Masukไม้ซุงมองไอ้หนุ่มหน้าหล่อนิ่ง ออร่าของมันเปล่งประกายท่ามกลางกลุ่มนักศึกษาที่ถือจานรอให้มันตักกับข้าวใส่ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้ามันขึ้นมาอย่างแรง
“ทีหลังจะไปไหนมาบอกพี่ก่อน”
ไม้ซุงสั่งเสียงเข้ม มองหน้าขนมผิงคาดคั้นเอาคำสัญญา หน้าและคอของสาวน้อยเยิ้มเหงื่อ ผ้าคาดผมถูกใช้เป็นยางรัดผมขมวดเป็นกระจุกอยู่บนศีรษะ ปอยผมตกมารุ่ยร่าย แต่มันดูน่ารักละมุนตาฉิบ
นี่เขามองว่าน้องน่ารักแล้วเหรอเนี่ย!!! พอนึกขึ้นได้ก็ตกใจตัวเอง
“ทำไมต้องบอกล่ะ แค่ออกไปเอาวัตถุดิบเอง” ขนมผิงสวนกลับ หันไปยิ้มให้ไอ้หนุ่มชื่อปันอีกครั้ง
“เอาเป็นว่าค่ายอาสานี่พี่ต้องรับผิดชอบชีวิตของน้องๆ การเข้าไปในบ้านคนอื่นสองต่อสองมันไม่ปลอดภัย ฉะนั้น เวลาจะไปไหนมาไหน ผิงต้องบอกพี่ก่อน ถ้าพี่ไม่อนุญาต ผิงก็ไปไม่ได้”
“หวงเหรอ” คราวนี้ขนมผิงยิ้มใส่ใบหน้าบึ้งตึงของไม้ซุง
“หวงบ้าอะไร ก็บอกแล้วว่าพี่ต้องรับผิดชอบทุกคน” ไม้ซุงเสียงแข็งขึ้น
“เหรอ ว่าแต่พะโล้อร่อยใช่ไหม ผิงทำสุดฝีมือเลยนะ เคี่ยวนานเป็นพิเศษ รสชาติมันจะได้เข้าไปในหมูแล้วก็เลือดหมู ย่าผิงสอนมา” ขนมผิงมั่นใจในฝีมือตัวเอง
“เวลาหิวๆ กินอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ” ไม้ซุงปากแข็ง
“อืม ไม่คายทิ้งก็ถือว่าบุญของผิงแล้วละ” เธอเคี้ยวก้อนน้ำแข็งดังก๊อบๆ
“เดี๋ยวฟันแตกต้องเดือดร้อนพาไปหาหมอฟันจนได้” ไม้ซุงดุน้อง
“อะไรวะซุง เมื่อกี้ยังชมอยู่เลย บอกให้น้องเขามีกำลังใจมันจะตายเหรอวะ” ยักษ์ตำหนิเพื่อน
“ไม่เป็นไร ผิงชินแล้ว พี่ยักษ์อร่อยผิงก็โอเคแล้วละ” บอกยักษ์ แล้วส่งยิ้มให้ปันอีก
ไม้ซุงวางช้อนลง สะท้านใจกับคำพูดของสาวน้อยที่เขาเคยมองว่าเป็นน้องมาตลอด
“อร่อยสิ อร่อยมากเลย” ยักษ์ชูสองนิ้วให้
“ผิงไปก่อนนะ” ขนมผิงส่งยิ้มไปให้ปั้นที่โบกมือเรียก
“เดี๋ยว” ไม้ซุงตะปบขาขนมผิงไว้ไม่ให้ลุก
“อะไรคะ”
“ผิงยิ้มให้มันสี่ครั้ง แต่ยิ้มให้พี่ที่นั่งอยู่ด้วยแค่สองครั้ง”
“อ้าว” ขนมผิงทำหน้าเอ๋อ งงกับคำพูดและปฏิกิริยาของไม้ซุง
“กินข้าวหรือยัง” ไม้ซุงเสกลบเกลื่อนคำพูดที่พลั้งปากออกไป
