Accueil / LGBTQ+ / วิศวะร้ายขอลองรัก / 04 อย่าเอาแต่ใจให้มันมากได้ปะ

Partager

04 อย่าเอาแต่ใจให้มันมากได้ปะ

Auteur: Aronet
last update Date de publication: 2026-07-02 23:54:31

บทที่ 4

อย่าเอาแต่ใจให้มันมากได้ปะ

ช่วงเย็นเต็นท์ออกจากหอมารอเจโรมตั้งแต่สี่โมงนิด ๆ เขาเดินหาอะไรกินไปเรื่อยเปื่อยพร้อมกับส่องสาว ๆ คณะบริหารให้พอเจริญหูเจริญตา ไม่รู้ว่าเจโรมจะมาจากทางไหนแต่ถ้าไม่เห็นเขาอีกฝ่ายก็คงโทรมาเอง

ช่วงห้าโมงเย็นเสียงจอแจก็เริ่มดังขึ้นทีละน้อย ก่อนที่คนจะเริ่มทยอยลงมา เต็นท์เก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง มองหาคนที่สั่งให้เขามารอรับ

อีกฝ่ายตัวสูงเด่นมองไกล ๆ เขายังเห็นได้ไม่ยาก ฝ่ายนั้นเดินมาพร้อมเพื่อนอีกสองสามคน สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสต่างจากตอนอยู่กับเขาลิบลับ เต็นท์อดเบ้ปากไม่ได้ ไม่ช้าเจโรมก็แยกกันกับเพื่อน ๆ แล้วเดินตรงมาทางที่เขานั่งอยู่

“เห็นหน้ากูแล้วนี่มันยังไงนะ หน้างอมาเชียว”

“เสือก เปิดรถได้ละ”

“ครับคุณชายยยย” เต็นท์ลากเสียงยาวเหยียดก่อนกวนตีนด้วยการเดินไปเปิดรถให้อีกฝ่าย เจโรมชักสีหน้าเล็กน้อยแต่ก็เดินขึ้นไปแต่โดยดี

“เอาใครขึ้นมาบนรถกู” เมื่อเต็นท์เข้ามานั่งและปิดประตูลง น้ำเสียงเย็นชาของเจ้าของรถก็ดังขึ้นมา

“รู้ได้ไงอะ”

“กลิ่นน้ำหอม”

“เออ กูขอโทษ พอดีมีเรื่องนิดหน่อยอะ แต่กูห้ามเขาแล้วนะโว้ยว่าอย่าขึ้นมาอะ”

“ช่างมัน” เจโรมตอบก่อนยกมือขึ้นถูจมูกเบา ๆ และหลับตาลง

“แล้ว…ให้ไปไหนอะ”

“คอนโดกู”

เต็นท์หันไปมองหน้าอีกฝ่าย คล้ายว่าคนที่โดนมองจะรู้ตัวจนต้องลืมตามามอง

“ไม่ขับไปล่ะ”

“โทษนะ กูรู้เรื่องของมึงมากมั้ง ไปไหนก็บอกดี ๆ ดิ๊ อย่าเอาแต่ใจนัก” เต็นท์อดบ่นไม่ได้ นี่ก็อีกคนเอาแต่ใจฉิบหายกูเป็นพ่อมึงเหรอ

“…”

“บ้านมึงกูก็ไม่รู้กูไม่ได้เหมือนมึงนะ ที่จะรู้ทุกเรื่องของคนอื่นอะ”

“ไอ้…” แม้เจโรมจะโมโหแต่ก็เถียงไม่ออกเลยได้แต่ทำท่าทางไม่พอใจแก้อาการเสียหน้าพร้อมกดแม็ปที่หน้าจอรถ ปักหมุดไปที่ที่พักของตัวเอง “ขับตามนี้ไป”

“ทำแต่แรกก็จบ ยังจะมาหงุดหงิดใส่กูอีก”

“กูได้ยิน”

