Share

ตอนที่ 9 เจ็บตัวแทน

last update Last Updated: 2025-07-25 19:51:34

ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง ตึกสูงดีไซน์โมเดิร์นยี่สิบชั้น ที่ใช้โทนสีขาวดำ และเทา ได้อย่างเรียบง่ายแต่ดูหรู ตัดด้วยกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับในตอนกลางวัน จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือมีไฟสีวอร์มโทนที่ติดตั้งไว้อย่างประณีตและสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและให้ความโรแมนติกในตอนกลางคืน

บิ๊กไบค์สีเขียวแฟริ่งข้างสีดำเลี้ยวเข้ามาทางเข้าคอนโดที่อยู่ติดกับถนน เมื่อเข้ามาจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปทันที เพราะพื้นที่ของคอนโดให้ความรู้สึกเหมือนเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวที่ห่างไกลจากความพลุกพล่านของเมืองได้อย่างดี พื้นถนนเรียบสะอาดตา สองข้างทางมีไฟประดับส่องสว่างอ่อนๆ ลานทางเข้ามีการตกแต่งด้วยต้นไม้สูง รวมถึงมีสวนเล็กๆ และน้ำพุ ทำให้ดูสดชื่นเมื่อขับรถผ่าน

-คนโปรด-

    จอดรถไว้ภายในคอนโดเสร็จ เดินออกมาที่เข้าทางด้านหน้า ขณะที่ขับผ่านน้ำพุมา เขาเห็นเหมือนมีคนกำลังมุงทำอะไรกันอยู่ประมาณเจ็ดแปดคน

“อะไรเนี่ย?” คนโปรดอุทานขึ้นเสียงเบา เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ภาพที่เห็นทำให้ชะงักไปเล็กน้อย คนในกลุ่มชูป้ายที่มีรูปไนท์ถูกขีดกากบาทกาทับอยู่

ไม่ใช่เรื่องดีละ แฟนคลับเหรอ? คนโปรดคิดในใจ

ไนท์ซึ่งเดินตามมาข้างหลัง เงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ทันทีที่ได้ยินเสียงคนโปรด เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยสีหน้าสงสัย แต่ยังอยู่ในท่าทีนิ่งๆ

“อะไร?” เขาถามเสียงเรียบ ก่อนจะบ่นพึมพำขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า “ตลก เป็นเอามาก”

    “มันเรื่องอะไรอ้ะพี่?”

    “นั่นไง มาแล้ว” ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็พูดขึ้นมา เมื่อหันหน้ามาเห็นไนท์

คนโปรดหันมามองไนท์ ก่อนจะถาม “เอาไงอ้ะพี่?”

“ก็เดินเข้าไปสิ” เขาตอบน้ำเสียงติดหงุดหงิด ก่อนจะสืบเท้านำผมไป

ผมรีบเดินก้าวขึ้นมาอยู่ข้างหน้าเขา ผมเป็นผู้จัดการก็ต้องดูแลเขา

ทั้งสองคนเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆ หน้าตึก เสียงโวยวายดังไล่หลังมาจากกลุ่มคนนั้น

“ออกไป! ออกไป!”

“ออกไปเหี้ยอะไร คอนโดกูซื้อ” ไนท์พึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ชัดเจนพอให้คนโปรดได้ยิน

ได้ยินแล้วคนโปรดก็อดขำในใจไม่ได้

“เขาหมายถึงออกจากวงการรึเปล่า” ขณะคนโปรดแวะคุยกับไนท์เสียงเบาหน้าคอนโด ทันใดนั้นก็มีใครบางคนโยนอะไรมา “โอ๊ย!” พุ่งโดนเข้าที่ขมับของคนโปรดเต็มแรง คนโปรดหดคอลง ร้องออกมาด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัว

ไนท์หันขวับไปหาต้นตอตามทิศทางของสิ่งที่ถูกโยนมา ดวงตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปยังคนที่กล้าก่อเรื่อง

“นี่คุณ!” เขาตวาดเสียงดุออกไป ก่อนจะหันกลับมาถามผมด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเป็นห่วงจริงๆ “เป็นไรป้ะ?”

