Se connecterบทที่ 5
พูดไม่รู้เรื่อง พวกบริหารนี่เรียนเช้าทุกวันเลยเหรอวะ เขาคิดในใจแต่พอหันมองคณะตัวเองแล้วก็มีสภาพไม่ต่างกัน ต่างก็ตรงที่เขาไม่เคยตื่นไปเรียนนี่แหละ ชายหนุ่มยกกาแฟที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อแล้วกระดกลงคออึกใหญ่ แต่ดูเหมือนฤทธิ์ของคาเฟอีนจะช่วยเขาได้ไม่มากเท่าไร พักเดียวคนที่เขามารอก็เดินออกมาจากโต๊ะสนุกที่เขามาส่งอีกคนทิ้งไว้เมื่อคืนวาน “มึงนี่ก็ขยันเรียนเนอะ” “มึงขี้เกียจเองหรือเปล่า” “แปดโมงเช้านี่กูยังควรอยู่บนที่นอนด้วยซ้ำ มึงทำให้กูต้องตื่นเช้า” เต็นท์ทำท่าทางตัดพ้อ เจโรมเหลือบมองแก้วกาแฟในมือของอีกฝ่ายก็อดขำออกมาแบบไม่จริงใจไม่ได้ “แล้วในมือนั่นไม่ช่วยให้มึงตื่นเลยหรือไง” “มึงขำกูเหรอวะเมื่อกี้” เต็นท์แสดงสีหน้าแปลกใจในท่าทีของอีกฝ่าย พอเขาเอ่ยแซวอีกคนที่เคยยกยิ้มก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นเรียบนิ่งเหมือนเคย “อยากให้กูช่วยทำให้ตื่นไหมล่ะ” เต็นท์ทำหน้าสงสัย รีบวางแก้วในมือลงกับที่วางก่อนหันหน้ามาสนใจคนที่พูดอะไรที่ขัดกับบุคลิกออกมา “ไหนว่ามาดิ” เจโรมไม่ยอมพูดยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาเสียน่าขนลุก “โอ๊ย กูเจ็บนะโว้ย มึงดึงหัวกูทำไมวะ” “จะได้ตื่นไง ไปขับรถ” พูดจบก็สะบัดหัวเขาทิ้งอย่างแรงจนโขกกับพวงมาลัยรถดังโป๊ก “สัตว์ ทำร้ายร่างกายกูแต่เช้า อย่าให้ถึงตากูได้เอาคืนนะมึง” “กูรอ” ไม่พูดเปล่าแต่เจ้าตัวยังแค่นเสียงเหอะออกมาจากคอ ท่าทางน่าหมั่นไส้จนเต็นท์อยากจะซัดมันสักหมัด “กูต้องทำงานให้มึงไปถึงเมื่อไรวะ” เต็นท์ถามขณะขับรถ “จนกว่ากูจะพอใจ” “ตอบสมเป็นมึง” “ไม่แน่นะ กูให้เงินมึงเยอะขนาดนี้ วันหนึ่งมึงอาจจะไม่อยากไปจากกูก็ได้” “ดูถูกกูเกิน คนอย่างกูมึงคิดว่าซื้อได้ด้วยเงินเหรอวะ” “เดือนละสามแสน” “คุณหนูอยากให้ผมทำงานอะไรบอกได้เลยครับ” เต็นท์ตอบรับและขำออกมา พาให้คนฟังหลุดขำออกมาก่อนจะถอนหายใจและเงียบลงไป “เป็นไรอะ ชีวิตมึงนี่เครียดมากปะ” “ไม่ต้องยุ่ง มึงไม่รู้จักกูดีมึงจะรู้อะไร” “งั้นกูอยากรู้จักมึงมากกว่านี้ได้ปะล่ะ” ... รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วที่เขาได้รู้จักกับไอ้ฝรั่งนั่น กิจวัตรประจำวันของเขาตั้งแต่มีมันเข้ามาก็แทบไม่ต่างจากเดิมเท่าไรนัก เรียน เที่ยว กินเหล้า ปัดแอปหาสาวมานอนด้วย ต่างกันที่บางทีแม่งก็ชอบโทรให้เขาไปรับไปส่งดึก