LOGINไม้ซุงมองไอ้หนุ่มหน้าหล่อนิ่ง ออร่าของมันเปล่งประกายท่ามกลางกลุ่มนักศึกษาที่ถือจานรอให้มันตักกับข้าวใส่ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้ามันขึ้นมาอย่างแรง
“ทีหลังจะไปไหนมาบอกพี่ก่อน”
ไม้ซุงสั่งเสียงเข้ม มองหน้าขนมผิงคาดคั้นเอาคำสัญญา หน้าและคอของสาวน้อยเยิ้มเหงื่อ ผ้าคาดผมถูกใช้เป็นยางรัดผมขมวดเป็นกระจุกอยู่บนศีรษะ ปอยผมตกมารุ่ยร่าย แต่มันดูน่ารักละมุนตาฉิบ
นี่เขามองว่าน้องน่ารักแล้วเหรอเนี่ย!!! พอนึกขึ้นได้ก็ตกใจตัวเอง
“ทำไมต้องบอกล่ะ แค่ออกไปเอาวัตถุดิบเอง” ขนมผิงสวนกลับ หันไปยิ้มให้ไอ้หนุ่มชื่อปันอีกครั้ง
“เอาเป็นว่าค่ายอาสานี่พี่ต้องรับผิดชอบชีวิตของน้องๆ การเข้าไปในบ้านคนอื่นสองต่อสองมันไม่ปลอดภัย ฉะนั้น เวลาจะไปไหนมาไหน ผิงต้องบอกพี่ก่อน ถ้าพี่ไม่อนุญาต ผิงก็ไปไม่ได้”
“หวงเหรอ” คราวนี้ขนมผิงยิ้มใส่ใบหน้าบึ้งตึงของไม้ซุง
“หวงบ้าอะไร ก็บอกแล้วว่าพี่ต้องรับผิดชอบทุกคน” ไม้ซุงเสียงแข็งขึ้น
“เหรอ ว่าแต่พะโล้อร่อยใช่ไหม ผิงทำสุดฝีมือเลยนะ เคี่ยวนานเป็นพิเศษ รสชาติมันจะได้เข้าไปในหมูแล้วก็เลือดหมู ย่าผิงสอนมา” ขนมผิงมั่นใจในฝีมือตัวเอง
“เวลาหิวๆ กินอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ” ไม้ซุงปากแข็ง
“อืม ไม่คายทิ้งก็ถือว่าบุญของผิงแล้วละ” เธอเคี้ยวก้อนน้ำแข็งดังก๊อบๆ
“เดี๋ยวฟันแตกต้องเดือดร้อนพาไปหาหมอฟันจนได้” ไม้ซุงดุน้อง
“อะไรวะซุง เมื่อกี้ยังชมอยู่เลย บอกให้น้องเขามีกำลังใจมันจะตายเหรอวะ” ยักษ์ตำหนิเพื่อน
“ไม่เป็นไร ผิงชินแล้ว พี่ยักษ์อร่อยผิงก็โอเคแล้วละ” บอกยักษ์ แล้วส่งยิ้มให้ปันอีก
ไม้ซุงวางช้อนลง สะท้านใจกับคำพูดของสาวน้อยที่เขาเคยมองว่าเป็นน้องมาตลอด
“อร่อยสิ อร่อยมากเลย” ยักษ์ชูสองนิ้วให้
“ผิงไปก่อนนะ” ขนมผิงส่งยิ้มไปให้ปั้นที่โบกมือเรียก
“เดี๋ยว” ไม้ซุงตะปบขาขนมผิงไว้ไม่ให้ลุก
“อะไรคะ”
“ผิงยิ้มให้มันสี่ครั้ง แต่ยิ้มให้พี่ที่นั่งอยู่ด้วยแค่สองครั้ง”
“อ้าว” ขนมผิงทำหน้าเอ๋อ งงกับคำพูดและปฏิกิริยาของไม้ซุง
“กินข้าวหรือยัง” ไม้ซุงเสกลบเกลื่อนคำพูดที่พลั้งปากออกไป
“ยัง แต่ทำเองก็เลยไม่อยากกินแล้ว นี่น้ำตาลสด ตักมาจากกระทะที่บ้านพี่ปัน หอมอร่อยมาก” ชูถ้วยน้ำให้ไม้ซุงดู “ผิงไปช่วยพี่ปันแล้วนะ”
