Share

วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80
วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80
Auteur: XueXiangXiang

บทที่ 1

Auteur: XueXiangXiang
last update Dernière mise à jour: 2026-02-15 18:07:54

เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องแล็บสีขาวสะอาดตาบอกเวลาตีสามสิบห้านาที บรรยากาศภายในศูนย์วิจัยปิโตรเคมีระดับท็อปของเซี่ยงไฮ้เงียบสงัด มีเพียงเสียงครางต่ำๆ ของเครื่องหมุนเหวี่ยงสารและเสียงพัดลมระบายอากาศที่ทำงานอย่างขยันขันแข็ง

ชิง หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ในชุดกาวน์สีขาวที่เริ่มมีรอยยับย่นจากการสวมใส่มานานกว่าสิบแปดชั่วโมง กำลังยืนจ้องมองจอภาพของเครื่องแก๊สโครมาโตกราฟีด้วยสายตาที่จดจ่อจนแทบไม่กะพริบ ผมสีดำยาวที่มักจะถูกรวบไว้อย่างตึงเปรี๊ยะเริ่มหลุดลุ่ยลงมาระต้นคอ ใบหน้าของเธอซีดเซียว ขอบตาคล้ำลึกจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน แต่แววตาหลังกรอบแว่นตานั้นกลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น

"ค่าความบริสุทธิ์อยู่ที่ 99.8%..." ชิงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่า

"อีกนิดเดียว... ขอแค่ปรับค่าตัวเร่งปฏิกิริยาอีกนิดเดียว โครงสร้างโพลิเมอร์ตัวใหม่ก็จะสมบูรณ์แบบ"

เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทยอยกลับบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำ ทิ้งให้เธออยู่เพียงลำพังกับหลอดทดลองและสารเคมีอันตราย สำหรับชิงแล้ว ห้องแล็บคือบ้าน คือโลกทั้งใบ และคือหลุมหลบภัยจากความว่างเปล่าในชีวิตส่วนตัว เธออุทิศทุกลมหายใจให้กับงานวิจัย เพื่อพิสูจน์ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการวิศวกรรมเคมีได้

ทันใดนั้น เสียงหวีดแหลมของสัญญาณเตือนไฟไหม้ก็ดังก้องกังวานไปทั่วตึก ทำลายความเงียบสงัดจนสิ้นเชิง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวาบไปตามผนังห้อง สลับกับเสียงประกาศอัตโนมัติที่สั่งให้อพยพทันที

"บ้าจริง! ระบบตรวจจับควันทำงานผิดพลาดอีกแล้วเหรอ?" ชิงสบถอย่างหัวเสีย เธอไม่อยากละสายตาไปจากปฏิกิริยาเคมีที่กำลังดำเนินอยู่ในเตาปฏิกรณ์จำลองตรงหน้า

แต่แล้ว กลิ่นฉุนกึกของสารเคมีไหม้ไฟก็ลอยมาเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นไหม้ธรรมดา แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของสารไฮโดรคาร์บอนระเหยง่ายที่กำลังถูกเผาไหม้อย่างรุนแรง สัญชาตญาณนักเคมีของเธอกรีดร้องเตือนถึงอันตราย

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากห้องแล็บข้างเคียง แรงสั่นสะเทือนทำให้ขวดสารเคมีบนชั้นวางร่วงกราวลงมาแตกกระจาย ชิงเซถลาไปชนกับโต๊ะปฏิบัติการ เธอมองผ่านประตูกระจกนิรภัย เห็นเปลวเพลิงสีส้มแกมน้ำเงิน สัญลักษณ์ของการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงจัดกำลังลุกลามเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับอสูรที่หิวกระหาย

"ข้อมูล... ข้อมูลวิจัย!"