“ไม่เป็นไรพี่” ผมว่าออกไปพลางส่งยิ้มให้ แม้จะรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดหน่อย ผมใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ขมับของตัวเอง เพราะรู้สึกถึงของเหลวบางอย่างที่เหมือนจะไหลออกมานิดหน่อย-เลือด

ไนท์มองคนโปรดด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์แต่ก็ปนความเป็นห่วง ก่อนเขาจะถอยหลังมาก้าวหนึ่ง ยกมือขวาขึ้นป้องหน้าคนโปรดไว้ พร้อมทั้งเอาตัวบังด้านหลังไว้ให้ กันไม่ให้มีอะไรมาโดนได้อีก  

“เดินไป” คนที่กำลังเอาหลังบังไว้ให้ สั่งเสียงเรียบ

ไนท์ก้าวเดินตามปกติแต่มั่นคง คนโปรดเหลือบมองใบหน้าของเขา

ต้องเป็นผมไม่ใช่เหรอที่ต้องดูแลปกป้องเขา

แต่ก็ไม่ได้พูดค้านอะไรเขาไปให้เสียเวลาเปล่า เพราะกลัวว่าจะทำให้อีกคนหงุดหงิดไปมากกว่านี้ แม้เขาจะไม่ได้แสดงอาการโวยวายอะไรออกมา แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงความรบกวนใจไม่น้อยที่เขาปิดไม่มิดจากสีหน้าของเขาที่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ทำหน้าเครียดเป็นตูดเป็ด ผมจึงเดินเข้าไปข้างในตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

ไม่รู้ว่าเจ้าตัวลืมไปรึเปล่าว่าเป้าหมายของกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังของพวกเราคือตัวเขา ไม่ใช่คนโปรด เพราะเขาไม่มีทีท่าจะหลบอะไรเลย ดีที่ไม่มีใครคนไหนโยนอะไรมาอีก แต่

“มึงง!!” เสียงตะโกนดังลั่น พร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งจากกลุ่มพุ่งตัวเข้ามาภายในคอนโด

“เข้าไม่ได้นะครับ” ก่อนสถานการณ์จะบานปลาย รปภ. ที่ประจำหน้าที่อยู่รีบก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ทัน

ผมกับเขาเดินเข้ามาถึงโฟเย่ท์ตรงเคาน์เตอร์เล็กๆ สำหรับต้อนรับ

“โทรเรียกตำรวจเลย อย่าปล่อยไว้นาน” ไนท์พูดกับพนักงานสาวที่อยู่ประจำเคาน์เตอร์ด้วยเสียงเฉียบขาด

“รับทราบค่ะ” พนักงานสาวตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

 “ไอ่เวรเอ้ย ทำเก๊ก มึงมาทุกวันนี้ได้ ก็เพราะพ่อมึงทั้งนั้นแหละ” เสียงโวยวายจากด้านหลังยังดังลอดเข้ามา

ไนท์ชะงักไป “ไอ่.. มันชักจะเกินไปละนะ” เขาพึมพำ ผมสังเกตเห็นแขนร่างสูงที่วางข้างลำตัวกำหมัดแน่น เขาหันหลังกลับไปจะมุ่งไปหาชายที่มาว่าเขา

“พี่ ไปเถอะ” ผมคว้าแขนเขาไว้ รั้งไม่ให้เดินออกไป พร้อมกับใช้สายตาจริงจังมองร่างสูงเป็นเชิงห้าม

ไนท์หยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าคนโปรด และสายตาก็เลื่อนมองมาที่ขมับคนตรงหน้า

“เออๆ” เขาตอบแบบไม่เต็มใจนัก

“ออกไปครับ เชิญครับ ผมแจ้งตำรวจแล้วนะครับ” เสียงรปภ.ดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงหนักแน่นปนขู่

