับ” เขาหมายถึงวิศวะอีกคนที่จะไปดูงานที่ญี่ปุ่นต่อจากเขาพริตตี้สาวในชุดกระโปรงสั้นสีน้ำเงินตัวเสื้อเปลือยไหล่ข้างหนึ่งปรายตามาทางไม้ซุงเป็นพักๆ ไม้ซุงยิ้มให้เธออย่างรักษามารยาท และเดินชมงานในบูธของตัวเองต่อ“พริตตี้บูธเรานี่คัดมาอย่างดีเลยนะ หน้าตาน่ารัก” หัวหน้าแผนกออกความเห็น “ผมเห็นน้องคนนั้นมองคุณอยู่บ่อยๆ
“นี่ก็อีกอย่าง เห็นแก่ตัว สนุกอยู่คนเดียว ผิงยังเรียนไม่จบ ยังไม่พร้อมมีลูก มีน้องที่ต้องดูแล มีบ้านที่ต้องช่วยแม่ส่ง ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ผิงจะเก็บค่าเช่ามดลูกที่พี่มาไข่ทิ้งไว้ พอคลอดพี่ก็มาเอาลูกของพี่ไป”“แม่ประสาอะไรไม่รักลูก”“ประสาผิงนี่แหละ ปล่อย จะกลับ เสื้อผ้าผิงอยู่ไหน” ฝืนความมึนความปวดหัวกระชากตัวออกมาไม้ซุงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของเธอซึ่งแห้งตั้งแต่เมื่อตอนสายและเขาพับไว้อย่างดีมาให้ ใบหน้าหล่อคมไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด เขายิ้มกวนประสาทแบบคนเจ้าชู้ ขนมผิงกระชากเสื้อผ้ามา“โอนเงินมาด้วย น้ำละหมื่น ที่ใส่ปากคิด 20000”เธอเดินไปหยิบกระเป๋าผ้า ค้นหาโทรศัพท์ แล้วเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปไม้ซุงผิวปาก เปิดโทรศัพท์เข้าแอปธนาคาร นี่ถ้าพ่อไม่ได้เป็นเถ้าแก่เรือประมง มีธุรกิจร้อยล้าน เขาคงไม่มีเงินเปย์น้องนะเนี่ย เขาส่งสลิปต์เข้าไลน์ของเธอTeddy : ภาพสลิปต์Teddy : โอนค่าปักหมุดให้แล้วนะBunny : ไหนว่า 4 น้ำ โอนมาทำไม 70,000Teddy : ก็จริงๆ มัน 5 น้ำ ข้างล่าง 3 ในปาก 2 เพลียเลยBunny : สติกเกอร์กระต่ายไฟลุกTeddy : ขอนอนแป๊บ อาบน้ำเสร็จปลุกด้วย จะพาไปส่งขนมผิงวางโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ใน
“สะ...เสียว”ร่างบางกระตุกเครียดเขม็ง น้ำหล่อลื่นออกมามากขึ้น สะโพกสาวร่อนส่ายตอดอากาศเสร็จสม“เป็นของพี่นะ” เขากดหัวหอกร้อนลงมาอีกครั้ง เธอสะดุ้ง คับ ตึง เจ็บเกินไป“ไม่ ผิงเจ็บมาก อย่า ฮือ” น้ำตาไหลลงมาตามหางตา “อย่า”ไม้ซุงสงสารน้อง เธอยังไม่รู้สึกตัว เขาเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าข่มขืน จึงจำต้องใช้วิธีอื่น มือหนาข้างหนึ่งสาวแก่นกายขึ้นลง มืออีกข้างเคล้นคลึงหน้าอกของขนมผิงที่หลับไม่ไหวติงไปอีกครั้ง อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งให้มือสาวแท่งเนื้อระรัว มันขยายใหญ่ขึ้นร้อนขึ้น ในที่สุดลาวาร้อนก็พุ่งออกมา มันลงไปกองอยู่บนหน้าท้องเนียน ไหลลงไปในหลุมสะดือ บางส่วนลงไปที่กลางร่างแต่ความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอดง่ายๆ ของวัยฉกรรจ์ที่มีต่อน้องน้อยของเขา ทำให้มังกรกลางร่างสลดลงชั่วเสี้ยวนาทีแล้วกลับมาขยายใหญ่ เขาจึงต้องใช้วิธีเดิมสังหารมันให้สิ้นฤทธิ์ ก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้เธอ จากนั้นก็ลงนอนเคียงข้างกอดเธอไว้ในอ้อมแขนหลับตามไป*********เที่ยงวันรุ่งขึ้นไม้ซุงยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง ส่วนขนมผิงนอนเหมือนซ้อมตาย จะเขย่าจะลากไปทั่วเตียงยังไงก็ไม่ยอมตื่น เขาจึงลงไปซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้