แทนที่จะวิ่งหนีเอาตัวรอดไปยังทางออกฉุกเฉิน ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในสมองของชิงกลับเป็นผลงานวิจัยที่เธอทุ่มเทชีวิตให้มาตลอดห้าปี เธอคว้าฮาร์ดไดรฟ์พกพาที่วางอยู่ข้างคอมพิวเตอร์ มือที่สั่นเทาพยายามเสียบสายเพื่อดึงข้อมูลสำรอง ความร้อนจากภายนอกเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาจนผิวหนังแสบร้อน

"เร็วสิ... เร็วเข้า!" เธอตะโกนแข่งกับเสียงไฟที่กำลังคำราม

แต่มัจจุราชไม่เคยรอใคร ท่อส่งก๊าซไฮโดรเจนที่เดินระบบอยู่ใต้เพดานเกิดรอยรั่วจากความร้อน และเมื่อก๊าซไวไฟเจอกับประกายไฟ ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่รุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้ก็เกิดขึ้น

แสงสว่างจ้าบาดตาพุ่งเข้าปะทะร่างของชิง ก่อนที่ความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสจะแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายเพียงเสี้ยววินาที ร่างกายของเธอถูกฉีกกระชากด้วยแรงอัดอากาศและถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงนรก สติสัมปชัญญะของเธอดับวูบลง พร้อมกับห้วงความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาอย่างน่าเศร้า

นี่ฉันกำลังจะตายเหรอ? ตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่เคยได้ใช้ชีวิตจริงๆ... ยังไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีครอบครัว วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับสารเคมี... ช่างเป็นชีวิตที่น่าสมเพชเหลือเกิน...

ความมืดมิดอันหนาทึบเข้าครอบงำ ทุกอย่างจบสิ้นลง

ความมืดมิดที่ควรจะเป็นนิรันดร์กลับถูกรบกวนด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่เต้นตุบๆ บริเวณท้ายทอย มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกไฟคลอก แต่เป็นความรู้สึกเหมือนถูกของแข็งกระแทกอย่างแรงจนกะโหลกแทบร้าว กลิ่นที่ลอยมาเตะจมูกไม่ใช่กลิ่นสารเคมีหรือกลิ่นไหม้ แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าที่ขึ้นรา กลิ่นดินโคลน และกลิ่นคาวเลือดจางๆ

ชิงพยายามฝืนลืมตาขึ้น เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับมีตะกั่วถ่วงไว้ ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาที่ยังพร่ามัว คือเพดานไม้ผุพังที่มีคราบน้ำฝนรั่วซึมเป็นวงกว้าง แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กที่วางอยู่มุมห้อง ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศ

"แม่จ๋า... ฮึก... แม่จ๋า อย่าตายนะ..."

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กหญิงตัวน้อยดังอยู่ข้างหู ชิงขยับศีรษะเล็กน้อย ความเจ็บปวดแล่นปราดจนต้องสูดปาก เธอหันไปมองต้นเสียง และพบกับเด็กหญิงวัยประมาณ 4 ขวบ นั่งคุกเข่าอยู่ข้างกาย

เด็กน้อยมีรูปร่างผอมโซจนเห็นกระดูกไหปลาร้าปูดโปน ใบหน้ามอมแมมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้รับการดูแลมานาน เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเพียงเศษผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือเนื้อผ้าเดิม แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววหวาดกลัวและสิ้นหวัง

"แม่จ๋า... ตื่นแล้ว... แม่ฟื้นแล้ว!" เด็กน้อยโผเข้ากอดเธอ ร่างเล็กๆ สั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ

ชิงนอนนิ่งด้วยความมึนงง แม่? เด็กคนนี้เรียกใครว่าแม่? ฉันยังไม่ตายงั้นเหรอ? แล้วที่นี่มันที่ไหน? นรก? หรือโรงพยาบาลสนาม?

