Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-02-15 18:08:29

เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้เก่าคร่ำครึดังแว่วราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณ บรรยากาศภายในห้องเช่าซอมซ่อที่เดิมทีก็น่าอึดอัดอยู่แล้ว กลับทวีความตึงเครียดขึ้นจนแทบขาดผึง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนพื้นกระดานไม้หน้าห้องดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เอี๊ยด...

บานประตูไม้ที่บานพับขึ้นสนิมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนังห้อง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในห้องนั้นให้ตื่นตัว แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันวูบไหว เผยให้เห็นร่างท้วมหนาของผู้มาเยือนยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เงาทะมึนของเธอทอดยาวพาดผ่านร่างของสองแม่ลูกที่กอดกันกลมอยู่บนฟูกเก่าๆ

"ป้าหวัง..." อาอวี๋อุทานเสียงสั่น พลางซุกหน้าเข้ากับอกแม่แน่น ร่างกายเล็กจ้อยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ เด็กน้อยจำใบหน้านั้นได้ดี หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าบุบเบี้ยวไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แม่บ้านใจโหดที่หนานกงหลานส่งมาดูแลพวกเธอ แต่ในความเป็นจริงคือมาเพื่อกดขี่ ขโมยของกิน และทุบตีระบายอารมณ์

ในมือขวาที่หยาบกร้านของป้าหวังกำไม้หน้าสามท่อนยาวไว้แน่น เนื้อไม้มีรอยถลอกและเสี้ยนหนามดูน่ากลัว สายตาของนางจ้องมองมาที่เหวินซู่ชิงและอาอวี๋ราวกับมองมดปลวกที่กำลังจะถูกบี้ให้ตายคามือ

"นังตัวดี... นึกว่าตายไปแล้วซะอีก ทนทายาดจริงนะ" ป้าหวังแสยะยิ้มจนเห็นฟันเหลืองอ๋อย

"คุณหนูหลานสั่งมาว่า ถ้าคืนนี้แกยังไม่ตาย ข้าต้องช่วยสงเคราะห์ให้แกไปสบาย... จะได้ไม่ต้องอยู่เป็นภาระโลก!"

อาอวี๋ร้องกรี๊ดเสียงแหลมเมื่อเห็นป้าหวังยกไม้ขึ้นแล้วฟาดลงกับฝ่ามือตัวเองเสียงดัง ปึก! เป็นการข่มขวัญ

ชิง ซึ่งตอนนี้สวมวิญญาณของเหวินซู่ชิง รับรู้ได้ถึงอันตรายระดับวิกฤต สมองนักวิทยาศาสตร์ของเธอประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็วภายใต้ความเจ็บปวดที่ศีรษะ ร่างกายนี้อ่อนแอเกินกว่าจะปะทะตรงๆ กับหญิงร่างใหญ่ที่มีอาวุธ กล้ามเนื้อแขนขาของเธอลีบเล็กจากการขาดสารอาหาร ขณะที่คู่ต่อสู้มีมวลร่างกายมากกว่าเธออย่างน้อยสองเท่า การเหวี่ยงไม้หน้าสามนั้นเพียงพอที่จะทำให้กะโหลกศีรษะที่ร้าวอยู่แล้วแตกละเอียดได้ในครั้งเดียว

ทางรอดเดียวคือกลลวงและจังหวะ

"อาอวี๋... ฟังแม่นะ" ชิงกระซิบเสียงเบาที่สุดที่ข้างหูลูกสาว แววตาของเธอสงบนิ่งจนน่าประหลาด

"หลับตาลง... ห้ามลืมตาจนกว่าแม่จะบอก เข้าใจไหม?"

เมื่อป้าหวังเริ่มก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ชิงทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นทันที เธอจัดท่าทางให้ดูเหมือนคนที่หมดสติหรือสิ้นใจไปแล้ว แขนข้างหนึ่งตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ศีรษะเอียงไปด้านข้างเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่มีเลือดไหลซึมออกมาสร้างความสมจริง เธอควบคุมลมหายใจให้แผ่วเบาและยาวนานที่สุดเพื่อลดการขยับของหน้าอก และผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนให้ดูเหมือนไร้ชีวิต

อาอวี๋แม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ทำตามคำสั่งแม่ เธอซุกหน้าลงกับฟูก หลับตาปี๋ แกล้งทำเป็นร้องไห้จนหมดแรงอยู่ข้างศพแม่