“ยัง แต่ทำเองก็เลยไม่อยากกินแล้ว นี่น้ำตาลสด ตักมาจากกระทะที่บ้านพี่ปัน หอมอร่อยมาก” ชูถ้วยน้ำให้ไม้ซุงดู “ผิงไปช่วยพี่ปันแล้วนะ”
“ผิง ไปตักข้าวมากินตรงนี้ ห้ามอด เราเป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เหรอ”
“นั่นมันตั้งแต่ม.ต้น ผิงหายแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ไปละ”
“เดี๋ยว ผิง”
คราวนี้ขนมผิงไม่ปล่อยให้ไม้ซุงรั้ง เธอไม่สนใจเสียงเรียกของเขา หญิงสาวเดินไปหาปัน แทรกตัวไปด้านหลังว่าที่คุณหมอ ช่วยกันตักกับข้าวให้กับทีมงานและชาวบ้านอย่างสนุกสนาน
“กูไม่ถูกโฉลกกับไอ้หน้าอ่อนนั่นเลยว่ะ” กระทิงวางจานข้าวลงบนโต๊ะ ขยี้ความเดือดดาลในใจไม้ซุง
ระหว่างกระทิงกับขนมผิง ไม้ซุงไม่ห่วง เพราะดูยังไงเคมีก็ไม่เข้ากัน แต่ไอ้หมอนั่นมันขัดหูขัดตาเขาไปหมด
หลังกินอาหารเย็นเสร็จก็เป็นเวลาส่วนตัว พวกนักศึกษาแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย รถปลาหมึกปิ้งที่วิ่งเข้ามาในค่ายอาสากำลังได้รับความสนใจ มีคนต่อคิวซื้อยาวเหยียดเหมือนไม่เคยเห็นปลาหมึก
“หนวดหมึกยักษ์อร่อยกรุบๆ” ปันเคี้ยวแล้วชม
“จริง กรุบๆ” ขนมผิงเห็นด้วย
“ผิง อันนี้ยิ่งกรุบ ฟังนะ” ปันโน้มปากมาข้างๆ หูของขนมผิงให้ฟังเสียงเคี้ยว กรุบๆ
“ผิงมั่งๆ” เธอจิ้มปลาหมึกในถุงของตัวเอง ยื่นปากไปข้างใบหูของปัน กรุบๆ
“กรุบกว่าพี่อีก”
ไม้ซุงยืนทำหน้าถมึงทึงมองความสนิทสนมอย่างรวดเร็วของสองคนนี้ ในมือของทั้งสองมีถุงปลาหมึกปิ้งคนละถุง ด้านหลังเป็นรถปลาหมึกปิ้งที่มีพวกนักศึกษารุมล้อม
“ผิง” ไม้ซุงสาวเท้ามาหาขนมผิง
“กรุบๆ” ขนมผิงจิ้มปลาหมึกยักษ์ในถุงยื่นไปที่ปากไม้ซุง
“ไม่เอา อิ่ม มานี่ ไปอาบน้ำ” ไม้ซุงคว้าแขนขนมผิงออกมาจากปันโดยไม่ให้โอกาสหญิงสาวล่ำลา
“ทำไมล่ะ เดี๋ยวค่อยอาบ” มือที่กำถุงปลาหมึกโดนลากไปตามทาง อีกมือถือไม้จิ้มปลาหมึกค้าง
“เรานี่ไม่น่ามาให้เป็นภาระเลยจริงๆ” ไม้ซุงบ่นกระปอดกระแปด
“ผิงก็ไม่ได้ทำอะไรให้พี่เดือดร้อนนี่ ผิงไปรบกวนพี่เหรอ” ขนมผิงน้ำตาซึมขึ้นมาทันที
ไม้ซุงใจหายวาบ นั่นน่ะสิ เธอไม่ได้รบกวนเขาเลย แล้วเขามีสิทธิ์อะไรไปเกรี้ยวกราดให้น้องน้อยใจแบบนี้