“เฮ้ย ตั้งใจ” เต็นท์ทำท่าตกใจสุดท้ายก็หัวเราะออกมา ถ้าอีกฝ่ายจะไม่มีอารมณ์ขันขนาดนั้นเขาขำด้วยตัวเองก็ได้ เจโรมมองอีกฝ่ายก่อนส่ายหัวและหลับตาลงอีกครั้ง

“ถึงแล้ว ใช่นี่ปะ”

เจโรมลืมตาขึ้นตามเสียง เขาหยีตาเล็กน้อยเมื่อเห็นไฟที่ส่องเข้ามาภายในรถ “อื้อ”

“ที่มึงไม่ขับรถเองนี่คือง่วงอะดิ”

“มั้ง” เจโรมตอบกลับ เขาอยากให้เต็นท์เข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องอธิบาย

“งั้นกูกลับละ” เต็นท์ทำท่าจะเปิดประตูรถออกไป แต่เสียงของคนข้าง ๆ ก็ดังขึ้นมา

“มึงจะไปไหน กูยังไม่อนุญาต”

“ได้” เต็นท์ปิดประตูรถแรงเสียจนรถสั่น ท่าทางหัวเสียอยู่มาก “มา มึงมีไรอีก” เขาหันมามองคนที่นั่งอยู่ ท่าทางเอาเรื่องไม่น้อย

เจโรมเม้มปากนึกหมั่นไส้อีกฝ่ายในใจตั้งแต่ตอนที่อีกคนบ่นเขาเรื่องที่เขาให้ไปส่ง

“คืนนี้กูมีงานอีก ขับรถให้กูด้วย”

“กูค่อยมารับไม่ได้หรือไง มึงก็ขึ้นไปทำธุระของมึงให้เสร็จซะสิ” เต็นท์เลิกคิ้วขึ้น ทำท่าทางปฏิเสธชัดเจนออกมาผ่านสีหน้า

“ไม่ กูบอกแล้วไงว่าหน้าที่มึงมีแค่ทำตามคำสั่งกู”

“โห่ นี่ผิดกฎหมายนะเนี่ยมึงจ่ายโอทีกูด้วย”

“อยากให้แม่มึงรู้เรื่องเงิน?” เจโรมทำหน้านิ่งกอดอก มองออกไปข้างนอก “ไปสิ”

“ไอ้เวร เออให้กูรอที่ไหน ผิดกฎหมายกูไม่ทำนะโว้ย”

“เหอะ” เจโรมแค่นเสียงแล้วพูดเสียงเนิบนาบ “ย้อนแย้งฉิบหายเป็นหนี้เพราะเสียพนันไม่ใช่หรือไง”

“เออ เลิกย้ำ กูทำตามแล้วพอใจยัง”

“ว่าง่าย ๆ แบบนี้ค่อยน่าเลี้ยงหน่อย ตามมา” เต็นท์มองอีกคนที่เดินไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่คิดจะหยุดรอก็รีบตะลีตะลานปิดรถก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามอีกฝ่ายไป

ในหัวก็ยังคิดสงสัยกับคำว่าน่าเลี้ยง นี่มันมองเขาเป็นหมาเหรอวะ?

“ขายาวแล้วเอาใหญ่” เต็นท์เอ่ยแซวอีกคนเมื่อลิฟต์ปิดลง เห็นเจโรมเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดูท่าแล้วไอ้หมอนี่ก็คงชอบให้คนอวยอยู่เหมือนกัน

“มึงเตี้ยเองหรือเปล่า”

“โห 178 ยังเตี้ย มึงอะตีพ่อตีแม่หรือเปล่า สูงเป็นต้นตาลเลยนะมึง”

“185”

“ห่างไม่กี่เซ็นต์” เต็นท์ยักไหล่ “กูยังต่อยมึงถึงอยู่”

“ก็ลองดู”

ติ๊ง

ลิฟต์เปิดขึ้นที่ชั้นสูงสุดของคอนโดขัดจังหวะการถกเถียงนั้น เต็นท์มองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่ามีประตูห้องเพียงบานเดียว ไม่ใช่ว่าทั้งชั้นนี่เป็นของมันหรอกเหรอ เขาได้แต่คิดในใจ

