Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2026-02-15 18:08:29

เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้เก่าคร่ำครึดังแว่วราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณ บรรยากาศภายในห้องเช่าซอมซ่อที่เดิมทีก็น่าอึดอัดอยู่แล้ว กลับทวีความตึงเครียดขึ้นจนแทบขาดผึง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนพื้นกระดานไม้หน้าห้องดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เอี๊ยด...

บานประตูไม้ที่บานพับขึ้นสนิมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนังห้อง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในห้องนั้นให้ตื่นตัว แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันวูบไหว เผยให้เห็นร่างท้วมหนาของผู้มาเยือนยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เงาทะมึนของเธอทอดยาวพาดผ่านร่างของสองแม่ลูกที่กอดกันกลมอยู่บนฟูกเก่าๆ

"ป้าหวัง..." อาอวี๋อุทานเสียงสั่น พลางซุกหน้าเข้ากับอกแม่แน่น ร่างกายเล็กจ้อยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ เด็กน้อยจำใบหน้านั้นได้ดี หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบุบเบี้ยวไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แม่บ้านใจโหดที่หนานกงหลานส่งมาดูแลพวกเธอ แต่ในความเป็นจริงคือมาเพื่อกดขี่ ขโมยของกิน และทุบตีระบายอารมณ์

ในมือขวาที่หยาบกร้านของป้าหวังกำไม้หน้าสามท่อนยาวไว้แน่น เนื้อไม้มีรอยถลอกและเสี้ยนหนามดูน่ากลัว สายตาของนางจ้องมองมาที่เหวินซู่ชิงและอาอวี๋ราวกับมองมดปลวกที่กำลังจะถูกบี้ให้ตายคามือ

"นังตัวดี... นึกว่าตายไปแล้วซะอีก ทนทายาดจริงนะ" ป้าหวังแสยะยิ้มจนเห็นฟันเหลืองอ๋อย

"คุณหนูหลานสั่งมาว่า ถ้าคืนนี้แกยังไม่ตาย ข้าต้องช่วยสงเคราะห์ให้แกไปสบาย... จะได้ไม่ต้องอยู่เป็นภาระโลก!"

อาอวี๋ร้องกรี๊ดเสียงแหลมเมื่อเห็นป้าหวังยกไม้ขึ้นแล้วฟาดลงกับฝ่ามือตัวเองเสียงดัง ปึก! เป็นการข่มขวัญ

ชิง ซึ่งตอนนี้สวมวิญญาณของเหวินซู่ชิง รับรู้ได้ถึงอันตรายระดับวิกฤต สมองนักวิทยาศาสตร์ของเธอประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็วภายใต้ความเจ็บปวดที่ศีรษะ ร่างกายนี้อ่อนแอเกินกว่าจะปะทะตรงๆ กับหญิงร่างใหญ่ที่มีอาวุธ กล้ามเนื้อแขนขาของเธอลีบเล็กจากการขาดสารอาหาร ขณะที่คู่ต่อสู้มีมวลร่างกายมากกว่าเธออย่างน้อยสองเท่า การเหวี่ยงไม้หน้าสามนั้นเพียงพอที่จะทำให้กะโหลกศีรษะที่ร้าวอยู่แล้วแตกละเอียดได้ในครั้งเดียว

ทางรอดเดียวคือกลลวงและจังหวะ

"อาอวี๋... ฟังแม่นะ" ชิงกระซิบเสียงเบาที่สุดที่ข้างหูลูกสาว แววตาของเธอสงบนิ่งจนน่าประหลาด

"หลับตาลง... ห้ามลืมตาจนกว่าแม่จะบอก เข้าใจไหม?"

เมื่อป้าหวังเริ่มก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ชิงทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นทันที เธอจัดท่าทางให้ดูเหมือนคนที่หมดสติหรือสิ้นใจไปแล้ว แขนข้างหนึ่งตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ศีรษะเอียงไปด้านข้างเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่มีเลือดไหลซึมออกมาสร้างความสมจริง เธอควบคุมลมหายใจให้แผ่วเบาและยาวนานที่สุดเพื่อลดการขยับของหน้าอก และผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนให้ดูเหมือนไร้ชีวิต

อาอวี๋แม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ทำตามคำสั่งแม่ เธอซุกหน้าลงกับฟูก หลับตาปี๋ แกล้งทำเป็นร้องไห้จนหมดแรงอยู่ข้างศพแม่

ป้าหวังหยุดยืนอยู่เหนือร่างของชิง มองดูด้วยสายตาดูแคลน

"เฮอะ! นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แค่ลมปาก... ดูสภาพแกสิ น่าสมเพชจริงๆ"

นางใช้เท้าเขี่ยขาของชิงเบาๆ เพื่อทดสอบ แต่ชิงไม่ตอบสนอง ร่างกายไหวไปตามแรงเขี่ยเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ ความมั่นใจของป้าหวังพุ่งสูงขึ้น นางแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ คิดว่างานของตนคงง่ายกว่าที่คิด

"ตายๆ ไปซะก็ดี จะได้จบเรื่องจบราว" ป้าหวังพึมพำ พลางกระชับไม้หน้าสามในมือ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้อีกนิด จัดท่าทางเพื่อจะลงมือสังหารซ้ำให้แน่ใจ นางเงื้อไม้ขึ้นสูงเหนือศีรษะ กล้ามเนื้อที่แขนเกร็งตัวเพื่อส่งแรงฟาดลงมาที่จุดตายบริเวณขมับ

"หลับให้สบายนะนังสารเลว!"

วินาทีนั้น เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลงในสายตาของชิง เธอได้ยินเสียงแหวกอากาศของไม้ เสียงลมหายใจฮึดฮัดของศัตรู และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อไคลที่ลอยมาเตะจมูก สมองของเธอคำนวณวิถีการฟาดและจุดศูนย์ถ่วงของป้าหวังอย่างแม่นยำ เมื่อป้าหวังเงื้อไม้ขึ้นสูง จุดศูนย์ถ่วงของนางจะยกสูงขึ้นและเปิดช่องว่างช่วงล่างอย่างชัดเจน

นี่คือโอกาสเดียวที่มีค่าความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตสูงสุด

ในเสี้ยววินาทีที่ไม้กำลังจะถูกเหวี่ยงลงมา เปลือกตาของชิงก็เปิดโพลงขึ้น! นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ดั่งสัตว์ร้ายที่ซุ่มรอเหยื่อ ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นและการคำนวณ

"อะไรวะ!?" ป้าหวังอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นศพตรงหน้าลืมตาขึ้นมาจ้อง

ด้วยปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่รวดเร็ว ชิงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่างกาย พลิกตัวตะแคงและเหวี่ยงขาขวาออกไปอย่างรุนแรง เป้าหมายไม่ใช่การเตะให้เจ็บ แต่เป็นการเตะตัดเข้าที่ข้อเท้าของขาหลักที่ป้าหวังใช้รับน้ำหนัก

แรงเตะที่แม่นยำตามหลักคานงัด ทำลายสมดุลการยืนของป้าหวังทันที ร่างท้วมที่กำลังโถมน้ำหนักมาข้างหน้าเพื่อฟาดไม้ เมื่อไร้ฐานรับน้ำหนัก ก็เสียหลักหน้าคะมำลงมาอย่างรุนแรงตามแรงโน้มถ่วง

"โอ๊ย!"

ร่างยักษ์ของป้าหวังล้มกระแทกพื้นไม้เสียงดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม้หน้าสามหลุดมือกระเด็นออกไปเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระยะเอื้อมถึง ป้าหวังพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความโกรธจัด

"นังบ้า! แกกล้าถีบข้าเหรอ!"

แต่ชิงไม่ปล่อยให้ศัตรูได้ตั้งตัว เธอพุ่งตัวเข้าหาป้าหวังด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อสำหรับคนเจ็บ กดเข่าลงบนแผ่นหลังของป้าหวังเพื่อตรึงการเคลื่อนไหว มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อมือขวาของป้าหวังที่พยายามจะเอื้อมไปหยิบไม้

ชิงใช้วิชาป้องกันตัวระยะประชิดที่เธอเคยเรียนรู้เพื่อป้องกันตัวในยุคปัจจุบัน เธอออกแรงบิดข้อมือของป้าหวังในทิศทางที่ฝืนธรรมชาติ กดดันเส้นเอ็นและข้อต่อจนถึงขีดจำกัด

"อ๊ากกก! มือข้า! แขนข้าจะหักแล้ว!" ป้าหวังกรีดร้องลั่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนน้ำตาเล็ด นางพยายามดิ้นรนแต่ยิ่งดิ้น แรงกดที่ข้อต่อยิ่งทวีความรุนแรง

"อยู่นิ่งๆ!" ชิงตวาดเสียงเย็น

"ถ้าไม่อยากให้แขนหักก็หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้!"