“ผิง ไปตักข้าวมากินตรงนี้ ห้ามอด เราเป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เหรอ”
“นั่นมันตั้งแต่ม.ต้น ผิงหายแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ไปละ”
“เดี๋ยว ผิง”
คราวนี้ขนมผิงไม่ปล่อยให้ไม้ซุงรั้ง เธอไม่สนใจเสียงเรียกของเขา หญิงสาวเดินไปหาปัน แทรกตัวไปด้านหลังว่าที่คุณหมอ ช่วยกันตักกับข้าวให้กับทีมงานและชาวบ้านอย่างสนุกสนาน
“กูไม่ถูกโฉลกกับไอ้หน้าอ่อนนั่นเลยว่ะ” กระทิงวางจานข้าวลงบนโต๊ะ ขยี้ความเดือดดาลในใจไม้ซุง
ระหว่างกระทิงกับขนมผิง ไม้ซุงไม่ห่วง เพราะดูยังไงเคมีก็ไม่เข้ากัน แต่ไอ้หมอนั่นมันขัดหูขัดตาเขาไปหมด
หลังกินอาหารเย็นเสร็จก็เป็นเวลาส่วนตัว พวกนักศึกษาแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย รถปลาหมึกปิ้งที่วิ่งเข้ามาในค่ายอาสากำลังได้รับความสนใจ มีคนต่อคิวซื้อยาวเหยียดเหมือนไม่เคยเห็นปลาหมึก
“หนวดหมึกยักษ์อร่อยกรุบๆ” ปันเคี้ยวแล้วชม
“จริง กรุบๆ” ขนมผิงเห็นด้วย
“ผิง อันนี้ยิ่งกรุบ ฟังนะ” ปันโน้มปากมาข้างๆ หูของขนมผิงให้ฟังเสียงเคี้ยว กรุบๆ
“ผิงมั่งๆ” เธอจิ้มปลาหมึกในถุงของตัวเอง ยื่นปากไปข้างใบหูของปัน กรุบๆ
“กรุบกว่าพี่อีก”
ไม้ซุงยืนทำหน้าถมึงทึงมองความสนิทสนมอย่างรวดเร็วของสองคนนี้ ในมือของทั้งสองมีถุงปลาหมึกปิ้งคนละถุง ด้านหลังเป็นรถปลาหมึกปิ้งที่มีพวกนักศึกษารุมล้อม
“ผิง” ไม้ซุงสาวเท้ามาหาขนมผิง
“กรุบๆ” ขนมผิงจิ้มปลาหมึกยักษ์ในถุงยื่นไปที่ปากไม้ซุง
“ไม่เอา อิ่ม มานี่ ไปอาบน้ำ” ไม้ซุงคว้าแขนขนมผิงออกมาจากปันโดยไม่ให้โอกาสหญิงสาวล่ำลา
“ทำไมล่ะ เดี๋ยวค่อยอาบ” มือที่กำถุงปลาหมึกโดนลากไปตามทาง อีกมือถือไม้จิ้มปลาหมึกค้าง
“เรานี่ไม่น่ามาให้เป็นภาระเลยจริงๆ” ไม้ซุงบ่นกระปอดกระแปด
“ผิงก็ไม่ได้ทำอะไรให้พี่เดือดร้อนนี่ ผิงไปรบกวนพี่เหรอ” ขนมผิงน้ำตาซึมขึ้นมาทันที
ไม้ซุงใจหายวาบ นั่นน่ะสิ เธอไม่ได้รบกวนเขาเลย แล้วเขามีสิทธิ์อะไรไปเกรี้ยวกราดให้น้องน้อยใจแบบนี้
“เอ่อ...อ่า...แม่พี่โทร.มาบอกว่า ย่าของผิงสั่งให้อาโทร.มาบอกแม่พี่ ให้พี่ดูแลผิงให้ดี” ในที่สุดก็หาเหตุผลที่เข้าท่าได้ โดยการยกเอาญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองที่สนิทสนมกันมาผูกเรื่อง
