LOGINย้อนกลับไปเมื่อช่วง ม.4
“แม่ฝากซื้อเข็มหมุดปักบอร์ดหน่อยลูก” เข็มหมุดที่ว่านั่นแม่จะเอาไปปักโพสอิทให้ลูกค้าเขียนในวันวาเลนไทน์ จำได้แม่นเลยว่าเข็มหมุดที่ซื้อวันนั้นเป็นสีชมพูพิง ซึ่งมันควรจะไปปักที่บอร์ด แต่....ระหว่างทางที่กำลังกลับคาเฟ่พักพิงนั้น มันกลับไปปักอยู่ที่ล้อรถมอเตอร์ไซต์เวสป้าคันสีดำคันหนึ่ง คิดว่าน่าจะพึ่งออกใหม่ซะด้วยสิ ดูจากสีรถ เงาวับสะท้อนเเสงระยิบระยับแยงตาไปหมด ส่วนตัวฉันนั้นได้นั่งพับเพียบยิ้มแห้งงงงงให้เจ้าของรถ “ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจอ่ะ เราสะดุดล้มเข็มหมุดมันก็......เลยกระโดดไปไกล.....ไปหน่อย แฮะๆ” คิดว่าไม่หน่อยนะเกลื่อนถนนเลย ปักล้อรถเขาน่าจะถึง 10 อัน ได้มั่ง ^^! “ขอโทษด้วยค่ะ” ฉันรีบลุกวิ่งไปเก็บหมุดก่อนเลย เพราะว่ากลัวรถคันอื่นจะเหยียบเข้าอีก ยังดีที่ถนนช่วงเวลานี้ไม่ค่อยมีรถขับผ่าน “หื้มมม?” “เดี๋ยวช่วยเก็บ” “ไม่เป็นไร นายรอก่อนนะเดี๋ยวเราจะโทรหาแม่เรียกช่างเอารถไปส่วนค่าซ่อมเรารับผิดชอบเอง” ฉันก้มเก็บหมุดไปพูดไป “ขาเธอ เลือดออก” “ห๊ะ อ้าววว.... T^T….เจ็บ” พอก้มลงดูแผลเท่านั้นแหละเจ็บขึ้นมาเลย ฮือออออน้ำตาซึมค่ะงานนี้ ทว่า แขนบางถูกคลองด้วยมือของชายหนุ่มตรงหน้า “ไปนั่งเถอะ” เขาพาฉันมานั่งโต๊ะข้างร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ก่อนที่มือใหญ่จะหยิบถุงผ้าจากมือฉัน วิ่งไปเก็บต่อจากฉันจนหมด ใจดีจัง “ขอบคุณนะ” ฉันหยิบถุงผ้าจากมือเขาคืน “รอตรงนี้แปปนึง” และเขาก็วิ่งไปอีกแล้ว แต่คราวนี้วิ่งเข้าร้านสะดวกซื้อแฮะ ระหว่างรอ ฉันเลือกที่จะกดโทรหาแม่ “แม่คะ ฟอนต์ทำรถมอเตอร์ไซค์คนอื่นพัง แม่มาช่วยฟอนต์หน่อยได้ไหม” “ฟอนต์ไม่เป็นไรค่ะแม่” “ค่ะ แม่รีบมานะ” “จะแสบหน่อยนะ “คะ ?” ฉันก้มลงมองชายหนุ่มตรงหน้าที่เข้าไปซื้อของเมื่อกี้ อย่าบอกนะไปซื้อยามาทำแผลให้ฉันน่ะ และใช่ เขานั่งลงที่พื้นก่อนจะหยิบสำลีชุบน้ำเกลือล้างแผลซับเลือดตรงเข่าให้ฉัน ......ใจดีจัง...... แต่...... “แสบ” เพียงแค่เริ่มเช็ดด้วยน้ำเกลือก็แสบซะแล้ว “ฟู่~ ฟู่~ หายไหม” ที่ไม่คาดคิดไปกว่านั้นคือเขาเป่าแผลเพื่อให้ความแสบบรรเทาลง เล่นทำใจฉันอุ่นวาบขึ้นมาซะดื้อๆ อะไรกันความอบอุ่นนี้....... “อืม” ฉันพยักหน้าตอบนายใจดี และแล้วก็จบด้วยการแปะปลาสเตอร์ลายเมโลดี้สีชมพู น่ารักๆ “ขอบคุณนะนายใจดี และก็ขอโทษด้วยที่ทำรถนายใจดีพัง” “นายใจดี?” “ใช่ นายใจดี” มือเธอชี้ไปที่คนตรงหน้า “ธีร์ เราชื่อธีร์” คนตรงหน้าเผยรอยยิ้มบางๆ แค่แว็บเดียว แต่เป็นแว็ปเดียวที่น่ามอง.....