แรงกดดันทางจิตใจบวกกับความเจ็บปวดทางกายภาพ ทำให้ป้าหวังสิ้นฤทธิ์ชั่วขณะ นางหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงอ่อนแอที่นอนรอความตายเมื่อครู่ กลายเป็นปีศาจที่น่ากลัวขนาดนี้ได้อย่างไร

เมื่อคุมสถานการณ์ได้แล้ว ชิงไม่รอช้า เธอมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาอุปกรณ์พันธนาการ สายตาเหลือบไปเห็นผ้าม่านเก่าๆ ที่ขาดวิ่นแขวนอยู่ที่หน้าต่าง เธอเอื้อมมือไปกระชากมันลงมาจนหลุดจากราง ฝุ่นหนาเตอะฟุ้งกระจาย แต่เธอไม่สนใจ

ชิงใช้เข่ากดทับกระดูกสันหลังช่วงอกของป้าหวังไว้เพื่อไม่ให้ลุกขึ้นได้ มือฉีกผ้าม่านออกเป็นเส้นยาวๆ อย่างคล่องแคล่ว แล้วจับมือไพล่หลังป้าหวัง มัดด้วยเงื่อนพิรอดและเงื่อนตายทบกันหลายชั้นเพื่อความแน่นหนาที่มั่นใจได้ว่าจะไม่มีทางแกะออกด้วยตัวเอง

"ปล่อยข้านะ! ถ้านายหญิงรู้ แกไม่ตายดีแน่!" ป้าหวังยังคงพ่นคำขู่ออกมาไม่หยุด แม้จะอยู่ในสภาพสิ้นท่า

"เก็บเสียงไว้หายใจเถอะป้า" ชิงพูดพลางจับเท้าของป้าหวังมัดเข้าด้วยกัน แล้วโยงเชือกจากข้อเท้าขึ้นมาผูกติดกับข้อมือด้านหลัง ทำให้ป้าหวังต้องนอนในท่าแอ่นหลัง ซึ่งเป็นท่าที่ทรมานและขยับตัวหนีไม่ได้เลย

"แก... แกมันปีศาจ..." ป้าหวังมองชิงด้วยสายตาหวาดกลัวสุดขีด

"ใช่ ฉันคือปีศาจที่พวกแกปลุกขึ้นมาเอง" ชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก เธอหยิบเศษผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ที่วางอยู่ใกล้มือ กลิ่นเหม็นอับของมันชวนคลื่นไส้ แต่เธอไม่ลังเลที่จะยัดมันเข้าไปในปากของป้าหวังจนเต็ม แล้วใช้ผ้าอีกชิ้นคาดทับมัดไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้คายออกหรือส่งเสียงร้อง

ตอนนี้ ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงอู่อี้ในลำคอของป้าหวังและเสียงหายใจหอบของชิง อาอวี๋ที่แอบมองอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองแม่ของเธอด้วยความทึ่งปนตะลึง เด็กน้อยไม่เคยเห็นแม่เข้มแข็งและน่าเกรงขามขนาดนี้มาก่อน

"แม่จ๋า..." อาอวี๋คลานออกมาจากมุมห้อง เข้ามากอดขาแม่

ชิงหันไปกอดตอบ ลูบหัวลูกสาวเบาๆ

"ไม่เป็นไรแล้วลูก คนใจร้ายทำอะไรเราไม่ได้แล้ว"

หลังจากจัดการภัยคุกคามตรงหน้าเสร็จสิ้น ชิงรู้ดีว่าเวลาของพวกเธอมีไม่มาก ถ้าป้าหวังไม่กลับไปรายงานตัว อีกไม่นานหนานกงหลานคงส่งคนมาเพิ่ม พวกเธอต้องหนี... และการหนีต้องใช้ทุน

ชิงเดินเข้าไปค้นตัวป้าหวังอย่างไม่รังเกียจ เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและกางเกง พบเศษเงินหยวนจำนวนหนึ่ง และกุญแจรถจักรยานเก่าๆ นี่คือทุนก้อนแรก

