Share

บทที่ 3

last update publish date: 2026-02-15 18:08:49

เข็มนาฬิกาแห่งโชคชะตาเดินเคลื่อนผ่านเที่ยงคืนเข้าสู่ช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดของวัน ซึ่งเป็นช่วงที่มนุษย์หลับลึกที่สุดและสติสัมปชัญญะหย่อนยานที่สุด ซู่ชิงรู้ดีว่านี่คือหน้าต่างแห่งโอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมี หากพลาดไป วินาทีถัดไปอาจหมายถึงความตาย

ภายในห้องเก็บของเก่าซอมซ่อที่ใช้ขังสองแม่ลูก ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วจนได้ยินเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของตัวเอง ซู่ชิงค่อยๆ พยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นยืน ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ศีรษะยังคงเต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจร ราวกับมีค้อนปอนด์ทุบอยู่ข้างในกะโหลก แต่สารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจากการตอบสนองต่อภัยคุกคาม ช่วยกดทับความเจ็บปวดนั้นไว้ชั่วคราว ทำให้เธอสามารถโฟกัสกับภารกิจตรงหน้าได้

เธอเดินไปที่หน้าต่างบานเล็กด้านหลังห้อง ซึ่งอยู่สูงจากพื้นพอสมควร บานพับเหล็กขึ้นสนิมเขรอะบ่งบอกว่ามันไม่ถูกเปิดใช้งานมานานหลายปี ซู่ชิงใช้เศษผ้าชุบน้ำมันพืชที่เหลือติดก้นขวดมาหยอดตามรอยต่อของบานพับ เพื่อลดแรงเสียดทานและป้องกันไม่ให้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเปิดออก นี่คือหลักการพื้นฐานทางวิศวกรรมเครื่องกลที่เธอคุ้นเคยดี การหล่อลื่นเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นและความตาย

"อาอวี๋... มาหาแม่เร็วลูก" ซู่ชิงกวักมือเรียกลูกสาว

เธออุ้มอาอวี๋ขึ้นแนบอก สัมผัสได้ถึงน้ำหนักตัวที่เบาหวิวผิดปกติของเด็กวัย 4 ขวบ ซึ่งเกิดจากภาวะทุพโภชนาการ ยิ่งตอกย้ำความแค้นในใจเธอที่มีต่อตระกูลเจียงและหนานกงหลาน ซู่ชิงค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนลังไม้เก่าที่นำมาต่อกันเป็นบันได ดันตัวลอดผ่านกรอบหน้าต่างแคบๆ ออกไปสู่โลกภายนอก

ลมหนาวยามดึกพัดปะทะใบหน้า ความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าบางๆ เข้าไปกัดกินผิวหนัง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความหนาวคือ "แสงไฟ"

เบื้องล่างนั้น คืออาณาบริเวณกว้างใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจียง ซึ่งซู่ชิงเพิ่งตระหนักได้จากความทรงจำที่ชัดเจนขึ้นว่า บ้านเช่ารูหนูนี้ตั้งอยู่ที่มุมอับที่สุดในเขตที่ดินของตระกูลเจียง เหมือนเรือนคนใช้ที่ถูกลืม ยามรักษาความปลอดภัยสองคนกำลังเดินลาดตระเวน พร้อมไฟฉายกระบอกยาวที่มีกำลังส่องสว่างสูง ลำแสงสีขาวตัดผ่านความมืดกวาดไปมาตามพุ่มไม้และตัวอาคาร

ซู่ชิงกดหัวอาอวี๋ให้หมอบลงต่ำแนบไปกับพื้นหญ้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำค้าง เธอคำนวณจังหวะการเดินของยามด้วยสายตา ยามสองคนเดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ และจะหันกลับที่มุมตึกทุกๆ 45 วินาที นั่นหมายความว่าเธอมีเวลาเพียงไม่ถึงนาทีในการเคลื่อนที่จากจุดซ่อนตัวหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

"จำไว้นะอาอวี๋... เราต้องเป็นเหมือนเงา ไร้เสียง ไร้ตัวตน" ซู่ชิงกระซิบข้างหูลูกสาว พลางจ้องมองลำแสงไฟฉายที่กวาดผ่านเหนือศีรษะไปอย่างเฉียดฉิว หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก แต่สติยังคงมั่นคงดุจหินผา

