ANMELDEN07:00 น. ณ หอพักนักศึกษาแพทย์
แสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องลอดผ้าม่านสีขาวตุ่นๆ เข้ามากระทบเปลือกตาที่หนักอึ้ง พิมพริมาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่เรียกว่า 'ยับ' ยิ่งกว่ากระดาษที่ถูกขยำทิ้ง ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจากการอดนอนพ่วงด้วยความเครียดสะสมจากเวรนรกเมื่อคืน กลิ่นน้ำหอมไม้โอ๊คผสมกลิ่นคาวเลือดที่ติดจมูกจากห้องทำแผลนั่นยังตามมาหลอกหลอนจนเธอแทบกินข้าวเช้าไม่ลง
เธอยืนจ้องตัวเองในกระจก พลางหยิบพลาสเตอร์ยามาปิดรอยแผลเล็กๆ ที่มือตัวเอง ‘อคิน ฝันร้ายเดียวที่เธอไม่มีวันสลัดหลุดงั้นเหรอ? เพ้อเจ้อชะมัด นายมันก็แค่พวกนักเลงอัพเกรดที่มีดีแค่หน้าตา’ เธอสลัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะรีบคว้าตำราพยาธิวิทยาเล่มยักษ์ยัดใส่เป้จนซิปแทบแตก แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ตึกเรียนเพื่อเข้าสอบย่อย
กิจวัตรของพิมพริมาคือการวิ่งแข่งกับเวลา เธอต้องเข้าห้องสอบให้ทัน เช็กแล็บคนไข้ให้เป๊ะ และเตรียมตัวสำหรับการถูกอาจารย์หมอ 'สับ' ในวอร์ดช่วงบ่าย สำหรับเธอ มหาวิทยาลัยคือห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ต้องอ่านหนังสือจนเลือดตาแทบกระเด็น
ขณะที่พิมพริมากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ในห้องสอบ ก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบลงในกระดาษจนมือหงิก ทุกครั้งที่เธอมองเห็นรอยแผลจางๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อคืน รอยที่เกิดจากการช่วยชีวิตลูกน้องของอคินและเย็บแผลให้เขา ภาพสายตาเย็นชาทว่าแฝงความประหลาดใจของเขาก็จะแวบเข้ามาป่วนประสาทเธออยู่เรื่อยๆ
กว่าจะสอบเสร็จเธอก็แทบหมดแรง สมองขาวโพลนจนแทบจะจำชื่อตัวเองไม่ได้
ในเวลาเดียวกัน ณ สนามแข่งรถกึ่งอู่ซ่อมส่วนตัว
09:00 น. อคินเพิ่งจะดับเครื่องยนต์รถซูเปอร์คาร์หลังจากทดสอบช่วงล่างใหม่เสร็จ เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืนเหมือนพิมพริมา แต่ต่างกันตรงที่เขาไม่ได้อ่านหนังสือ เขาไปเคลียร์งานที่ "สกปรก" เกินกว่าที่กฎหมายจะเอื้อมถึงมา ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมลงจนเห็นแผ่นอกแกร่งมีรอยเลือดแห้งติดอยู่ตรงสาบเสื้อ แขนซ้ายที่มีผ้าพันแผลสีขาวสะอาดตัดกับผิวเข้มขึ้นสีแดงนิดๆ จากการที่เขาไม่ยอมอยู่นิ่ง
"นายครับ ข้อมูลของ นศพ. พิมพริมาครับ" ขุนทัพ เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อมวางไอแพดลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงในอู่ ใบหน้าของขุนทัพเคร่งขรึมตามสไตล์บอดี้การ์ดคู่ใจ เขารู้ดีว่าถ้า "นาย" สนใจใคร นายจะไม่มีวันปล่อยผ่าน
อคินปรายตามองข้อมูลส่วนตัวของเธอ ‘ดาวเด่นคณะแพทย์ ลูกสาวศัลยแพทย์ชื่อดัง ประวัติขาวสะอาดราวกับกระดาษ A4’ เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่นักล่าใช้มองเหยื่อที่น่าเอ็นดู
