Share

บทที่ 2

Penulis: ปุยหิมะ
หลังจากหงซิ่วจากไป จ้าวเซ่อเซ่อก็พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง

เสียงจั๊กจั่นนอกหน้าต่างดังระงม เกลียวคลื่นความร้อนในฤดูร้อนพัดพาเอาความเจ็บปวดมาโอบล้อมร่าง ทำให้นางนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน

จวบจนถึงวันงานพระราชสมภพของฮองเฮา นางจำต้องลากสังขารที่ยังไม่หายดี ฝืนประทินโฉมแต่งกาย

ทว่ายามเมื่อนางเดินไปถึงหน้าประตูจวน กลับเห็นเซี่ยชิงเยี่ยนจูงม้ารออยู่ที่ลานเรือนแล้ว ส่วนซูหลิงอินในชุดอาภรณ์หรูหรา กำลังยืนแย้มยิ้มอยู่เคียงข้างเขา

“เซ่อเซ่อ” เซี่ยชิงเยี่ยนช้อนตามองนาง น้ำเสียงราบเรียบ “จวนเรามีค่าใช้จ่ายวันละสิบอีแปะ เช่าม้าได้เพียงตัวเดียวและนั่งได้แค่สองคน”

“ข้าจะพาหลิงอินไปวังหลวงก่อน เจ้าก็เดินไปเองเถิด”

ปลายนิ้วของจ้าวเซ่อเซ่อสั่นสะท้าน นางกำแขนเสื้อเอาไว้แน่น

จากจวนโหวไปถึงวังหลวง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งชั่วยาม

นางอ้าปากคล้ายจะเอื้อนเอ่ย ทว่าสุดท้ายก็เพียงรับคำเสียงแผ่ว “ได้”

นางมองดูเซี่ยชิงเยี่ยนประคองซูหลิงอินขึ้นหลังม้าอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงพลิกตัวขึ้นม้าอย่างคล่องแคล่ว วงแขนตระกองกอดเอวของซูหลิงอินเอาไว้ ปกป้องนางไว้ในอ้อมอกอย่างแน่นหนา

เสียงฝีเท้าม้าค่อย ๆ ห่างออกไป จ้าวเซ่อเซ่อยืนนิ่งอยู่กับที่ พลันนึกขึ้นมาได้

เมื่อสามปีก่อน ยามที่นางเข้าวังเป็นครั้งแรก เซี่ยชิงเยี่ยนเกรงว่านางจะขี่ม้าไม่ถนัด จึงจงใจสั่งให้คนเตรียมเกี้ยวอุ่น คอยคุ้มครองนางไปตลอดทาง

เขากล่าวว่า “ฮูหยินของข้า จะให้ได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจแม้เพียงครึ่งส่วนก็มิได้”

มาบัดนี้ คำพูดเหล่านั้น คงมีไว้กล่าวให้อีกคนฟังเสียแล้ว

จ้าวเซ่อเซ่อเดินไปตามถนนเข้าวังเพียงลำพัง ท้องฟ้าพลันมืดครึ้ม หยาดฝนเม็ดโตสาดซัดลงมา ชั่วพริบตาเดียวก็สาดรดนางจนเปียกปอนไปทั้งตัว

รอจนกระทั่งนางเร่งรุดมาถึงวังหลวงด้วยสภาพทุลักทุเล งานพระราชสมภพก็เริ่มขึ้นแล้ว

ภายในตำหนักสว่างไสวด้วยแสงโคม เสียงดนตรีบรรเลงแว่วหวาน ท่ามกลางการดื่มกินอย่างสำราญ นางมองเห็นว่า ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของฮูหยินโหว บัดนี้กลับมีซูหลิงอินนั่งอยู่

“นั่นมิใช่ฮูหยินโหวหรอกหรือ? เหตุใดจึงไปยืนอยู่ตรงนั้นเล่า?”

“ได้ยินว่าท่านโหวในยามนี้โปรดปรานสาวเก็บดอกบัวผู้นั้นยิ่งนัก ในใจคงไม่มีตำแหน่งของฮูหยินโหวมาตั้งนานแล้ว”

“เฮ้อ ปีนั้นตอนที่ท่านโหวขอสมรส ถึงกับคุกเข่าร้องขอราชโองการอยู่ถึงสามวันสามคืนเชียวนะ มาบัดนี้...”