เมื่อยามเดินลับมุมตึกไป ซู่ชิงก็ออกตัวทันที เธอไม่ได้วิ่ง แต่ใช้วิธีการย่องแบบย่อเข่าต่ำเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงและทำให้เงาของเธอทาบไปกับพื้นดิน ยากต่อการสังเกตเห็นจากระยะไกล อาอวี๋เกาะหลังแม่แน่น แขนเล็กๆ โอบรอบคอซู่ชิงไว้เหมือนลูกลิง

เส้นทางที่ซู่ชิงเลือกไม่ใช่ทางเดินปูหินอ่อนที่สะดวกสบาย แต่เป็นเส้นทางลัดเลาะผ่านสวนหลังบ้านที่รกร้าง เต็มไปด้วยพุ่มกุหลาบป่าและวัชพืชที่มีหนามแหลมคม นี่คือเส้นทางที่ยามมักจะมองข้ามเพราะความรกชัฏ

กิ่งไม้แห้งและหนามแหลมเกี่ยวเสื้อผ้าและขีดข่วนผิวหนังของซู่ชิงจนได้เลือด แต่เธอกัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว เธอใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเกราะกำบัง ปัดป้องกิ่งไม้ไม่ให้โดนตัวอาอวี๋

"แม่จ๋า... หนูหนาว... หนูมืด..." อาอวี๋เริ่มส่งเสียงสะอื้นเบาๆ ร่างกายเล็กๆ สั่นเทาอย่างรุนแรง ความหนาวเย็นบวกกับความกลัวในความมืดทำให้เด็กน้อยเริ่มสติแตก

ซู่ชิงรีบหยุดชะงัก เธอทรุดตัวลงนั่งหลังพุ่มไม้ใหญ่ ดึงลูกสาวมาไว้ในอ้อมกอด ถ่ายเทไออุ่นจากร่างกายตัวเองไปสู่ลูก มือข้างหนึ่งรีบปิดปากอาอวี๋ไว้อย่างนุ่มนวลแต่แน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงร้องเล็ดลอดออกไป

"ชู่ว... อาอวี๋ ฟังแม่นะลูก" ซู่ชิงกระซิบเสียงแผ่วเบาชิดใบหูเล็กๆ

"แม่รู้ว่าหนูกลัว แม่ก็กลัว... แต่ถ้าเราส่งเสียง ปีศาจข้างนอกนั่นจะจับเราได้ หนูอยากกลับไปหาป้าหวังใจร้ายไหม?"

อาอวี๋ส่ายหน้าดิก น้ำตาไหลพรากอาบแก้มมอมแมม

"ถ้าไม่อยากกลับไป หนูต้องอดทน อีกนิดเดียว... เรากำลังเล่นซ่อนแอบกันอยู่ ถ้าเราชนะ เราจะได้ไปกินของอร่อยๆ กัน ตกลงไหม?" ซู่ชิงใช้วิทยาจิตวิทยาเด็ก เปลี่ยนสถานการณ์เลวร้ายให้เป็นเกม เพื่อลดความตื่นตระหนกของลูก

อาอวี๋พยักหน้า พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ซู่ชิงจูบหน้าผากลูกสาวเบาๆ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของลูกที่เริ่มเย็นลง เธอรู้ว่าต้องรีบพาอาอวี๋ไปจากที่นี่ก่อนที่เด็กจะเกิดภาวะตัวเย็นเกิน

หลังจากใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการฝ่าดงหนามและหลบหลีกสายตาของเวรยาม ซู่ชิงก็พาอาอวี๋มาถึงกำแพงด้านหลังสุดของคฤหาสน์ บริเวณนี้เป็นโซนขนส่งสินค้าสำหรับนำวัตถุดิบและเสบียงเข้าสู่ครัวใหญ่ของตระกูลเจียง

กำแพงอิฐสูงตระหง่านกว่า 3 เมตรดูเหมือนปราการที่ไม่มีวันข้ามพ้นสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ และเด็กน้อย แต่สายตาเฉียบคมของซู่ชิงมองเห็นช่องทางรอด

ที่ลานจอดรถด้านในกำแพง มีรถบรรทุกหกล้อคันเก่าจอดอยู่ กลิ่นน้ำมันดีเซลที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ บ่งบอกว่าเครื่องยนต์เพิ่งถูกสตาร์ท เป็นรถบรรทุกผักสดที่มารับส่งสินค้าในยามเช้าตรู่ เพื่อให้ทันปรุงอาหารเช้าสำหรับคนในคฤหาสน์

บรื้น... ครืด...

เสียงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าคำรามขึ้น ทำลายความเงียบงัน เสียงโลหะกระทบกันและการสั่นสะเทือนของตัวถังรถบ่งบอกถึงสภาพเครื่องยนต์ที่ขาดการบำรุงรักษา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญคือมันกำลังจะออกเดินทาง

ซู่ชิงวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว รถคันนี้คือตั๋วเที่ยวเดียวสู่อิสรภาพ คนขับรถกำลังเดินอ้อมไปปิดประตูรั้วด้านหลัง เปิดโอกาสทองในช่วงเวลาสั้นๆ ที่หน้ารถจะไม่มีคนเฝ้า

"นั่นไงรถของเรา..." ซู่ชิงชี้ไปที่รถบรรทุกสกปรกๆ คันนั้น

"เราจะขึ้นไปบนนั้น แล้วมันจะพาเราไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก"

อาอวี๋มองรถคันใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเหมือนสัตว์ร้ายทำให้เธอกลัว แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของแม่ ความกลัวก็ลดลงกึ่งหนึ่ง

"หนูเชื่อแม่ค่ะ"

"ไป!"

สิ้นเสียงกระซิบสั่งตัวเอง ซู่ชิงก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย อุ้มอาอวี๋วิ่งฝ่าความมืดออกจากเงามืดของกำแพง มุ่งหน้าสู่ท้ายรถบรรทุก ระยะทางประมาณ 20 เมตร แต่ในความรู้สึกของเธอ มันยาวไกลเหมือนวิ่งมาราธอน

รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของเธอย่ำลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ พยายามลงน้ำหนักที่ปลายเท้าเพื่อลดเสียงฝีเท้า คนขับรถกำลังเดินกลับมาที่ห้องโดยสาร เขาผิวปากเบาๆ อย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่ามีผู้โดยสารไม่ได้รับเชิญกำลังวิ่งแข่งกับเวลาอยู่ด้านหลัง

ซู่ชิงวิ่งมาถึงท้ายรถบรรทุก โชคดีที่ฝาท้ายไม่ได้ปิดล็อกแน่นหนา และผ้าใบคลุมรถถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย เธอส่งอาอวี๋ขึ้นไปก่อน

"มุดเข้าไปลูก! เข้าไปลึกๆ!"

อาอวี๋ปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล แล้วซู่ชิงก็รีบปีนตามขึ้นไป ร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เธอเกือบพลัดตกลงมา แต่เธอใช้แขนเกี่ยวกระบะรถไว้แล้วดึงตัวขึ้นไปด้วยแรงใจล้วนๆ

ภายในกระบะรถเต็มไปด้วยตะกร้าไม้ไผ่ใส่ผักกาดขาวหัวใหญ่ กลิ่นเหม็นเขียวของผักสดผสมกับกลิ่นดินโคลนตลบอบอวล ซู่ชิงรีบดึงอาอวี๋ให้แทรกตัวเข้าไปในช่องว่างระหว่างตะกร้าผักกาดขาวที่วางซ้อนกันอยู่

"ขยับตะกร้านี้หน่อย... สร้างโพรงอากาศให้เราหายใจได้" ซู่ชิงจัดแจงขยับตะกร้าผักอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง เพื่อสร้างพื้นที่เล็กๆ พอให้สองคนแม่ลูกขดตัวซ่อนได้โดยไม่ถูกทับ

ทันใดนั้น เสียงประตูด้านคนขับถูกเปิดออกและปิดลงดัง ปัง! แรงสั่นสะเทือนทำให้ซู่ชิงต้องรีบกดหัวอาอวี๋ลงต่ำ และดึงผ้าใบคลุมรถลงมาปิดบังสายตาจากภายนอก หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดในหู

"เฮ้ย! ปิดฝาท้ายดีหรือยังวะ?" เสียงคนขับตะโกนถามเพื่อนอีกคน

ซู่ชิงกลั้นหายใจ มือข้างหนึ่งกอดลูก มืออีกข้างกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ ถ้าพวกเขาเดินมาเปิดผ้าใบดูตอนนี้ ทุกอย่างก็จบ

"เออ! ปิดแล้ว! รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทันตลาดเช้า!" เสียงตอบรับดังมาจากด้านหน้า

ซู่ชิงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ รอดไปหวุดหวิด...