จากนั้นเราก็ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่ 15 ตึ๊ง ฟึ้บ เสียงดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์เปิดออก

ริมขวาสุดของชั้น.. ห้อง1525 ร่างสูงแตะคีย์การ์ดเข้ากับประตูหน้าห้อง

ตึ๊ง แคร๊ก เสียงกลอนประตูปลดล็อก

“ยืนบื้ออยู่ทำไมละ เข้าไปสิ” อีกคนส่ายหัวให้ผม ก่อนจะเดินนำเข้าไป

เฮ้อ นี่ก็ใจร้อนไปได้ ก็นึกว่าจะเข้าก่อนนี่นา

ทันทีที่เข้าห้องได้ไนท์ก็เดินเลี้ยวตรงไปยังส่วนหนึ่งของห้อง เหมือนหาของอะไรบางอย่างโดยไม่พูดไม่จา

ผมยืนอยู่กลางห้องเงียบๆ ไม่รู้จะทำอะไรเลยใช้สายตาสำรวจห้องไปพลางๆ

ภายในห้องถูกแบ่งพื้นที่ใช้งานอย่างชัดเจนด้วยดีไซน์ที่ดูโปร่งโล่ง เพดานสูง เข้าห้องมาด้านซ้ายมือจะเห็นเป็นโซนนั่งเล่นกว้างขวาง มีโซฟาตัวใหญ่สีดำตั้งเด่น หันหน้าเข้าหาทีวีที่ติดกับผนังห้องด้านซ้าย ด้านหลังพื้นที่นั่งเล่น ถัดตรงขึ้นไปจะเป็นเตียงนอนขนาดกลางไว้สำหรับพักผ่อนในชั้นล่าง โดยด้านหลังห้องจะเป็นกระจกบานใหญ่สูงเกือบชิดกับเพดาน ทำให้แสงลอดผ่านเข้ามาได้อย่างเต็มที่ เมื่อเปิดม่านออกก็จะเผยให้เห็นวิวเมืองกว้างและถนนที่ทอดยาว ส่วนขวามือเมื่อเข้ามาสิ่งแรกที่จะเห็นคือโต๊ะอาหารขนาดกลางจัดไว้อย่างเรียบง่าย ถัดเข้าไปด้านในเป็นโซนครัวขนาดพอเหมาะสำหรับประกอบอาหาร ในห้องยังมีส่วนที่เป็นชั้นสองอีกด้วย ทั้งด้านซ้ายและขวา

พี่มันเดินกลับมาจากอีกมุมของห้องพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลสีใสในมือ

ผมยื่นมือออกไปจะรับมันมา “ขอบคุณครับ”

แต่เขากลับไม่ส่งมันให้ผม ร่างสูงวางกล่องปฐมพยาบาลลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า ก่อนจะพเยิดหน้าไปที่โซฟาสีดำ

“ไปนั่ง” เขาสั่งเสียงเรียบ แต่หนักแน่น ผมจึงเดินไปนั่งลงบนโซฟานุ่มตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

พี่มันก็เปิดฝากล่องปฐมพยาบาลออก ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาวางเรียงไว้บนโต๊ะ จากนั้นเขาก็เอาผ้าก๊อซมา แล้วกดลงบนแผลที่ขมับของผมค้างไว้เพื่อห้ามเลือด

... “ผมทำเอง” ผมว่าพร้อมกับยกมือขึ้นจะจับเอาผ้าก๊อซไว้จากมือเขา

“จิ๊ อยู่เฉยๆ ไป” 

? นึกยังไงจะทำแผลให้วะ

“ทำแผลเป็นด้วยเหรอ” ผมถามออกไป เขาไม่ได้มองผม แต่เอาผ้าก๊อซออกจากแผล

“กูอายุ 25 ละนะ ทำแผลแค่นี้ ทำไมจะทำไม่เป็น” ไนท์พูดขึ้นขณะที่มือข้างหนึ่งจับขวดน้ำเกลือ อีกข้างถือผ้าก๊อซเตรียมจะเช็ดแผล “ดีนะแค่ถากๆ ไม่งั้นมึงได้แผลเป็นแน่”