ๆ ดื่น ๆ บางวันอารมณ์กำลังพลุ่งพล่านมันก็โทรมา จะขัดใจก็ไม่ได้ เกิดมันเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่เขาขึ้นมา ดูท่าแล้วไม่ต้องรอให้โดนมันฆ่าหรอก แม่เขาคงตามมาจัดการเขาถึงที่นี่แน่นอน หรือว่ามันยังแค้นที่วันนั้นเขาเข้าไปขัดจังหวะมันวะ “กว่าจะเสด็จนะคุณชาย” เต็นท์เอ่ยแซวคนที่เพิ่งเปิดประตูรถขึ้นมา “พูดมาก” “ดุซะด้วย” “ไปสักทีต้องรอให้กูสายก่อนเหรอ” “เออ ไปละครับ” เต็นท์รับคำพร้อมกับออกรถทันที ไม่วายพูดแซวคนข้าง ๆ ตามปกติ “ให้กูมารับทุกวันนี่มีใจปะเนี่ย คนขับรถที่ไหนเขาจะได้กินข้าวกับเจ้านายบ่อยขนาดนี้” “ไม่ดีหรือไงมีคนเลี้ยงข้าว” “มันก็ดีแหละแต่ตื่นเช้าขนาดนี้ไม่ไหวปะวะ กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะมีเรียนเช้าทุกวันอะ” “ที่มึงพูดก็ถูก กูไม่ได้มีเรียนเช้าทุกวันหรอก” “อ้าวนี่มึงกวนตีนกูเหรอ” “ใช่ เวลาที่มึงนัดเย็ดก็ด้วย กูรู้ไงกูเลยโทรไปตาม” “มึงแค้นกูเหรอ” “ทำไม มึงคิดว่ากูดูใจดีเหรอ” “เหี้ยเอ๊ย” เต็นท์เคาะหน้าผากตัวเองเบา ๆ ทำท่าโมโหเล็กน้อย ได้ยินเสียงคนข้าง ๆ เขาหัวเราะออกมาก็อดเหลือบตาไปมองไม่ได้ “สนุกมากเลยดิ” “ก็ดีนะ ชีวิตกูก็น่าเบื่อมานานแล้วอะ” “น่าเบื่อยังไงวะกูว่าชีวิตแบบมึงนี่นะดีจะตาย มีงานเท่ ๆ มีเงินให้ใช้ได้ไม่มีวันหมด หน้าตาก็ดีมีแต่คนรัก” เต็นท์ร่ายยาวเมื่อพูดถึงชีวิตของอีกฝ่าย “กูอิจฉามึงว่ะ” เจโรมมองซีกหน้าของคนขับที่หันหน้ามองถนนก่อนจะแค่นยิ้มออกมาแวบหนึ่ง น่าอิจฉาเหรอ คงไม่ใกล้คำนั้นเลยแม้แต่นิด “อยากให้มึงลองมาเป็นกู” “ถ้ามึงพูดแบบนี้แสดงว่ามึงคิดว่าชีวิตตัวเองไม่ดีเหรอ” “ประมาณนั้น กูก็อิจฉามึงนะ ใช้ชีวิตแบบที่อยากใช้ มีแต่คนรักคนชอบที่ไม่หวังอะไรจากมึงอะ” “ทำไมวะมึงไม่มีคนรักหรือไง อย่ามัวแต่วิ่งหาความรักจากที่อื่นดิวะ ครอบครัวนี่แม่งที่สุดละว่ะ” เขาพูดไปตามความคิดของตัวเองเมื่อคิดถึงแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่เขาพูดว่ารักได้เต็มปาก ถึงแม้จะมีดื้อด้านไปบ้างแต่เขาก็ไม่ปรารถนาจะเป็นลูกที่แย่เสียจนทำให้แม่ต้องเสียใจ “ก็คนที่ไม่รักกูก็มีแต่ที่บ้านนั่นแหละ” คนรับฟังนิ่งไป อึกอักขึ้นมาพักหนึ่งแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ เจโรมพูดต่อ “เอาไว้สักวันหนึ่งนะกูจะเล่าให้มึงฟัง...