“โธ่ นึกว่าพี่เป็นห่วงผิง” ขนมผิงส่งปลาหมึกเข้าปากจนได้เมื่อมาถึงหน้าห้องเรียนที่ถูกใช้เป็นห้องนอนของนักศึกษา “นี่ผิงยังงงอยู่เลยนะ ว่าเผลอโทร.บอกย่ากับอาตอนไหนว่าหนีมาเข้าค่าย เพราะว่ามันต้องโดดเรียน ย่ากำชับไว้ว่าห้ามขาดเรียน”
ไม้ซุงนิ่งไปชั่ววินาที เขานึกว่าเธอบอกทางบ้าน เลยโมเมปั้นน้ำเป็นตัวว่าที่บ้านเธอเป็นห่วง
“อ้าว เออน่า ไปหยิบเสื้อผ้ามา เดี๋ยวจะไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ อยู่มหา’ลัยเดียวกันแต่รู้หน้าไม่รู้ใจ แล้วมาแปลกที่ต้องระมัดระวังตัวให้ดี ทั้งคนนอกคนใน” ไม้ซุงร่ายยาวหน้าตาเคร่งเครียด ขณะที่อีกคนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ จิ้มปลาหมึกเคี้ยวตุ้ยๆ
“อันนี้คือหึงไหม ผิงจะได้ดีใจ”
“แยกไม่ออกรึไง ว่าหวง ห่วง หึงมันต่างกันยังไง”
“หึ แยกไม่ออก ใจมันคิดแต่จะให้พี่หึง”
“อ้าว พี่น้องคู่นี้ตีกันไม่เลิกเหรอ” กระทิงเดินผ่านมา เนื้อตัวหอมฟุ้งจากกลิ่นสบู่ “ผิงไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวน้ำหมดนะ”
ขนมผิงยืนจิ้มปลาหมึกกินให้หมดถุง ก่อนเดินไปหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำในเป้ซึ่งวางไว้ทางฝั่งที่นอนผู้หญิงแล้วเดินมาหาไม้ซุงที่ยืนรออยู่นอกห้อง
ห้องที่ใช้อาบน้ำเป็นส้วมซึม ซึ่งเอาถังขนาดไม่ใหญ่คับห้องเข้าไปตั้ง ส้วมมีทั้งหมดห้าห้อง แต่ไฟสีส้มอ่อนแสงมีแค่ดวงเดียวใช้ร่วมกัน ส่วนผู้ชายอาบกลางแจ้ง ใช้ถังขนาดใหญ่มีผ้าใบกั้น อยู่ไม่ไกลกันมาก
“สงสัยข้อเท้าจะแพลง พี่พาน้องผิงเข้าไปในห้องแต่งตัวก่อนดีกว่า”ขนมผิงเดินกะเผลก แต่ด้วยส้นสูงมากทำให้เดินไม่ถนัด ตัวเธอจึงถูกช้อนขึ้น ระหว่างนั้นก็มีตากล้องเก็บภาพสุดฟินไว้ก่อนที่หนุ่มสาวจะหายเข้าไปในห้องด้านหลังด้วยกัน“เหี้ยเอ๊ย เหี้ยๆๆๆๆๆ” ไม้ซุงฮึดฮัดขัดใจ เขาเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ไม่ยอมไปไหนไกล แค่หาจุดยืนปักหลักด้านนอกที่มองเห็นประตูของห้องด้านหลังโดยไม่ยอมไปไหน ขณะเดียวกันที่ด้านในห้องแต่งตัวของพริตตี้ทันทีที่ก้นของขนมผิงแตะเก้าอี้ นาวินก็ก้มลงปลดสายรัดส้นสูง“ไม่ต้องค่ะ ผิงทำเอง”ขนมผิงชักเท้าหนี ทีมงานรีบเอาเจลที่แช่เย็นไว้มาประคบข้อเท้าให้หญิงสาว พร้อมกับใช้ลำตัวหนาๆ กันนาวินออกไปไกลๆ“ผมว่าน้องผิงคงต้องพักสักวันสองวัน” นาวิน วิศวกรหนุ่มใหญ่บอกกับทีมงานที่มาดูแลพริตตี้โดยเฉพาะ“จริงๆ มันก็ได้นะคะ แต่งานนี้น้องผิงเป็นตัวหลัก” ทีมงานพูดอย่างกังวล“ไม่ค่ะ ผิงไม่หยุด ขอผิงพักสักชั่วโมงนึงเดี๋ยวจะออกไปทำหน้าที่ต่อค่ะ” ขนมผิงเงยหน้าบอก น้ำเสียงมั่นใจว่าตนเองสามารถออกไปทำหน้าที่ได้“เดี๋ยวฉีดสเปรย์ตัวนี้ แล้วน้องผิงวางขาบนเก้าอี้ตัวนี้นะคะ นั่งนิ่งๆ”“ช่วยหยิบผ้าคลุมไหล่ในกระเป
“ปีนี้บริษัทเราประสบความสำเร็จมากกับรถยนต์รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ฉลาด ไฮเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เก่งมากไม้ซุง” หัวหน้าฝ่ายของไม้ซุงตบบ่าเขาขณะเดินชมงานไปด้วยกัน“ไม่ใช่ผมคนเดียวครับ เราทำงานกันเป็นทีม ผมเป็นแค่ตัวเล็กๆ ในทีมนั้น”“ทางญี่ปุ่นเขาชอบคุณมากเลยนะ เขาบอกว่าคุณนี่มันสุดยอดอัจฉริยะ อยากจะให้อยู่ที่นั่นอีกสักสองสามปี รับรองรุ่งแน่”“เป็นเกียรติมากเลยครับ แต่ที่แผนกยังมีวิศวะอีกหลายคนนะครับที่รอคิวไป ทุกคนก็เก่งกันทั้งนั้น จะได้เป็นการระดมสมอง นำความรู้กลับมาช่วยกันพัฒนาโรงงานของเราไงครับ”“ก็จริง” หัวหน้าแผนกพยักหน้าเห็นด้วย “แต่มันเป็นความฝันของคุณไม่ใช่เหรอ ที่จะได้คิดค้นออกแบบรถรุ่นใหม่ๆ”“รอให้โอกาสมาถึงก่อนครับ ถ้าผมไม่กลับมา ดิวจะไปได้อย่างไรล่ะครับ” เขาหมายถึงวิศวะอีกคนที่จะไปดูงานที่ญี่ปุ่นต่อจากเขาพริตตี้สาวในชุดกระโปรงสั้นสีน้ำเงินตัวเสื้อเปลือยไหล่ข้างหนึ่งปรายตามาทางไม้ซุงเป็นพักๆ ไม้ซุงยิ้มให้เธออย่างรักษามารยาท และเดินชมงานในบูธของตัวเองต่อ“พริตตี้บูธเรานี่คัดมาอย่างดีเลยนะ หน้าตาน่ารัก” หัวหน้าแผนกออกความเห็น “ผมเห็นน้องคนนั้นมองคุณอยู่บ่อยๆ
“นี่ก็อีกอย่าง เห็นแก่ตัว สนุกอยู่คนเดียว ผิงยังเรียนไม่จบ ยังไม่พร้อมมีลูก มีน้องที่ต้องดูแล มีบ้านที่ต้องช่วยแม่ส่ง ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ผิงจะเก็บค่าเช่ามดลูกที่พี่มาไข่ทิ้งไว้ พอคลอดพี่ก็มาเอาลูกของพี่ไป”“แม่ประสาอะไรไม่รักลูก”“ประสาผิงนี่แหละ ปล่อย จะกลับ เสื้อผ้าผิงอยู่ไหน” ฝืนความมึนความปวดหัวกระชากตัวออกมาไม้ซุงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของเธอซึ่งแห้งตั้งแต่เมื่อตอนสายและเขาพับไว้อย่างดีมาให้ ใบหน้าหล่อคมไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด เขายิ้มกวนประสาทแบบคนเจ้าชู้ ขนมผิงกระชากเสื้อผ้ามา“โอนเงินมาด้วย น้ำละหมื่น ที่ใส่ปากคิด 20000”เธอเดินไปหยิบกระเป๋าผ้า ค้นหาโทรศัพท์ แล้วเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปไม้ซุงผิวปาก เปิดโทรศัพท์เข้าแอปธนาคาร นี่ถ้าพ่อไม่ได้เป็นเถ้าแก่เรือประมง มีธุรกิจร้อยล้าน เขาคงไม่มีเงินเปย์น้องนะเนี่ย เขาส่งสลิปต์เข้าไลน์ของเธอTeddy : ภาพสลิปต์Teddy : โอนค่าปักหมุดให้แล้วนะBunny : ไหนว่า 4 น้ำ โอนมาทำไม 70,000Teddy : ก็จริงๆ มัน 5 น้ำ ข้างล่าง 3 ในปาก 2 เพลียเลยBunny : สติกเกอร์กระต่ายไฟลุกTeddy : ขอนอนแป๊บ อาบน้ำเสร็จปลุกด้วย จะพาไปส่งขนมผิงวางโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ใน
“สะ...เสียว”ร่างบางกระตุกเครียดเขม็ง น้ำหล่อลื่นออกมามากขึ้น สะโพกสาวร่อนส่ายตอดอากาศเสร็จสม“เป็นของพี่นะ” เขากดหัวหอกร้อนลงมาอีกครั้ง เธอสะดุ้ง คับ ตึง เจ็บเกินไป“ไม่ ผิงเจ็บมาก อย่า ฮือ” น้ำตาไหลลงมาตามหางตา “อย่า”ไม้ซุงสงสารน้อง เธอยังไม่รู้สึกตัว เขาเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าข่มขืน จึงจำต้องใช้วิธีอื่น มือหนาข้างหนึ่งสาวแก่นกายขึ้นลง มืออีกข้างเคล้นคลึงหน้าอกของขนมผิงที่หลับไม่ไหวติงไปอีกครั้ง อารมณ์ของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งให้มือสาวแท่งเนื้อระรัว มันขยายใหญ่ขึ้นร้อนขึ้น ในที่สุดลาวาร้อนก็พุ่งออกมา มันลงไปกองอยู่บนหน้าท้องเนียน ไหลลงไปในหลุมสะดือ บางส่วนลงไปที่กลางร่างแต่ความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอดง่ายๆ ของวัยฉกรรจ์ที่มีต่อน้องน้อยของเขา ทำให้มังกรกลางร่างสลดลงชั่วเสี้ยวนาทีแล้วกลับมาขยายใหญ่ เขาจึงต้องใช้วิธีเดิมสังหารมันให้สิ้นฤทธิ์ ก่อนจะเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้เธอ จากนั้นก็ลงนอนเคียงข้างกอดเธอไว้ในอ้อมแขนหลับตามไป*********เที่ยงวันรุ่งขึ้นไม้ซุงยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง ส่วนขนมผิงนอนเหมือนซ้อมตาย จะเขย่าจะลากไปทั่วเตียงยังไงก็ไม่ยอมตื่น เขาจึงลงไปซื้อโจ๊กกับน้ำเต้าหู้
