LOGINเมื่อเดินทางมาถึงคณะของฉันแล้วนั้นรุ่นพี่รูมเมทก็ยังคงเดินกอดอกตามมาพร้อมกับฉันเพื่อที่จะได้ไปหาเพื่อนของเขาในคณะสถาปัตย์อีกด้วยตามปกติตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยนี้แล้ว
"อ้าวไอ้ดิวทำไมมาพร้อมกับ...."
"รีบไปหาเพื่อนเถอะ"ร่างเล็กพยักหน้าเป็นการตอบกลับและรีบเดินจํ้าก้าวตรงดิงไปหาเพื่อนๆที่อยู่ในห้องเรียนรอแล้วทันทีอย่างไม่รอช้าโดยที่สายตาของรุ่นพี่นั้นก็เอาแต่จ้องมองมาทางฉันและทางพี่ดิวสลับกันไปพร้อมกับซุบซิบนินทาเราสองคนไป
"อะไรยังไงวะ"
"เอ่อนั่นดิ บอกจะไปจัดการให้วันต่อมาก็โผล่มาด้วยกันอีก"
"ยังไงวะไอ้ดิว"ผมเองยังคงไม่ได้ตอบกลับกลุ่มของเพื่อนแต่อย่างใดทำได้แค่เพียงนั่งไถโซเชียลไปตามปกติก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้าสตอรี่ของยัยเด็กบ้าที่ถ่ายรูปตัวเองในเมื่อคืนด้วยเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นจนเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่แน่นทะลักออกมาจากเสื้อเลยด้วยซํ้า
"แล้วสตอรี่เมื่อวานยังไงวะ"
"ตอบดิวะ"
"ยัยนั่นเป็นลูกเพื่อนพ่อกู"
"แล้วไงต่อที่มึงบอกจะจัดการเสร็จไปกี่นํ้า"เพื่อนสาวสถาปัตย์เอ่ยถามมาอย่างรู้งานในนิสัยของผมและพวกมัน แต่ทว่ายัยเด็กบ้านี่เป็นผู้หญิงที่ผมเองไม่ควรจะเล่นด้วยสุ่มสี่สุ่มห้าและควรจะตะล่อมๆเข้าหาเธอดีกว่าและจับเหยื่อให้แหลกคามือ
"ยังไงก็ช่างอย่าให้ยัยเด็กนั่นปากสว่างละกัน ไม่งั้นกูเอาตายแน่แล้วกูก็ไม่สนด้วยว่าลูกเพื่อนพ่อมึง"
"มึงเหี้ยเองหนิไอ้คราม มึงก็ด้วยไอ้เหมยไม่ต้องไปทำอะไรน้องเลย"
"จ้าไอ้คิม แต่กูก็ไม่สนหรอกนะ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคนอื่นกูไม่เอาไว้แน่ พวกมึงก็รู้ว่ากูกำลังจะดัง"
"รำคาญชิปเป๋ง ไปเรียนได้แล้วไอ้คราม"ร่างสูงเอ่ยออกไปด้วยความรำคาญพร้อมกับดันตัวลุกเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
พวกเราทั้งสี่คนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมจึงทำให้พวกเราสนิทและรู้จักกันมามากพอสมควรและไม่สามารถที่จะหนีไปไหนจากกันได้เลยจึงทำให้พวกเราต้องมารวมตัวกันแบบนี้อีกทั้งทางครอบครัวของเรายังรู้จักกันอีกด้วย
PART MAPRANG
"แกมีอะไรก็บอกพวกฉันนะ"
"เอ่อใช่ สายตาพี่เหมยที่มองแกแม่งน่ากลัวมากนะเว้ยมะปราง"
"พี่เขาไม่ทำอะไรฉันหรอก อีกอย่างนะถ้าจะทำพี่เขาก็ต้องเกรงใจพ่อฉันหน่อย"เพื่อนทั้งสองได้แต่ส่ายหัวเป็นการตอบกลับในความคิดของฉันแบบนี้แต่ทว่าฉันเองก็เลือกอะไรไม่ได้จริงๆเพราะไม่อยากทำให้คนเป็นพ่อต้องมาลำบากใจทีหลัง ยังไงแล้วนั้นก็คือลูกชายเพื่อนพ่อที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง
เมื่อเวลาผ่านพ้นไปจนถึงเวลาในช่วงเย็นหลังจากเลิกเรียนแล้วนั้นพวกเราก็ต้องเดินทางพากันมาที่สถานที่รับน้องกันเมื่อวานโดยได้มีรุ่นพี่ปีสองได้นัดเอาไว้แล้วเพื่อมาจีบสายรหัสดัน
สายตาของฉันตั้งแต่เดินเข้ามาในนี้แล้วนั้นก็ต้องเอาแต่จ้องมองใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่อย่างแปลกตาเพราะตั้งแต่รีบร้องมาฉันยังไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลยแต่นี่เขากลับมายืนอยู่ข้างๆกลุ่มเพื่อนของเขาเพื่อคุมน้องๆตามคำสั่งพี่ปีสามที่จะเข้ามาดูกิจกรรมในวันนี้อีกด้วย
"มองอะไรขนาดนั้น"
"ป่าวอ่ะ"
'เห้ยแกพี่คนนั้นใครกันทำไมไม่เคยเห็นเลยวะ'
'นั่นสิ แต่งานดีมากเลยอ่ะอยากลองว่ะ'
'ได้ข่าวว่าพี่คนนี้พึ่งเลิกกับแฟนมาสดๆร้อนๆเลยไม่รู้ว่าเพราะอะไรด้วย'
'แบบนี้สิดี ฉันจะได้จัดการเลย'
ร่างเล็กเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาไปแบบนั้นแล้วก็ทำเอาก้อนเนื้อที่อยู่ด้านในเต้นไม่ตรงจังหวะพร้อมกับสายตาที่เอาแต่จ้องมองไปยังรุ่นพี่คนนั้นที่เป็นอดีตแฟนเก่าของฉันที่พึ่งเลิกกันตอนที่ฉันจะมาเรียนต่อที่นี่นั่นเอง สายตาของเขาจับจ้องมองมาทางฉันเช่นกันราวกับอนึ่งอันเดียวกัน
"เอาดีๆแกกับพี่เขารู้จักกันหรอ"
"อือใช่ เขาเป็นแฟนเก่าฉัน"เมื่อร่างเล็กเอ่ยออกไปแบบนั้นแล้วอีพวกกลุ่มที่นั่งอยู่บริเวณหน้าของพวกเราสามคนก็ต่างพากันหันหลังกลับมามองด้วยความหมั่นไส้โดยที่ทั้งฉันและเพื่อนไปสองคนก็ได้แต่นั่งหน้านิ่งจนไม่มีใครสามารถมายุ่งเกี่ยวเลยด้วยซ้ำ
ตั้งแต่ตอนเริ่มจนถึงตอนจับสายรหัสสายตาของฉันก็ได้แต่จ้องมองไปทางเขาจนแทบจะไม่ยอมหลุดโฟกัสเลยด้วยซ้ำ เราสองคนคบกันมาตั้งแต่ฉันเรียนอยู่ม.สี่และเราสองคนรักกันมากไม่มีทีท่าว่าจะเลิกกันได้เลย
จนมาถึงวันที่ฉันต้องบินมาเรียนต่อจู่ๆพี่เขาก็ทักมาบอกเลิกฉันเองเสียดื้อๆทั้งๆที่เมื่อคืนเราสองคนยังโทรคุยกันอย่างดิบดีเลยด้วยซํ้า
"ถ้าน้องได้คำใบ้แล้ว พี่ขอให้น้องๆโชคดีนะครับแล้วเราจะไปเฉลยพี่รหัสน้องรหัสกันที่ทะเลพร้อมกับคณะวิศวะ ตอนนี้แยกย้ายได้"
"กูว่ากูได้ของพี่มะนาวว่ะ"
"ทำไมวะ"
"นั่นสิทำไมมั่นใจขนาดนั้นวะกาย"
"เปรี้ยวจี๊ด ซี๊ดซ๊าดดด"ทั้งฉันและฝนหันมาจ้องมองกันอย่างรับรู้เพราะในคณะเราถ้าคำใบ้จะง่ายขนาดนี้และชื่อของพี่แต่ละคนก็แทบจะไม่ซํ้ากันเลยก็คงจะเดาได้ไม่ง่าย
"ของมึงอ่ะฝน"
"กูก็ไม่รู้เนี่ยคำใบ้เหี้ยไรแม่ง"
"คำใบ้อะไรอ่ะ"