ประตูห้องถูกเปิดออก ไฟภายในห้องก็ทำงานอัตโนมัติ เต็นท์มองเจโรมที่ก้มเก็บรองเท้าที่เพิ่งถอด เขาอดมองไปรอบ ๆ ไม่ได้ ห้องที่คิดว่าจะเละเทะดูเรียบร้อยกว่าที่คิด แสดงให้เห็นว่าเจ้าของห้องเป็นคนมีระเบียบประมาณหนึ่ง ตัวห้องถูกตกแต่งด้วยสีดำทองตัดกันดูหรูหราแต่ให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาเห็นเจ้าของห้องกดริโมตอะไรสักอย่าง ม่านที่ปิดไว้ก็เลื่อนเปิดออก มันไม่ใช่แค่กำแพงหนาทึบแต่เป็นกระจกทั้งบาน

เต็นท์ตาลุกวาวรีบปรี่เข้าไปที่กระจกบานนั้น

“วิวโคตรดี”

เจโรมยืนมองคนที่ดูตื่นตาตื่นใจกับห้องของตัวเอง “ตามสบายกูขอทำงานที่นี่ก่อน”

“ตามสบายนี่กลับเลยได้ปะ” เต็นท์หันกลับมามองหน้าเจ้าของห้อง

“อย่ากวนตีน”

“ครับ ๆ ตามใจคุณชายแล้วครับ”

เจโรมชักสีหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรให้มากความ เดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมล็อกประตูทิ้งให้แขกยืนอึ้งอยู่ข้างนอก

เต็นท์เลิกสนใจคนเอาแต่ใจ เริ่มหันมาสำรวจข้าวของในห้องแทน เดินไปก็เกร็งไปกลัวจะเผลอไปทำอะไรข้าวของพวกนี้พัง แค่นี้ก็เป็นหนี้มากพอแล้ว เขาคิดในใจ เลิกสนใจข้าวของพวกนั้นหันมาล้มตัวลงบนโซฟาที่แสนนุ่มนิ่ม คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกม

เวลาผ่านไปท้องของเขาเริ่มประท้วงโดยการร้องโครกคราก เขาเลยตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องที่มีคนหายเข้าไป

“กูกินของในตู้เย็นได้ปะ” เต็นท์ตะโกนถาม ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินออกมาเปิดประตู

“อืม”

“ตะโกนตอบก็ได้ปะแค่นี้ กูไม่ถือ”

“กูไม่ชอบเสียงดัง”

“แล้วมึงกินไรปะ กูพอทำอาหารได้อยู่”

“มึงกินเลยกูไม่หิว”

“ตามใจมึงละกัน กูแดกหมดไม่รู้นะ” เต็นท์พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มตามภาษาคนอารมณ์ดี แต่เจโรมก็มีแต่สีหน้าเดิมซ้ำยังปิดประตูห้องใส่หน้าเขาอีก

นี่เหรอผู้ดีเนี่ย

เต็นท์ยีหัวเบา ๆ เดินวนหาห้องครัวพักหนึ่งก็เจอห้องครัวที่ใหญ่กว่าหอของเขาทั้งห้องเสียอีก แต่ดูท่าแล้วที่นี่คงไม่เคยถูกใช้งานเลย

เขาเปิดตู้เย็นดูพบว่ามีอะไรไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแช่แข็งและผักผลไม้ที่เน่าจนแทบใช้การไม่ได้แล้ว สุดท้ายแล้วเขาก็ได้แต่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีอยู่เพียงห่อเดียวภายในห้อง บอกเลยว่าแค่นี้ไม่พอให้หายหิวเลยสักนิด แต่จะเคาะเรียกบ่อย ๆ เขาก็เกรงใจคนทำงาน อีกคนนั้นยังไม่กินข้าวดูแล้วอีกไม่นานก็คงออกมา

...

