Accueil / LGBTQ+ / วิศวะร้ายขอลองรัก / 05 พูดไม่รู้เรื่อง

Partager

05 พูดไม่รู้เรื่อง

Auteur: Aronet
last update Date de publication: 2026-07-03 18:09:35

บทที่ 5

พูดไม่รู้เรื่อง

พวกบริหารนี่เรียนเช้าทุกวันเลยเหรอวะ

เขาคิดในใจแต่พอหันมองคณะตัวเองแล้วก็มีสภาพไม่ต่างกัน ต่างก็ตรงที่เขาไม่เคยตื่นไปเรียนนี่แหละ

ชายหนุ่มยกกาแฟที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อแล้วกระดกลงคออึกใหญ่ แต่ดูเหมือนฤทธิ์ของคาเฟอีนจะช่วยเขาได้ไม่มากเท่าไร พักเดียวคนที่เขามารอก็เดินออกมาจากโต๊ะสนุกที่เขามาส่งอีกคนทิ้งไว้เมื่อคืนวาน

“มึงนี่ก็ขยันเรียนเนอะ”

“มึงขี้เกียจเองหรือเปล่า”

“แปดโมงเช้านี่กูยังควรอยู่บนที่นอนด้วยซ้ำ มึงทำให้กูต้องตื่นเช้า” เต็นท์ทำท่าทางตัดพ้อ

เจโรมเหลือบมองแก้วกาแฟในมือของอีกฝ่ายก็อดขำออกมาแบบไม่จริงใจไม่ได้ “แล้วในมือนั่นไม่ช่วยให้มึงตื่นเลยหรือไง”

“มึงขำกูเหรอวะเมื่อกี้” เต็นท์แสดงสีหน้าแปลกใจในท่าทีของอีกฝ่าย พอเขาเอ่ยแซวอีกคนที่เคยยกยิ้มก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นเรียบนิ่งเหมือนเคย

“อยากให้กูช่วยทำให้ตื่นไหมล่ะ”

เต็นท์ทำหน้าสงสัย รีบวางแก้วในมือลงกับที่วางก่อนหันหน้ามาสนใจคนที่พูดอะไรที่ขัดกับบุคลิกออกมา

“ไหนว่ามาดิ”

เจโรมไม่ยอมพูดยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาเสียน่าขนลุก

“โอ๊ย กูเจ็บนะโว้ย มึงดึงหัวกูทำไมวะ”

“จะได้ตื่นไง ไปขับรถ” พูดจบก็สะบัดหัวเขาทิ้งอย่างแรงจนโขกกับพวงมาลัยรถดังโป๊ก

“สัตว์ ทำร้ายร่างกายกูแต่เช้า อย่าให้ถึงตากูได้เอาคืนนะมึง”

“กูรอ” ไม่พูดเปล่าแต่เจ้าตัวยังแค่นเสียงเหอะออกมาจากคอ ท่าทางน่าหมั่นไส้จนเต็นท์อยากจะซัดมันสักหมัด

“กูต้องทำงานให้มึงไปถึงเมื่อไรวะ” เต็นท์ถามขณะขับรถ

“จนกว่ากูจะพอใจ”

“ตอบสมเป็นมึง”

“ไม่แน่นะ กูให้เงินมึงเยอะขนาดนี้ วันหนึ่งมึงอาจจะไม่อยากไปจากกูก็ได้”

“ดูถูกกูเกิน คนอย่างกูมึงคิดว่าซื้อได้ด้วยเงินเหรอวะ”

“เดือนละสามแสน”

“คุณหนูอยากให้ผมทำงานอะไรบอกได้เลยครับ” เต็นท์ตอบรับและขำออกมา พาให้คนฟังหลุดขำออกมาก่อนจะถอนหายใจและเงียบลงไป

“เป็นไรอะ ชีวิตมึงนี่เครียดมากปะ”

“ไม่ต้องยุ่ง มึงไม่รู้จักกูดีมึงจะรู้อะไร”

“งั้นกูอยากรู้จักมึงมากกว่านี้ได้ปะล่ะ”

...

รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วที่เขาได้รู้จักกับไอ้ฝรั่งนั่น กิจวัตรประจำวันของเขาตั้งแต่มีมันเข้ามาก็แทบไม่ต่างจากเดิมเท่าไรนัก เรียน เที่ยว กินเหล้า ปัดแอปหาสาวมานอนด้วย ต่างกันที่บางทีแม่งก็ชอบโทรให้เขาไปรับไปส่งดึก ๆ ดื่น ๆ บางวันอารมณ์กำลังพลุ่งพล่านมันก็โทรมา จะขัดใจก็ไม่ได้ เกิดมันเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่เขาขึ้นมา ดูท่าแล้วไม่ต้องรอให้โดนมันฆ่าหรอก แม่เขาคงตามมาจัดการเขาถึงที่นี่แน่นอน

หรือว่ามันยังแค้นที่วันนั้นเขาเข้าไปขัดจังหวะมันวะ

“กว่าจะเสด็จนะคุณชาย” เต็นท์เอ่ยแซวคนที่เพิ่งเปิดประตูรถขึ้นมา

“พูดมาก”

“ดุซะด้วย”

“ไปสักทีต้องรอให้กูสายก่อนเหรอ”

“เออ ไปละครับ” เต็นท์รับคำพร้อมกับออกรถทันที ไม่วายพูดแซวคนข้าง ๆ ตามปกติ “ให้กูมารับทุกวันนี่มีใจปะเนี่ย คนขับรถที่ไหนเขาจะได้กินข้าวกับเจ้านายบ่อยขนาดนี้”

“ไม่ดีหรือไงมีคนเลี้ยงข้าว”

“มันก็ดีแหละแต่ตื่นเช้าขนาดนี้ไม่ไหวปะวะ กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะมีเรียนเช้าทุกวันอะ”

“ที่มึงพูดก็ถูก กูไม่ได้มีเรียนเช้าทุกวันหรอก”

“อ้าวนี่มึงกวนตีนกูเหรอ”

“ใช่ เวลาที่มึงนัดเย็ดก็ด้วย กูรู้ไงกูเลยโทรไปตาม”

“มึงแค้นกูเหรอ”

“ทำไม มึงคิดว่ากูดูใจดีเหรอ”

“เหี้ยเอ๊ย” เต็นท์เคาะหน้าผากตัวเองเบา ๆ ทำท่าโมโหเล็กน้อย ได้ยินเสียงคนข้าง ๆ เขาหัวเราะออกมาก็อดเหลือบตาไปมองไม่ได้ “สนุกมากเลยดิ”

“ก็ดีนะ ชีวิตกูก็น่าเบื่อมานานแล้วอะ”

“น่าเบื่อยังไงวะกูว่าชีวิตแบบมึงนี่นะดีจะตาย มีงานเท่ ๆ มีเงินให้ใช้ได้ไม่มีวันหมด หน้าตาก็ดีมีแต่คนรัก” เต็นท์ร่ายยาวเมื่อพูดถึงชีวิตของอีกฝ่าย “กูอิจฉามึงว่ะ”

เจโรมมองซีกหน้าของคนขับที่หันหน้ามองถนนก่อนจะแค่นยิ้มออกมาแวบหนึ่ง น่าอิจฉาเหรอ คงไม่ใกล้คำนั้นเลยแม้แต่นิด

“อยากให้มึงลองมาเป็นกู”

“ถ้ามึงพูดแบบนี้แสดงว่ามึงคิดว่าชีวิตตัวเองไม่ดีเหรอ”

“ประมาณนั้น กูก็อิจฉามึงนะ ใช้ชีวิตแบบที่อยากใช้ มีแต่คนรักคนชอบที่ไม่หวังอะไรจากมึงอะ”