เสียงซุบซิบนินทาทิ่มแทงเข้าหูราวกริชแหลม จ้าวเซ่อเซ่อก้มหน้าลง เดินไปยืนยังตำแหน่งของสาวใช้เงียบ ๆ

นางเห็นเซี่ยชิงเยี่ยนปรายตามองมาแวบหนึ่ง ทว่ากลับมิได้เอ่ยสิ่งใด เขาหันหน้าไปรินสุราให้ซูหลิงอินจอกหนึ่ง

“ถวายของขวัญวันพระราชสมภพ—”

สิ้นเสียงขันทีขานรับ เหล่าฮูหยินตราตั้งต่างก็ก้าวออกไปตามลำดับ

เมื่อถึงคราวของจวนอู่อันโหว ซูหลิงอินก็ประคองกล่องผ้าไหมอันวิจิตรบรรจงก้าวออกไป

“หม่อมฉันซูหลิงอิน ขอถวายพระพรฮองเฮาเพคะ ขอให้ทรงพระเกษมสำราญ พระชนมายุยิ่งยืนนานเพคะ”

ฮองเฮาทรงแย้มพระสรวลรับกล่องผ้าไหมมา ทว่าในชั่วขณะที่เปิดออก สีพระพักตร์ก็แปรเปลี่ยนไปทันที

“บังอาจ!” กล่องผ้าไหมถูกเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรง ถังหูลู่พวงหนึ่งกลิ้งตกลงมา “เจ้ากล้าเอาของพรรค์นี้มาหลอกลวงข้างั้นรึ?”

ซูหลิงอินชะงักไป รีบร้อนอธิบาย “ฮองเฮาเพคะ ยามปกติพระองค์ทรงเสวยแต่อาหารเลิศรส คงต้องลองชิมของที่คนยากคนจนอย่างพวกเรากินบ้าง...”

“หุบปาก!” ฮูหยินตราตั้งที่อยู่ด้านข้างตวาดแทรก “เจ้ารู้หรือไม่ว่าปีนั้นฮองเฮาทรงเกือบแท้งพระครรภ์เพราะเสวยซานจา? พระองค์ทรงเกลียดชังของสิ่งนี้ที่สุด! ยิ่งไปกว่านั้น เป็นถึงมารดาของแผ่นดิน จะเสวยของต่ำต้อยเยี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน?”

ซูหลิงอินหน้าซีดเผือด ทว่ายังคงเชิดหน้าเถียง “มะ หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ อีกอย่างถังหูลู่ก็ออกจะอร่อย ฮองเฮาจะทรงเกลียดมันเพียงเพราะเสวยซานจาแล้วเกือบแท้งไม่ได้นะเพคะ ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ก็มิได้แท้งเสียหน่อย...”

“บังอาจ!” ฮองเฮาทรงตบโต๊ะด้วยความกริ้ว ปิ่นระย้าบนมงกุฎหงส์สั่นไหวอย่างรุนแรง “ใครก็ได้! ลากตัวนังบ่าวชั้นต่ำที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำผู้นี้ออกไปเดี๋ยวนี้!”

ซูหลิงอินหน้าซีดเผือด เพิ่งจะรู้สึกตื่นตระหนก พลันชี้มือไปทางจ้าวเซ่อเซ่อ “ฮองเฮาโปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ! ของขวัญชิ้นนี้ฮูหยินเป็นผู้เตรียม หม่อมฉันเป็นเพียงผู้นำมาถวายแทนเท่านั้น!”

จ้าวเซ่อเซ่อราวกับถูกอสนีบาตฟาดฟัน ไม่กล้าเชื่อเลยว่าซูหลิงอินจะกล้ากลับดำเป็นขาวถึงเพียงนี้

นางก้าวโซเซออกไป “เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด! ยามนี้ในจวนล้วนเป็นเจ้าที่ดูแลจัดการ ของขวัญจะให้ข้าเป็นผู้เตรียมได้อย่างไร?”

“ข้าเข้าวังเป็นครั้งแรก จะไปรู้ได้อย่างไรว่าควรส่งสิ่งใดมา” ซูหลิงอินขอบตาแดงเรื่อ น้ำเสียงสะอื้นไห้ “หากมิใช่ฮูหยินสั่งการ ข้าจะทำเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“เจ้า...”

ทั้งสองโต้เถียงกันไม่ยอมความ ฮองเฮาทรงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “พอได้แล้ว! ทะเลาะกันจนข้าปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมด!”

