งานวันนี้จัดขึ้นที่ห้องจัดงานขนาดใหญ่ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อถึงที่จอดชั้นใต้ดินพี่มันก็ลงจากรถ จากนั้นก็เดินไปไม่รอผม
“รอด้วยพี่” ผมร้องเรียกเขาขณะจอดรถ ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพี่มันไป ไนท์ไม่หันมามองเพียงแค่เดินต่อไปด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนจงใจจะไม่ใส่ใจอีกคน คนโปรดเดินตามเข้าไปแต่ก็ไม่ทัน หายไปไหนแล้วล่ะ ดื้อจริงๆ เลย “เอ่อ.. ขอโทษนะครับ ห้องเตรียมตัวนักแสดงสำหรับงานเปิดตัวซีรีส์วันนี้…อยู่ที่ไหนเหรอครับ” ผมถามพนักงานดูแลที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า “อ๋อ ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 3 อยู่ขวามือครับ” “ขอบคุณครับ” ผมเดินเข้าลิฟต์ที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้วก็เดินไปตามที่พี่เขาบอก ก่อนมาผมรู้แค่ว่างานจัดขึ้นที่ห้องทางซ้ายมือชั้นนี้ คิดว่ามาถึงก็คงรู้เอง และคิดว่าไนท์ก็อาจจะรู้ แต่เขาดันเดินมาก่อนไม่รอ เมื่อมาถึงห้องเตรียมตัว ไม่รอช้าเปิดประตูเข้าไปในห้อง นักแสดงหลายคนเริ่มทยอยกันมา บางคนก็เริ่มแต่งหน้าแล้ว คนโปรดเดินมาที่โต๊ะยาวที่ไนท์นั่งอยู่ มองไปรอบๆ ห้องอย่างคร่าวๆ ก่อนจะหันไปถามไนท์ “พี่ยังไม่ได้กินข้าวมาใช่มั้ย?” จ๊อกก จ๊อกก ไนท์ยังไม่ได้ตอบอะไร เสียงท้องของเขาก็ร้องดังขึ้นมา เหมือนเป็นการยืนยันคำถามของอีกคน คนโปรดยกยิ้มนิดหน่อย “ผมทำกับข้าวมาให้ด้วย ข้าวผัดกุ้ง” คนโปรดพูดพลางหยิบกล่องข้าวออกมาจากถุงกระดาษที่แขวนมากับรถ ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ “อย่างงี้เลย” “สั่งเอาได้ สั่งมา” ท้ายประโยคเขาสั่งผมให้กดสั่งอาหาร “กว่าจะมา กินอันนี้รองท้องไปก่อน ไม่หิวเหรอ?” “มันไม่นานหรอก” เขาตอบเสียงห้วน “อยากรอก็แล้วแต่ เอาอะไร?” …เขามองไปยังข้าวกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า “เออ กินอันนี้ก่อนก็ได้” “แล้วช่างแต่งหน้าไปไหนเนี่ย ยังไม่ถึงอีกเหรอ?” พนักงานที่คอยดูแลของค่ายหันซ้ายหันขวา “..อ๋อ เหลือพี่แต่งหน้าอีกคนนึงใช่มั้ยคะ เดี๋ยวโทรตามให้นะคะ” เขาหันมาบอกไนท์ ก่อนจะรีบยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู “…อ๋อ โอเคพี่” จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับกลุ่มนักแสดง “คือช่างแต่งหน้ามีเหตุสุดวิสัยนิดหน่อยน่ะค่ะ ใครแต่งหน้าเป็นช่วยแต่งไปก่อนนะคะ หรือถ้าผู้จัดการคนไหนแต่งหน้าได้ ก็ช่วยลองแต่งให้นักแสดงดูได้นะ” เรียกว่าลองเหรอ ใช้คำว่าช่วยจะไม่ดีกว่าเหรอ ไนท์คิดในใจ จากนั้นนักแสดงที่แต่เดิมรอพี่ช่างแต่งหน้าคนประจำ ก็เริ่มหันไปให้ผู้จัดการของตัวเองแต่งให้แทน บางคนก็ยังคงเลือกที่จะรอแต่งกับช่างคนที่มาแล้ว ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการแต่งให้กับนักแสดงอีกคนอยู่ “เดี๋ยวผมแต่งให้” “ไม่ต้อง เดี๋ยวกูรอเขาแต่งเสร็จ” “อีกตั้งหลายคน เหอะน่า เดี๋ยวแต่งให้หล่อๆ ปั๊วะๆ เลย เอาให้แบบเด็กๆ” “มึงว่ากูแก่เหรอ” ไนท์มองขวาง ว่าเสียงต่ำ “อือ” คนโปรดตอบกลับหน้าตาย ใบหน้าของไนท์บึ้งตึงขึ้นทันที “ไม่เอา อย่าทำ เดี๋ยวหน้าก็แก่จริงๆ หรอก ...