“ทำไมวะมึงไม่มีคนรักหรือไง อย่ามัวแต่วิ่งหาความรักจากที่อื่นดิวะ ครอบครัวนี่แม่งที่สุดละว่ะ” เขาพูดไปตามความคิดของตัวเองเมื่อคิดถึงแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่เขาพูดว่ารักได้เต็มปาก ถึงแม้จะมีดื้อด้านไปบ้างแต่เขาก็ไม่ปรารถนาจะเป็นลูกที่แย่เสียจนทำให้แม่ต้องเสียใจ

“ก็คนที่ไม่รักกูก็มีแต่ที่บ้านนั่นแหละ” คนรับฟังนิ่งไป อึกอักขึ้นมาพักหนึ่งแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ เจโรมพูดต่อ “เอาไว้สักวันหนึ่งนะกูจะเล่าให้มึงฟัง...มึงนี่น้ารู้เรื่องกูเยอะไปละ” ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงขอคนพูดผ่อนคลายลงไม่น้อย

“อยากเสือกซะด้วย กูรอฟังนะ…ส่วนเรื่องที่พูดเมื่อกี้กูขอโทษนะ กูไม่คิดว่ามึงกับที่บ้านจะมีปัญหากันอะ”

“มึงนี่แม่ง...จะพากูไปไหนเนี่ย”

“พามึงโดดเรียนไง” เต็นท์ตอบพร้อมยิ้มออกมา เขาเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อกี้นี่เอง

“แล้วจะไปไหน”

“วัด”

“หน้าอย่างมึงเนี่ยนะเข้าวัด ไม่กลัวร้อนตายเหรอ” คำตอบที่คาดไม่ถึงทำคนฟังถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย

“โอ้โห ทำอย่างกับมึงดีตายแหละ”

“แล้วทำไมไม่มาขับรถเองบ้าง” เต็นท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“แล้วกูจะมีมึงทำไม”

“รู้สึกสำคัญสัตว์ งี้ถือว่ากูทำงานใช้หนี้หรือว่าทำงานหาเงินวะ” เต็นท์ขำออกมา เงินที่ได้ไปก้อนนั้นเขาจะถือเป็นค่าทำงานล่วงหน้าก็แล้วกัน

“ใช้หนี้ ถ้ามึงเป็นหนี้กูมึงก็จะหนีกูไปไม่ได้ อย่าลืมนะว่าดอกพวกนั้นมันงอกทุกวัน”

“มีติดอกติดใจกู” บทสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เป็นระยะ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเต็นท์เองที่คอยพูดจ้อเสียมากกว่า มีเจโรมที่เมื่อคืนพอจะได้พักผ่อนบ้างทำให้ไม่หลับหนีคนขับไปเสียก่อนคอยตอบรับเป็นระยะตามประสาคนที่ไม่ชอบพูด

“ไปไหว้พระปะ”

“ไม่เคยไหว้”

“มึงไม่ได้นับถือพุทธเหรอ”

“ไม่ได้นับถืออะไรเลยต่างหาก คนเรามีศาสนาไปทำไมวะ”

“ยึดเหนี่ยวจิตใจมั้ง กูก็ไม่เข้าใจถ่องแท้อะไรมากนะแต่ที่บ้านก็คลุกคลีอยู่กับวัดบ่อย กูไม่ได้นับถือที่ตัวบุคคลกูนับถือที่คำสอน”

“แล้วมาวัดทำไม ถ้าบอกว่านับถือที่คำสอน” เจโรมถามด้วยความงุนงง เขาเองไม่เข้าใจมากนักพอยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งพาลให้งงมากกว่าเก่า

“คืองี้แม่กูน่ะสายวัตถุมงคล เขาเช่าพวกของขลังไว้อะแล้วฝากเขาทำพิธีให้วันนี้ก็เลยแวะมาเอาให้แกสักหน่อย”

“อ๋อ งั้นมึงก็ไปเถอะกูรอนี่แหละ หิว” เจโรมพยักหน้าเข้าใจ

“จะให้กูรีบไปรีบกลับว่างั้น”