รถบรรทุกกระตุกเกร็งเล็กน้อยเมื่อคนขับเข้าเกียร์ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปข้างหน้า แรงเหวี่ยง จากการเลี้ยวรถทำให้ตะกร้าผักกาดขาวเอียงกระเท่เร่ ซู่ชิงต้องใช้หลังยันตะกร้าไว้ไม่ให้ล้มทับอาอวี๋

ล้อรถบดไปกับพื้นถนนลูกรัง เสียงกรวดหินกระเด็นกระทบซุ้มล้อดังเปาะแปะ ซู่ชิงค่อยๆ แง้มผ้าใบคลุมรถด้านหลังออกเล็กน้อยเป็นช่องขนาดเท่าฝ่ามือ เพื่อมองดูทิวทัศน์เบื้องหลัง

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟของคฤหาสน์ตระกูลเจียง ที่ค่อยๆ หดเล็กลงและห่างออกไปเรื่อยๆ คฤหาสน์ที่ภายนอกดูหรูหราโอ่อ่าราวกับสวรรค์บนดิน แต่สำหรับเธอและลูก มันคือนรกขุมที่ลึกที่สุด คือกรงขังที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด การทรยศ และความตาย

แสงไฟเหล่านั้นเริ่มพร่ามัว ไม่ใช่เพราะระยะทาง แต่เพราะม่านน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของซู่ชิง มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่คือน้ำตาแห่งการปลดปล่อย

"ลาก่อน... ตระกูลเจียง ลาก่อน... เจียงมู่หยาง ลาก่อน... หนานกงหลาน" ซู่ชิงกระซิบคำอำลากับอดีตที่ขมขื่น "ครั้งหน้าที่เราเจอกัน... ฉันจะไม่ใช่เหยื่อที่พวกคุณจะเหยียบย่ำได้อีกต่อไป"

เธอดึงผ้าใบกลับมาปิดสนิท หันกลับมาโอบกอดลูกสาวตัวน้อยที่ผล็อยหลับไปแล้วด้วยความเพลียในอ้อมแขน ความอบอุ่นจากร่างกายของอาอวี๋เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเธอยังมีชีวิตอยู่

รถบรรทุกแล่นฝ่าความมืดมิดของยามค่ำคืน มุ่งหน้าสู่ทิศทางของแสงตะวันที่จะขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ซู่ชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยวางความตึงเครียดทั้งหมดลง แม้หนทางข้างหน้าจะยังมืดมนและไม่รู้จุดหมาย แต่ในวินาทีนี้ เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่า... เธอเป็นอิสระแล้ว และตำนานบทใหม่ของนางพญามังกรกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ปลายทางของถนนสายนี้
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 205

    "ขอโทษนะคุณนาย... เราไม่ปล่อยกู้ให้ธุรกิจที่ เพ้อเจ้อ แบบนี้หรอก พลาสติกรักษ์โลก? ไร้สาระ! ไปขายเต้าหู้เถอะไป๊!"ธนาคารแห่งที่ 3 ธนาคารเพื่อการเกษตรที่นี่แย่ยิ่งกว่า ซู่ชิงยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ ทันทีที่ยื่นบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ก็โยนบัตรคืนให้ทันที"คุณติด Blacklist ของสมาคมนักธุรกิจจือปั๋วนะรู้

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 204

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเมืองจือปั๋ว สาดส่องผ่านม่านหมอกควันจางๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เหวินซู่ชิง ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในห้องเช่า เธอไม่ใช่แม่หม้ายลูกติดที่น่าสงสารอีกต่อไป ในกระจกสะท้อนภาพของนักธุรกิจหญิงผู้มุ่งมั่น สวมชุดสูทกระโปรงสีเทาเข้มตัดเย็บเ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 203