"อาอวี๋ มาช่วยแม่หน่อย" ชิงเรียกลูกสาว แล้วพากันไปที่เตียงนอนเก่าๆ ที่ขาเตียงเริ่มผุพัง

ความทรงจำของเหวินซู่ชิงระบุพิกัดลับที่ซ่อนไว้ได้อย่างแม่นยำ มันคือจุดที่ปลอดภัยที่สุดในบ้านหลังนี้ ชิงออกแรงผลักเตียงให้เลื่อนออกไป เผยให้เห็นพื้นกระเบื้องที่ดูเหมือนปกติทุกอย่าง แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะมีแผ่นหนึ่งที่มีรอยบิ่นเล็กน้อยที่มุม

ชิงใช้ด้ามช้อนส้อมเก่าๆ ที่วางอยู่แถวนั้นงัดแผ่นกระเบื้องขึ้นมา ฝุ่นดินฟุ้งกระจายเล็กน้อย ใต้แผ่นกระเบื้องนั้นมีหลุมเล็กๆ ที่ถูกขุดเจาะไว้ ภายในมีกล่องเหล็กขึ้นสนิมวางสงบนิ่งอยู่

มือที่สั่นเทาของชิงหยิบกล่องนั้นขึ้นมา นี่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เหวินซู่ชิงแอบซ่อนไว้โดยไม่ให้ใครรู้ แม้แต่สามีของเธอ

เธอค่อยๆ เปิดฝากล่องออก กลิ่นกระดาษเก่าลอยออกมา ภายในกล่องประกอบด้วย

เงินเก็บสะสม เอกสารสำคัญ ทะเบียนสมรสตัวจริง สูติบัตรของอาอวี๋และโฉนดที่ดินผืนเล็กๆ ในชนบทที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อ แม้ราคาจะไม่สูงแต่มันคือหลักประกันชีวิต

จดหมายที่ยังไม่ได้ส่ง จดหมายที่เหวินซู่ชิงเขียนถึงเจียงมู่หยางหลายสิบฉบับ เล่าเรื่องราวพัฒนาการของลูกและความคิดถึงที่เธอมีต่อเขา

ชิงหยิบจดหมายเหล่านั้นขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดบีบคั้นหัวใจ

"ความรักที่โง่เขลา..." เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเก็บจดหมายไว้ก้นกล่อง

"นี่คือตั๋วสู่อิสรภาพของเรา" ชิงบอกกับอาอวี๋ เธอยัดเงินและเอกสารใส่ในห่อผ้าอย่างมิดชิด แล้วหันไปมองป้าหวังที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้น

"เราต้องไปแล้ว อาอวี๋" ชิงลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าและเจ็บปวด แต่จิตวิญญาณของเธอกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า เธอคว้าเสื้อคลุมเก่าๆ มาคลุมตัวลูกสาว อุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก แล้วเดินข้ามร่างป้าหวังไปที่ประตู

"ลาก่อนชีวิตเส็งเคร็ง... ฉันจะไปสร้างโลกใหม่ของฉันเอง"

ชิงเปิดประตูออกสู่ความมืดมิดของค่ำคืน ลมหนาวพัดกรูเข้ามาปะทะใบหน้า แต่คราวนี้มันไม่ได้ทำให้เธอหนาวสั่น แต่มันคือสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะพัดพาเธอกับลูกไปสู่เส้นทางของตำนานบทใหม่ การตัดสินใจครั้งนี้... จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 205

    "ขอโทษนะคุณนาย... เราไม่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจที่ เพ้อเจ้อ แบบนี้หรอก พลาสติกรักษ์โลก? ไร้สาระ! ไปขายเต้าหู้เถอะไป๊!"ธนาคารแห่งที่ 3 ธนาคารเพื่อการเกษตรที่นี่แย่ยิ่งกว่า ซู่ชิงยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ ทันทีที่ยื่นบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ก็โยนบัตรคืนให้ทันที"คุณติด Blacklist ของสมาคมนักธุรกิจจือปั๋วนะรู้