“เอ่อ...อ่า...แม่พี่โทร.มาบอกว่า ย่าของผิงสั่งให้อาโทร.มาบอกแม่พี่ ให้พี่ดูแลผิงให้ดี” ในที่สุดก็หาเหตุผลที่เข้าท่าได้ โดยการยกเอาญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองที่สนิทสนมกันมาผูกเรื่อง
“โธ่ นึกว่าพี่เป็นห่วงผิง” ขนมผิงส่งปลาหมึกเข้าปากจนได้เมื่อมาถึงหน้าห้องเรียนที่ถูกใช้เป็นห้องนอนของนักศึกษา “นี่ผิงยังงงอยู่เลยนะ ว่าเผลอโทร.บอกย่ากับอาตอนไหนว่าหนีมาเข้าค่าย เพราะว่ามันต้องโดดเรียน ย่ากำชับไว้ว่าห้ามขาดเรียน”
ไม้ซุงนิ่งไปชั่ววินาที เขานึกว่าเธอบอกทางบ้าน เลยโมเมปั้นน้ำเป็นตัวว่าที่บ้านเธอเป็นห่วง
“อ้าว เออน่า ไปหยิบเสื้อผ้ามา เดี๋ยวจะไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ อยู่มหา’ลัยเดียวกันแต่รู้หน้าไม่รู้ใจ แล้วมาแปลกที่ต้องระมัดระวังตัวให้ดี ทั้งคนนอกคนใน” ไม้ซุงร่ายยาวหน้าตาเคร่งเครียด ขณะที่อีกคนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ จิ้มปลาหมึกเคี้ยวตุ้ยๆ
“อันนี้คือหึงไหม ผิงจะได้ดีใจ”
“แยกไม่ออกรึไง ว่าหวง ห่วง หึงมันต่างกันยังไง”
“หึ แยกไม่ออก ใจมันคิดแต่จะให้พี่หึง”
“อ้าว พี่น้องคู่นี้ตีกันไม่เลิกเหรอ” กระทิงเดินผ่านมา เนื้อตัวหอมฟุ้งจากกลิ่นสบู่ “ผิงไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวน้ำหมดนะ”
ขนมผิงยืนจิ้มปลาหมึกกินให้หมดถุง ก่อนเดินไปหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำในเป้ซึ่งวางไว้ทางฝั่งที่นอนผู้หญิงแล้วเดินมาหาไม้ซุงที่ยืนรออยู่นอกห้อง
ห้องที่ใช้อาบน้ำเป็นส้วมซึม ซึ่งเอาถังขนาดไม่ใหญ่คับห้องเข้าไปตั้ง ส้วมมีทั้งหมดห้าห้อง แต่ไฟสีส้มอ่อนแสงมีแค่ดวงเดียวใช้ร่วมกัน ส่วนผู้ชายอาบกลางแจ้ง ใช้ถังขนาดใหญ่มีผ้าใบกั้น อยู่ไม่ไกลกันมาก
ฉุยฉายเอย ช่างงามขำช่างรำโยกย้ายสะเอวแสนอ่อนอรชรช่วงกาย วิจิตรยิ่งลายที่คนประดิษฐ์สองเนตรคมขำแสงดำมันขลับ ชม้อยเนตรจับช่างสวยสุดพิศ...