“ใช่ กูหลับรอ” เจโรมว่าพลางเอนหัวพิงกับกระจก

“จ้าคุณชาย” พูดจบเต็นท์ก็เดินลงรถไปเร็ว ๆ

เพียงไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกล่องขนาดใหญ่ เขาใส่มันไว้ที่กระโปรงเก็บของหน้ารถก่อนเคาะกระจกรถเบา ๆ

“เปิดประตูให้หน่อย” เขาพูดผ่านกระจกกับคนที่ทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอน ดู ๆ ไปแล้วเวลาที่อยู่ด้วยกันนอกจากด่ากันไปวัน ๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นอีกคนแค่กินกับนอนก็แค่นั้น

“ไปนานจัด”

“ให้หลวงพ่อเจิมสักหน่อย ให้แคล้วคลาดปลอดเอฟ” พูดจบก็ยกมือขึ้นไหว้ขึ้นมาเสียอย่างห้ามไม่ได้

“มึงแม่ง” เจโรมขำเบา ๆ แล้วพูดต่ออีกประโยค “ทำทุกอย่างยกเว้นตั้งใจเรียนจริง ๆ”

“เอาน่า ใกล้สอบค่อยอ่าน วันไนต์มิราเคิลอะยูโน้ว”

“เออ ไนต์ก็ไนต์ไปสักทีกูหิวจะตายละ”

“กินไรอะ”

“อะไรก็ได้”

“เกลียดจังคำนี้ ถ้าเป็นเมียกูนะ เจอต่อย”

“ทำร้ายร่างกายคนอื่นนี่งานถนัดเลยนะมึง” เจโรมค่อนแคะ

“มึงก็อย่าเผลอละกัน เดี๋ยวเจอกู”

“เอาโจ๊กหมูทรงเครื่องสองที่ครับ ขนมจีบยี่สิบลูก ฮะเก๋ายี่สิบ เอา...”

“ใจเย็นแดกไม่หมดภาระใคร”

“หมา”

“เอาแค่นั้นแหละครับ” เต็นท์หันไปบอกกับคนรับรายการอาหาร อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนเดินหายไป ได้ยินเสียงคนตรงข้ามส่งเสียงไม่พอใจขึ้นมาเบา ๆ ก็แอบยิ้มเยาะในใจไม่ได้

“ทำไมมึงไม่ไปไหนมาไหนกับลูกน้องมึงเลยวะ” เต็นท์อดพูดไม่ได้เมื่อเห็นบรรยากาศเงียบลง คงเป็นเพราะสายมากแล้วร้านโจ๊กที่ควรจะกินเป็นอาหารเช้าเลยแทบจะไม่มีคนภายในร้านแล้ว

“มีแต่คนของที่บ้าน กูไม่ชอบที่เขาคอยจับตาดูกูทุกฝีก้าว”

“ไหนว่าที่บ้านไม่รัก ไม่รักก็ควรจะไม่สนใจหรือเปล่าวะ หรือไง” เต็นท์มองหน้าเจโรมที่มองมาที่เขานิ่ง ๆ “กูถามได้ปะเนี่ย ไม่ตอบก็ช่างมันเหอะ ข้าวมาละ” พูดแล้วเขาก็หันไปรับชามโจ๊กทั้งสองมาวางไว้ตรงหน้าตัวเอง อาหารที่สั่งไปก็ทยอยมาเสิร์ฟจนครบ หัวข้อนั้นก็ถูกลืมไปโดยปริยาย จนกระทั่งขึ้นรถอีกหนเพื่อเตรียมกลับเข้ามหาวิทยาลัยนั่นแหละ คนที่เต็นท์โยนคำถามส่ง ๆ ไปให้มากมายโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบก็มาตอบคำถามของเขาแบบโคตรจะดีเลย์

“เรื่องที่มึงถาม กูตอบให้ฟังเอาปะ”

“ไม่ขี้เกียจพูดละอ๋อ ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรหรอก กูก็พูดของกูไปเรื่อยอะ”

“ก็ตอบได้บางอย่าง”