“แม่งทำอะไรของมันวะ” เต็นท์บ่นกับตัวเองเมื่อมองเวลาที่ปาเข้าไปจนเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว เขาเดินไปเคาะประตูห้องเป็นรอบที่สองแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เลยลองเสี่ยงเปิดประตูดู

ประตูถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย แอร์เย็นเฉียบปะทะหน้าของเขา เขากวาดตามองไปรอบห้องก็เห็นว่าคนที่เขาตั้งใจจะมากวนนั้นฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะทำงาน ดูท่าแล้วห้องนี้คงจะเป็นห้องที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด ดูจากสภาพเอกสารที่วางระเกะระกะไว้ทั่วห้อง รวมทั้งขวดเหล้าที่กระจัดกระจายไปทั่ว

เขาเดินเข้าไปใกล้อีกคนก่อนจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้แหย่คนเล่น ๆ แต่ดูแล้วว่าคนอย่างเจโรมนั้นจะเป็นลูกรักพระเจ้าเสียจริง ๆ ขนาดหลับอ้าปากยังดูดีขนาดนี้

“น้ำลายไหลปะเนี่ย” เต็นท์พูดเบา ๆ พลางเลื่อนรูปไปมา “หลับแบบนี้กูขโมยของหมดน้า” เต็นท์พูดเสียงดังขึ้นมาแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนที่หลับอยู่จะตื่นขึ้นมา

“หลับจริงดิ...กูกลับละนะ ขอยืมรถก่อนละกันถือว่ากูบอกแล้วนะ”

เต็นท์พูดจบก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

“กี่โมงแล้ว” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นไล่หลังเขามาก่อนที่จะทันได้เดินออกไป เต็นท์หันไปมองคนที่ทำหน้าสะลึมสะลือยังตื่นไม่เต็มตาก่อนจะขำออกมา

“จะเที่ยงคืนละ” เขากลั้นขำพร้อมตอบ

“หิว พากูไปหาไรกินหน่อยดิ” น้ำเสียงทุ้มติดแหบเล็กน้อยเอ่ยขอร้อง เต็นท์เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ที่ประโยคนั้นฟังดูไม่ใช่ประโยคคำสั่งแบบที่เคยผ่าน ๆ มา แต่คาดว่าคงเป็นเพราะฝ่ายนั้นยังตื่นไม่เต็มตามากกว่า

“ไม่เอากูจะกลับละ”

“กูอยากกินต้องได้กิน” เต็นท์เห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเปิดลิ้นชักคว้าอะไรสักอย่างออกมา ไม่ต้องเดาให้ยากวัตถุสีดำเมี่ยมก็ถูกคว้าขึ้นมา เพียงแต่ไม่ได้หันมาทางเขา เหมือนแค่เอาออกมาให้เห็นเฉย ๆ

“เออ ๆ ไม่ต้องขู่ทุกรอบหรอก รู้อยู่ว่ามีของ”

“งั้นรอแป๊บ” พูดจบก็หายเข้าไปในห้องน้ำเพียงไม่กี่นาทีเจโรมก็เดินออกมา พร้อมหน้าตาที่ดูแจ่มใสขึ้นกว่าเดิม

“จะกินอะไร”เต็นท์ถามในตอนที่ลิฟต์ปิดลง เขามองคนที่ยืนกอดอกพิงลิฟต์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ของเจ้าตัว

“ไม่รู้ดิ”

“งั้นกูพาไปเอาไหม”

“มึงจะแกล้งกูอะดิ”

“ไม่แกล้ง ง่วงจะตายอยู่ละรีบแดกรีบกลับ”

“ก็ดี เสร็จแล้วพากูไปส่งที่โต๊ะด้วย”

“ปกติมึงทำงานดึกงี้ทุกวันเลยอ๋อ เอาเวลาไหนไปนอนวะ” เต็นท์ถามขึ้นมาทำลายบรรยากาศความเงียบขณะนั่งรถ

“อืม กูก็งีบเอาในห้องบ้างตอนทำงานก็หลับบ้าง”

“วันนี้ไม่บอกให้กูเงียบแล้วเหรอ”