บทร้องฉุยฉายพราหมณ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่หกดังขึ้นโดยมีตามฝันร่ายรำอย่างอ่อนช้อยชม้อยชายตา วันนี้ก่อนจะมาบ้านทวด ขนมผิงได้ให้ครูหงส์มาแต่งองค์ทรงเครื่องแบบจัดเต็ม ทั้งชุดทั้งแต่งหน้า ถึงจะฟันหลอเวลายิ้ม แต่ก็เป็นฉุยฉายที่น่ารักที่สุดเท่าที่ทวดเคยเห็นเมื่ออยู่ในชุดพร้อมเครื่องประดับ ตามฝันจึงตั้งใจรำกว่าทุกครั้ง ทวดและบรรดาญาติต่างมองอย่างปลื้มปริ่ม ทวดถึงกับน้ำตาคลอ ท่านแค่บอกกับขนมผิงว่าอยากให้ตามฝันเรียนนาฏศิลป์บ้าง แต่ไม่คิดว่าหลานจะซุ่มซ้อมให้ลูก และตามฝันก็กำความลับเก่ง ขนมผิงบอกกับลูกสาวว่าในวันเกิดทวดอายุครบเจ็ดรอบอยากจะเซอร์ไพรส์ทวด ด้วยของขวัญที่ทวดอยากเห็นที่สุดนั่นก็คือการเห็นตามฝันรำไทย และฉุยฉายพราหมณ์ก็เป็นการร่ายรำที่ทวดชอบดูที่สุด ตามฝันจึงตั้งใจซ้อมและปิดเงียบมาก ทั้งที่เป็นเด็กช่างเล่า ทั้งนี้ก็เพื่อหญิงชราที่ตนเองรักมากพอการแสดงจบลงทุกคนก็พากันปรบมืออย่างปลาบปลื้ม ตามฝันเดินมาหอมแก้มทว
“ชุบมะเขือเทศ” ตามฝันยื่นถ้วยที่มีมะเขือเทศสีแดงสวยงามลอยอยู่ในน้ำไปให้ขนมผิง“อันนี้เป็นเมล็ดมะเขือเทศที่พี่ขวัญไปซื้อกับแม่ที่ตลาดนัดใช่ไหมคะ” ขนมผิงถาม“ใช่ค่ะ” ตามฝันพยักหน้าแรงๆ “ปอดถารพิษ”“เก่งมากค่ะ” ขนมผิงลูบหัวทุยๆ ของลูกสาว“แกงถ้มมะระ” ตามฝันยกชามที่มีมะระตุ้งติ้งให้ไม้ซุง“พ่อขอเปลี่ยนกับน้องขุมได้ไหมครับแม่ค้า” ไม้ซุงชี้ไปที่ชามใส่ผักบุ้งที่ถูกเด็ดเป็นท่อนเล็กๆ ตามประสาคนไม่ชอบกินมะระ“ได้ๆ ผักบุ้งไพแดง” ตามฝันสลับชามให้พ่อ แล้วยื่นชามใส่มะระตุ้งติ้งให้ขุมทรัพย์ขุมทรัพย์เป็นลูกค้าที่ดีที่สุด สมจริงที่สุด เด็กน้อยจับมะระส่งเข้าปาก ใช้ฟันที่เริ่มโผล่ออกน้อยๆ มากัดอย่างคันเหงือก กัดๆ ขบๆ เพียงเสี้ยววินาทีก็ทำหน้าเหยเก มะระในมือถูกโยนทิ้ง ปากก็พ่นน้ำลายออกมา พอไม่หายขมก็แผลงฤทธิ์“แงงงงงงง”“ไม่ร้องนะลูก ขมเป็นยา” ไม้ซุงปลอบลูก“ขมเป็นยา ทำไมพี่ซุงไม่กินเองล่ะ” ขนมผิงหยิบน้ำมาให้ลูกกินพรื้อออออพอรับน้ำเข้าไป ขุมทรัพย์ก็พ่นออกมาทันที“โอ๋ๆ พี่ผันพาไปทำไร่เอาไหม” ตามฝันจับแขนน้องเขย่า และชี้ไปที่แปลงผัก ซึ่งไม้ซุงได้ยกดินขึ้นมาเป็นแปลงสามแถว มีทางเดินระหว่างแปลง “ทำไร่ ขุมไ