และกลับทำให้ฉันจดจำจนต้องเผลอยกยิ้มกลับให้ธีร์บ้าง “ฟอนต์เราชื่อฟอนต์นะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หลังจากที่เจอกันครั้งนั้น โชคชะตาก็นำพาให้เรามาเจอกันอีก ธีร์ย้ายมาอยู่โรงเรียนเดียวกับฉัน แถมยังอยู่ห้องด้วยกันอีก แถมเราสองคนก็ยังงงๆ มาสนิทกันจนเป็นเพื่อนสนิทกันไปอีก จนตอนนี้ ม.6 กันแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเข็มปักหมุดกับเวสป้าจะนำพาพวกเรามาสนิทกัน แฮะๆ ฟังดูมันน่าจะเข้ากันที่ไหนล่ะ ณ สนามบาส “แกว่าธีร์จะมาป่ะ” เอ๊ะ! เสียงอะไรที ธีร์นะ ฉันหยิบหนังสือขึ้นปิดบังหน้าตัวเองเอาไว้ แอบเอียงหูฟังกลุ่มข้างๆ เม้าท์กัน “มาสิ ฉันส่องธีร์มาทั้งอาทิตย์เเล้ว ธีร์เขามาเล่นทุกวัน” “วันนี้แหละฉันต้องได้ธีร์มาเป็นแฟนให้ได้เลย” “............” ใช่แน่ๆ ธีร์ที่ว่าคือ ไอบ้าใจดีของฉันแน่ๆ “แกสวยเว้ยฟ้า เชื่อฉัน ธีร์ต้องชอบแกแน่ๆ” “จริงเหรอแก” “มันต้องแน่อยู่แล้วป่ะ สวยๆ รวยๆ แบบแกอ่ะผู้ชายคนไหนจะไม่ชอบบ้าง แถมเมื่อวันศุกร์ฉันเห็นพวกแกคุยกันด้วยนี่ แม๋ๆดูน่ารักเชียวนะย่ะ” “น่ารักกับผีนะสิ!” คุยกันด้วยเหรอไม่เห็นไอเวสป้าเล่าให้ฟังเลย หื้ยยย…. ขวับ! เชี่ยเผลอหลุดปาก ทำทั้งกลุ่มนางหันมองฉันตาขว้างเลยทีเดียว “เอ่อ...แฮะๆ หนังสือนี่ดีนะ น่ารักเป็นบ้า” “หนังสือทำขนม? น่ะเหรอ” จ้ะหนังสือนี่ไม่มีหรอก ฉันพูดว่าพวกเธอเอง พูดได้พูดไปนานแล้ว นั้นอะ 5 รุม 1 เลยนะเว้ย อย่าปากเก่งโว้ยฟอนต์อยู่เฉยๆ ดีกว่า “โอ๊ะ นักกีฬามากันแล้ว” “ไหนอะ อ้อ งื้อออออ ธีร์น่ารักเนาะ หล่อเป็นบ้าเลยอ่ะ” พวกเธอเลิกสนใจฉันหันไปสนใจไอบ้าเวสป้าแทน ธีร์หันมายิ้มโบกมือมาฝั่งนี้ แน่นอนฉันรีบก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เอา “แกรรร เขาโบกมือให้ฉันป่ะ ธีร์ยิ้มด้วยอะแก เขิลอ่าาาา” “หล่ออ่ะฟ้า” “ไม่ต้องเลยยัยโอ๋ เขาเป็นของฉันย่ะ” ‘ของเธอเลยเหรอ’ คิ้วฉันกระตุกยิกๆ รำพันภายในใจ “แต่ธีร์จะเหมาะกับฟ้าเหรอ เหมือนฉันจะได้ยินว่าที่บ้านธีร์กำลังมีปัญหาเรื่องเงินนะ แบบว่าล้มละลายน่ะ” “ช่างสิ คบเล่นๆ ไปก็ได้นี่ เบื่อค่อยทิ้งก็ได้” (-__-) บทสนทนาที่เริ่มจะฟังดูไม่เข้าหูมันทำให้ฉันต้องละจากหนังสือ พ้นลมหายใจขยับถอยออกมาให้ห่าง เพราะไม่อยากได้ยินบทสนทนาเน่าๆ พวกนี้ หยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลง พลางกับกินขนมที่ธีร์ซื้อมาให้ มองไปที่สนามบาสนักกีฬาเริ่มทยอยออกมาวอมกันแล้ว เขาแค่ล้ม.....