“ว่ามาเรื่องไหนบอกกูด้วยนะ กูถามมึงไปเยอะสัตว์จำไม่ได้หรอก” เต็นท์ตอบสบาย ๆ ไม่ได้กดดันหาคำตอบจากอีกคน

“ก็ที่กูไม่ไปไหนกับคนของกูอะ”

“อ่า ว่ามา”

“มึงอยากรู้ปะเนี่ย ทำท่าสนใจกูหน่อยดิ”

“โรม กูขับรถ อยากตายเหรอ” เต็นท์ส่ายหัวไปมา

รู้ว่าเอาแต่ใจแต่ไม่คิดว่าจะเอาแต่ใจขนาดนี้

เจโรมเกาหัวแก้เก้อ กระแอมเบา ๆ และพูดต่อ “กูไม่ได้เป็นที่สนใจของที่บ้านในเรื่องอื่น แต่เรื่องงานกลับเป็นกูที่ต้องทำทุกอย่าง เพราะพี่คนโตกับน้องคนเล็กแม่งมีแต่คนรักจนไม่ต้องทำอะไร แม่งมีเหี้ยอะไรก็แบกมาแต่บนบ่ากู โคตรเหนื่อย กูไม่ชอบกลับห้องที่กูพามึงขึ้นไปครั้งก่อนนั้นเพราะที่บ้านซื้อให้แล้วก็ติดกล้องเอาไว้ กูเลยชอบมาอยู่ที่โต๊ะมากกว่า พอปิดประตูแล้วกูก็รู้สึกเหมือนมีที่ให้กูได้เป็นตัวของตัวเองบ้าง” เจโรมพูดด้วยน้ำเสียงปกติยาวเหยียดกว่าปกติที่เคยพูดมาทุกวัน ราวกับได้ปลดปล่อย

“อยากให้กูปลอบไหม” เต็นท์เหลือบมองคนด้านข้างเล็กน้อย

“ไม่ต้อง แค่ฟังก็พอ แค่นี้ก็เป็นสิ่งที่กูไม่เคยทำกับใครละ”

“ถ้างั้นมึงอยากเล่าหรือระบายอะไรก็พูดมาได้เลย กูยกเวลานี้ให้มึง”

“จริงดิ”

“จริงกูจะไม่พูดเลยเอ้า” เจโรมหัวเราะให้กับคนช่างพูดที่บอกว่าตัวเองจะไม่พูดเพื่อให้เขาได้พูดแทน

“แต่กูก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เอาไว้สนิทกันกว่านี้กูเล่าให้ฟัง”

“มึงรู้เรื่องของกูขนาดนี้แล้วยังไม่สนิทกันอีกเหรอ มึงแม่งขี้โกงว่ะ ให้กูรู้หน่อยก็ไม่ได้ว่ามึงเป็นใครมาจากไหน”

“หาในเน็ตเอาดิ เจอหมด ส่วนเรื่องนิสัยมันก็ต้องดูกันนาน ๆ ปะ ถึงจะรู้”

“งั้นกูจะอยู่จนกว่าจะรู้ว่ามึงเป็นคนยังไงกันแน่” เต็นท์ส่งสายตาจริงจังมาให้กับคนฟังก่อนจะหันกลับไปเมื่อไฟเขียววนมาอีกครั้ง

เจโรมสบตาคู่นั้นด้วยความคิดที่หลากหลายก่อนหลบตา...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   30 ตัวอันตราย

    บทที่ 30ตัวอันตรายบรรยากาศเงียบสงบของชานเมืองต่างจากในเมืองหรือแถวมหา’ ลัยมากกว่าที่เจโรมคิด เขายืนรอเต็นท์อยู่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยทะเลาะกันเมื่อครั้งก่อน จ้องมองบ้านหลังขนาดกลางของโครงการ แม้จะมีคนอยู่เพียงสองคนแต่มันกลับดูวุ่นวายไม่น้อย“มาแต่เช้าเลย” เต็นท์เดินข้ามถนนมาก่อนจะกอดคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือน“ก็คิดถึง เลยรีบมา”“อัปเวลว่ะเดี๋ยวนี้” เต็นท์แซวก่อนผละออกมา เห็นคนตรงข้ามหรี่ตามองเขาอย่างสงสัย “มีไร”“ทำไมหนวดดกกว่าในกล้อง”“เมียสวย ก็ต้องดุ ๆ”“สวยกับผี”“หล่อด้วยเอ้า เค้าหึงหมดแหละกับผู้หญิงหรือผู้ชาย” เต็นท์หัวเราะแก้เขิน “เข้าไปกัน วันนี้อยู่บ้านไอ้โยเดี๋ยวพาไปรู้จักแฟนมัน แล้วบี๋จะรู้ว่าคนพูดมากจริง ๆ เป็นยังไง”เต็นท์เป็นประเภทที่ถ้ามีคนพูดด้วยถึงจะพูดมากหรือพูดมากกับคนที่สนิท แต่กับจีนนั่นเป็นประเภทที่พูดแม้ไม่มีใครฟัง พูดคนเดียวมันก็ทำได้“มาละ” เต็นท์บอกกับเพื่อนทั้งสองที่นั่งหัวเราะกันอยู่สองคนบนพื้น ด้านหน้ามีเตาไฟฟ้าวางอยู่พร้อมอาหารเต็มเตาเจโรมที่ยืนแอบหลังได้ความรู้สึกตื่นเต้นก้าวเท้าออกมา มองหน้าเพื่อนของเต็นท์ทั้งสองคน เขาขอเดาว่าคนที่ยิ้มกว้างจน

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   29 กำลังก้าวผ่านความกลัว

    บทที่ 29กำลังก้าวผ่านความกลัว“อยากเข้าไปคุยกับพ่อมึงบ้างไหม” เต็นท์ถามคนที่กำลังจดจ่อกับการต่อเลโก้อย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าสรุปแล้วสองพ่อลูกนั้นลงรอยกันจริง ๆ หรือไม่ เพราะหลังจากเจโรมติดต่อพ่อของตนให้เขาเสร็จ อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น“ขี้เกียจ”“ขี้แค้นจัด” เต็นท์แซวด้วยความเข้าใจ “กูไม่ได้จะยัดเยียดมุมมองกตัญญูอะไรให้มึงนะ แต่ถ้าเขาทำดีก็ขอบคุณเขาบ้าง ในฐานะคนมีบุญคุณก็ได้”“วันหลัง” เจโรมตอบทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเลโก้ดอกไม้นั่น“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอบี๋”“ขี้เกียจ เลี้ยงผมบ้างสิ” เจโรมเงยหน้าขึ้นมาก่อนยิ้มให้เขา ดูท่าว่าฟ้าหลังฝนมันสวยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ“จบไปเค้าก็เงินเดือนหมื่นห้า จะเลี้ยงคุณชายแบบบี๋ไหวเหรอ”“ผมกินข้าววันละมื้อ”“งั้นเดี๋ยวหางานเพิ่ม จะได้กินให้ครบสามมื้อ” เต็นท์ลูบหัวคนรักอย่างเอ็นดู ตอนนี้เปิดเทอมมาได้สองเดือนกว่าแล้ว งานที่เคยมีก็เพลาลงไปเยอะ ที่สำคัญเขาปฏิเสธเพื่อนไปอย่างหนักแน่นว่าจะขอไม่ทำงานอีกต่อไปแล้วในเทอมหน้า“เวอร์ งั้นเดี๋ยวโทรหาพ่อ ขอสมบัติทั้งหมดถึงจะยอมกลับบ้าน”“เอางั้นเลยดิ” เต็นท์หัวเราะออกมา นาน ๆ ทีถึงจะโดนตบมุกกับเขาบ