เธอยกมือขึ้นสัมผัสบริเวณที่เจ็บปวดที่สุดบนศีรษะ นิ้วมือสัมผัสโดนของเหลวอุ่นเหนียวหนืด เมื่อยกมือมาดูในแสงสลัว ก็พบว่าเป็นเลือดสีแดงสด ไหลอาบลงมาตามขมับ ชิงพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเวียนหัวจู่โจมจนโลกหมุนติ้ว เธอสังเกตเห็นว่ามือของตัวเองดูแปลกไป มันไม่ใช่มีมือเรียวยาวที่ผ่านการดูแลอย่างดีของนักวิจัย แต่เป็นมือที่หยาบกร้าน มีรอยด้านจากการทำงานหนัก และผอมแห้งจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน

"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?" เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งและเบาหวิว ไม่ใช่เสียงเดิมของเธอ

ทันใดนั้น ราวกับเขื่อนกั้นน้ำพังทลาย ความทรงจำมหาศาลที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองเหมือนคลื่นยักษ์สึนามิ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดซ้อนทับเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนชิงต้องยกมือกุมขมับ ร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

เธอไม่ได้ชื่อชิงอีกต่อไป แต่เธอคือเหวินซู่ชิง หญิงสาวอาภัพในยุค 1985

ภาพความทรงจำล่าสุดปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน... คืนนี้มีชายฉกรรจ์สองคนบุกเข้ามาในบ้านเช่าซอมซ่อแห่งนี้ พวกมันรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย เพื่อหาเงินที่เหวินซู่ชิงซ่อนไว้ซื้อข้าวกิน เมื่อไม่พบเงิน พวกมันก็ลงมือทุบตีเธอ และหนึ่งในนั้นใช้ด้ามปืนพกฟาดเข้าที่ศีรษะของเธออย่างแรง หมายจะเอาชีวิตให้ตายคาที่ ก่อนจะหลบหนีไปเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนบ้านตะโกน

และเบื้องหลังการกระทำอันโหดเหี้ยมนี้ ไม่ใช่โจรปล้นทรัพย์ธรรมดา แต่เป็นคำสั่งของหนานกงหลาน

ชื่อนี้กระตุ้นความเคียดแค้นในจิตใจของเจ้าของร่างเดิมอย่างรุนแรง ชิงสัมผัสได้ถึงอารมณ์โกรธ เกลียด และความน้อยเนื้อต่ำใจที่พุ่งพล่าน หนานกงหลานคือเพื่อนสมัยเด็กและเป็นคู่หมั้นของสามีเธอ หญิงสาวที่ภายนอกดูอ่อนหวาน เรียบร้อย ดั่งดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ แต่ภายในจิตใจกลับดำมืดและเต็มไปด้วยความริษยา

หนานกงหลานต้องการกำจัดเหวินซู่ชิงและลูกให้พ้นทาง เพื่อที่ตัวเองจะได้ครอบครองสามีของเหวินซู่ชิงอย่างสมบูรณ์แบบ แผนการชั่วร้ายถูกวางไว้อย่างแยบยล ตั้งแต่การตัดขาดการติดต่อ การยักยอกเงินค่าเลี้ยงดู จนถึงขั้นส่งคนมาสังหาร

ชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือการข้ามภพหรือการเกิดใหม่ในร่างของคนอื่น เป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ แต่ความเจ็บปวดที่ศีรษะและความรู้สึกหิวโหยของร่างกายนี้คือของจริง

ความทรงจำยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็นภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่เย็นชาดุจน้ำแข็ง... "เจียงมู่หยาง" สามีในนามของเธอ

เรื่องราวความรักที่ขมขื่นค่อยๆ ปะติดปะต่อขึ้น เจียงมู่หยางไม่ได้แต่งงานกับเหวินซู่ชิงเพราะความรักแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะพันธะสัญญาเลือดในอดีต พ่อของเหวินซู่ชิงเคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเจียงมู่หยางจากการถูกลอบสังหารโดยกลุ่มกบฏ จนตัวเองต้องจบชีวิตลง ก่อนสิ้นใจ พ่อได้ฝากฝังลูกสาวเพียงคนเดียวไว้กับเจียงมู่หยาง ขอให้เขาดูแลเธอไปตลอดชีวิต

ด้วยเกียรติของชายชาติทหารและความรู้สึกผิด เจียงมู่หยางจึงจำยอมแต่งงานกับเหวินซู่ชิง ทั้งที่เขาหมั้นหมายกับหนานกงหลานอยู่แล้ว