“อุ๊บ อุ๊บ อุ๊บ”“ผิง”“อุ๊บ” ไม้ซุงจับไหล่บางที่กำลังทรุดลงไปตรงกางเกงในเขา“อ้วกกกกกก”น้ำร้อนๆ พร้อมเศษอาหารพุ่งออกมาจากปากเธอลงไปที่กางเกงในเขาเต็มๆ “ขอโทษๆ” มือบางปัดเศษอาหารบนนั้น“ผิง พอ พอแล้ว ไม่ต้องปัด เดี๋ยวแตก” เขาดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วดันไปพิงผนัง “พี่เช็ดตัวให้ดีกว่า”“ผิงไม่ชอบ มันเหนียวตัว” เธอเอี้ยวแขนไปด้านหลัง ใบหน้าเหยเก จากนั้นก็กลับหลังหันเอาหน้าแนบผนัง “ปลดตะขอยกทรงให้หน่อย”เธอขอความช่วยเหลือ มือก็ดันแพนตี้ลง พลางใช้ขาเกี่ยวช่วย ก้นกลมกลึงขาวจั๊วะล่อตาล่อมือเหลือเกิน มือหนาลองวางลงไปเบาๆ“บอกให้ปลดตะขอไง” เธอปัดมือเขาออกจากก้นอย่างรำคาญไม้ซุงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาสวมกอดที่เอวคอดกิ่ว เบียดความต้องการเข้ากับก้นขาวๆ จมูกคมก้มซุกไซ้ที่ซอกคอระหง คนที่โดนเบียดชิดผนังดิ้นรนอย่างอึดอัด“ผิง ยิ่งดิ้นพี่ยิ่งทนไม่ได้”“ผิงอึดอัด”มือหนาเลื่อนจากหน้าท้องขึ้นไปที่ฐานอก รวบจับกอบกุมความนุ่มหยุ่นล้นมือ อีกมือขยับลงไปที่กลางกาย สองมือเคล้าคลึงจนเสียงครางดังออกมาจากขนมผิงไม้ซุงยอมปล่อยมือจากดอกบัวงามมาปลดตะขอให้เธอหายอึดอัด พอร่างกายผ่อนคลายขนมผิงก็สะบัดยกทรงออก หันตัวในอ้อมแข
“พี่ซุงต้องทำได้อยู่แล้วละค่ะ”“ลุงก็คิดว่าอย่างนั้น ลุงต้องไปแล้ว เดี๋ยวรถติด วันนี้ตีสองเรือประมงเข้าที่มหาชัยด้วย จะได้กลับไปพักก่อน” กวีลุกขึ้น“แหม ให้ลูกน้องดูก็ได้ ทีที่ระยองกับชลบุรียังให้ลูกน้องดูแลแทนเลย” กานดาเย้าสามี“ให้ผมทำงานมั่งเถ้อะ จะได้แก่อย่างมีคุณภาพ”“นึกว่าจะเปิดโรงแรมค้างที่กรุงเทพฯ” ขนมผิงทำหน้างง“ซุงน่ะสิ กลัวจะเหนื่อย แต่ลุงกับป้าอยากกลับบ้านมากกว่า ถ้าออกเดินทางตอนนี้ถึงบ้านก็ค่ำพอดี ขอบใจผิงมากนะลูก ดูแลลุงกับป้าอย่างดีเลย ป้าฝากซุงด้วยนะ”กานดาบอกสาวน้อยที่ตอนนี้หน้าแดงเพราะตากแดดถ่ายรูปจนลืมความร้อนหลังจากเดินไปส่งผู้อาวุโสทั้งสองที่รถแล้ว ขนมผิงก็กลับมานั่งรอที่โต๊ะในโรงอาหารตามเดิม เธอรอจนง่วง จึงหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีสาวๆ ให้เขามา แล้วแนบแก้มฟุบหลับไป*********“ผิง ผิง ผิง”ขนมผิงปรือตาขึ้นมา ใบหน้าคมเข้มของไม้ซุงอยู่แทบชิดหน้าเธอ มือหนาวางอยู่บนไหล่เธอ ดูจากด้านหลังคล้ายการโอบกอด“เสร็จแล้วเหรอ” เธอถามเสียงเบลอๆ“อือ ไปถ่ายรูปกันนิดสิ ถ่ายกับปริญญาบัตร” เขาเอาหลักฐานแห่งความภาคภูมิใจให้เธอดูขนมผิงยืดตัวขึ้น หยิบคทากระต่ายน้อยที่ดูจิ๊บจ๊อยที่สุดใ