พระเนตรหงส์ตวัดมองไปยังเซี่ยชิงเยี่ยน “ชิงเยี่ยน เจ้าลองบอกมาสิ ว่าของขวัญชิ้นนี้แท้จริงแล้วเป็นความคิดของผู้ใดกันแน่?”

ภายในตำหนักเงียบสงัดลงในพริบตา

เซี่ยชิงเยี่ยนค่อย ๆ ก้าวเดินออกมา อาภรณ์ผ้าไหมสีดำสนิทสะท้อนแสงเย็นเยียบภายใต้แสงเทียน

เขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ในที่สุดก็เอ่ยปาก “ทูลฮองเฮา ของขวัญชิ้นนี้...แท้จริงแล้วเป็นเซ่อเซ่อที่เตรียมไว้พ่ะย่ะค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 23

    เซี่ยชิงเยี่ยนยื่นมือออกไป ทว่าทำอย่างไรก็มิอาจคว้าตัวคนผู้นั้นไว้ได้เขาถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ทำได้เพียงเบิกตามองจ้าวเซ่อเซ่อจากตนไปเช่นนี้ครู่ต่อมา ซูหลิงอินก็คลานเข้ามาแทบเท้าเขา“ท่านโหว ท่านมองข้าสิเจ้าคะ... ขอเพียงท่านช่วยข้า ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งท่านเหมือนนังแพศยาจ้าวเซ่อเซ่อผู้นั้น ข้า...” คำพูดของนางยังไม่ทันจบประโยค ก็ถูกเซี่ยชิงเยี่ยนเตะกระเด็นอย่างแรง“ผู้ใดอนุญาตให้เจ้ากล่าวถึงเซ่อเซ่อ! เจ้าต่างหากคือตัวการ ซูหลิงอิน หากไม่มีเจ้า ข้ากับเซ่อเซ่อจะกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!” เขาเดือดดาลจนถึงขีดสุด เตะซูหลิงอินจนสติหลุดลอยบางทีอาจตระหนักได้ว่าตนเองไร้ซึ่งความหวังแล้วจริง ๆ ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัสทั่วสรรพางค์กาย ซูหลิงอินจึงแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่าเวทนา“เซี่ยชิงเยี่ยน ท่านเอาแต่โทษข้า ทว่าท่านเองก็เมินเฉยต่อความทุกข์ทรมานที่จ้าวเซ่อเซ่อต้องเผชิญมิใช่หรือ! หากท่านมิได้รู้เห็นเป็นใจ ข้าจะทำเรื่องเหล่านั้นมากมายได้อย่างไร คนที่ทำร้ายท่านก็คือตัวท่านเองชัด ๆ! เป็นท่านเองที่ทำจ้าวเซ่อเซ่อหล่นหาย ชั่วชีวิตนี้ท่านจะไม่มีวันได้ครองคู่กับคนที่ท่านรัก ชั่วชีวิต!” ซูหลิงอินไม่อา

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 22

    จุดหมายปลายทางคือเมืองหลวง จากเจียงหนานถึงเมืองหลวง แม้ใช้เส้นทางที่รวดเร็วที่สุดก็ยังต้องใช้เวลานานนับครึ่งเดือน ตลอดครึ่งเดือนบนการเดินทางนี้ เซี่ยชิงเยี่ยนเอาแต่หยิบยกเรื่องราวในหนหลังขึ้นมากล่าวถึงอยู่เสมอ หวังเพียงจะได้เห็นท่าทีแห่งความรักจากจ้าวเซ่อเซ่อบ้าง ทว่าไม่ว่าเขาจะทุ่มเทความพยายามสักเพียงไร ในสายตาของจ้าวเซ่อเซ่อกลับมีเพียงหลิ่วหนานฝานผู้เดียวเท่านั้นพวกเขาทั้งสองนั่งกระซิบกระซาบหยอกล้อกันตลอดทั้งวัน รอยยิ้มนั้นช่างบาดตายิ่งนัก สองมือของพวกเขาแทบจะไม่เคยผละออกจากกัน แม้แต่ยามที่จ้าวเซ่อเซ่อเผลอหลับไป หลิ่วหนานฝานก็ยังคงกอบกุมมือของนางเอาไว้ บีบคลึงนิ้วมือนางเล่นอย่างแผ่วเบาช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เซี่ยชิงเยี่ยนต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส ทว่าเมื่อคิดว่าตนยังสามารถมองเห็นจ้าวเซ่อเซ่อได้ เขาก็ทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้วันที่เดินทางมาถึงเมืองหลวง คือยามที่เซี่ยชิงเยี่ยนเบิกบานใจที่สุดเขากระตือรือร้นนำทางมาจนถึงตรอกเล็ก ๆ อันแสนสกปรกแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนไร้เรือนชานหรือก็คือพวกขอทาน ทำเอาจ้าวเซ่อเซ่อรู้สึกสับสนยิ่งนัก เหตุใดเซี่ยชิงเยี่ยนจึงพานางมาที