ภาพความทรงจำในคืนวันแต่งงานช่างเหน็บหนาว... ไม่มีงานเลี้ยงฉลอง ไม่มีเทียนมงคล มีเพียงทะเบียนสมรสกระดาษแผ่นเดียว เจียงมู่หยางไม่ได้แตะต้องตัวเธอด้วยความรัก แต่ทำไปตามหน้าที่สามีภรรยาเพื่อให้เสร็จสิ้นพิธีการ และในรุ่งเช้าวันถัดมา เขาก็พาเธอหอบหิ้วสัมภาระมาทิ้งไว้ที่เมืองจือปั๋ว เมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญ โดยอ้างว่าเขาต้องไปปฏิบัติภารกิจลับทางราชการที่มีความเสี่ยงสูง ไม่สามารถพาเธอไปด้วยได้

"รอผมอยู่ที่นี่... ผมจะส่งเงินมาให้ และเมื่อภารกิจจบลง ผมจะกลับมารับ"

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เขาพูด ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้หญิงสาวบ้านนอกผู้ใสซื่อต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังในเมืองแปลกหน้า โดยไม่รู้เลยว่าการรอคอยนั้นจะยาวนานจนเกือบต้องแลกด้วยชีวิต

ชิงมองเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังคงกอดเอวเธอแน่น ใบหน้าของอาอวี๋ ช่างเหมือนกับเจียงมู่หยางราวกับแกะ ทั้งดวงตาและจมูกโด่งรั้น แต่กลับผอมแห้งจนน่าเวทนา

ความจริงที่โหดร้ายที่สุดกระแทกใจชิงอย่างจัง... เจียงมู่หยางไม่รู้ว่าเขามีลูกสาว

หลังจากที่เขาจากไป เหวินซู่ชิงเพิ่งรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ เธอพยายามเขียนจดหมายไปบอกข่าวดีแก่สามี โดยส่งผ่านหนานกงหลาน ซึ่งอาสาเป็นคนกลางในการติดต่อสื่อสาร เพราะเจียงมู่หยางทำงานลับที่ห้ามติดต่อบุคคลภายนอกโดยตรง

แต่จดหมายเหล่านั้นไม่เคยถึงมือเจียงมู่หยาง... หนานกงหลานเผามันทิ้งทุกฉบับ!

ไม่เพียงแค่นั้น เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงจำนวนมากที่เจียงมู่หยางส่งมาให้ภรรยาทุกเดือน ก็ถูกหนานกงหลานยักยอกไปจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงเศษเงินเล็กน้อยที่พอแค่ประทังชีวิตไปวันๆ เพื่อเลี้ยงไข้ให้เหวินซู่ชิงและลูกทรมานอย่างช้าๆ

เจียงมู่หยางเข้าใจผิดมาตลอดว่าภรรยาของเขามีความเป็นอยู่ที่ดี สุขสบายจากการดูแลของคู่หมั้นที่แสนดี เขาจึงวางใจและทุ่มเทให้กับการทำงานเพื่อชาติ โดยไม่รู้เลยว่าเมียและลูกที่เขาไม่เคยเห็นหน้า กำลังนอนรอความตายอยู่ในบ้านรูหนูแห่งนี้

"แม่จ๋า... หนูหิว..." เสียงเล็กๆ ของอาอวี๋ปลุกชิงให้ตื่นจากภวังค์

ชิงก้มลงมองลูกสาวในอ้อมแขน ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่มันคือสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ตกทอดมาจากเจ้าของร่างเดิม ผสมผสานกับความโกรธแค้นของวิญญาณหญิงสาวจากโลกอนาคตที่ไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรม

เธอยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ สัมผัสถึงความร้อนจากพิษไข้และความหวาดกลัวที่สั่นประสาทเด็กน้อย

"ไม่ต้องกลัวนะอาอวี๋..." ชิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงที่อ่อนแอและยอมจำนนเหมือนเหวินซู่ชิงคนเก่าอีกแล้ว แต่เป็นน้ำเสียงที่หนักแน่น มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจของหัวหน้าทีมวิจัยผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค

"แม่คนนี้จะไม่ยอมให้ใครมารังแกหนูได้อีก... ไม่ว่าจะเป็นหนานกงหลาน หรือความยากจนพรรค์นี้ แม่จะพังมันให้หมด"

ชิงกัดฟันแน่น แววตาที่เคยหม่นหมองในอดีต บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เธออาจจะตายจากโลกอนาคตมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในชีวิตใหม่นี้ เธอสาบานว่าจะใช้สมองและความรู้ที่มี พลิกฟื้นชะตาชีวิตที่เน่าเฟะนี้ให้กลายเป็นทองคำ และทวงคืนความยุติธรรมให้กับเจ้าของร่างและเด็กน้อยคนนี้อย่างสาสม!