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   28 แก้แค้น

    บทที่ 28แก้แค้นเต็นท์ตาแจ้งตั้งนานแล้วตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยซ้ำ เขามองคนรักที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นก่อนจะรวบอีกคนเข้ามากอด เขารู้ว่าเรื่องราวพวกนี้เจโรมต้องใช้เวลามากมายขนาดไหนในการผ่านมันมา เพียงแค่ปีเดียวไม่สามารถให้แผลพวกนั้นหายไปได้อย่างไร้ร่องรอยเขามีคำถามมากมายแต่ไม่กล้าถามออกไป“สรุปคลิปพวกนั้น เขาก็ปล่อยมันออกไป แม่งเห็นแค่กูด้วยซ้ำอะ กูไม่กล้าทำอะไรเขาเพราะกูโคตรจะกลัวเขาเลย”“แต่มึงก็ใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยนี่”“ไม่เลย กูแม่ง...เครียดจนต้องหาหมอจิตเวชแล้วเรื่องที่ชนคนนั่นอีก กูไม่คิดว่าคนที่ทำเหมือนรักกูขนาดนั้นจะทำร้ายกูได้ลง” เจโรมพูดพร้อมเสียงสะอื้น คำพูดขาดห้วงเป็นบางจังหวะ “เขาเอาจากกูไปหมดเลย เงินก็ให้กูขอจากพ่อเพิ่ม รถ กระเป๋ากูก็ซื้อให้หมด เขาให้ความอบอุ่นกับกูในตอนที่ไม่มีใครสนใจการมีอยู่ของกูด้วยซ้ำ”“...”“แต่พอกูเริ่มโตเริ่มมีปากเสียงกับเขาได้เขาก็ทำแบบนั้นกับกูอะ”เต็นท์ลูบหลังคนรักเบา ๆ เจโรมเป็นทั้งเหยื่อและผู้ร้ายในคราวเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้จะผ่านไปได้ยังไงถ้าเจอเรื่องแบบนั้น“มึงกลัวเขามากเลยเหรอ”“อือ แค่เห็นหน้าเขากูก็แทบจะขยับตัวหนีไม่ได้ เขาปั่นหัวเก่งขน

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   27 ให้อารมณ์มันพาไป

    บทที่ 27ให้อารมณ์มันพาไปเจโรมได้แต่มองคนรักเดินจากไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจากเหตุการณ์ที่ประเดประดังเข้ามาตลอดช่วงบ่าย ทั้งเรื่องธุรกิจที่เจรจาไม่ลงตัว ไหนจะเรื่องแฟนเก่าอย่างพี่แองเจลที่กลับมารังควานเขาอีกในรอบสองปี...ที่ไม่รู้จะกลับมาทำไมอีกถ้าเต็นท์สังเกตกันสักนิดจะรู้ว่าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถ้าเป็นตัวเขาเองเห็นสภาพท่าทางของตัวเองและคำพูดของผู้หญิงคนนั้นก็คงจะคิดไปทางอื่นไม่ได้อีก ฝ่ามือของลูกครึ่งหนุ่มยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ร่างกายที่พอมีแรงขึ้นมาเริ่มคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาคนรัก แต่ทั้งโทรทั้งส่งข้อความก็ไม่มีทีท่าว่าทางนั้นจะยอมรับโทรศัพท์ของเขาเขาเข้าใจดีแต่เขาก็มีเหตุผลของตัวเอง...ขอแค่รับฟังกันบ้างสักครั้งร่างสูงของเจโรมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าหอของเต็นท์ที่เขาไม่ได้มาบ่อย ๆ การรักษาความปลอดภัยหละหลวมทำให้เขาขึ้นมาถึงห้องของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก เต็นท์ในสภาพที่กลิ่นเหล้าหึ่งเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงทันทีที่เห็นหน้าคนอีกด้านของประตู“มาทำไม”“มาอธ