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 21

    หลิ่วหนานฝานรีบรุดมาถึง เขาเข้ามาขวางระหว่างเซี่ยชิงเยี่ยนกับจ้าวเซ่อเซ่ออย่างไม่เกรงกลัว ใช้ร่างกายของตนเองปกป้องนางเอาไว้จ้าวเซ่อเซ่ออดมิได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าไม่เป็นไร ท่านไปที่ใดมาหรือหนานฝาน?”รอยยิ้มของนางเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและเชื่อใจ เป็นสิ่งที่เซี่ยชิงเยี่ยนมิได้เห็นมาเนิ่นนาน เพียงแค่มองปราดเดียว ภายในใจของเขาก็พลันตื่นตระหนก จึงกดเสียงต่ำคำรามออกมา“เจ้าเป็นผู้ใด เซ่อเซ่อเป็นคนของข้า ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าเรียกขานนางเช่นนี้?”หลิ่วหนานฝานหันกายกลับมา จ้าวเซ่อเซ่อถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ปกติแล้วเขามักสวมอาภรณ์สีขาวเรียบง่าย เนื้อผ้าล้วนแสนธรรมดา มองไม่ออกถึงความพิเศษอันใด ทว่าวันนี้อาภรณ์บนร่างแม้จะเป็นสีขาวเช่นเดิม แต่กลับมีลวดลายทอซ่อนอยู่มากมาย ดูหรูหราทว่าถ่อมตนขึ้นมิใช่น้อย สัมผัสได้ชัดเจนถึงความล้ำค่าของอาภรณ์ชุดนี้ต่อเรื่องนี้ ภายในใจของจ้าวเซ่อเซ่อพลันเกิดข้อสงสัยขึ้นมา หลิ่วหนานฝานเป็นเพียงหมอธรรมดาผู้หนึ่งในเจียงหนานจริงหรือ?นางมองดูหลิ่วหนานฝานแค่นเสียงหยัน “พวกท่านหย่าขาดกันแล้ว บัดนี้คนที่เซ่อเซ่อชอบคือข้า”เซี่ยชิงเยี่ยนมิกล้าเชื่อเรื่องพรรค์นี้ เขา

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 20

    วันรุ่งขึ้น เซี่ยชิงเยี่ยนก็ควบม้ามาถึงเจียงหนาน และหยุดลงที่หน้าเรือนร้านค้าของจ้าวเซ่อเซ่อในฐานะอู่อันโหว การที่เซี่ยชิงเยี่ยนจะสืบหาตัวจ้าวเซ่อเซ่อนั้นง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ นางจึงมิได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้นี้แต่อย่างใด หลังจากได้รับการปลอบโยนจากหลิ่วหนานฝาน นางก็คิดตกแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไร เรื่องราวระหว่างนางกับเซี่ยชิงเยี่ยนก็จำต้องสะสางให้กระจ่างชัดเพียงแรกสบตากับนาง เซี่ยชิงเยี่ยนก็สาวเท้าเข้าไปหาทันทีตลอดหลายเดือนในสนามรบ ทุกลมหายใจของเขาล้วนคำนึงถึงจ้าวเซ่อเซ่อ แม้ศึกจะกำชัย แต่ในใจเขากลับมีเพียงจ้าวเซ่อเซ่อผู้เดียว เขาเร่งควบม้าฝ่าตะบึงกลับเมืองหลวง ฮ่องเต้ทรงรับสั่งจะพระราชทานเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ให้ ทว่าเขากลับปฏิเสธจนสิ้น ขอเพียงราชโองการฉบับเดียว ราชโองการที่สามารถรั้งตัวนางกลับมาได้ครั้นผ่านความเป็นความตายมาได้ เมื่อได้พานพบจ้าวเซ่อเซ่ออีกครา ความรู้สึกของเซี่ยชิงเยี่ยนก็ดั่งได้ของล้ำค่าที่สูญหายกลับคืนมา เขาทอดสายตาสำรวจดวงหน้าของนาง พบว่าช่วงเวลาที่รอนแรมอยู่ในเจียงหนานนี้นางดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง พวงแก้มมีเนื้อหนังขึ้นเล็กน้อย ดูน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเดิมท

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 19

    หลังจากนั้น จ้าวเซ่อเซ่อได้ทำร่มด้วยมือของนางเองมอบให้แก่หลิ่วหนานฝาน เพื่อเป็นค่ารักษาที่เขาดูแลนางมาอย่างยาวนาน ยามที่หลิ่วหนานฝานได้รับ เขารู้สึกยินดียิ่งนัก นัยน์ตาของเขามิอาจปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ได้ยามสบเข้ากับแววตาอันเร่าร้อนปานนั้น หัวใจของนางก็พลันเต้นระรัวเร็วขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้วันเวลาล่วงเลยผ่านไปสามเดือนอย่างไม่ช้าไม่เร็ว จ้าวเซ่อเซ่อเคยชินเสียแล้วกับการมีหลิ่วหนานฝานอยู่เคียงข้าง แม้แต่หงซิ่วยังอดบ่นมิได้ในบางครา ว่าหลิ่วหนานฝานที่เป็นเพียงหมอผู้หนึ่งกลับมาแย่งงานของนางไปเสียสิ้น ทุกสิ่งล้วนต้องแย่งทำความดีความชอบต่อหน้าคุณหนูมองดูท่าทีแก้มป่องแสนงอนของหงซิ่วแล้ว จ้าวเซ่อเซ่อก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจทว่ายามที่อากาศร้อนอบอ้าวยังมิได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้น เมืองหลวงก็มีข่าวคราวส่งมาว่า อู่อันโหวเซี่ยชิงเยี่ยนรบชนะครั้งใหญ่กลับมา ว่ากันว่าเขาห้าวหาญไร้เทียมทานในสนามรบ บุกตัดหัวราชาซงหนูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แล้วหิ้วกลับมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้และข่าวลือที่แพร่สะพัดก่อนหน้านี้ก็เป็นความจริง เซี่ยชิงเยี่ยนที่สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงมิได้เรียกร้องสิ่งใด เขาเพียง

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 18

    จ้าวเซ่อเซ่อย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดเดิมทีนางเอ่ยปากถามหงซิ่วว่าต้องการมาด้วยกันหรือไม่ ทว่าหงซิ่วกลับรีบวิ่งหนีไปไกลเสียก่อน นางจึงจำต้องออกจากเรือนมากับหลิ่วหนานฝานเพียงลำพังสองคนเดินมาได้ไม่นาน ด้านนอกก็มีฝนโปรยปรายลงมา ดินแดนเจียงหนานนั้นฝนตกชุก ยามวสันตฤดูยิ่งมักมีฝนปรอยตกกระทบเป็นระลอก หลิ่วหนานฝานคุ้นชินกับสภาพอากาศเช่นนี้มานานแล้ว ในมือของเขาจึงกางร่มออกแล้วยกบังเหนือศีรษะให้จ้าวเซ่อเซ่อ“ระวังหน่อยเถิด ประเดี๋ยวจะเปียกฝนเอาได้” เขากล่าวพลางจงใจเอียงร่มไปทางจ้าวเซ่อเซ่อเล็กน้อยหยาดฝนสาดกระเซ็นจนเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของบุรุษเปียกชุ่ม ทว่าเขากลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยกระทั่งถึงที่หมาย จ้าวเซ่อเซ่อจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าหัวไหล่ของเขาเปียกชุ่มจนแทบจะแนบเนื้อ แผ่ไอชื้นแฉะออกมา“เมื่อครู่เหตุใดท่านจึงไม่บอกเล่า? ท่านเปียกไปหมดแล้ว” นางอดมิได้ที่จะร้อนใจขึ้นมาหลายส่วนทว่าหลิ่วหนานฝานกลับปัดหยดน้ำบนตัวออกอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วแย้มยิ้มส่งให้นาง “ร่างกายของเจ้าอ่อนแอ หากเจ้าเปียกฝนไปคงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่ ส่วนข้านั้นร่างกายแข็งแรงบึกบึน ไม่เป็นอันใดหรอก หากเซ่อเซ่อห่วงใยข้า มอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status