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 204

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเมืองจือปั๋ว สาดส่องผ่านม่านหมอกควันจางๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เหวินซู่ชิง ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องเช่า เธอไม่ใช่แม่หม้ายลูกติดที่น่าสงสารอีกต่อไป ในกระจกสะท้อนภาพของนักธุรกิจหญิงผู้มุ่งมั่น สวมชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มตัดเย็บเ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 203

    ซู่ชิงส่ายหน้า ยิ้มอย่างมีเลศนัย "พี่เข่อฮ่าว... เราไม่ได้มองแค่ปีนี้หรือปีหน้า เรากำลังมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้รัฐบาลเริ่มตระหนักเรื่องมลพิษแล้ว อีกไม่นานกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะเข้มงวดขึ้น โรงงานที่สกปรกจะถูกสั่งปิด แต่ถ้าเราเริ่มทำระบบระบบบำบัดของเสียเป็นศูนย์ตั้งแต่ตอนนี้ เราจะเป็นผู้นำที่รัฐบา

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 202

    ภายในห้องเช่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองจือปั๋ว บรรยากาศเงียบสงัดในยามค่ำคืนถูกรบกวนเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงขีดเขียนของปากกาหมึกซึม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเก่าคร่ำคร่าสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเอกสาร แผนที่ และหนังสือสถิติรายปีทางอุตสาหกรรมที่กางแผ่หราอยู่เ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 201

    พลาสติกคือคำตอบ... มันเบา ทนทาน แปรรูปง่าย และต้นทุนต่ำแต่ซู่ชิงไม่ได้จะทำแค่กะละมังหรือถังน้ำ... ความรู้ระดับเธอต้องไปไกลกว่านั้นเธอเริ่มเขียนสูตรเคมีและแผนผังกระบวนการผลิตลงไปอย่างรวดเร็วเม็ดพลาสติก Polyethylene และ Polypropylene ซึ่งสามารถหาได้จากโรงกลั่นปิโตรเคมีทั่วไป และเธอรู้วิธีตรวจสอบคุณ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 200

    ความเงียบสงัดของค่ำคืนในฤดูหนาวกลับมาปกคลุมห้องเช่าเล็กๆ อีกครั้ง หลังจากเสียงสะอื้นไห้ของ เหวินซู่ชิง ค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ามาทางรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ ซู่ชิงนั่งกอดเข่าพิงประตูอยู่นานนับชั่วโมง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ จ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 71

    "นี่ไม่ใช่สบู่กวนเองในกะละมังหลังบ้านแน่นอนครับท่าน หรือถ้าใช่... คนกวนต้องเป็นอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์ครับ!"เจียงมู่หยางวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงรายงานของนักเคมีตำรวจยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์?เทคโนโลยีระดับสินค้านำเข้า?เขาเปิดลิ้นช

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 32

    กลุ่มควันสีขาวขุ่นของก๊าซคลอรามีนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีรุนแรงระหว่างแอมโมเนียกับสารฟอกขาว ค่อยๆ เจือจางลงไปตามกระแสลมยามบ่าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนกึกคล้ายกับกลิ่นสระว่ายน้ำที่เข้มข้นจนแสบโพรงจมูก บรรยากาศรอบแผงขายของที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการค้าขาย บัดนี้เงียบสงัดลงจนน่าใจหาย ราวกับพายุลูก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 154

    เขาหันไปมองลูกสาว เกาเยว่หมิง ที่นั่งยืดอกด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ"เยว่หมิง! พ่อต้องการให้ลูกเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด! เราจะเปิดตัว Super Octane Booster ในงานนี้ เราจะเอาถังจำลองปฏิกิริยาไปตั้งโชว์! เราจะเอาน้ำมันสูตรพิเศษไปเติมให้รถของท่านผู้ว่าดู! เราจะทำให้นักลงทุนฝรั่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินให

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 152

    "คุณ... ตั้งใจ? หมายความว่ายังไง?""การที่ฉันมาอยู่ที่นี่... มันคือส่วนหนึ่งของแผนการ" ซู่ชิงปล่อยมือเขา แล้วยืนกอดอกพิงกองลังไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ฉันต้องการสร้างหลักฐานและตัดตัวเองออกจากความรับผิดชอบทั้งหมดในโปรเจกต์ใหม่ของคุณหนูเกาเยว่หมิง""โปรเจกต์ Super Octane Booster นั่น..." เข่อฮ่าวขมวดคิ้

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-05
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status