“เหนื่อยจะด่า ควายแบบมึงยิ่งเถียงยิ่งหงุดหงิด” เจโรมมองออกไปข้างนอกก็เห็นว่าคนขับรถนั้นพาเขาวนกลับมาแถวเขตมหาวิทยาลัย แม้จะสงสัยแต่เขาก็เหนื่อยเกินกว่าจะถาม เมื่อเลือกแล้วว่าให้อีกคนเลือกร้านเขาก็จะไม่ขอเข้าไปยุ่ง

“หมี่เกี๊ยวปะ”

“ได้ เร็ว ๆ เถอะกูหิวแล้ว”

“เออ อย่าเอาแต่ใจให้มากได้ปะ” เต็นท์ตีไฟเลี้ยวก่อนจะจอดลงข้างทางหน้าร้านบะหมี่เกี๊ยวที่เขาชอบลงมากินบ่อย ๆ ตอนหิวดึก

“หอมึงนี่”

“กูคิดไม่ออกอะ นอกจากไปดูบอลที่ร้านเหล้า เตะบอลที่ ม. กูก็ไม่ได้ออกไปไหนละ”

เจโรมไม่ได้ฟังใจความที่อีกฝ่ายพูดให้เข้าใจก็เดินลงจากรถไปแล้ว อ่านเมนูที่ติดอยู่กับผนังร้านแล้วก็เลือกสั่งเป็นบะหมี่เกี๊ยวปูพิเศษมาที่หนึ่ง

แก้วน้ำถูกวางลงตรงหน้าเขาตามมาด้วยใบหน้าทะเล้นของคนที่คุ้นเคย “หิวจัดเลยดิ”

“อืม”

“อยู่กับคนอื่นไม่เห็นนิ่งแบบนี้อะ กูเห็นมึงก็ยิ้มให้เพื่อนปกติ”

“แล้วทำไมกูต้องยิ้มให้มึง มึงไม่ใช่เพื่อนกู”

“โหแบ่งชนชั้นจัด” เต็นท์เบ้หน้าก่อนส่ายหน้าไปมา เปิดน้ำอัดลมเทลงทั้งแก้วของตัวเองและคนตรงข้าม การกระทำนั้นล้วนอยู่ในสายตาของเจโรมตลอด

“มึงคิดว่ากูเป็นคนยังไง”

“มึงอ๋อ นิสัยเสีย เอาแต่ใจ ลูกคุณหนูฉิบหาย ไม่รู้ว่ามีเพื่อนได้ยังไง”

“กูแย่ขนาดนั้นเลยดิ” เจโรมยักคิ้วอย่างมีมาด ไม่ได้มีแววความโกรธในน้ำเสียงทั้งที่เพิ่งโดนหลอกด่า ราวกับเรื่องที่ได้ยินไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง

“ไม่รู้สิ มันอาจจะเป็นแค่ด้านเดียวของมึงที่กูเพิ่งได้เห็น ถ้ารู้จักกันนานกว่านี้กูถึงจะบอกได้”

เจโรมมองหน้าคนที่ตั้งหน้าตั้งตาไถโทรศัพท์ในมือ รวมกับคำพูดที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรแล้วมันทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจจากคำพูดพวกนั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   30 ตัวอันตราย