ผมได้ไม่ว่าอะไรต่อ นั่งนิ่งๆ ให้คนตรงหน้าทำแผลให้

… เงียบจัง... ผมมองเขาที่ตั้งใจทำแผลให้ผม ด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว และเบามือ

นึกว่ามือจะหนักซะอีกแฮะ พอได้เห็นใกล้ๆ เวลาเขาตั้งใจทำอะไรจริงจัง ก็ดูมีเสน่ห์เหมือนกันนะเนี่ย จากคนที่เงียบขรึมไม่ค่อยใส่ใจใคร แต่วันนี้กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นได้เหมือนกัน

ท้ายที่สุดพี่มันก็ปิดแผลให้ผมด้วยพลาสเตอร์สีใส ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยในเวลาไม่นาน จากนั้นเขาก็ลุกออกจากโซฟาไป

“จะไปไหนอ้ะ?” ผมถามขึ้น เมื่อเห็นเขากำลังจะเดินไปไหนอีก

“ก็จะประคบเย็นไง” ไนท์หันมาตอบสั้นๆ น้ำเสียงเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทำ

“ไม่ต้องพี่ ผมไม่ได้เป็นไรมาก” จากนั้นเขาหยุดเดิน มองหน้าผมอยู่นิดหนึ่ง ก่อนจะพเยิดหน้าให้ “งั้นก็ เสร็จละ” ก่อนเขาจะเดินกลับมา

“ขอบคุณครับ” ผมพูดพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย ด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ  

“เจ็บมากมั้ย?” เขาถามขึ้นเสียงเบาหลังจากเว้นช่วงไป

….   “ไม่คับ” แม้จะเจ็บอยู่เบาๆ แต่ก็ตอบไป เพราะไม่อยากให้อีกคนเป็นห่วงหรือคิดมาก

“จริงเหรอ?”  พี่มันพูดขึ้นพลางยกหลังมือขึ้นมาจะเขกมะเหงกลงหัวผม

“เฮ้ย!” ผมตกใจหลบมือพี่มันเกือบไม่ทัน

“แสดงว่าไม่เจ็บจริง” เขาว่าพลางยกยิ้มมุมปาก

? เอาอะไรวัดวะ ตรรกะไหนเนี่ย

แล้วพี่มันก็เดินออกไปหน้าเฉย

“เอากล่องไปเก็บด้วย” เสียงเขาตะโกนกลับมาจากอีกมุมของห้อง

อะไรของเขา

“เก็บไหนอ้ะ?” ผมถามตามหลังเขาไปเสียงดังกว่าปกติหน่อย

“ที่เดิม” พี่มันตอบกลับมา

แล้วที่เดิมคือที่ไหนวะ? ผมเก็บอุปกรณ์ลงกล่อง แล้วเดินเอาไปเก็บตามทางที่พี่มันถือมา

เก็บเข้าตู้เสร็จ ก็ถามเขาต่อ “ผมกลับได้เลยมั้ยอ้ะ”

    “อยากกลับก็กลับ”

    แสดงว่าถ้ายังไม่อยากกลับก็ยังไม่ต้องก็ได้

    จากนั้นผมเอาไอแพดออกมาจากกระเป๋าเป้ จะเอามาทำงาน

    พี่มันเดินไปนั่งเล่นที่โต๊ะกินข้าวที่อยู่ใกล้ๆ

“สั่งข้าวมาให้หน่อย” พี่มันพูดกับผม น้ำเสียงเหมือนสั่งมากกว่าขอร้อง

    “มีไรทำมั้ยอ้ะ เดี๋ยวผมทำให้ ไม่ต้องสั่ง ไหนจะค่าส่งอีก” ผมเสนอ

    “เงินกูไม่ใช่เงินมึง” เขาตอบกลับมาทันควัน

    “ไม่เป็นไรผมอยากทำ” ผมยังยืนยัน

    “สักแต่อยากจะทำ มึงเดินไปดูยังว่ามีอะไรทำได้มั้ยอ้ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนท้าทายเล็กน้อย