มึงนี่น้ารู้เรื่องกูเยอะไปละ” ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงขอคนพูดผ่อนคลายลงไม่น้อย “อยากเสือกซะด้วย กูรอฟังนะ…ส่วนเรื่องที่พูดเมื่อกี้กูขอโทษนะ กูไม่คิดว่ามึงกับที่บ้านจะมีปัญหากันอะ” “มึงนี่แม่ง...จะพากูไปไหนเนี่ย” “พามึงโดดเรียนไง” เต็นท์ตอบพร้อมยิ้มออกมา เขาเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อกี้นี่เอง “แล้วจะไปไหน” “วัด” “หน้าอย่างมึงเนี่ยนะเข้าวัด ไม่กลัวร้อนตายเหรอ” คำตอบที่คาดไม่ถึงทำคนฟังถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย “โอ้โห ทำอย่างกับมึงดีตายแหละ” “แล้วทำไมไม่มาขับรถเองบ้าง” เต็นท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย “แล้วกูจะมีมึงทำไม” “รู้สึกสำคัญสัตว์ งี้ถือว่ากูทำงานใช้หนี้หรือว่าทำงานหาเงินวะ” เต็นท์ขำออกมา เงินที่ได้ไปก้อนนั้นเขาจะถือเป็นค่าทำงานล่วงหน้าก็แล้วกัน “ใช้หนี้ ถ้ามึงเป็นหนี้กูมึงก็จะหนีกูไปไม่ได้ อย่าลืมนะว่าดอกพวกนั้นมันงอกทุกวัน” “มีติดอกติดใจกู” บทสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เป็นระยะ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเต็นท์เองที่คอยพูดจ้อเสียมากกว่า มีเจโรมที่เมื่อคืนพอจะได้พักผ่อนบ้างทำให้ไม่หลับหนีคนขับไปเสียก่อนคอยตอบรับเป็นระยะตามประสาคนที่ไม่ชอบพูด “ไปไหว้พระปะ” “ไม่เคยไหว้” “มึงไม่ได้นับถือพุทธเหรอ” “ไม่ได้นับถืออะไรเลยต่างหาก คนเรามีศาสนาไปทำไมวะ” “ยึดเหนี่ยวจิตใจมั้ง กูก็ไม่เข้าใจถ่องแท้อะไรมากนะแต่ที่บ้านก็คลุกคลีอยู่กับวัดบ่อย กูไม่ได้นับถือที่ตัวบุคคลกูนับถือที่คำสอน” “แล้วมาวัดทำไม ถ้าบอกว่านับถือที่คำสอน” เจโรมถามด้วยความงุนงง เขาเองไม่เข้าใจมากนักพอยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งพาลให้งงมากกว่าเก่า “คืองี้แม่กูน่ะสายวัตถุมงคล เขาเช่าพวกของขลังไว้อะแล้วฝากเขาทำพิธีให้วันนี้ก็เลยแวะมาเอาให้แกสักหน่อย” “อ๋อ งั้นมึงก็ไปเถอะกูรอนี่แหละ หิว” เจโรมพยักหน้าเข้าใจ “จะให้กูรีบไปรีบกลับว่างั้น” “ใช่ กูหลับรอ” เจโรมว่าพลางเอนหัวพิงกับกระจก “จ้าคุณชาย” พูดจบเต็นท์ก็เดินลงรถไปเร็ว ๆ เพียงไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกล่องขนาดใหญ่ เขาใส่มันไว้ที่กระโปรงเก็บของหน้ารถก่อนเคาะกระจกรถเบา ๆ “เปิดประตูให้หน่อย” เขาพูดผ่านกระจกกับคนที่ทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอน ดู ๆ ไปแล้วเวลาที่อยู่ด้วยกันนอกจากด่ากันไปวัน ๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นอีกคนแค่กินกับนอนก็แค่นั้น “ไปนานจัด” “ให้หลวงพ่อเจิมสักหน่อย ให้แคล้วคลาดปลอดเอฟ” พูดจบก็ยกมือขึ้นไหว้ขึ้นมาเสียอย่างห้ามไม่ได้ “มึงแม่ง” เจโรมขำเบา ๆ แล้วพูดต่ออีกประโยค “ทำทุกอย่างยกเว้นตั้งใจเรียนจริง ๆ” “เอาน่า ใกล้สอบค่อยอ่าน วันไนต์มิราเคิลอะยูโน้ว” “เออ ไนต์ก็ไนต์ไปสักทีกูหิวจะตายละ” “กินไรอะ” “อะไรก็ได้” “เกลียดจังคำนี้ ถ้าเป็นเมียกูนะ เจอต่อย” “ทำร้ายร่างกายคนอื่นนี่งานถนัดเลยนะมึง” เจโรมค่อนแคะ “มึงก็อย่าเผลอละกัน เดี๋ยวเจอกู” … “เอาโจ๊กหมูทรงเครื่องสองที่ครับ ขนมจีบยี่สิบลูก ฮะเก๋ายี่สิบ เอา...” “ใจเย็นแดกไม่หมดภาระใคร” “หมา” “เอาแค่นั้นแหละครับ” เต็นท์หันไปบอกกับคนรับรายการอาหาร อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนเดินหายไป ได้ยินเสียงคนตรงข้ามส่งเสียงไม่พอใจขึ้นมาเบา ๆ ก็แอบยิ้มเยาะในใจไม่ได้ “ทำไมมึงไม่ไปไหนมาไหนกับลูกน้องมึงเลยวะ” เต็นท์อดพูดไม่ได้เมื่อเห็นบรรยากาศเงียบลง คงเป็นเพราะสายมากแล้วร้านโจ๊กที่ควรจะกินเป็นอาหารเช้าเลยแทบจะไม่มีคนภายในร้านแล้ว “มีแต่คนของที่บ้าน กูไม่ชอบที่เขาคอยจับตาดูกูทุกฝีก้าว” “ไหนว่าที่บ้านไม่รัก ไม่รักก็ควรจะไม่สนใจหรือเปล่าวะ หรือไง” เต็นท์มองหน้าเจโรมที่มองมาที่เขานิ่ง ๆ “กูถามได้ปะเนี่ย ไม่ตอบก็ช่างมันเหอะ ข้าวมาละ” พูดแล้วเขาก็หันไปรับชามโจ๊กทั้งสองมาวางไว้ตรงหน้าตัวเอง อาหารที่สั่งไปก็ทยอยมาเสิร์ฟจนครบ หัวข้อนั้นก็ถูกลืมไปโดยปริยาย จนกระทั่งขึ้นรถอีกหนเพื่อเตรียมกลับเข้ามหาวิทยาลัยนั่นแหละ คนที่เต็นท์โยนคำถามส่ง ๆ ไปให้มากมายโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบก็มาตอบคำถามของเขาแบบโคตรจะดีเลย์ “เรื่องที่มึงถาม กูตอบให้ฟังเอาปะ” “ไม่ขี้เกียจพูดละอ๋อ ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรหรอก กูก็พูดของกูไปเรื่อยอะ” “ก็ตอบได้บางอย่าง” “ว่ามาเรื่องไหนบอกกูด้วยนะ กูถามมึงไปเยอะสัตว์จำไม่ได้หรอก” เต็นท์ตอบสบาย ๆ ไม่ได้กดดันหาคำตอบจากอีกคน “ก็ที่กูไม่ไปไหนกับคนของกูอะ” “อ่า ว่ามา” “มึงอยากรู้ปะเนี่ย ทำท่าสนใจกูหน่อยดิ” “โรม กูขับรถ อยากตายเหรอ” เต็นท์ส่ายหัวไปมา รู้ว่าเอาแต่ใจแต่ไม่คิดว่าจะเอาแต่ใจขนาดนี้ เจโรมเกาหัวแก้เก้อ กระแอมเบา