    บทที่ 30ตัวอันตรายบรรยากาศเงียบสงบของชานเมืองต่างจากในเมืองหรือแถวมหา’ ลัยมากกว่าที่เจโรมคิด เขายืนรอเต็นท์อยู่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยทะเลาะกันเมื่อครั้งก่อน จ้องมองบ้านหลังขนาดกลางของโครงการ แม้จะมีคนอยู่เพียงสองคนแต่มันกลับดูวุ่นวายไม่น้อย“มาแต่เช้าเลย” เต็นท์เดินข้ามถนนมาก่อนจะกอดคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือน“ก็คิดถึง เลยรีบมา”“อัปเวลว่ะเดี๋ยวนี้” เต็นท์แซวก่อนผละออกมา เห็นคนตรงข้ามหรี่ตามองเขาอย่างสงสัย “มีไร”“ทำไมหนวดดกกว่าในกล้อง”“เมียสวย ก็ต้องดุ ๆ”“สวยกับผี”“หล่อด้วยเอ้า เค้าหึงหมดแหละกับผู้หญิงหรือผู้ชาย” เต็นท์หัวเราะแก้เขิน “เข้าไปกัน วันนี้อยู่บ้านไอ้โยเดี๋ยวพาไปรู้จักแฟนมัน แล้วบี๋จะรู้ว่าคนพูดมากจริง ๆ เป็นยังไง”เต็นท์เป็นประเภทที่ถ้ามีคนพูดด้วยถึงจะพูดมากหรือพูดมากกับคนที่สนิท แต่กับจีนนั่นเป็นประเภทที่พูดแม้ไม่มีใครฟัง พูดคนเดียวมันก็ทำได้“มาละ” เต็นท์บอกกับเพื่อนทั้งสองที่นั่งหัวเราะกันอยู่สองคนบนพื้น ด้านหน้ามีเตาไฟฟ้าวางอยู่พร้อมอาหารเต็มเตาเจโรมที่ยืนแอบหลังได้ความรู้สึกตื่นเต้นก้าวเท้าออกมา มองหน้าเพื่อนของเต็นท์ทั้งสองคน เขาขอเดาว่าคนที่ยิ้มกว้างจน

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   29 กำลังก้าวผ่านความกลัว

    บทที่ 29กำลังก้าวผ่านความกลัว“อยากเข้าไปคุยกับพ่อมึงบ้างไหม” เต็นท์ถามคนที่กำลังจดจ่อกับการต่อเลโก้อย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าสรุปแล้วสองพ่อลูกนั้นลงรอยกันจริง ๆ หรือไม่ เพราะหลังจากเจโรมติดต่อพ่อของตนให้เขาเสร็จ อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจอีกต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น“ขี้เกียจ”“ขี้แค้นจัด” เต็นท์แซวด้วยความเข้าใจ “กูไม่ได้จะยัดเยียดมุมมองกตัญญูอะไรให้มึงนะ แต่ถ้าเขาทำดีก็ขอบคุณเขาบ้าง ในฐานะคนมีบุญคุณก็ได้”“วันหลัง” เจโรมตอบทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเลโก้ดอกไม้นั่น“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอบี๋”“ขี้เกียจ เลี้ยงผมบ้างสิ” เจโรมเงยหน้าขึ้นมาก่อนยิ้มให้เขา ดูท่าว่าฟ้าหลังฝนมันสวยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ“จบไปเค้าก็เงินเดือนหมื่นห้า จะเลี้ยงคุณชายแบบบี๋ไหวเหรอ”“ผมกินข้าววันละมื้อ”“งั้นเดี๋ยวหางานเพิ่ม จะได้กินให้ครบสามมื้อ” เต็นท์ลูบหัวคนรักอย่างเอ็นดู ตอนนี้เปิดเทอมมาได้สองเดือนกว่าแล้ว งานที่เคยมีก็เพลาลงไปเยอะ ที่สำคัญเขาปฏิเสธเพื่อนไปอย่างหนักแน่นว่าจะขอไม่ทำงานอีกต่อไปแล้วในเทอมหน้า“เวอร์ งั้นเดี๋ยวโทรหาพ่อ ขอสมบัติทั้งหมดถึงจะยอมกลับบ้าน”“เอางั้นเลยดิ” เต็นท์หัวเราะออกมา นาน ๆ ทีถึงจะโดนตบมุกกับเขาบ

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   28 แก้แค้น

    บทที่ 28แก้แค้นเต็นท์ตาแจ้งตั้งนานแล้วตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยซ้ำ เขามองคนรักที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นก่อนจะรวบอีกคนเข้ามากอด เขารู้ว่าเรื่องราวพวกนี้เจโรมต้องใช้เวลามากมายขนาดไหนในการผ่านมันมา เพียงแค่ปีเดียวไม่สามารถให้แผลพวกนั้นหายไปได้อย่างไร้ร่องรอยเขามีคำถามมากมายแต่ไม่กล้าถามออกไป“สรุปคลิปพวกนั้น เขาก็ปล่อยมันออกไป แม่งเห็นแค่กูด้วยซ้ำอะ กูไม่กล้าทำอะไรเขาเพราะกูโคตรจะกลัวเขาเลย”“แต่มึงก็ใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยนี่”“ไม่เลย กูแม่ง...เครียดจนต้องหาหมอจิตเวชแล้วเรื่องที่ชนคนนั่นอีก กูไม่คิดว่าคนที่ทำเหมือนรักกูขนาดนั้นจะทำร้ายกูได้ลง” เจโรมพูดพร้อมเสียงสะอื้น คำพูดขาดห้วงเป็นบางจังหวะ “เขาเอาจากกูไปหมดเลย เงินก็ให้กูขอจากพ่อเพิ่ม รถ กระเป๋ากูก็ซื้อให้หมด เขาให้ความอบอุ่นกับกูในตอนที่ไม่มีใครสนใจการมีอยู่ของกูด้วยซ้ำ”“...”“แต่พอกูเริ่มโตเริ่มมีปากเสียงกับเขาได้เขาก็ทำแบบนั้นกับกูอะ”เต็นท์ลูบหลังคนรักเบา ๆ เจโรมเป็นทั้งเหยื่อและผู้ร้ายในคราวเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้จะผ่านไปได้ยังไงถ้าเจอเรื่องแบบนั้น“มึงกลัวเขามากเลยเหรอ”“อือ แค่เห็นหน้าเขากูก็แทบจะขยับตัวหนีไม่ได้ เขาปั่นหัวเก่งขน

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   27 ให้อารมณ์มันพาไป

    บทที่ 27ให้อารมณ์มันพาไปเจโรมได้แต่มองคนรักเดินจากไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจากเหตุการณ์ที่ประเดประดังเข้ามาตลอดช่วงบ่าย ทั้งเรื่องธุรกิจที่เจรจาไม่ลงตัว ไหนจะเรื่องแฟนเก่าอย่างพี่แองเจลที่กลับมารังควานเขาอีกในรอบสองปี...ที่ไม่รู้จะกลับมาทำไมอีกถ้าเต็นท์สังเกตกันสักนิดจะรู้ว่าสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ถ้าเป็นตัวเขาเองเห็นสภาพท่าทางของตัวเองและคำพูดของผู้หญิงคนนั้นก็คงจะคิดไปทางอื่นไม่ได้อีก ฝ่ามือของลูกครึ่งหนุ่มยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ร่างกายที่พอมีแรงขึ้นมาเริ่มคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาคนรัก แต่ทั้งโทรทั้งส่งข้อความก็ไม่มีทีท่าว่าทางนั้นจะยอมรับโทรศัพท์ของเขาเขาเข้าใจดีแต่เขาก็มีเหตุผลของตัวเอง...ขอแค่รับฟังกันบ้างสักครั้งร่างสูงของเจโรมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าหอของเต็นท์ที่เขาไม่ได้มาบ่อย ๆ การรักษาความปลอดภัยหละหลวมทำให้เขาขึ้นมาถึงห้องของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้น ๆ ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก เต็นท์ในสภาพที่กลิ่นเหล้าหึ่งเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงทันทีที่เห็นหน้าคนอีกด้านของประตู“มาทำไม”“มาอธ