“ถวัดดีค่ะ คูโหง” ตามฝันยกมือไหว้พร้อมกับถอนสายบัวแทบติดพื้นอย่างที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลสอน“โถๆๆ แม่คุณ แต่งหน้าซะด้วยแม่ฉุยฉายน้อยของครู” ครูหงส์หยิบผ้าแดงเดินเข้าไปหาตามฝัน ครั้นเหลือบเห็นขุมทรัพย์ที่ไม้ซุงเพิ่งปล่อยลงพื้นก็จับแก้มยุ้ยๆ อย่างเอ็นดู “พี่ฝันแต่งหน้าให้เหรอลูก”“แท่บๆ แท่บๆ” เด็กน้อยตอบ “อะไรติดอยู่ในปากหรือเปล่าคะคุณพ่อ น้องขุมถึงร้องแท่บๆ” คราวนี้ครูหงส์จับสองแก้มยีเบาๆ อย่างมันเขี้ยว“เปล่าหรอกครับ เขาพูดว่าแซ่บๆ ตามพี่ฝัน” ไม้ซุงอธิบาย มือก็คอยคว้ามืออวบๆ ที่ยื่นไปเหนี่ยวผ้าแดงมาจะใส่ปาก“โจงกระเบนของพี่ฝันค่ะลูก อมไม่ได้น้า” ครูหงส์พยายามปลดผ้าสีแดงออกมาจากมือเด็กน้อย“กล้วยบดมาแล้วคร้าบน้องขุม” ขนมผิงเดินถือถ้วยลายการ์ตูนเข้ามาขุมทรัพย์ได้ยินเสียงแม่ก็ปล่อยผ้าแดงทันที เด็กน้อยโผตัวจะหาแม่ ไม้ซุงจึงรับถ้วยมาถือเพื่อให้ขนมผิงได้อุ้มลูก ขนมผิงพาลูกไปนั่งที่โต๊ะเด็ก เธอจะเอากล้วยบดมาป้อนทุกครั้งเวลาที่ครูหงส์มาซ้อมรำให้ตามฝัน“ตายแล้ว พี่ฝันนี่ซนจริงๆ” ขนมผิงบ่นเบาๆ เมื่อได้มองหน้าลูกชายซึ่งเลอะเทอะด้วยเครื่องสำอางใกล้ๆ“เล่นกันสนุกๆ น่า อย่าไปว่าดุลูกนะ”ไม้ซุง
หลังจากส่งตามฝันเข้านอนในห้องนอนส่วนตัวที่เต็มไปด้วยโดราเอม่อน และแวะดูขุมทรัพย์ซึ่งอยู่ในห้องนอนใหญ่แต่มีฉากกั้นให้เป็นห้องเด็กผู้ชายน่ารักๆ แล้ว ก็ถึงเวลาของพ่อแม่ที่ได้เอนหลังบ้าง“ผิง”“คะ”“ขอบคุณนะครับ ที่ตามจีบพี่แบบมาราธอน”“ผิงทั้งอ่อยทั้งยั่วจนเหนื่อยจนท้อเลย”“พอรู้ตัวว่าถูกผิงเท พี่ใจหายวาบ ตอนนั้นแหละพี่ถึงรู้ว่าชีวิตนี้พี่ขาดผิงไม่ได้ จึงต้องวางแผนสารพัดเพื่อให้ผิงกลับมาเป็นของพี่”“ผิงไม่เคยตัดใจจากพี่ได้ ผิงตื่นเต้นแค่ไหนพี่ไม่รู้หรอกที่ได้เจอพี่ตอนไปเป็นพริตตี้งานมอเตอร์โชว์”“พี่ก็ดีใจ ใจเต้นแรง ไปเฝ้าผิงทุกวัน เพิ่งรู้ว่ารักครั้งแรกมันอารมณ์แบบนี้นี่เอง พี่เข้าใจความรู้สึกของผิงเลย แล้วก็โคตรหวงตอนไอ้นาวินมันจีบผิง”“ได้ข่าวเขามั่งไหมคะว่าตอนนี้เป็นยังไง”“หลังจากมันกับจันทร์ถูกฟ้องและเสียเงินเสียทองไปอื้อ จันทร์ก็ยังทุ่มให้มันอยู่ เหมือนว่าบริษัทกำลังเจ๊งเพราะเอาทุนไปถมให้ไอ้แมงดานั่นไม่หยุด”“สร้างเวรสร้างกรรมเองเนอะ”“ใช่ แต่มันยังสร้างเวรอยู่นะ ได้ข่าวว่าไปเฝ้านักศึกษา ตกเย็นก็พากันซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปไหนๆ”“เอาข่าวมาจากไหนคะ”“กำปั้น”“คุณกำปั้น!!!”“อือ คนจัด