ก็ทิ้งเขาได้ง่ายๆ เลยเหรอ ดูใจร้ายจังนะ เป็นเธอต่างหาก....ที่ไม่เหมาะกับธีร์ของฉั ฟึบ ฟึบ “...” ฉันขมวดคิ้วเอียงคอมองมือที่โบกไปมาตรงหน้าฉัน “หวัดดี” ฉันถอดหูฟังข้างหนึ่ง มองคนตรงหน้าที่ถือวิสาสะขยับมานั่งข้างๆ ฉัน เรารู้จักกันด้วยเหรอ? การซ้อมช่วงแรกที่แค่เริ่มต้นก็ดูดุเดือดขึ้นเสมือนลงเเข่งขันจริง นักกีฬาทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับลูกบาสทำยังไงมันถึงจะมาอยู่ในมือและชู๊ตมันลงห่วงฝ่ายตรงข้ามให้ได้ และในที่สุดมันก็มาอยู่ในมือเขาจนได้ ธีร์เลี้ยงลูกบาสขึ้นฝั่งตรงข้ามพร้อมจะชู้ตบาสลงห่วงฝ่ายตรงข้าม ทว่า.... “ไอ้ธีร์ เอาเลย ชู้ตเลยเว้ย” จังหวะนั้นสายตาเขามันดันไปเห็นคนตัวเล็กที่ควรจะนั่งอ่านหนังสือทำขนมอยู่ กลับไม่ได้นั่งเพียงคนเดียว คิ้วหนาขมวดคิ้วเมื่อเห็นใครอีกคนนั่งข้างเธอ เสือกนั่งใกล้ชิดเธอด้วยสิ แม่ง! “มันเป็นใคร” “ไม่รู้ว่ะ แต่ลูกนี้กูขอนะเพื่อน” ผมปล่อยลูกบาสให้หลุดมือไปได้อย่างง่ายดาย รีบวิ่งไปหาโค้ช “ไอธีร์มึงจะวิ่งมาทำไม ไปซ้อมต่อ แล้วลูกง่ายๆ ทำไมไม่ชู้ตห๊ะ ปกติฝีมือระดับเทพ ทำไมวันนี้มึงเล่นกากวะธีร์” (-__-) ตาแกนี่บ่นเป็นชุดหมูกะทะเลย “ขอพักครึ่งแรกนะโค้ช ใจไม่ได้อยู่ที่ลูกบาสครับตอนนี้” “สัตว์ มึงพึ่งลง ห่าใจกูนี่แหละจะวาย เห๊ย...ไอ้ธีร์” ไม่อยู่ฟังตาแก่บ่นนาน ผมรีบวิ่งไปหาฟอนต์ก่อนเลย ไอ้เชี่ยนั้นมันเป็นใครวะ อยู่มาตั้งนานไม่เคยเห็น ไม่รู้หรือไงว่าคนนี้ห้ามยุ่ง! “เราชื่อเต้นะ เธอชื่อไรอะ” “......” ฉันเขยิบเว้นระยะห่างจากเต้หน่อย ก่อนจะยกหนังสือขึ้นมาอ่านอย่างไม่สนใจ คือไม่ใช่ว่าหยิ่งนะ แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย แค่ความรู้สึกมันบอกมาแบบนั้น “ชอบทำขนมเหรอ” “...” “เรารู้จักครูที่สอนทำขนมเก่งๆ ด้วยนะ” “เห้อ” ฉับพับหนังสือลง หันมองนายเต้สายตาจริงจัง ว่าจะไม่สนใจแล้วนะ.... “แนะนำหน่อยสิ” ^^ งื้มมมมมม ช่วงนี้นอกจากอ่านหนังสือทำขนมแล้ว ฉันยังสนใจเรื่องการทำขนมอีก ตอนนี้คือกำลังดูๆ สถานที่สอนทำขนมที่น่าสนใจอยู่ “เราไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไรอะดิ ไว้จะถามแม่ให้นะ เพื่อนแม่เราเปิดสอนทำขนมเค้กอ่ะ” “อ่า.....