"สะอาดเกินไปว่ะขุนทัพ ไม่รู้ว่าถ้าโดนสีแดงป้ายเข้าไป จะร้องไห้เก่งเหมือนตอนด่ามึงหรือเปล่า"
เขาลุกขึ้น สลัดคราบมาเฟียทิ้งแล้วสวมชุดช็อปสีแดงเลือดนกทับลงไป กิจวัตรของเขาคือการเป็น "นักศึกษา" ในฉากบังหน้า แต่เป็น "จอมบงการ" ในโลกเบื้องหลัง อคินหยิบไอแพดเครื่องโปรดขึ้นมาคุยเรื่องตารางงานส่งออกที่ท่าเรือกับคู่ค้าทางธุระกิจอย่างปกติ ราวกับมือคู่นี้ไม่เคยจับปืนหรือหักคอใครมาก่อน
12:15 น. ณ ลานกิจกรรมหน้าหอสมุดกลาง
“พิม! ทางนี้!” เจน เพื่อนสนิทจอมกะล่อนโบกมือหยอยๆ ขณะที่พิมพริมาเดินไหล่ตกออกมาจากอาคารเรียน
“ไปกินข้าวที่โรงอาหารวิศวะกันเถอะ วันนี้มีร้านมาเปิดใหม่ เขาว่ากันว่าพ่อค้าหล่อมากกก” เจนลากเสียงยาวอย่างตื่นเต้น
“ไม่เอาอ่ะเจน ฉันไม่อยากเดินไกล อีกอย่างพวกวิศวะน่ะ เสียงดังจะตาย กลิ่นน้ำมันเครื่องคลุ้งไปหมด” พิมพริมาปฏิเสธเสียงแข็ง เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับความวุ่นวายของคณะฝั่งนั้นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะหลังจากที่เจอ "ใครบางคน" เมื่อคืน เธอยังจำความรู้สึกตอนเห็นสายตาของเขาก่อนเดินจากไปอยู่เลย ใจมันหวิว ๆ จนน่าโมโห
“เถอะน่าพิม ถือว่าไปเปลี่ยนบรรยากาศ แก้บนที่สอบผ่านไง ไปเร็ว!”
สุดท้ายพิมพริมาก็ทนแรงตื๊อของเพื่อนไม่ไหว เธอถูกลากมายังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เต็มไปด้วยนิสิตสวมเสื้อช็อปสีแดง เดินกันขวักไขว่ บรรยากาศดิบเถื่อนและเสียงเฮฮาของผู้ชายกลุ่มใหญ่ทำเอาพิมพริมาตัวลีบเล็กในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดที่ดู 'หลงถิ่น' อย่างชัดเจน
“พิม เธอนั่งจองที่นะ เดี๋ยวฉันไปซื้อข้าวให้ ร้านนี้คิวยาวเป็นกิโลแน่ๆ” เจนรีบวิ่งไปที่ร้านอาหาร ทิ้งให้พิมพริมานั่งกอดเป้อยู่ที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนท่ามกลางสายตาของพวกวิศวะที่มองมาอย่างสงสัย บางคนก็แซว บางคนก็มองด้วยสายตากรุ้มกริ่ม แต่ไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาหา
ในขณะที่เธอกำลังนั่งเหม่อ สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับกลุ่มนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่งที่เดินลงมาจากตึกเรียน คนกลุ่มนั้นดูโดดเด่นจนบรรยากาศรอบข้างดูหมองลง และชายที่เดินนำหน้าสุด ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีแดงเลือดนก ที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นลำแขนแกร่งที่มี ผ้าพันแผล สีขาวพันทับรอยสักเอาไว้อยู่อย่างเนี๊ยบกริบ (ฝีมือการเย็บของเธอเองเมื่อคืน!)
หัวใจของพิมพริมาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ‘นั่นมัน นายอคิน?’
เขาไม่ได้อยู่ในมาดมาเฟียหน้าเหี้ยมเกรียมเหมือนเมื่อคืนที่โรงพยาบาล แต่เขากำลังถือไอแพดเดินคุยกับเพื่อนด้วยท่าทางนิ่งขรึม เสื้อช็อปของเขาปักตราเฟืองของมหาวิทยาลัย และที่กระเป๋าเสื้อมีเข็มกลัดสีเงินระบุชั้นปีชัดเจน อคินเป็นนักศึกษาวิศวะปี 4 มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอจริงๆ!