ก็ไม่แก่หรอก แต่ทำตัวเป็นคนแก่ เอาแต่ใจ” “ไม่ต้องแต่งละหน้าอ้ะ ไม่มีอารมณ์” “แต่งๆ มา แต่งเบาๆ ก็หล่อแล้ว หน้าพี่หล่ออยู่แล้ว” “ถ้ามึงแกงกูนะ” ไนท์ขู่เสียงนิ่ง “ไม่มีแกง จะแกงยังไงกระจกก็มีดูสิ แป๊บเดียว อยู่นิ่งๆ” คนโปรดตอบหน้าซื่อ “เดี๋ยว มึงดูลุคกูด้วยนะ ไม่ใช่จะแต่งยังไงก็แต่ง” “ค้าบบบ” ผมตอบพี่มัน ก็จะลุกจากเก้าอี้ ไปยืนที่มุมห้อง เพื่อดูว่าชุดของไนท์วันนี้เป็นลุคประมาณไหน เขาจะได้แต่งให้เข้ากับชุด ดูเสร็จจากนั้นก็เปิดเรฟเฟอร์เรนซ์ที่มีในหัวในโทรศัพท์ให้พี่มันดู “นี่ แบบนี้ โอเคมั้ย?” “อือ” ชุดวันนี้คือเจ็กเก็ตสูทสีขาวครีมปกกว้างแบบคลาสสิก มีกระดุมแถวเดียว ด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวบาง กับกางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม ใส่กับรองเท้าหนังสีดำ คนโปรดเดินไปขออุปกรณ์การแต่งหน้าจากช่างแต่งหน้ามา “นี่จ้ะ แต่งเป็นเหรอ?” พี่ช่างถาม “พอได้ครับ ขอบคุณครับ” ผมเดินกลับมาพี่มันก็กินข้าวเกือบหมดพอดี “เสร็จยัง?” ผมถาม พี่มันไม่ตอบแต่พเยิดหน้าให้ ผมเริ่มแต่งหน้าให้พี่มัน โทนที่จะแต่งคือโทนธรรมชาติแต่เพิ่มความโดดเด่นขึ้นมานิดหน่อย รองพื้นบาง ไฮไลต์บริเวณโหนกแก้มและจมูกนิดหน่อยเพื่อให้หน้าดูมีมิติ เขียนคิ้ว แต่งตาสีเบจประกายทองอ่อนๆ “มึงเคยแต่งหน้าให้คนอื่นเหรอ” พี่มันถามขึ้นขณะหลับตาให้ผมทาตาให้ “ไม่” ผมตอบไปตามจริง พี่มันลืมตาแล้วหันมา หรี่ตามองผม “หลับตา” ตาเสร็จ ก็ต่อด้วยปัดแก้มสีส้มอ่อน “เสร็จยังเนี่ย ไหนบอก เบาๆ” “จะเสร็จแล้ว” ผมหยิบลิปสติกขึ้นมา ริมฝีปากของไนท์เผยอเล็กน้อยรออย่างรู้งาน มือข้างหนึ่งจับคางไนท์ไว้เบาๆ เพื่อให้หน้าเขาอยู่นิ่งๆ ก่อนปลายลิปสติกสี ชมพูนู้ดผสมน้ำตาลอ่อนจะจรดลงบนริมฝีปากร่างสูง นิ้วเรียวยาวของคนโปรดค่อยๆ เกลี่ยสีลิปสติกไปตามรูปปาก สายตาที่ไนท์ส่งกลับมาดูจะไม่พอใจเล็กน้อย แต่ทำไงได้ “เม้มปาก” ผมสั่งเขา เขาก็ทำตาม จากนั้นก็ทาลิปกลอสทับปิดท้ายเพื่อเพิ่มความฉ่ำวาว น่าจุ๊บมาก เสียดายปากไม่ดี เลยไม่น่ารัก “อย่าเลียปากนะ เสร็จละ โอเคมั้ย?” ผมถามพี่มันพลางขยับตัวหลบออกจากกระจกที่วางอยู่บนโต๊ะ พี่มันมองกระจกแล้วก็หันซ้ายหันขวาดูลุคตัวเอง “อือ” “ไปเปลี่ยนชุดป้ะ” ผมบอกให้พี่มันเดินตามมา ก่อนจะหยิบชุดให้เขา “นี่ครับ ต้องเปลี่ยนให้ด้วยมั้ย” “ไม่ต้อง” พี่มันรับเสื้อไป ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนในเต็นท์เปลี่ยนเสื้อผ้าทรงสูงที่อยู่ใกล้ๆ นี้ ไม่นานพี่มันก็เดินกลับมาในชุดใหม่ ผมจัดชุดให้พี่มันนิดหน่อย ก่อนจะสำรวจดูว่าควรเพิ่มอะไรอีกมั้ย สร้อยหน่อยดีกว่า