ขอบคุณนะ” คำตอบที่ดูไม่มีน้ำหนัก เหมือนจะเชื่อไม่ได้เลยแฮะ แล้วทำไมต้องขยับมาใกล้ๆ กันด้วย นี่เธอถอยจนจะตกที่นั่งแล้วนะ “งั้นเอางี้ดีกว่า เราขอไลน์เธอไว้ได้ป่ะ ไว้เราจะส่งรายละเอียดไปให้” “ไม่ดีกว่า เราหาที่เรียนเองก็ได้” ฉันไม่ค่อยจะเชื่อที่นายคนนี้พูดสักเท่าไร แล้วอีกอย่างฉันเริ่มอึดอัดแล้วด้วยสิ “เรารู้จักจริงๆนะ เดี๋ยวเปิดรูปให้ดูเลย” เต้ก็ยังพยายามไล่หารูปมายืนยันกับฉัน....แต่จังหวะนั้นเสียงทุกอย่างในหูฉันมันกลับดับ เงียบลงทันควัน มีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ฉันได้ยินมันชัดเจน เปรียบเสมือนมันดังก้องในหัวว่ายวนอยู่ซ้ำๆ “เราชอบธีร์นะ” “!!!!!” “...”6 ปีผ่านไป “ชาม ชาม ชาม เปอร์ เจยเห็ม ชาม ยึก ปุ้ง” (ช้างช้างช้างน้องเคยเห็นช้างรึเปล่า) “.....” “ชาม มุม จู๋ โต ม่าว เบา ชะมด ใยต้าว เยียวาห้วน” (ช้างมันโตไม่เบาจมูกยาวๆ เรียกว่างวง) “โอ๊ะ! ปี ปี๊ ปี๊ ปี๋” “ปี๊ไตเจอร์ เห็มไม นู๋ ตับปีเตื้อไต ว้าวววว ปีเตื้อจ๋วย” เจ้าหญิงตัวน้อยในชุดราตรีสุดสวยร้องเพลงช้าง ช้าง ช้าง สนุกสนาน เด็กน้อยคนนี้เธอมีชื่อว่า เฟอร์บี้ เธอกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อตัวน้อยที่บินโชว์อยู่กลางอากาศ เฟอร์บี้ยกยิ้มร่าเมื่อมือเล็กๆ ของเด็กวัย 3 ขวบนั้นได้จับผีเสื้อได้และกำลังเอาไปให้พี่ชายเธอดู “อื้ม เฟอร์มันจะตายนะถ้าจับแรง” ชายหนุ่มวัย 6 ขวบลูบหัวคนน้องอย่างเอ็นดู “ปล่อยให้มันบินสวยๆ ไหมคะ พี่ช่วย” ไทเลอร์ ก้มลงมองคนน้องเผยรอยยิ้มหวานบอกเจ้าหญิงน้อยของเขา “ยู ตงนี้ ก็จ๋วย” เฟอร์บี้หน้างอใส่คนเป็นพี่ เด็กน้อยที่ไม่อยากจะปล่อยสิ่งสวยงามตรงนี้ไป เผยแววตากลมใสน่าสงสาร ในดวงตาคู่สวยเริ่มเอ๋อคลอด้วยน้ำตามองหน้าคนเป็นพี่อย่างอ้อนๆ “ไม่ร้องนะเจ้าหญิงของพี่ ถ้าเฟอร์บี
“ธามเหม็นวะ ผมจะอ้วก” “เหม็นกู?” “…..” “ไม่ตอบแปลว่าใช่” “ไม่รู้” “เวร! มึงลูกกูจริงไหม ลำบากกูคูณสิบจริงๆ งานก็ต้องทำให้ อายุกู 50 แล้วนะเว้ย” ธามบ่นลูกชายตัวดีที่ตอนนี้มันนอนหนุนตักหนูฟอนต์ แล้วมันไม่ได้พูดเปล่านะ มันพูดว่าเหม็นเสร็จมันก็เอาหน้าขี้เหร่ๆ มันไปซุกท้องเมียอ้อนเมียมันครับ “ที่รักครับ พี่เหม็นดอกไม้กับเหม็นหน้าพ่อ” “เมียพี่ขอเตะลูกได้ไหม พี่อดมานานแล้ว” “นี่ลูกไหมครับ” “คุณพ่อคะอย่าแกล้งธีร์ของหนู” ธามยกยิ้มให้ลูกสะใภ้ รีบเอาแจกันดอกไม้ไปวางที่อื่น เห็นเป็นลูกหรอกนะ ชิ๊ เมียกูอุตส่าห์ทำให้กูได้เฉยชมแต่ไม่เป็นไรเพื่อหลานปู่ทำให้ได้ครับ “ธีร์ไหวไหม เมื่อเช้าก็วิ่งไปอ้วกกลางที่ประชุมนี่ แม่ว่าช่วงนี้พักงานก่อนไหม ลูกน่าจะไม่ไหวแล้ว” “คงต้องพักไว้ก่อนครับแม่ ผมอยู่ห่างฟอนต์ไม่ได้เลย” “โธ่~ลูกแม่ คงรักหนูฟอนต์มากเลยสินะ” “ใช่ครับรักมาก ฟอนต์ครับลูบหัวธีร์หน่อย” “////” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มลูบหัวผู้เป็นสามี เธอตั้งท้องไว้ 5 เดื
ผ่านไป 1 อาทิตย์ 20.00 น. “คิดถึง” สายตาคมเข้มอ่อนไหว มองคนตัวเล็กในจอ คืนนี้เธอขาใส่ชุดนอนสายเดี๋ยวกระโปงสั้น (ฟอนต์ก็คิดถึงธีร์) เธอยกยิ้มตาหยีให้ผม คนตัวเล็กทาครีมปะแป้งเสร็จเธอกระโดดขึ้นเตียงห่มผ้าหนาๆ หยิบเสื้อของธีร์มากอดไว้เพื่อที่จะเข้านอน “นั้นเสื้อธีร์” (อื้ม ฟอนต์ติดกลิ่นแบบว่าถ้าไม่ได้กลิ่นฟอนต์จะนอนไม่หลับ) “....” ฟอนต์แม่ง เกินต้าน! (ก็คนมันไม่ชินนี่) ธีร์จะบอกว่าไม่ใช่แค่ฟอนต์หรอก ธีร์ก็เป็น เพราะติดกลิ่นของฟอนต์มากเลยทำให้นอนไม่หลับยังดีที่เขาแอบเอาตุ๊กตามายเมลโลดี้ที่เธอชอบนอนกอดติดมาด้วย เลยทำให้หลับลงได้บ้าง “ฟอนต์” (คะ) เธอเอียงคอมองปลายสาย รอว่าผมจะพูดอะไร ซึ่งผมชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดขอเธอออกไปดีไหม (ธีร์คะ ฟอนต์รอฟังอยู่) “กังฟูไปไหน” (น้องน่าจะนอนแล้วนะ วันนี้คุณแม่ธีร์มาเล่นกับฟอนต์แล้วรับน้องไปนอนด้วย) “งั้นเหรอ.....” เหมือนแม่จะรู้งานเลยวะ “แล้วหนูง่วงยัง” (ยังค่ะ หนูอยากคุยกับธีร์ แต่ถ้าธีร์ติดงานหนูก็จะนอนแล้
จุ๊ฟ “หื้ม?” “ทำไมธีร์น่ารักขนาดนี้ค่ะ ฟอนต์โคตรคลั่งรักธีร์มากๆ เลยรู้ป่ะ” จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟๆๆๆๆ “^ ^” “ห้ามฟอนต์หน่อยก็ดีนะ” นี่จูบจนปากเปื่อยแล้วนะไอต้าวแฟน “เคยบอกแล้วไงว่าโคตรชอบจูบเธอเลย จูบอีกสิ” “ไม่เอาแล้ว >” “งั้นธีร์จูบเอง” มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางฟอนต์ขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอสบสายตาคู่หวานของธีร์ ก่อนริมฝีปากเขาจะทาบลงมาอย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง อบอวลด้วยความรัก จ๊วบ จ๊วบ “อื้มมมม” ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัตลิ้นเล็กธีร์ขบกัดทั้งปากของเธอ สัมผัสอันนุ่มลึกชวนหัวใจเธอเบาหวิว ร่างกายบางขยับแนบชิดธีร์มากขึ้น “อื้มมม...หวาน” ธีร์ครางเสียงทุ้มหวานในลำคอ เขายกมือขึ้นแกะกระดุมเสื้อตัวเองและถอดมันออก จ๊วบ จ๊วบ “อื้อออ ธีร์....” เธอผล่ะจูบออกจากเขาอ้อยอิง แผล็บ ร่างกายเขาร้อนรุม กดจูบเธอและเลียที่ริมฝีปากฟอนต์อีกครั้ง แต่มือเล็กดันหน้าอกแกร่งห้ามเขาไว้ ตากลมโตสบเข้ากับธีร์ สายตาของเธอดุจประกายวิบวับจนเข้าไม่อาจละออกไปได้ “อ...อยากมีลูกไ