ป้าหวังหยุดยืนอยู่เหนือร่างของชิง มองดูด้วยสายตาดูแคลน

"เฮอะ! นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แค่ลมปาก... ดูสภาพแกสิ น่าสมเพชจริงๆ"

นางใช้เท้าเขี่ยขาของชิงเบาๆ เพื่อทดสอบ แต่ชิงไม่ตอบสนอง ร่างกายไหวไปตามแรงเขี่ยเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ ความมั่นใจของป้าหวังพุ่งสูงขึ้น นางแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ คิดว่างานของตนคงง่ายกว่าที่คิด

"ตายๆ ไปซะก็ดี จะได้จบเรื่องจบราว" ป้าหวังพึมพำ พลางกระชับไม้หน้าสามในมือ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้อีกนิด จัดท่าทางเพื่อจะลงมือสังหารซ้ำให้แน่ใจ นางเงื้อไม้ขึ้นสูงเหนือศีรษะ กล้ามเนื้อที่แขนเกร็งตัวเพื่อส่งแรงฟาดลงมาที่จุดตายบริเวณขมับ

"หลับให้สบายนะนังสารเลว!"

วินาทีนั้น เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลงในสายตาของชิง เธอได้ยินเสียงแหวกอากาศของไม้ เสียงลมหายใจฮึดฮัดของศัตรู และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อไคลที่ลอยมาเตะจมูก สมองของเธอคำนวณวิถีการฟาดและจุดศูนย์ถ่วงของป้าหวังอย่างแม่นยำ เมื่อป้าหวังเงื้อไม้ขึ้นสูง จุดศูนย์ถ่วงของนางจะยกสูงขึ้นและเปิดช่องว่างช่วงล่างอย่างชัดเจน

นี่คือโอกาสเดียวที่มีค่าความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตสูงสุด

ในเสี้ยววินาทีที่ไม้กำลังจะถูกเหวี่ยงลงมา เปลือกตาของชิงก็เปิดโพลงขึ้น! นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ดั่งสัตว์ร้ายที่ซุ่มรอเหยื่อ ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นและการคำนวณ

"อะไรวะ!?" ป้าหวังอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นศพตรงหน้าลืมตาขึ้นมาจ้อง

ด้วยปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่รวดเร็ว ชิงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่างกาย พลิกตัวตะแคงและเหวี่ยงขาขวาออกไปอย่างรุนแรง เป้าหมายไม่ใช่การเตะให้เจ็บ แต่เป็นการเตะตัดเข้าที่ข้อเท้าของขาหลักที่ป้าหวังใช้รับน้ำหนัก

แรงเตะที่แม่นยำตามหลักคานงัด ทำลายสมดุลการยืนของป้าหวังทันที ร่างท้วมที่กำลังโถมน้ำหนักมาข้างหน้าเพื่อฟาดไม้ เมื่อไร้ฐานรับน้ำหนัก ก็เสียหลักหน้าคะมำลงมาอย่างรุนแรงตามแรงโน้มถ่วง

"โอ๊ย!"

ร่างยักษ์ของป้าหวังล้มกระแทกพื้นไม้เสียงดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม้หน้าสามหลุดมือกระเด็นออกไปเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระยะเอื้อมถึง ป้าหวังพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยความโกรธจัด

"นังบ้า! แกกล้าถีบข้าเหรอ!"

แต่ชิงไม่ปล่อยให้ศัตรูได้ตั้งตัว เธอพุ่งตัวเข้าหาป้าหวังด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อสำหรับคนเจ็บ กดเข่าลงบนแผ่นหลังของป้าหวังเพื่อตรึงการเคลื่อนไหว มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อมือขวาของป้าหวังที่พยายามจะเอื้อมไปหยิบไม้

ชิงใช้วิชาป้องกันตัวระยะประชิดที่เธอเคยเรียนรู้เพื่อป้องกันตัวในยุคปัจจุบัน เธอออกแรงบิดข้อมือของป้าหวังในทิศทางที่ฝืนธรรมชาติ กดดันเส้นเอ็นและข้อต่อจนถึงขีดจำกัด

"อ๊ากกก! มือข้า! แขนข้าจะหักแล้ว!" ป้าหวังกรีดร้องลั่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนน้ำตาเล็ด นางพยายามดิ้นรนแต่ยิ่งดิ้น แรงกดที่ข้อต่อยิ่งทวีความรุนแรง

"อยู่นิ่งๆ!" ชิงตวาดเสียงเย็น

"ถ้าไม่อยากให้แขนหักก็หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้!"