"คนหล่อของคณะ หล่อมากก หล่อที่สุด"
"คนอะไรหลงตัวเองขนาดนั้นซะ"เมื่อประโยคนั้นพูดจบเราทั้งสามก็ต่างพากันนั่งหัวเราะกันไปพร้อมกับจ้องมองสายตาเพื่อสอดส่องดูถึงความมั่นหน้าของรุ่นพี่ผู้ชายที่มีทีท่าว่าจะมีอยู่สองคนที่มั่นหน้าได้ขนาดนี้ก่อนที่พวกนั้นจะหันมาจ้องมองมาทางฉันเพื่อสอบถามเรื่องคำใบ้
"แล้วของมึงอ่ะปราง"
"กูว่ากูได้พี่ชล"
"ทำไมวะ"
"พี่ชลเคยใช้คำใบ้นี้ตอนเป็นพี่รหัสกูมาก่อน แล้วจะเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ชลเพราะหน้าไบโอของพี่เขาชอบใส่อีโมจินี่"ทั้งสองพยักหน้ากันไปอย่างรู้งานก่อนที่พวกเราจะพากันไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดหลังมอ.กันเพราะตั้งแต่ที่มาที่นี่ฉันยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยด้วยซํ้าและโอกาสนี้ก็ถือว่าได้ออกไปเปิดโลกเสียก่อน
"พี่ชลนี่เขาก็ใจร้ายเหมือนกันนะ ดูอีพวกนั้นเข้าหาแม่งก็ยังไม่สนใจเลย"
"พี่ชลเป็นพวกอินโทรเวิร์ด"
"มึงไม่คิดจะกลับไปหาเขาหรอ"
"เห้ยฝนอย่านะเว้ย"
"กูรอเขามาตลอด ก็เหลือแค่เขาว่าจะกลับมาหากูรึเปล่าแค่นั้นแหละ"ใช่ที่ฉันพูดมันก็คือความจริงทุกอย่าง ฉันเฝ้ารอเขาให้ทักมาหาฉันบ้างแต่ไม่มีวี่แววว่าจะจะทักตอบกลับเลยและสาเหตุที่เลิกกันก็ยังไม่รู้เลยด้วยซํ้าว่าทำไมถึงต้องมาบอกเลิกฉันแบบนี้
ฉันละสายตาไปจากพี่ชลสักพักก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปกับกลุ่มเพื่อนอย่างไม่สนใจใยดีเขาอีกเพราะขืนฉันมัวแต่สนใจและหมกมุ่นอยู่กับเขามีหวังคืนนี้ต้องเอาแต่ร้องไห้หาพี่เขาแน่นอนเหมือนทุกคืนที่ผ่านมาและคงจะหนักมากขึ้น
กิจกรรมการรับน้องของสถาปัตย์และวิศวะผ่านพ้นไปตลอดทั้งวันอย่างเหน็ดเหนื่อยโดยที่ทั้งและเพื่อนนั้นก็แทบจะหมดเรี่ยวแรงกันไปจากด่านของวิศวะที่ค่อนข้างจะโหดพอสมควรเพราะพวกเขากันรวมกันสร้างฐานและแยกกันอยู่เท่านั้นการรับน้องที่ต่างก็เปรอะเปื้อนไปด้วยสีและนํ้านั้นไม่ได้ทำให้เธอหมดความสวยเลยด้วยซํ้าจนถึงกิจกรรมสุดท้ายที่ต่องเฉลยพี่รหัสน้องรหัสเสียทำทีโดยให้น้องไปตามหาพี่และแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อที่จะได้มารอบกองไฟในคํ่าคืนนี้ฉันเองไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปหาอดีตคนรักที่เป็นพี่รหัสของฉันในตอนนี้โดยเขาเองก็ยังคงยืนกอดอกเฝ้ารอน้องรหัสให้เดินไปหาเขาด้วยเช่นกันพร้อมทั้งควบคุมดูแลน้องๆภายในงานอีกด้วยที่ตอนนี้วิศวะและสถาปัตย์แทบจะปนเปไปกันจนหมดอยู่แล้ว"พี่สายชลคะ""ว่าไงล่ะเรา""ปรางเป็นน้องรหัสพี่ พี่ไม่มีอะไรให้ปรางเลยหรอคะ ขนมก็ได้"ร่างเล็กเดินเข้าไปหาเขาพร้อมทั้งชูมือขึ้นแบมือทั้งสองข้างรอของจากเขาด้วยท่าทางที่ราวกับเด็กเป็นที่สุดจนคนพี่ถึงกลับยกยิ้มออกมาพร้อมทั้งยกมือขึ้นไปจัยหัวเธออย่างเอ็นดู"ไว้พี่กลับไปแล้วจะพาไปกินชาบูนะ""สัญญานะ""สัญญาค่ะ""แหม๋ๆๆ หลานรหัสพี่คือน้องมะปรางเองสินะคะ เดี๋
แค้ก"มะปราง มะปราง"ผมพยายามเรียกสติของเธอไว้เมื่อเห็นว่าตอนนี้น้องกำลังฟื้นขึ้นแล้วอย่างช้าไปและค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นก่อนที่สองตาของเธอจะเปิดกว้างอย่างช้าๆและรีบลุกขึ้นสวมกอดเขาทันทีแต่ทว่าด้วยความที่เธอนอนนานมากไปหน่อยและบาดแผลของเธอก็ทำเอาเธอรู้สึกเจ็บเช่นกัน"อ๊ะ!!""อย่าลุกแบบนี้สิคะ"ความดื้อรั้นทำให้เธอฝืนตัวเองลุกขึ้นไปสวมกอดเขาอีกครั้งอย่างแนบแน่นพร้อมกับนํ้าตาที่ไหลรินออกมาด้วยความกลัวและความดีใจที่ได้มาเจอเขาอีกครั้งหลังจากที่สลบจนไม่ได้สติ"ปรางคิดว่าปรางจะไม่ได้เจอพี่แล้ว""ต้องเจอสิคะคนเก่ง""ฮึ้ก ปรางกลัวไปหมดเลย คนแรกที่ปรางคิดถึงคือป๊ากับพี่ ฮึ้ก ปรางกลัวว่าจะไม่ได้เจอป๊ากับพี่อีก"คนพี่พยายามปลอบประโลมให้เธอใจเย็นลงและไม่งอแงไปมากกว่านี้เพื่อที่จะได้เรียกหมอมาตรวจร่างกาย แต่ทว่าเธอเองก็ยังคงไม่ยอมปล่อยผมออกเลยแม้แต่นิดเ
เมื่อรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวของเธอและเขาก็รีบมาดูอาการลูกของตนอย่างไม่รอช้าโดยที่ฉันเองตอนนี้พี่ดิวเองได้มาอยู่รอที่หน้าห้องไอซียูตั้งแต่รู้ข่าวและสั่งให้คนไปตามสืบเรื่องนี้มาให้ละเอียดจนหัวใจของเขาแทบจะตกอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินว่ายัยเด็กแสบของเขานั้นเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ร่างสูงเดินวนอยู่หน้าห้องไอซียูอย่างเป็นกังวลนานหลายชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะออกมาเลยสักนิดก่อนที่ทางพ่อและแม่ของมะปรางเองจะเดินเข้ามาหาผมด้วยความกังวล"มะปรางล่ะ""ยังไม่ออกมาเลยครับ"ตึง ตึง ตึง ตึงข้อความของคนของพ่อทักไลน์มาเพื่อส่งข้อความการการสืบเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นของมะปรางและสายชลที่เกิดขึ้นจนได้เรื่องมาว่าใครที่เป็นคนตัดสายเบรกจนทำเอาผมในตนนั้นแทบจะปรี๊ดแตกอยู่แล้ว"มีอะไรรึเปล่า""ผมรู้ตัวค
ฉันเองใช้เวลาอยู่ที่บ้านโดยที่ไม่ได้ตอบกลับข้อความของใครเลยสักนิดโดยที่ฉันเองใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวไปอย่างสนุกสนานโดยที่ป๊าเองก็ได้ทำการลางานที่บริษัทเรียบร้อยและให้เลขาของท่านจัการเรื่องงานแทนเองกว่าจะได้เดินทางกลับไปที่กรุงเทพเพื่อที่จะได้เตรียมตัวกลับไปเรียนนั้นฉันเองก้ยังคงเก็บตัวเงียบไม่แม้แต่ที่จะเดินทางไปพบเจอเพื่อนเลยด้วยซํ้า โดยที่ผ่านมาทางพี่ดิวและพี่สายชลเองก็ได้ติดต่อมาอยู่เสมอแต่ฉันเลือกที่จะไม่ได้ตอบก็เท่านั้น"นี่แกหายหัวไปไหนมากูนี่กำลังจะแจ้งความคนหายเลย""กูกลับบ้านพ่อมา""แล้วทำไมไม่ตอบพวกกู""นั่นสิ กูก็ทัั้งทักทั้งโทร"ฉันเองยังคงทำหูทวนลมไม่ได้สนใจในคำพูดของเพื่อนทั้งสองเลยด้วยซํ้าที่พวกนั้นเองพยายามถามไถ่และพูดคุยกับฉันในเรื่องที่หายไปแบนนั้นก่อนที่ทางพี่สายชลเองจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเราที่นั่งอยู่พร้อมกับของในมือ
"สวัสดีค่ะป๊า เออ....สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า สวัสดีค่ะป้าพิม"ร่างเล็กยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทันทีอย่างไม่รอช้าพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดป๊าทันทีด้วยความคิดถึงโดยมีสายตาของคนพี่จ้องมองมาทางยัยตัวเล็กที่พูดถึงในบทสนทนาของเราสองเมื่อกี้"มาได้ไงลูก""ปรางเหงาอ่ะปรางเลยกลับมาหาป๊า""เดี๋ยวปรางขึ้นไปเก็บของก่อนนะ ป๊าขอคุยธุระก่อนนะลูก""ได้ค่ะ""มะปรางเดี๋ยวก่อน""กระแห่ม"เสียงของป๊าฉันเอ่ยดังออกมาพร้อมทั้งสายตาของท่านที่จ้องมองไปทางพี่ดิวที่ทำท่าทางกำลังที่จะเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังจะเดินไปทางฉันจนคนพี่ต้องจำยอมที่จะนั่งลงไปที่เดิม"คุณคะ""พี่ขอคุยกับน้องได้ไหมคะ""......."ฉันเองได้แต่เงียบนิ่งไปไม่แม้แต่ที่จะตอบกลับเขาเลยสักนิดเพราะต
แกร๊ก"มะปราง"คนพี่รีบเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทันทีอย่างไม่รอช้าพร้อมทั้งรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้อย่างแน่นด้วยนํ้าเสียงที่ดูไม่สู้ดีมากนักจนฉันเองแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วจากการรัดแน่นของเขาเองที่ได้ทำแบบนี้"พะ พี่ดิว""ไอ้ดิว เดี๋ยวน้องก็หายใจไม่ออกพอดี"ร่างสูงค่อยๆปล่อยอ้อมกอดของเขาออกและพยายามจับใบหน้าของฉันขึ้นมาดูรอยแดงจากแก้มที่ถูกเพื่อนสนิทเขานั้นตบตีแถมมุมปากของเธอก่อนหน้านี้ยังมีเลือดออกอีกต่างหากนิ้วเรียวหนาค่อยๆเกลี่ยเส้นผมของเธอไปทัดหูพร้อมกับนัยน์ตาของเขาที่มีนํ้าใสคลออยู่และไหลออกมาอาบแก้มของเขาก่อนที่ทางพี่เหมยจะขอตัวเดินออกไปจากห้องปล่อยให้เราสองได้พูดคุยกันไป"พี่เป็นอะไรคะ""พี่รู้สึกผิดที่ทำให้น้องต้องมาเป็นแบบนี้""ปรางตั้งใจต่างหาก""แต่