“แน่ใจนะว่าเรื่องที่ได้ยินมาฟอนต์ไม่ได้คิดไปเอง” หงึก หงึก “แน่ใจ ฟอนต์ยินไม่ผิดแน่ ธีร์นัดผู้หญิงมาที่ร้านนี้” “ซวยแล้วมึงไอหมาใหญ่” เจ้าจอมสบถเบาๆ กับตัวเอง เมื่อเช้าฟอนต์โทรมาหาเธอบอกจะพาไปกับแกะ ไอเราก็งงว่าอารมณ์ไหนของเพื่อนวะมันชวนไปจับแกะ ซึ่งแกะที่ว่ามันไม่ใช่แกะจริงๆ แต่เป็นธีร์ต่างหาก “นั้นไง เจอแล้ว ป่ะเร็วๆ เจ้าจอม” ฟอนต์พูดขึ้นเสียงเบาเธอคว้ามือเจ้าจอมย่องตามร่างสูงเข้าไปในร้านอาหารสุดหรู แสงไฟอุ่นๆ ส่องสะท้อนแจกันเซรามิกขนาดใหญ่ที่ตั้งกระดับอยู่มุมหนึ่งของร้าน เธอทั้งสองรีบวิ่งไปหลบซ่อนด้านหลังของแจกันนั้น “คือตัวเราสองคนมันไม่น่าจะบังมิดนะ” “มิดยัง” ด้วยความกลัวธีร์จะจับได้ ฟอนต์เธอเด็ดใบไม้ในแจกันมาบังหน้าช่วยปิดไว้อีกที “เออมิด มิดก็บ้าแล้ว! หน้าบานเท่าฝาบ้าน ใบไม้เล็กเท่าตีนหอยมันจะมิดกี่โมง” “เคยเห็นเหรอ ตีนหอยอ่ะ” “ประเด็นมันอยู่ที่ตีนหอยไหม” “เออ ก็ไม่ จอมอ่ะชวนฟอนต์นอกเรื่อง” “จอมผิด” “ใช่” “เออ ให้มันผิดแค่จอมเถอะ”
“หื้มมม ฟอนต์แฉะแล้วนะ” “อ๊า....เพราะธีร์” เพราะว่าเขาทำให้เธอแฉะ และร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ภายใต้แพนตี้ เธอกระตุกขมิบรู้สึกได้ถึงความชื้น เมื่อมือใหญ่แตะลงตรงกลางสาวใจเธอ “อ๊า ฟอนต์ต้องการธีร์” “ยั่วแบบนี้กะจะให้เค้านอนซบอกเธอทั้งคืนเลยใช่ไหม” สายตาเขาเลื่อนมองเธอตรงหน้า มือเขาค่อยๆ ลากเกี่ยวประโปรงเธอให้เธอลุกขึ้นแล้วถอดมันออกพร้อมกับแพนตี้สีหวาน แผล็บ “////” ปลายนิ้วเรียวแกร่งแตะเข้ากลางกลีบสีหวาน เธอมองธีร์ไม่ละสายตาราวกับว่าถูกมนต์สะกดและลืมหายใจไปแล้ว เมื่อปลายนิ้วเขาที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำหวานที่ชื้นแฉะ.... แผล็บ แผล็บ ปลายลิ้นร้อยตวัดเลียน้ำหวานจากนิ้วเรียว สายตาธีร์อ่อนไหวมองเธอขณะกำลังชิมน้ำหวานจากมือนิ้วมือเขา บ้าจริง....ร่างกายเธอร้อนดั้งไฟเผ่าให้ได้ เพราะเธอต้องการธีร์ “เข้า.....” มือเล็กแตะที่ซิปกางกางเขาและรูดมันลง “เข้ามาทำในตัวฟอนต์ได้ไหม” “หึ เอาสิที่รัก” ริมฝีปากสีไวน์เงยขึ้นจูบเธอ และเลื่อนถอดกางเกง ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งเอนหลังที่โซฟา แท่งแก่นกายขยายใ