สามเดือนต่อมาตีห้าปุ๊บก็มีเสียงตะบันหมากดังมาจากนอกห้อง ขณะที่ห้องครัวซึ่งอยู่ใต้ห้องของขนมผิงพอดีมีเสียงตำน้ำพริก เธอพลิกตัวไปหาคนข้างๆ ความว่างเปล่าบนที่นอนทำให้นึกขึ้นได้ว่าไม้ซุงไปดูเรือตังเกที่จะเข้าท่าตั้งแต่ตีสอง“แม่ทะ” เสียงตามฝันดังขึ้นตรงประตู“ขา” ขนมผิงลุกไปเปิดประตูให้ลูกสาวที่ไปนอนห้องทวดเมื่อคืน“พ่อหม่ำหมากของทวด” ตามฝันฟ้อง ชี้ไปทางพ่อซึ่งกำลังเอาช้อนขอดก้นครกตำหมาก และส่งช้อนเข้าปาก“ออเหรอ” ขนมผิงตามลูกไปนั่งแหมะที่เชี่ยนหมาก“เอ้า ถุงเก่าหมดแล้ว เปิดถุงใหม่เลย” ทวดหยิบถุงยาเส้นออกมาจากถุงก็อบแก็บ โยนใส่ตักไม้ซุงให้จัดการเปิดเอง“พี่”“ครับ” เขาขานรับขณะแกะถุงที่ทวดโยนมาให้ แล้วดึงยาเส้นออกมาสีฟัน“นึกยังไงถึงกิน”“เปรี้ยวปาก ไปท่าฉลอมมามีแต่กลิ่นคาวปลา พอกลับมาเห็นลูกกำลังตำหมากพอดี เลยแซงคิวทวด” เขาหยิบกระโถนที่ย่าเอามาวางไว้ให้ จัดการบ้วนน้ำหมากลงไป“แปลกๆ นะพี่เนี่ย ครั้งก่อนบอกว่าไม่เอาแล้ว”ขนมผิงส่ายหัว ตามองลูกสาวที่กำลังเริ่มต้นตำหมากครกใหม่ โดยมีทวดเป็นคนใส่วัตถุดิบต่างๆ ลงไปในครกตามลำดับ“ขวานตำให้ทวดใหม่ พ่อห้ามหม่ำ” แกดันครกไปไว้อีกด้าน หันหลังให้พ่อ
ชีวิตหลังแต่งงานช่วงแรกขลุกขลักพอสมควร ขนมผิงพาตามฝันมาอยู่คอนโดฯ ของไม้ซุง จากเดิมที่เดินไปทางไหนก็มีธรรมชาติให้เด็กน้อยได้เก็บเกี่ยวความสุข ตอนนี้หลายอย่างขาดหายไป บางอย่างถูกลดขนาดลง เหลือเพียงห้องสี่เหลี่ยมสูงเทียมฟ้า ตอนแรกตามฝันก็ตื่นเต้นกับรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่กว่าเดิม ละลานตาด้วยของเล่นเยอะกว่าเดิม แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็คิดถึงบ้าน“อยากปูกผัก อยากยดน้ำผัก”“พ่อพาไปซื้อดิน ซื้อกระถาง ซื้อเมล็ดผักไหมคะ แล้วก็เอามาปลูกที่ระเบียง” เขาชี้ไปที่ระเบียงคอนโดฯ ซึ่งมีพื้นที่ว่างพอจะวางกระถางได้สี่ห้าใบ“ไม่ท่ะ ปูกที่บ้าน” ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบ้“น้องฝันนอนหลับก่อนไหมคะ พรุ่งนี้พ่อกับแม่พากลับบ้าน” ไม้ซุงตบตูดลูก กล่อมให้ลูกนอน ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เขากลับมาก็พบว่าลูกสาวยังไม่ยอมนอน“ขวานจะนอนกับทวด” เริ่มสะอึกสะอื้น“ตอนนี้ดึกแล้ว ขับรถมันอันตราย” ขนมผิงให้เหตุผล“ไม่ พ่อกับดึก พ่อขับยดไม่อันตาย” ตามฝันแย้ง เพราะทุกคืนไม้ซุงกลับดึก แต่ก็มาถึงอย่างปลอดภัย ส่วนแกอยู่ที่คอนโดฯ กับแม่สองคน“ตอนนี้ทวดนอนแล้วนะคะ” ขนมผิงโน้มน้าว “พรุ่งนี้เราซื้อขนมไปฝากทวดกัน ทวดต้องดีใจแน่ๆ”“ขวานคิดถึงท
“โธ่ลูกเอ๊ย ซุงต้องรอให้น้องฝันคุ้นกว่านี้ก่อนนะลูก น้องฝันอยู่กับคนแก่ๆ มาตลอด เวลาไปที่อื่นถ้ามีแม่อยู่ด้วยแกไม่กลัวอะไร ผิงเขาสอนไว้ไม่ให้คนแปลกหน้าหอมไม่ให้จูบ แกก็เลยไม่ไว้ใจใครเท่าไร”“ผมต้องทำยังไงล่ะครับ เมื่อไรผมถึงจะได้หอมได้จูบลูก”“ซุงว่างก็มาเล่นกับน้องฝันบ่อยๆ เดี๋ยวแกก็คุ้น พอคุ้นแล้
“ที่ผมยอมจากไปไม่ใช่ว่าผมปล่อยมือ และตอนนี้เธอคนนั้นก็มีหน้าที่รับผิดชอบความสุขของผมบ้าง ผมกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็นของผม”เขาจบคำพูดบนเวทีโดยมอบหน้าที่ต่อให้กับพิธีกร“ถ่ายรูปกับพี่หน่อยครับ” เขาเดินเข้าไปหาขนมผิงที่มีคนต่อคิวถ่ายรูปมากมาย เหล่าคนต่อคิวไม่แสดงอาการไม่พอใจแต่อย่างใด ค
“ทำไมล่ะครับ ผิงจะได้เอาเงินที่จะมาจ่ายค่าหมอมาซื้อของเล่นให้น้ำผึ้งไงครับ” เขาพยักพเยิดไปทางน้ำผึ้งที่ตื่นเต้นกับพนักงานของร้านที่กำลังโชว์นวดเส้นหมุนติ้วๆ อยู่ข้างโต๊ะ“มันเกินไปแล้วค่ะพี่ปัน พี่ทำให้ผิงไม่สบายใจ ถ้าพี่ยังทำแบบนี้ไม่เลิก ผิงจะย้ายกลับไปโรงพยาบาลที่บ้านแล้วค่ะ”“เฮ้อ ผิง...โอเคๆ”
“ผมพอจะรู้ครับว่าทำไมผิงไม่อยากให้พูดเรื่องนี้ ผมขออนุญาตเข้าไปหาผิงนะครับ”“อ้อ เอ้อๆ ไปดูน้องหน่อย”ไม้ซุงเปิดประตูเข้าไปในห้องขนมผิง เธอนอนหันหลังห่มผ้าอยู่บนเตียง“ไหนว่าจะเตรียมตัวอาบน้ำไงคะ” เขาขึ้นมาบนเตียง ไหล่บางขืนไม่ยอมหันมาตามแรงเหนี่ยว เขาจึงโน้มตัวชะโงกหน้าไปมอง “ง่วง”ไม้ซุงใช้ความ