“เฮ้ย อคิน! เย็นนี้ที่อู่เหมือนเดิมเปล่าวะ?” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนถาม
อคินไม่ตอบเป็นคำพูด เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางที่ดูเป็น "นักศึกษา" แต่กลับมีรังสีความน่าเกรงขามปกคลุมอยู่ทำเอาคนรอบข้างไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเขา ขุนทัพเดินตามหลังเขาห่างๆ ในชุดนักศึกษาแต่ดูออกชัดเจนว่ามาเพื่อคุ้มกันมากกว่ามาเรียน
และแล้ว เหมือนโชคชะตาจะแกล้งคนขวัญอ่อน อคินปรายสายตามาทางโต๊ะที่พิมพริมานั่งอยู่พอดี สายตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาหลังกรอบแว่นของเธอ พิมพริมาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ เขาจะจำเราได้ไหม? เมื่อคืนมันมืดมากนะ แถมเรายังยัดเยียดทำแผลให้เขาด้วย เธอถามตัวเองเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาจำเธอได้ตั้งแต่เดินชนกันเมื่อวันก่อนแล้ว
อคินหยุดเดินชั่วครู่ เพื่อนในกลุ่มเขามองตามสายตามาที่เธออย่างแปลกใจ พิมพริมารีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก พยายามหลบหลังเป้ใบใหญ่ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินเข้ามาใกล้ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมไม้โอ๊คจางๆ ที่คุ้นเคยแต่น่าหวาดหวั่น
“พิม! ข้าวมาแล้ว อ้าว อคิน!” เจนที่เพิ่งเดินถือจานข้าวกลับมาถึงกับทำเสียงหลงเมื่อเห็นชายหนุ่มสุดฮอตของมหาลัยมายืนหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะตัวเอง
พิมพริมาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ อคินยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงพลางมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่มันมีความพึงพอใจบางอย่างพาดผ่านดวงตาคู่นั้น เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนพิมพริมาได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ที่ได้ยินกันแค่สองคน
“บอกแล้วไงว่าห้ามโดนน้ำสามวัน ขอบคุณนะ ยัยหมอ” พูดจบเขาก็ยืดตัวขึ้นแล้วเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ทิ้งให้พิมพริมานั่งอึ้งจนช้อนแทบหลุดจากมือ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ขณะที่เจนกรี๊ดเบาๆ อยู่ข้างๆ
“พิม! เมื่อกี้ อคิน วิศวะปี 4 ตัวท็อปของมหาลัยเขาคุยกับเธอเหรอ? เขาไปรู้จักเธอตอนไหนเนี่ย! แถมยังเรียกเธอว่าหมอด้วย!” พิมพริมาไม่ได้ตอบเพื่อน เธอเพียงแค่มองตามแผ่นหลังกว้างในเสื้อช็อปแดงเลือดนกนั้นไป ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ความจริงที่ว่าเขาเป็นนักศึกษาสถาบันเดียวกันทำให้โลกที่เธอเคยคิดว่าปลอดภัยเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก
เขาสวมหน้ากากนักศึกษาบังหน้าอาชีพมาเฟีย หรือจริงๆ แล้ว เขาเป็นมาเฟียที่บังเอิญมาเรียนหนังสือกันแน่? แต่ที่แน่ๆ "ฝันร้าย" ที่เขาบอกไว้เมื่อคืน มันไม่ใช่แค่คำขู่ลอยๆ แต่มันกำลังเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้ว และดูเหมือนสิงโตตัวนี้จะถูกใจเหยื่อในชุดกาวน์เข้าอย่างจังเสียด้วย
Chapter 18 : กลิ่นกาแฟและแสงตะวันยามเช้า ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้น พายุแห่งอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสองถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบอันแสนหวาน แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าตรู่เริ่มทอแสงรำไร ลอดผ่านม่านสีขาวบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลมทะเลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นไอเค็มของทะเลจางๆ ที่พัดพาความสดชื่นมาปะทะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ราคาแพง และกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน กลิ่นไม้โอ๊คผสมยาสูบจางๆ ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด พิมพริมาค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มนวลของเตียงนอนขนาดคิงไซส์ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรัดอยู่รอบเอวบาง เม