การเกิดใหม่ที่แท้จริง... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 86

    "ทำไมฉันถึงโง่แบบนี้!" เจียงมู่หยางก่นด่าตัวเองด้วยความเจ็บใจ "ทำไมฉันไม่เคยเอะใจเลยว่าการไปของฉันทิ้งอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง!"เขาคิดย้อนกลับไปถึงจดหมายที่ซู่ชิงเคยส่งไปที่ค่ายทหารเมื่อ 4 ปีก่อน... จดหมายที่เขาไม่เคยแกะอ่านเพราะยุ่งอยู่กับภารกิจ หรือบางทีอาจจะถูกคนของหนานกงหลานดักจับไปทำลายในจดหมาย

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 85

    ความมืดมิดภายในห้องโดยสารของรถจี๊ปทหารเปรียบเสมือนถ้ำที่เงียบสงบ ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ เจียงมู่หยาง พาตัวเองกลับเข้ามานั่งหลังพวงมาลัยได้สำเร็จ เขาก็ทิ้งร่างอันใหญ่โตและเหนื่อยล้าพิงลงกับเบาะหนังเทียมที่เย็นเฉียบ เสียงลมหายใจของเขาดัง เฮือก... เฮือก... ประสานกับเสียงเครื

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 84

    "แล้วคุณลุงก็หายไป..."ซู่ชิงผละออกจากลูกสาว แล้วลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณเกิดเหตุอย่างละเอียดภาพที่เห็นคือความโกลาหลที่เริ่มคลี่คลาย รถบรรทุกคันก่อเหตุยังจอดสนิทอยู่กลางถนน คนขับรถยืนหน้าซีดเผือดให้การกับตำรวจจราจรที่เพิ่งมาถึง ไทยมุงบางส่วนเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปเมื่อเห็นว่าไม่มีใครตายแต

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 83

    ม่านฝุ่นควันสีขาวขุ่นที่เกิดจากการเสียดสีของยางรถยนต์กับพื้นถนนลาดยางเริ่มจางลง เผยให้เห็นภาพที่บีบหัวใจของผู้ที่พบเห็น บนฟุตบาทริมถนนที่ร้อนระอุด้วยไอร้อนจากแสงแดดยามบ่าย ร่างของหญิงสาวในชุดทำงานที่เปรอะเปื้อนฝุ่นกำลังคุกเข่ากอดร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศซู่ชิงหอ

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 82

    การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและลื่นไหลราวกับเงาผี จนกระทั่งไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตเด็กได้หายตัวไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยการไถลบนพื้นและความว่างเปล่าเจียงมู่หยางยืนแนบหลังพิงเสาไฟฟ้า กัดฟันข่มความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เริ่มประท้วง แต่สายตาของเขายังคงชะโงกแอบมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด

  • วิศวกรสาวเกิดใหม่ พาลูกหนีสามีไร้ใจ ยุค 80   บทที่ 81

    ม่านฝุ่นสีขาวขุ่นที่เกิดจากการเสียดสีอย่างรุนแรงระหว่างยางรถยนต์กับพื้นถนนลาดยางยังคงลอยฟุ้งคว้างอยู่ในอากาศ บดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าให้ดูเลือนรางราวกับภาพฝันร้าย กลิ่นไหม้ของยางที่เกิดจากความร้อนสูงฉุนกึกจนแสบจมูก ผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำมันดีเซลและกลิ่นความตายที่เพิ่งเฉียดผ่านไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดท่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status