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   26 มันเป็นใคร

    บทที่ 26 มันเป็นใคร วันอาทิตย์ที่ควรจะได้หยุดแต่ดูเหมือนวิศวะอย่างเต็นท์จะไม่ได้พัก ศักดิ์ศรีของการเป็นพี่ปีสองถูกพ่วงมาด้วยกิจกรรมรับน้อง เขาเองก็ปฏิเสธเพื่อนไม่เก่งเลยได้แต่มานั่งตัดไม้ทำฐานให้น้องอย่างเซ็ง ๆ ทั้งที่นัดกับเจโรมอย่างดิบดีว่าจะไปดูหนังด้วยกัน “ดูทำหน้าอย่างกับจะแดกหัวใคร” ดินพูดขึ้นพร้อมกับยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาตรงหน้าของเต็นท์ “สัตว์ เวลาตั้งเยอะไม่บอกกู บอกวันนี้จะเอาวันนี้” เต็นท์บ่นขึ้นมาเบา ๆ อดเขม่นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้ ถ้าตอนที่โสดนั่นเขาก็เต็มใจทำอยู่หรอก แต่พอมีแฟนแล้วยอมรับตรง ๆ ว่าเขาติดแฟนมากเป็นพิเศษ “วีนจัด บอกเมียมึงเอาน้ำตาลมาเติมด่วน” “แล้วคนตั้งเยอะ ดันมาใช้กู” “ก็มึงไม่บอกเขาไปล่ะ ว่าไม่ว่าง” “กูบอกแล้ว มันบอกว่าไงล่ะ ‘มาทำหน่อยนะเต็นท์ไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยเราแล้ว’ ” ดินหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน นาน ๆ ทีเพื่อนที่เฟรนด์ลี่ยิ้มแย้มเหมือนเมายาเป็นกิจวัตรจะทำหน้าเหมือนกินแตนมาทั้งรัง “เอาน่ะ มาก็มาแล้วรีบทำจะได้รีบกลับ” “พรุ่งนี้อีกวัน กูท้อจ้า” เต็นท์บ่นแต่ก็กดเลื่อยในมือตัดไม้ออกเป็นทรงตามแบบ “เอาน่ะ เผื่อได้อวยยศ” “ลาก่อน กูไม่ทำละจ

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   25 แค่ได้รักเธอ

    บทที่ 25แค่ได้รักเธอหลังจากโดนสารภาพรักพวกเขาก็ขลุกกันอยู่แต่ในห้อง ร่วมรักกันไปหลายรอบจนหมดแรงได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงทั้งคู่ จนวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับไทย พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปที่ไหนแบบจริงจังสักทีจนเต็นท์พูดขึ้นมา“ไปศาลเจ้าไหม ขอพรเรื่องความรักงี้” เต็นท์ตะแคงมองคนที่นอนอยู่ข้างกันเจโรมเขี่ยนิ้วมือของคนตัวเตี้ยกว่าอย่างเหม่อลอย เขาคิดอะไรไม่ออกเพราะใช้แรงเยอะเกินไป อาจจะเป็นการขยับตัวเยอะที่สุดในชีวิตของเขาแล้วก็ได้ ออกกำลังกายก็ยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะตายแบบนี้“เหนื่อย”“เมื่อคืนนอนจับมือมาเหนื่อยไร” เต็นท์ผลักหัว แฟน ของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว อยากจะฟัดคนตัวขาวนี่ตลอดเวลามีแฟนแล้วโว้ย มีแฟนแล้วครับ มีแฟนแล้วจั๊ฟ มีแฟนแล้วจ้า มีแฟนแล้วคับ มีแฟนแล้วงื้อเขาแทบรอไม่ไหวที่จะทำอะไรสักอย่างให้โลกรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว“เหนื่อยสะสมอะมึงรู้จักปะ”“ไม่รู้ ลุก ๆ กูอยากถ่ายรูปคู่กับมึงตอนเที่ยวด้วยกัน แล้วโพสต์ไอจีได้ปะ”“เอาดิ แท็กกูด้วย” เจโรมยิ้มร้าย ๆ แอบดีใจไม่น้อยที่มีคนกระตือรือร้นในความภูมิใจที่มีเขาเป็นแฟน“ถ่ายตอนเอากันเลยได้ปะ”“จังไร” เจโรมโยนหมอนใส่แฟนหมาด ๆ ของตัว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status