แรงกดดันทางจิตใจบวกกับความเจ็บปวดทางกายภาพ ทำให้ป้าหวังสิ้นฤทธิ์ชั่วขณะ นางหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงอ่อนแอที่นอนรอความตายเมื่อครู่ กลายเป็นปีศาจที่น่ากลัวขนาดนี้ได้อย่างไร

เมื่อคุมสถานการณ์ได้แล้ว ชิงไม่รอช้า เธอมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาอุปกรณ์พันธนาการ สายตาเหลือบไปเห็นผ้าม่านเก่าๆ ที่ขาดวิ่นแขวนอยู่ที่หน้าต่าง เธอเอื้อมมือไปกระชากมันลงมาจนหลุดจากราง ฝุ่นหนาเตอะฟุ้งกระจาย แต่เธอไม่สนใจ

ชิงใช้เข่ากดทับกระดูกสันหลังช่วงอกของป้าหวังไว้เพื่อไม่ให้ลุกขึ้นได้ มือฉีกผ้าม่านออกเป็นเส้นยาวๆ อย่างคล่องแคล่ว แล้วจับมือไพล่หลังป้าหวัง มัดด้วยเงื่อนพิรอดและเงื่อนตายทบกันหลายชั้นเพื่อความแน่นหนาที่มั่นใจได้ว่าจะไม่มีทางแกะออกด้วยตัวเอง

"ปล่อยข้านะ! ถ้านายหญิงรู้ แกไม่ตายดีแน่!" ป้าหวังยังคงพ่นคำขู่ออกมาไม่หยุด แม้จะอยู่ในสภาพสิ้นท่า

"เก็บเสียงไว้หายใจเถอะป้า" ชิงพูดพลางจับเท้าของป้าหวังมัดเข้าด้วยกัน แล้วโยงเชือกจากข้อเท้าขึ้นมาผูกติดกับข้อมือด้านหลัง ทำให้ป้าหวังต้องนอนในท่าแอ่นหลัง ซึ่งเป็นท่าที่ทรมานและขยับตัวหนีไม่ได้เลย

"แก... แกมันปีศาจ..." ป้าหวังมองชิงด้วยสายตาหวาดกลัวสุดขีด

"ใช่ ฉันคือปีศาจที่พวกแกปลุกขึ้นมาเอง" ชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก เธอหยิบเศษผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ที่วางอยู่ใกล้มือ กลิ่นเหม็นอับของมันชวนคลื่นไส้ แต่เธอไม่ลังเลที่จะยัดมันเข้าไปในปากของป้าหวังจนเต็ม แล้วใช้ผ้าอีกชิ้นคาดทับมัดไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้คายออกหรือส่งเสียงร้อง

ตอนนี้ ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงอู่อี้ในลำคอของป้าหวังและเสียงหายใจหอบของชิง อาอวี๋ที่แอบมองอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองแม่ของเธอด้วยความทึ่งปนตะลึง เด็กน้อยไม่เคยเห็นแม่เข้มแข็งและน่าเกรงขามขนาดนี้มาก่อน

"แม่จ๋า..." อาอวี๋คลานออกมาจากมุมห้อง เข้ามากอดขาแม่

ชิงหันไปกอดตอบ ลูบหัวลูกสาวเบาๆ

"ไม่เป็นไรแล้วลูก คนใจร้ายทำอะไรเราไม่ได้แล้ว"

หลังจากจัดการภัยคุกคามตรงหน้าเสร็จสิ้น ชิงรู้ดีว่าเวลาของพวกเธอมีไม่มาก ถ้าป้าหวังไม่กลับไปรายงานตัว อีกไม่นานหนานกงหลานคงส่งคนมาเพิ่ม พวกเธอต้องหนี... และการหนีต้องใช้ทุน

ชิงเดินเข้าไปค้นตัวป้าหวังอย่างไม่รังเกียจ เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและกางเกง พบเศษเงินหยวนจำนวนหนึ่ง และกุญแจรถจักรยานเก่าๆ นี่คือทุนก้อนแรก

"อาอวี๋ มาช่วยแม่หน่อย" ชิงเรียกลูกสาว แล้วพากันไปที่เตียงนอนเก่าๆ ที่ขาเตียงเริ่มผุพัง

ความทรงจำของเหวินซู่ชิงระบุพิกัดลับที่ซ่อนไว้ได้อย่างแม่นยำ มันคือจุดที่ปลอดภัยที่สุดในบ้านหลังนี้ ชิงออกแรงผลักเตียงให้เลื่อนออกไป เผยให้เห็นพื้นกระเบื้องที่ดูเหมือนปกติทุกอย่าง แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะมีแผ่นหนึ่งที่มีรอยบิ่นเล็กน้อยที่มุม

ชิงใช้ด้ามช้อนส้อมเก่าๆ ที่วางอยู่แถวนั้นงัดแผ่นกระเบื้องขึ้นมา ฝุ่นดินฟุ้งกระจายเล็กน้อย ใต้แผ่นกระเบื้องนั้นมีหลุมเล็กๆ ที่ถูกขุดเจาะไว้ ภายในมีกล่องเหล็กขึ้นสนิมวางสงบนิ่งอยู่

มือที่สั่นเทาของชิงหยิบกล่องนั้นขึ้นมา นี่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เหวินซู่ชิงแอบซ่อนไว้โดยไม่ให้ใครรู้ แม้แต่สามีของเธอ

เธอค่อยๆ เปิดฝากล่องออก กลิ่นกระดาษเก่าลอยออกมา ภายในกล่องประกอบด้วย

เงินเก็บสะสม เอกสารสำคัญ ทะเบียนสมรสตัวจริง สูติบัตรของอาอวี๋และโฉนดที่ดินผืนเล็กๆ ในชนบทที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อ แม้ราคาจะไม่สูงแต่มันคือหลักประกันชีวิต

จดหมายที่ยังไม่ได้ส่ง จดหมายที่เหวินซู่ชิงเขียนถึงเจียงมู่หยางหลายสิบฉบับ เล่าเรื่องราวพัฒนาการของลูกและความคิดถึงที่เธอมีต่อเขา

ชิงหยิบจดหมายเหล่านั้นขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดบีบคั้นหัวใจ

"ความรักที่โง่เขลา..." เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเก็บจดหมายไว้ก้นกล่อง

"นี่คือตั๋วสู่อิสรภาพของเรา" ชิงบอกกับอาอวี๋ เธอยัดเงินและเอกสารใส่ในห่อผ้าอย่างมิดชิด แล้วหันไปมองป้าหวังที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้น

"เราต้องไปแล้ว อาอวี๋" ชิงลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าและเจ็บปวด แต่จิตวิญญาณของเธอกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า เธอคว้าเสื้อคลุมเก่าๆ มาคลุมตัวลูกสาว อุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก แล้วเดินข้ามร่างป้าหวังไปที่ประตู

"ลาก่อนชีวิตเส็งเคร็ง... ฉันจะไปสร้างโลกใหม่ของฉันเอง"

ชิงเปิดประตูออกสู่ความมืดมิดของค่ำคืน ลมหนาวพัดกรูเข้ามาปะทะใบหน้า แต่คราวนี้มันไม่ได้ทำให้เธอหนาวสั่น แต่มันคือสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะพัดพาเธอกับลูกไปสู่เส้นทางของตำนานบทใหม่ การตัดสินใจครั้งนี้... จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 205

    "ขอโทษนะคุณนาย... เราไม่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจที่ เพ้อเจ้อ แบบนี้หรอก พลาสติกรักษ์โลก? ไร้สาระ! ไปขายเต้าหู้เถอะไป๊!"ธนาคารแห่งที่ 3 ธนาคารเพื่อการเกษตรที่นี่แย่ยิ่งกว่า ซู่ชิงยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ ทันทีที่ยื่นบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ก็โยนบัตรคืนให้ทันที"คุณติด Blacklist ของสมาคมนักธุรกิจจือปั๋วนะรู้

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 204

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเมืองจือปั๋ว สาดส่องผ่านม่านหมอกควันจางๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เหวินซู่ชิง ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องเช่า เธอไม่ใช่แม่หม้ายลูกติดที่น่าสงสารอีกต่อไป ในกระจกสะท้อนภาพของนักธุรกิจหญิงผู้มุ่งมั่น สวมชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มตัดเย็บเ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 203

    ซู่ชิงส่ายหน้า ยิ้มอย่างมีเลศนัย "พี่เข่อฮ่าว... เราไม่ได้มองแค่ปีนี้หรือปีหน้า เรากำลังมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้รัฐบาลเริ่มตระหนักเรื่องมลพิษแล้ว อีกไม่นานกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะเข้มงวดขึ้น โรงงานที่สกปรกจะถูกสั่งปิด แต่ถ้าเราเริ่มทำระบบระบบบำบัดของเสียเป็นศูนย์ตั้งแต่ตอนนี้ เราจะเป็นผู้นำที่รัฐบา

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 202

    ภายในห้องเช่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองจือปั๋ว บรรยากาศเงียบสงัดในยามค่ำคืนถูกรบกวนเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงขีดเขียนของปากกาหมึกซึม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเก่าคร่ำคร่าสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเอกสาร แผนที่ และหนังสือสถิติรายปีทางอุตสาหกรรมที่กางแผ่หราอยู่เ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 201

    พลาสติกคือคำตอบ... มันเบา ทนทาน แปรรูปง่าย และต้นทุนต่ำแต่ซู่ชิงไม่ได้จะทำแค่กะละมังหรือถังน้ำ... ความรู้ระดับเธอต้องไปไกลกว่านั้นเธอเริ่มเขียนสูตรเคมีและแผนผังกระบวนการผลิตลงไปอย่างรวดเร็วเม็ดพลาสติก Polyethylene และ Polypropylene ซึ่งสามารถหาได้จากโรงกลั่นปิโตรเคมีทั่วไป และเธอรู้วิธีตรวจสอบคุณ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 200

    ความเงียบสงัดของค่ำคืนในฤดูหนาวกลับมาปกคลุมห้องเช่าเล็กๆ อีกครั้ง หลังจากเสียงสะอื้นไห้ของ เหวินซู่ชิง ค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ามาทางรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ ซู่ชิงนั่งกอดเข่าพิงประตูอยู่นานนับชั่วโมง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ จ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 154

    เขาหันไปมองลูกสาว เกาเยว่หมิง ที่นั่งยืดอกด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ"เยว่หมิง! พ่อต้องการให้ลูกเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด! เราจะเปิดตัว Super Octane Booster ในงานนี้ เราจะเอาถังจำลองปฏิกิริยาไปตั้งโชว์! เราจะเอาน้ำมันสูตรพิเศษไปเติมให้รถของท่านผู้ว่าดู! เราจะทำให้นักลงทุนฝรั่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินให

    last updateLast Updated : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 152

    "คุณ... ตั้งใจ? หมายความว่ายังไง?""การที่ฉันมาอยู่ที่นี่... มันคือส่วนหนึ่งของแผนการ" ซู่ชิงปล่อยมือเขา แล้วยืนกอดอกพิงกองลังไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ฉันต้องการสร้างหลักฐานและตัดตัวเองออกจากความรับผิดชอบทั้งหมดในโปรเจกต์ใหม่ของคุณหนูเกาเยว่หมิง""โปรเจกต์ Super Octane Booster นั่น..." เข่อฮ่าวขมวดคิ้

    last updateLast Updated : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 71

    "นี่ไม่ใช่สบู่กวนเองในกะละมังหลังบ้านแน่นอนครับท่าน หรือถ้าใช่... คนกวนต้องเป็นอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์ครับ!"เจียงมู่หยางวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงรายงานของนักเคมีตำรวจยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์?เทคโนโลยีระดับสินค้านำเข้า?เขาเปิดลิ้นช

    last updateLast Updated : 2026-03-25
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 32

    กลุ่มควันสีขาวขุ่นของก๊าซคลอรามีนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีรุนแรงระหว่างแอมโมเนียกับสารฟอกขาว ค่อยๆ เจือจางลงไปตามกระแสลมยามบ่าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนกึกคล้ายกับกลิ่นสระว่ายน้ำที่เข้มข้นจนแสบโพรงจมูก บรรยากาศรอบแผงขายของที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการค้าขาย บัดนี้เงียบสงัดลงจนน่าใจหาย ราวกับพายุลูก

    last updateLast Updated : 2026-03-19
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status