“อุ๊บ อุ๊บ อุ๊บ”“ผิง”“อุ๊บ” ไม้ซุงจับไหล่บางที่กำลังทรุดลงไปตรงกางเกงในเขา“อ้วกกกกกก”น้ำร้อนๆ พร้อมเศษอาหารพุ่งออกมาจากปากเธอลงไปที่กางเกงในเขาเต็มๆ “ขอโทษๆ” มือบางปัดเศษอาหารบนนั้น“ผิง พอ พอแล้ว ไม่ต้องปัด เดี๋ยวแตก” เขาดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วดันไปพิงผนัง “พี่เช็ดตัวให้ดีกว่า”“ผิงไม่ชอบ มันเหนียวตัว” เธอเอี้ยวแขนไปด้านหลัง ใบหน้าเหยเก จากนั้นก็กลับหลังหันเอาหน้าแนบผนัง “ปลดตะขอยกทรงให้หน่อย”เธอขอความช่วยเหลือ มือก็ดันแพนตี้ลง พลางใช้ขาเกี่ยวช่วย ก้นกลมกลึงขาวจั๊วะล่อตาล่อมือเหลือเกิน มือหนาลองวางลงไปเบาๆ“บอกให้ปลดตะขอไง” เธอปัดมือเขาออกจากก้นอย่างรำคาญไม้ซุงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาสวมกอดที่เอวคอดกิ่ว เบียดความต้องการเข้ากับก้นขาวๆ จมูกคมก้มซุกไซ้ที่ซอกคอระหง คนที่โดนเบียดชิดผนังดิ้นรนอย่างอึดอัด“ผิง ยิ่งดิ้นพี่ยิ่งทนไม่ได้”“ผิงอึดอัด”มือหนาเลื่อนจากหน้าท้องขึ้นไปที่ฐานอก รวบจับกอบกุมความนุ่มหยุ่นล้นมือ อีกมือขยับลงไปที่กลางกาย สองมือเคล้าคลึงจนเสียงครางดังออกมาจากขนมผิงไม้ซุงยอมปล่อยมือจากดอกบัวงามมาปลดตะขอให้เธอหายอึดอัด พอร่างกายผ่อนคลายขนมผิงก็สะบัดยกทรงออก หันตัวในอ้อมแข
“พี่ซุงต้องทำได้อยู่แล้วละค่ะ”“ลุงก็คิดว่าอย่างนั้น ลุงต้องไปแล้ว เดี๋ยวรถติด วันนี้ตีสองเรือประมงเข้าที่มหาชัยด้วย จะได้กลับไปพักก่อน” กวีลุกขึ้น“แหม ให้ลูกน้องดูก็ได้ ทีที่ระยองกับชลบุรียังให้ลูกน้องดูแลแทนเลย” กานดาเย้าสามี“ให้ผมทำงานมั่งเถ้อะ จะได้แก่อย่างมีคุณภาพ”“นึกว่าจะเปิดโรงแรมค้างที่กรุงเทพฯ” ขนมผิงทำหน้างง“ซุงน่ะสิ กลัวจะเหนื่อย แต่ลุงกับป้าอยากกลับบ้านมากกว่า ถ้าออกเดินทางตอนนี้ถึงบ้านก็ค่ำพอดี ขอบใจผิงมากนะลูก ดูแลลุงกับป้าอย่างดีเลย ป้าฝากซุงด้วยนะ”กานดาบอกสาวน้อยที่ตอนนี้หน้าแดงเพราะตากแดดถ่ายรูปจนลืมความร้อนหลังจากเดินไปส่งผู้อาวุโสทั้งสองที่รถแล้ว ขนมผิงก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะในโรงอาหารตามเดิม เธอรอจนง่วง จึงหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีสาวๆ ให้เขามา แล้วแนบแก้มฟุบหลับไป*********“ผิง ผิง ผิง”ขนมผิงปรือตาขึ้นมา ใบหน้าคมเข้มของไม้ซุงอยู่แทบชิดหน้าเธอ มือหนาวางอยู่บนไหล่เธอ ดูจากด้านหลังคล้ายการโอบกอด“เสร็จแล้วเหรอ” เธอถามเสียงเบลอๆ“อือ ไปถ่ายรูปกันนิดสิ ถ่ายกับปริญญาบัตร” เขาเอาหลักฐานแห่งความภาคภูมิใจให้เธอดูขนมผิงยืดตัวขึ้น หยิบคทากระต่ายน้อยที่ดูจิ๊บจ๊อยที่สุดใ