Chapter 17: รอยร้าวในใจและการปลอบโลมใต้แสงดาว NC18++ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่คำรามต่ำท่ามกลางความเงียบของราตรี เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนของพายุอารมณ์ที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ในอกของอคิน สิงหราชเขาเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปตามถนนเลียบชายฝั่งที่ตัดผ่านหน้าผาสูงชัน เส้นทางคดเคี้ยวถูกแสงไฟหน้าจากสัตว์ร้ายสีดำสนิทสาดส่องจนเห็นเพียงหน้าผาหินและผืนน้ำทะเลที่มืดมิดสุดลูกหูลูกตา นิ้วมือที่กุมพวงมาลัยสั่นระริกด้วยโทสะที่ยังไม่มอดดับ ภาพรอยแดงที่ข้อมือขาวและการสั่นเทาของพิมพริมาในห้องน้ำนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด อคินเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งกอดตัวเองอยู่บนเบาะข้างคนขับ พิมพริมาในชุดสครับสีเขียวเข้มที่บัดนี้มีรอยยับย่นและคราบด่างจากน้ำอัดลม เธอนิ่งงันราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่แตกสลาย ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยมองออ
Chapter 16: กุหลาบอาบพิษ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงเชียร์กึกก้องที่สนามบาสเกตบอลคณะวิศวกรรมศาสตร์อาจจะมอดดับไปตามกาลเวลาของเมื่อวาน ทว่าคลื่นความอิจฉาริษยาที่ถูกจุดขึ้นจากภาพการ "ฝากเกียร์" กลางสนามกลับไม่ได้มอดดับลงไปด้วย แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงและก่อตัวเป็นพายุหมุนเงียบๆ ภายใต้หลังคาตึกแดงอันทรงพลัง สำหรับพิมพริมา เกียร์สีทองแดงที่ห้อยอยู่บนคอ คือพันธสัญญาที่ทำให้อุ่นใจท่ามกลางพายุรอบตัว แต่สำหรับหญิงสาวคนอื่นๆ ในถิ่นลานเกียร์แห่งนี้ มันคือ "การหยามเกียรติ" และ "การประกาศสงคราม" อย่างรุนแรง เมเบลดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคเครื่องกล ผู้มีใบหน้าสวยคมโฉบเฉี่ยวและฐานะทางบ้านที่ไม่ธรรมดา เจ้าของฉายา "กุหลาบเหล็ก" ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าเนื้ออยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ สายตาคม
Chapter 15 : เสียงเชียร์ใต้ลานเกียร์ และเกียร์ที่ฝากไว้ NC18+++ ช่วงพักเที่ยง ณ หน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ รถ SUV หุ้มเกราะสีดำสนิทชะลอตัวลงจอดนิ่งสนิทตรงหน้าพิมพริมาที่กำลังเดินถือสมุดโน้ตเตรียมไปเข้าแล็บ กระจกฟิล์มมืดทึบค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของอคินในชุดนักศึกษาวิศวะที่สวมเสื้อช็อปสีแดงทับอยู่ แววตาของเขาดูมีพลังและเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน "เย็นนี้ห้าโมง... ไปที่สนามบาสคณะวิศวะ" อคินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันไปไม่ได้อคิน เย็นนี้ฉันต้องอ่านบท Cardiovascular ต่อ" พิมพริมาปฏิเสธทันควัน 
Chapter 14 : คิดถึง NC 18++ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มจัด ทาบรัศมีอาบไล้ตึกคณะแพทยศาสตร์จนดูราวกับภาพวาด บรรยากาศรอบข้างคราคร่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาแพทย์ในชุดสครับที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา บ้างเร่งรีบไปราวด์วอร์ด บ้างแบกตำราเล่มยักษ์มุ่งหน้าสู่หอสมุด ทว่าท่ามกลางความโกลาหลสีขาวบริสุทธิ์นั้น จุดรวมสายตาของทุกคนกลับถูกสะกดไว้ที่รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทที่จอดนิ่งราวกับสัตว์ร้ายซุ่มหมอบอยู่หน้าทางเข้า พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่แผ่กลิ่นอายความดุดันและแปลกแยกจากโลกอันสงบเงียบแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง อคินยืนพิงรถคันหรูด้วยท่าทีสงบนิ่ง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหนีบบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไว้เพียงเพื่อสัมผัสกลิ่นอายที่คุ้นชิน สายตาคมกริบจดจ่อแน่วนิ่งอยู่ที่ประตูอัตโนมัติของอาคาร จนกระทั่งร่างเล็กในชุดสครับสีเขียวเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเดิน
Chapter 13 : อาณาเขตและพันธนาการ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบของการเตรียมนึกถึงบทเรียน ทว่าสำหรับพิมพริมา มันคือการพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง พิมพริมาเดินก้มหน้าก้มตาเข้าตึกเรียนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอสวมชุดสครับและเสื้อกาวน์ที่รีดจนเรียบกริบ รวบผมหางม้าดูสะอาดตาตามแบบฉบับว่าที่คุณหมอ ทว่าความซ่านสยิวและความเจ็บแปลบที่จุดกึ่งกลางกายยังคงคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ความรู้สึกนั้นจะแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป ความหนักอึ้งในอกเพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเธอก้าวเข้าสู่เขตอาคารเรียน กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่