    ซู่ชิงส่ายหน้า ยิ้มอย่างมีเลศนัย "พี่เข่อฮ่าว... เราไม่ได้มองแค่ปีนี้หรือปีหน้า เรากำลังมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้รัฐบาลเริ่มตระหนักเรื่องมลพิษแล้ว อีกไม่นานกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะเข้มงวดขึ้น โรงงานที่สกปรกจะถูกสั่งปิด แต่ถ้าเราเริ่มทำระบบระบบบำบัดของเสียเป็นศูนย์ตั้งแต่ตอนนี้ เราจะเป็นผู้นำที่รัฐบา

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 202

    ภายในห้องเช่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองจือปั๋ว บรรยากาศเงียบสงัดในยามค่ำคืนถูกรบกวนเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงขีดเขียนของปากกาหมึกซึม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเก่าคร่ำคร่าสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเอกสาร แผนที่ และหนังสือสถิติรายปีทางอุตสาหกรรมที่กางแผ่หราอยู่เ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 201

    พลาสติกคือคำตอบ... มันเบา ทนทาน แปรรูปง่าย และต้นทุนต่ำแต่ซู่ชิงไม่ได้จะทำแค่กะละมังหรือถังน้ำ... ความรู้ระดับเธอต้องไปไกลกว่านั้นเธอเริ่มเขียนสูตรเคมีและแผนผังกระบวนการผลิตลงไปอย่างรวดเร็วเม็ดพลาสติก Polyethylene และ Polypropylene ซึ่งสามารถหาได้จากโรงกลั่นปิโตรเคมีทั่วไป และเธอรู้วิธีตรวจสอบคุณ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 200

    ความเงียบสงัดของค่ำคืนในฤดูหนาวกลับมาปกคลุมห้องเช่าเล็กๆ อีกครั้ง หลังจากเสียงสะอื้นไห้ของ เหวินซู่ชิง ค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ามาทางรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ ซู่ชิงนั่งกอดเข่าพิงประตูอยู่นานนับชั่วโมง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ จ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 71

    "นี่ไม่ใช่สบู่กวนเองในกะละมังหลังบ้านแน่นอนครับท่าน หรือถ้าใช่... คนกวนต้องเป็นอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์ครับ!"เจียงมู่หยางวางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงรายงานของนักเคมีตำรวจยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาอัจฉริยะทางเคมีระดับดอกเตอร์?เทคโนโลยีระดับสินค้านำเข้า?เขาเปิดลิ้นช

    last updateLast Updated : 2026-03-25
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 32

    กลุ่มควันสีขาวขุ่นของก๊าซคลอรามีนที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีรุนแรงระหว่างแอมโมเนียกับสารฟอกขาว ค่อยๆ เจือจางลงไปตามกระแสลมยามบ่าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนกึกคล้ายกับกลิ่นสระว่ายน้ำที่เข้มข้นจนแสบโพรงจมูก บรรยากาศรอบแผงขายของที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการค้าขาย บัดนี้เงียบสงัดลงจนน่าใจหาย ราวกับพายุลูก

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 154

    เขาหันไปมองลูกสาว เกาเยว่หมิง ที่นั่งยืดอกด้วยความภาคภูมิใจอยู่ข้างๆ"เยว่หมิง! พ่อต้องการให้ลูกเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด! เราจะเปิดตัว Super Octane Booster ในงานนี้ เราจะเอาถังจำลองปฏิกิริยาไปตั้งโชว์! เราจะเอาน้ำมันสูตรพิเศษไปเติมให้รถของท่านผู้ว่าดู! เราจะทำให้นักลงทุนฝรั่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินให

    last updateLast Updated : 2026-04-05
  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 152

    "คุณ... ตั้งใจ? หมายความว่ายังไง?""การที่ฉันมาอยู่ที่นี่... มันคือส่วนหนึ่งของแผนการ" ซู่ชิงปล่อยมือเขา แล้วยืนกอดอกพิงกองลังไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ฉันต้องการสร้างหลักฐานและตัดตัวเองออกจากความรับผิดชอบทั้งหมดในโปรเจกต์ใหม่ของคุณหนูเกาเยว่หมิง""โปรเจกต์ Super Octane Booster นั่น..." เข่อฮ่าวขมวดคิ้

    last updateLast Updated : 2026-04-05
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status