ผมเดินไปเลือกสร้อยในกล่องแอ็กเซสซอรีส์ของทีมเสื้อผ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินกลับมาใส่ให้พี่มัน สร้อยที่เลือกเป็นเส้นเล็กสีเงินที่มีจี้เป็นประกายเล่นกับแสงไฟดี “เสร็จยังครับทุกคน ไปต่อแถวข้างนอก เตรียมเดินพรมแดงกัน” สตาฟผู้ชายเดินเข้ามาตาม เสร็จแล้วทุกคนก็ทยอยกันออกไป พี่มันกำลังจะเดินออกไปข้างนอก “แป๊บนึงพี่” ผมเรียกเขาไว้ ร่างสูงหันมาเลิกคิ้วมองผม ผมก้าวเข้าไปประชิดร่างเขา แล้วปลดกระดุมคนตรงหน้าลงมาอีกเม็ดหนึ่ง เผยให้เห็นสร้อยและช่วงอก กลิ่นน้ำหอมหอมจัง “ป้ะ หล่อมาก” เสร็จแล้วคนโปรดก็พยักหน้าให้ “ไม่เบื่อรึไง ชมอยู่ได้” “ไปครับ จะเลยเวลาแล้ว” ทีมงานว่าขึ้นพร้อมกับผายมือเชิญ ถึงเวลางานเริ่ม คิวไนท์เดินเป็นคนท้ายๆ “และคนต่อมาขอเสียงให้กับไนท์ การันต์~” เสียงจากไมค์พิธีกรชาย แฟนคลับที่มางานวันนี้ก็ถือว่ามีประมาณหนึ่ง ซึ่งน้อยกว่านี้คนโปรดคิดไว้นิดหน่อย เขาอาจจะรออยู่ในห้องแล้วส่วนนึงมั้ง “กรี๊ดดดดดดด พี่ไนท์หล่อมากเลยค่าาา” เสียงจากแฟนคลับที่อยู่ใกล้ๆ ไนท์เดินเหมือนเดินแบบ ด้วยท่าทางกระชับกระเฉง ตอนนี้คนโปรดเดินออกมาหน้างานบริเวณที่รองรับแฟนคลับ ซึ่งอยู่ด้านหน้าไนท์นี่เอง เพราะเมื่อเดินและถ่ายรูปเสร็จ ต้องเลี้ยวไปทางซ้ายมือเพื่อเข้าห้องจัดงาน คนโปรดจึงมารอตรงนี้ เมื่อไนท์เดินเสร็จ จะได้เดินเข้าไปในห้องงาน ขณะเดินไนท์เหลือบไปเห็นคนโปรด ‘ยิ้มๆ’ คนโปรดขยับรูปปากส่งให้ไนท์ เมื่อเห็นว่าเขามองมา ร่างสูงก็ทำตามอย่างว่าง่าย ยิ้มพร้อมกับโบกมือทักทายแฟนคลับ ด้วยท่าทางอย่างเป็นมิตร อย่างงี้สิ เก๊กอยู่ได้ “กรี๊ดดดดดด” และนั่นก็เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้เป็นอย่างดี จังหวะหนึ่งที่ไนท์กำลังจะหมุนตัว เขาเหลือบไปมองคนโปรด คนโปรดก็ยกนิ้วเยี่ยมพร้อมกับยิ้มให้ “แต่งหน้าดีมากเลยอ้ะ เสื้อผ้าก็ดี” เสียงจากพี่ๆ สื่อ ตากล้องคนหนึ่งยกมือขึ้น “ขอกล้องนี้หน่อยคร้าบ” แช๊ะ แช๊ะ “ขอบคุณครับ” ช่างภาพพยักหน้าให้เป็นเชิงขอบคุณ เข้ามาในห้องงาน ก็มีการเปิดทีเซอร์สั้นๆ โดยงานนี้ค่ายเปิดตัวโปรเจกต์ทั้งหมดสี่เรื่อง พูดคุยกับนักแสดงและผู้กำกับ และสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่มานิดหน่อย ซึ่งผู้สื่อข่าวทั้งหมดที่มาวันนี้จะมีเฉพาะช่องที่ค่ายเชิญมาเท่านั้น ณ ลานจอดรถชั้นใต้ดิน เสร็จแล้วสำหรับงานวันนี้ อยากกลับไปพักละ เจอคนเยอะๆ ก็ทำให้หมดพลังยังไงไม่รู้ หรือเป็นเพราะไนท์? “กูจะขึ้นแท็กซี่กลับ” “คิดได้ไงเนี่ย” พี่มันทำหน้างง “รถติดจะตาย ไหนจะแฟนคลับที่พากันกลับอีก มาๆ อย่าพูดยาก จะได้กลับไปพัก” ว่าแล้ว คนโปรดก็เดินนำมาถึงรถ ไม่รีรอขึ้นคร่อม ใส่หมวกกันน็อกและถุงมือ พี่มันก็ขึ้นมาซ้อนผม “ไปส่งคอนโดนะ” พี่มันบอกผม “อือ” “รู้เหรอ?” “พี่โดนัทบอก” ผมเอาขาตั้งขึ้น ร่างสูงเอามือจับชายเสื้อผมทั้งสองข้าง บรึ๊นนนนนนน ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม