LOGIN“จิ้งจอกเฒ่า…” เขาค่อย ๆ หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเค้นเสียงออกมาจากไรฟัน “สักวัน…อย่าให้ถึงตาผมบ้างก็แล้วกัน” ฝีเท้าของท่านรองนายกหยุดลง ก่อนที่คนเป็นพ่อจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ “งั้นก็รีบโตให้ทัน” “…!!!” “ตอนนี้แกยังห่างจากคำว่าคู่ต่อสู้ของฉันอีกไกล” “...!!!” จินขบกรามแน่นขึ้นทันที แต่ท่านรองนายก
“.…” “แน่ใจเหรอว่าพ่อจะเลิกยุ่งกับเธอ” “.…” “จะไม่ส่งคนไปหาเธอ ไม่กดดันเธอ ไม่แตะต้องเธอ แล้วก็จะไม่ยุ่งกับลูกของผม” “.…” “ผมต้องการคำยืนยันจากพ่อ” “.…” “ถ้าผมทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง” “....” “ถ้าผมไปชายแดน” “....” “ถ้าผมยอมทำในสิ่งที่พ่อต้องการ” จินหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงต่ำ
ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง แม้แต่ท่านรองนายกยังชะงักไปเล็กน้อยกับคำว่า ‘เมียผม’ “ลูกของผมจะไม่สร้างปัญหาให้ใคร ผมรับประกัน ขอแค่พ่อไม่มายุ่งกับเมียและลูกของผม” “แกมันดื้อเหมือนแม่ไม่มีผิด” ท่านรองนายกถอนหายใจยาว ราวกับปวดหัวกับลูกชายตัวเองเต็มที “.…” “ฟังฉันให้ดี ห้ามบอกเรื่องนี้กับแม่แกเด็ดขา
“หึ” เสียงหัวเราะแหบต่ำดังขึ้น ท่านรองนายกยกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับดูเหนื่อยล้า “หึ…” “….” “ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงสินะ” สายตาคมมองลูกชายตัวเองนิ่ง ๆ ก่อนจะหัวเราะเยาะตัวเอง “ฉันเลี้ยงแกมาอย่างดี สุดท้ายก็ไม่รักดี เลี้ยงเสียข้าวสุก” “....” คชาหน้าซีดทันที แต่จินกลับ
บทที่ 263 “…!!!” ท่านรองนายกถึงกับนิ่งค้างไปหลายวินาที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน “แกมัน…” เสียงของท่านขาดหายไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง “แกมีสมองไว้ทำอะไร” “….” “ฉันเลี้ยงแกมาให้คิดเป็น รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ ไม่ได้เลี้ยงมาให้โตขึ้นแล้วทำเรื่องสิ้นคิด
“ผมไม่เคยโกหก” “นั่นแหละที่น่าปวดหัว” คนเป็นพ่อประสานมือเข้าด้วยกัน “เอมิโกะร้องไห้กลับบ้าน หุ้นของสองตระกูลผันผวนตั้งแต่เมื่อวาน นักข่าวกำลังตามเรื่องนี้อยู่ รวมถึงเรื่องที่แกต่อยไอ้เด็กนั่นกลางงาน มันยืนยันจะเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด” “....” ท่านรองนายกจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของจิน “แล้วไหนจะเรื่อง
ขณะที่รถแล่นไปยังโรงพยาบาล จินก็นั่งเกร็งเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะถูกพามานั่งเบาะข้างคนขับ แถมคนขับยังเป็นคุณแม่ของไอมิเอะอีกด้วย เขาเหลือบตามองผ่านกระจกมองหลังไปยังไอมิเอะ เธอก็สบสายตากับเขาผ่านกระจกพอดี ทั้งคู่หยุดนิ่งชั่วขณะ ราวกับเวลาแช่แข็ง จินกะพริบตาเล็กน้อยแล้วยิ้มแผ่วอย่างมีเลศนัย แอบส่งสายตาหว
“จิน…” เสียงหวานสั่นเครือดังขึ้น ไอมิเอะรีบวิ่งเข้าหาเขา ร่างบางยังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งผ่านฝันร้าย เธอกวาดตามองทั่วทั้งร่างสูงของเขาด้วยความร้อนรน กลัวว่าจะเห็นเลือดหรือบาดแผล แต่สิ่งที่พบกลับทำให้เธอเบิกตากว้าง เพราะจินไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ถึงจะไม่มีรอยขีดข่วน หรื
“ขอดูดปากหน่อย” ไอมิเอะเลื่อนใบหน้ามากระซิบแนบชิดที่ข้างหู เสียงหวานนั่นทำให้ความร้อนแล่นวูบขึ้นมาที่ปลายหูของจินทันที “มาดูดปากอะไร ดูคนหน่อย” เขาเอ็ดเสียงห้วน แต่แก้มสากกลับขึ้นสีแดงจัดมากขึ้นอีก เขารีบเบือนหน้าไปอีกทาง ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างพยายามกลั้น ยิ่งพอรู้ว่ามุมปากตัวเองเผลอคลี่ยิ้มเล็กๆ
“คาเระวะ ฮอนโตนิ ฟุริเนะ. นามิจาไนวะ. โคะเค็นนิ ทะอิเตะวะ วาตาชิทาจิ, ยูคุริ ฮานาซาไน โตะเนะ” (เขาอันธพาลมาก ไม่ธรรมดาเลย เรื่องนี้เราคงต้องคุยกันยาว) “....” คำพูดของคุณแม่ ทำให้ไอมิเอะหน้าเจื่อนทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจและกังวลไปพร้อม ๆ กัน ปกติคุณแม่ไม่เคยพูดถึงใครในลักษณะนี้มาก่อน