ๆ และพูดต่อ “กูไม่ได้เป็นที่สนใจของที่บ้านในเรื่องอื่น แต่เรื่องงานกลับเป็นกูที่ต้องทำทุกอย่าง เพราะพี่คนโตกับน้องคนเล็กแม่งมีแต่คนรักจนไม่ต้องทำอะไร แม่งมีเหี้ยอะไรก็แบกมาแต่บนบ่ากู โคตรเหนื่อย กูไม่ชอบกลับห้องที่กูพามึงขึ้นไปครั้งก่อนนั้นเพราะที่บ้านซื้อให้แล้วก็ติดกล้องเอาไว้ กูเลยชอบมาอยู่ที่โต๊ะมากกว่า พอปิดประตูแล้วกูก็รู้สึกเหมือนมีที่ให้กูได้เป็นตัวของตัวเองบ้าง” เจโรมพูดด้วยน้ำเสียงปกติยาวเหยียดกว่าปกติที่เคยพูดมาทุกวัน ราวกับได้ปลดปล่อย “อยากให้กูปลอบไหม” เต็นท์เหลือบมองคนด้านข้างเล็กน้อย “ไม่ต้อง แค่ฟังก็พอ แค่นี้ก็เป็นสิ่งที่กูไม่เคยทำกับใครละ” “ถ้างั้นมึงอยากเล่าหรือระบายอะไรก็พูดมาได้เลย กูยกเวลานี้ให้มึง” “จริงดิ” “จริงกูจะไม่พูดเลยเอ้า” เจโรมหัวเราะให้กับคนช่างพูดที่บอกว่าตัวเองจะไม่พูดเพื่อให้เขาได้พูดแทน “แต่กูก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เอาไว้สนิทกันกว่านี้กูเล่าให้ฟัง” “มึงรู้เรื่องของกูขนาดนี้แล้วยังไม่สนิทกันอีกเหรอ มึงแม่งขี้โกงว่ะ ให้กูรู้หน่อยก็ไม่ได้ว่ามึงเป็นใครมาจากไหน” “หาในเน็ตเอาดิ เจอหมด ส่วนเรื่องนิสัยมันก็ต้องดูกันนาน ๆ ปะ ถึงจะรู้” “งั้นกูจะอยู่จนกว่าจะรู้ว่ามึงเป็นคนยังไงกันแน่” เต็นท์ส่งสายตาจริงจังมาให้กับคนฟังก่อนจะหันกลับไปเมื่อไฟเขียววนมาอีกครั้ง เจโรมสบตาคู่นั้นด้วยความคิดที่หลากหลายก่อนหลบตา...บทที่ 30ตัวอันตรายบรรยากาศเงียบสงบของชานเมืองต่างจากในเมืองหรือแถวมหา’ ลัยมากกว่าที่เจโรมคิด เขายืนรอเต็นท์อยู่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยทะเลาะกันเมื่อครั้งก่อน จ้องมองบ้านหลังขนาดกลางของโครงการ แม้จะมีคนอยู่เพียงสองคนแต่มันกลับดูวุ่นวายไม่น้อย“มาแต่เช้าเลย” เต็นท์เดินข้ามถนนมาก่อนจะกอดคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือน“ก็คิดถึง เลยรีบมา”“อัปเวลว่ะเดี๋ยวนี้” เต็นท์แซวก่อนผละออกมา เห็นคนตรงข้ามหรี่ตามองเขาอย่างสงสัย “มีไร”“ทำไมหนวดดกกว่าในกล้อง”“เมียสวย ก็ต้องดุ ๆ”“สวยกับผี”“หล่อด้วยเอ้า เค้าหึงหมดแหละกับผู้หญิงหรือผู้ชาย” เต็นท์หัวเราะแก้เขิน “เข้าไปกัน วันนี้อยู่บ้านไอ้โยเดี๋ยวพาไปรู้จักแฟนมัน แล้วบี๋จะรู้ว่าคนพูดมากจริง ๆ เป็นยังไง”เต็นท์เป็นประเภทที่ถ้ามีคนพูดด้วยถึงจะพูดมากหรือพูดมากกับคนที่สนิท แต่กับจีนนั่นเป็นประเภทที่พูดแม้ไม่มีใครฟัง พูดคนเดียวมันก็ทำได้“มาละ” เต็นท์บอกกับเพื่อนทั้งสองที่นั่งหัวเราะกันอยู่สองคนบนพื้น ด้านหน้ามีเตาไฟฟ้าวางอยู่พร้อมอาหารเต็มเตาเจโรมที่ยืนแอบหลังได้ความรู้สึกตื่นเต้นก้าวเท้าออกมา มองหน้าเพื่อนของเต็นท์ทั้งสองคน เขาขอเดาว่าคนที่ยิ้มกว้างจน