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   26 มันเป็นใคร

    บทที่ 26 มันเป็นใคร วันอาทิตย์ที่ควรจะได้หยุดแต่ดูเหมือนวิศวะอย่างเต็นท์จะไม่ได้พัก ศักดิ์ศรีของการเป็นพี่ปีสองถูกพ่วงมาด้วยกิจกรรมรับน้อง เขาเองก็ปฏิเสธเพื่อนไม่เก่งเลยได้แต่มานั่งตัดไม้ทำฐานให้น้องอย่างเซ็ง ๆ ทั้งที่นัดกับเจโรมอย่างดิบดีว่าจะไปดูหนังด้วยกัน “ดูทำหน้าอย่างกับจะแดกหัวใคร” ดินพูดขึ้นพร้อมกับยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาตรงหน้าของเต็นท์ “สัตว์ เวลาตั้งเยอะไม่บอกกู บอกวันนี้จะเอาวันนี้” เต็นท์บ่นขึ้นมาเบา ๆ อดเขม่นเพื่อนร่วมคณะไม่ได้ ถ้าตอนที่โสดนั่นเขาก็เต็มใจทำอยู่หรอก แต่พอมีแฟนแล้วยอมรับตรง ๆ ว่าเขาติดแฟนมากเป็นพิเศษ “วีนจัด บอกเมียมึงเอาน้ำตาลมาเติมด่วน” “แล้วคนตั้งเยอะ ดันมาใช้กู” “ก็มึงไม่บอกเขาไปล่ะ ว่าไม่ว่าง” “กูบอกแล้ว มันบอกว่าไงล่ะ ‘มาทำหน่อยนะเต็นท์ไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยเราแล้ว’ ” ดินหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน นาน ๆ ทีเพื่อนที่เฟรนด์ลี่ยิ้มแย้มเหมือนเมายาเป็นกิจวัตรจะทำหน้าเหมือนกินแตนมาทั้งรัง “เอาน่ะ มาก็มาแล้วรีบทำจะได้รีบกลับ” “พรุ่งนี้อีกวัน กูท้อจ้า” เต็นท์บ่นแต่ก็กดเลื่อยในมือตัดไม้ออกเป็นทรงตามแบบ “เอาน่ะ เผื่อได้อวยยศ” “ลาก่อน กูไม่ทำละจ

  • วิศวะร้ายขอลองรัก   25 แค่ได้รักเธอ

    บทที่ 25แค่ได้รักเธอหลังจากโดนสารภาพรักพวกเขาก็ขลุกกันอยู่แต่ในห้อง ร่วมรักกันไปหลายรอบจนหมดแรงได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงทั้งคู่ จนวันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับไทย พวกเขาก็ยังไม่ได้ไปที่ไหนแบบจริงจังสักทีจนเต็นท์พูดขึ้นมา“ไปศาลเจ้าไหม ขอพรเรื่องความรักงี้” เต็นท์ตะแคงมองคนที่นอนอยู่ข้างกันเจโรมเขี่ยนิ้วมือของคนตัวเตี้ยกว่าอย่างเหม่อลอย เขาคิดอะไรไม่ออกเพราะใช้แรงเยอะเกินไป อาจจะเป็นการขยับตัวเยอะที่สุดในชีวิตของเขาแล้วก็ได้ ออกกำลังกายก็ยังไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะตายแบบนี้“เหนื่อย”“เมื่อคืนนอนจับมือมาเหนื่อยไร” เต็นท์ผลักหัว แฟน ของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว อยากจะฟัดคนตัวขาวนี่ตลอดเวลามีแฟนแล้วโว้ย มีแฟนแล้วครับ มีแฟนแล้วจั๊ฟ มีแฟนแล้วจ้า มีแฟนแล้วคับ มีแฟนแล้วงื้อเขาแทบรอไม่ไหวที่จะทำอะไรสักอย่างให้โลกรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว“เหนื่อยสะสมอะมึงรู้จักปะ”“ไม่รู้ ลุก ๆ กูอยากถ่ายรูปคู่กับมึงตอนเที่ยวด้วยกัน แล้วโพสต์ไอจีได้ปะ”“เอาดิ แท็กกูด้วย” เจโรมยิ้มร้าย ๆ แอบดีใจไม่น้อยที่มีคนกระตือรือร้นในความภูมิใจที่มีเขาเป็นแฟน“ถ่ายตอนเอากันเลยได้ปะ”“จังไร” เจโรมโยนหมอนใส่แฟนหมาด ๆ ของตัว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status