บทที่ 29กำลังก้าวผ่านความกลัว“อยากเข้าไปคุยกับพ่อมึงบ้างไหม” เต็นท์ถามคนที่กำลังจดจ่อกับการต่อเลโก้อย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าสรุปแล้วสองพ่อลูกนั้นลงรอยกันจริง ๆ หรือไม่ เพราะหลังจากเจโรมติดต่อพ่อของตนให้เขาเสร็จ อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น“ขี้เกียจ”“ขี้แค้นจัด” เต็นท์แซวด้วยความเข้าใจ “กูไม่ได้จะยัดเยียดมุมมองกตัญญูอะไรให้มึงนะ แต่ถ้าเขาทำดีก็ขอบคุณเขาบ้าง ในฐานะคนมีบุญคุณก็ได้”“วันหลัง” เจโรมตอบทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเลโก้ดอกไม้นั่น“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอบี๋”“ขี้เกียจ เลี้ยงผมบ้างสิ” เจโรมเงยหน้าขึ้นมาก่อนยิ้มให้เขา ดูท่าว่าฟ้าหลังฝนมันสวยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ“จบไปเค้าก็เงินเดือนหมื่นห้า จะเลี้ยงคุณชายแบบบี๋ไหวเหรอ”“ผมกินข้าววันละมื้อ”“งั้นเดี๋ยวหางานเพิ่ม จะได้กินให้ครบสามมื้อ” เต็นท์ลูบหัวคนรักอย่างเอ็นดู ตอนนี้เปิดเทอมมาได้สองเดือนกว่าแล้ว งานที่เคยมีก็เพลาลงไปเยอะ ที่สำคัญเขาปฏิเสธเพื่อนไปอย่างหนักแน่นว่าจะขอไม่ทำงานอีกต่อไปแล้วในเทอมหน้า“เวอร์ งั้นเดี๋ยวโทรหาพ่อ ขอสมบัติทั้งหมดถึงจะยอมกลับบ้าน”“เอางั้นเลยดิ” เต็นท์หัวเราะออกมา นาน ๆ ทีถึงจะโดนตบมุกกับเขาบ
บทที่ 28แก้แค้นเต็นท์ตาแจ้งตั้งนานแล้วตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยซ้ำ เขามองคนรักที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นก่อนจะรวบอีกคนเข้ามากอด เขารู้ว่าเรื่องราวพวกนี้เจโรมต้องใช้เวลามากมายขนาดไหนในการผ่านมันมา เพียงแค่ปีเดียวไม่สามารถให้แผลพวกนั้นหายไปได้อย่างไร้ร่องรอยเขามีคำถามมากมายแต่ไม่กล้าถามออกไป“สรุปคลิปพวกนั้น เขาก็ปล่อยมันออกไป แม่งเห็นแค่กูด้วยซ้ำอะ กูไม่กล้าทำอะไรเขาเพราะกูโคตรจะกลัวเขาเลย”“แต่มึงก็ใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยนี่”“ไม่เลย กูแม่ง...เครียดจนต้องหาหมอจิตเวชแล้วเรื่องที่ชนคนนั่นอีก กูไม่คิดว่าคนที่ทำเหมือนรักกูขนาดนั้นจะทำร้ายกูได้ลง” เจโรมพูดพร้อมเสียงสะอื้น คำพูดขาดห้วงเป็นบางจังหวะ “เขาเอาจากกูไปหมดเลย เงินก็ให้กูขอจากพ่อเพิ่ม รถ กระเป๋ากูก็ซื้อให้หมด เขาให้ความอบอุ่นกับกูในตอนที่ไม่มีใครสนใจการมีอยู่ของกูด้วยซ้ำ”“...”“แต่พอกูเริ่มโตเริ่มมีปากเสียงกับเขาได้เขาก็ทำแบบนั้นกับกูอะ”เต็นท์ลูบหลังคนรักเบา ๆ เจโรมเป็นทั้งเหยื่อและผู้ร้ายในคราวเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้จะผ่านไปได้ยังไงถ้าเจอเรื่องแบบนั้น“มึงกลัวเขามากเลยเหรอ”“อือ แค่เห็นหน้าเขากูก็แทบจะขยับตัวหนีไม่ได้ เขาปั่นหัวเก่งขน
บทที่ 27ให้อารมณ์มันพาไปเจโรมได้แต่มองคนรักเดินจากไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจากเหตุการณ์ที่ประเดประดังเข้ามาตลอดช่วงบ่าย ทั้งเรื่องธุรกิจที่เจรจาไม่ลงตัว ไหนจะเรื่องแฟนเก่าอย่างพี่แองเจลที่กลับมารังควานเขาอีกในรอบสองปี...ที่ไม่รู้จะกลับมาทำไมอีกถ้าเต็นท์สังเกตกันสักนิดจะรู้ว่าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถ้าเป็นตัวเขาเองเห็นสภาพท่าทางของตัวเองและคำพูดของผู้หญิงคนนั้นก็คงจะคิดไปทางอื่นไม่ได้อีก ฝ่ามือของลูกครึ่งหนุ่มยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ร่างกายที่พอมีแรงขึ้นมาเริ่มคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาคนรัก แต่ทั้งโทรทั้งส่งข้อความก็ไม่มีทีท่าว่าทางนั้นจะยอมรับโทรศัพท์ของเขาเขาเข้าใจดีแต่เขาก็มีเหตุผลของตัวเอง...ขอแค่รับฟังกันบ้างสักครั้งร่างสูงของเจโรมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าหอของเต็นท์ที่เขาไม่ได้มาบ่อย ๆ การรักษาความปลอดภัยหละหลวมทำให้เขาขึ้นมาถึงห้องของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก เต็นท์ในสภาพที่กลิ่นเหล้าหึ่งเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงทันทีที่เห็นหน้าคนอีกด้านของประตู“มาทำไม”“มาอธ
บทที่ 26 มันเป็นใคร วันอาทิตย์ที่ควรจะได้หยุดแต่ดูเหมือนวิศวะอย่างเต็นท์จะไม่ได้พัก ศักดิ์ศรีของการเป็นพี่ปีสองถูกพ่วงมาด้วยกิจกรรมรับน้อง เขาเองก็ปฏิเสธเพื่อนไม่เก่งเลยได้แต่มานั่งตัดไม้ทำฐานให้น้องอย่างเซ็ง ๆ ทั้งที่นัดกับเจโรมอย่างดิบดีว่าจะไปดูหนังด้วยกัน “ดูทำหน้าอย่างกับจะแดกหัวใคร” ดินพูดขึ้นพร้อมกับยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาตรงหน้าของเต็นท์ “สัตว์ เวลาตั้งเยอะไม่บอกกู บอกวันนี้จะเอาวันนี้” เต็นท์บ่นขึ้นมาเบา ๆ อดเขม่นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้ ถ้าตอนที่โสดนั่นเขาก็เต็มใจทำอยู่หรอก แต่พอมีแฟนแล้วยอมรับตรง ๆ ว่าเขาติดแฟนมากเป็นพิเศษ “วีนจัด บอกเมียมึงเอาน้ำตาลมาเติมด่วน” “แล้วคนตั้งเยอะ ดันมาใช้กู” “ก็มึงไม่บอกเขาไปล่ะ ว่าไม่ว่าง” “กูบอกแล้ว มันบอกว่าไงล่ะ ‘มาทำหน่อยนะเต็นท์ไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยเราแล้ว’ ” ดินหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน นาน ๆ ทีเพื่อนที่เฟรนด์ลี่ยิ้มแย้มเหมือนเมายาเป็นกิจวัตรจะทำหน้าเหมือนกินแตนมาทั้งรัง “เอาน่ะ มาก็มาแล้วรีบทำจะได้รีบกลับ” “พรุ่งนี้อีกวัน กูท้อจ้า” เต็นท์บ่นแต่ก็กดเลื่อยในมือตัดไม้ออกเป็นทรงตามแบบ “เอาน่ะ เผื่อได้อวยยศ” “ลาก่อน กูไม่ทำละจ
บทที่ 25แค่ได้รักเธอหลังจากโดนสารภาพรักพวกเขาก็ขลุกกันอยู่แต่ในห้อง ร่วมรักกันไปหลายรอบจนหมดแรงได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงทั้งคู่ จนวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับไทย พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปที่ไหนแบบจริงจังสักทีจนเต็นท์พูดขึ้นมา“ไปศาลเจ้าไหม ขอพรเรื่องความรักงี้” เต็นท์ตะแคงมองคนที่นอนอยู่ข้างกันเจโรมเขี่ยนิ้วมือของคนตัวเตี้ยกว่าอย่างเหม่อลอย เขาคิดอะไรไม่ออกเพราะใช้แรงเยอะเกินไป อาจจะเป็นการขยับตัวเยอะที่สุดในชีวิตของเขาแล้วก็ได้ ออกกำลังกายก็ยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะตายแบบนี้“เหนื่อย”“เมื่อคืนนอนจับมือมาเหนื่อยไร” เต็นท์ผลักหัว แฟน ของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว อยากจะฟัดคนตัวขาวนี่ตลอดเวลามีแฟนแล้วโว้ย มีแฟนแล้วครับ มีแฟนแล้วจั๊ฟ มีแฟนแล้วจ้า มีแฟนแล้วคับ มีแฟนแล้วงื้อเขาแทบรอไม่ไหวที่จะทำอะไรสักอย่างให้โลกรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว“เหนื่อยสะสมอะมึงรู้จักปะ”“ไม่รู้ ลุก ๆ กูอยากถ่ายรูปคู่กับมึงตอนเที่ยวด้วยกัน แล้วโพสต์ไอจีได้ปะ”“เอาดิ แท็กกูด้วย” เจโรมยิ้มร้าย ๆ แอบดีใจไม่น้อยที่มีคนกระตือรือร้นในความภูมิใจที่มีเขาเป็นแฟน“ถ่ายตอนเอากันเลยได้ปะ”“จังไร” เจโรมโยนหมอนใส่แฟนหมาด ๆ ของตัว





![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