    ผมลุกจากโซฟาเดินไปเปิดตู้เย็นดู

    “ทำได้ ทำจากของที่เหลืออยู่นี่แหละ”

    “กูจะกินได้มั้ย สั่งๆ มาเหอะ”

    “แล้วข้าวที่กินไปเกือบหมดเมื่อเช้ากินได้มั้ยล่ะ” พอคิดดู “สั่งมาก็ได้ สักอย่างนึง เอาไรครับ?”

    “สลัดอกไก่ กับสเต็ก เอาไวน์มาด้วย มึงจะกินไรก็สั่งมา”

    ไวน์? สั่งไหนวะ

“ผมไม่เอาไรหรอก” ผมพูดพร้อมกับเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่โต๊ะ มาสั่งอาหารให้พี่มัน

    “ไม่ทำงานแล้วเหรอ?” เขาถาม เห็นผมเอาของออกมาจากตู้เย็น

    “ค่อยทำก็ได้ครับ ไม่รีบ”

    “แล้วมึงไม่ต้องกลับบ้านเหรอ?” เขาถามต่อ

    “กินข้าวเสร็จเดี๋ยวก็กลับแล้ว”

    “ไม่อยากเสียตังค์?” เขาถามขึ้นอีกรอบอย่างไม่คิดไรมาก

    ผมไม่ตอบอะไรพี่มันต่อ เพราะไม่อยากอธิบายให้ยืดเยื้อ จริงๆ ที่ผมอยู่ต่อเพราะว่าอยากหาบรรยากาศใหม่ๆ ดูบ้าง ไม่ได้ออกไปไหน เรียน แล้วก็เข้าบ้าน

    ผมคิดจะทำข้าวผัดเนื้อจากวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในตู้เย็น เพราะจะทิ้งไปก็เสียดาย

    ตึ๊งดึง เสียงออดหน้าห้องดัง

    สงสัยอาหารจะมาส่ง ตอนนี้เจ้าของห้องนอนดูทีวีอยู่ที่โซฟา

    “เดี๋ยวผมไปเอาเอง” ผมพูดขึ้นก่อนจะ ปิดเตา เนื่องจากผัดข้าวก็เสร็จพอดี ก่อนจะเดินไปเอาอาหาร

    ผมรับถุงอาหารมา “ขอบคุณค้าบบ จ่ายตังค์แล้วนะครับ”

    “ขอบคุณครับ ทานให้อร่อยนะครับ”

“ครับผม” ผมปิดประตูห้อง แล้วถือของมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะกลับไปจัดจาน

    “มาแล้ววครับ ข้าวผัดเนื้ออะย่อย อะย่อย” ผมเรียกขณะวางจานข้าวลงบนโต๊ะ แล้วก็เอาอาหารที่สั่งมาจัดใส่จานไว้ให้เขาเรียบร้อย

ไนท์ลุกจากโซฟามาที่โต๊ะ ผมจัดโต๊ะเสร็จก็เดินกลับไปนั่งที่โซฟา เปลี่ยนกับพี่มัน เพราะว่าจะทำงานต่อ

    “แล้วไม่มากินล่ะ” เจ้าของห้องถาม

    “กินก่อนเลยพี่” ผมตอบไปพลางจะเริ่มทำงาน

    “มากินแล้วก็รีบๆ กลับไป” เขาสั่งเสียงเรียบ

    จริงสิ ห้องใครใครก็ต้องอยากได้ความเป็นส่วนตัวนี่เนาะ เพิ่งเลิกงานด้วย

    คิดได้แบบนั้นจึงดีดตัวลุกขึ้นไป

    “พี่ไม่กินข้าวเหรอ อร่อยนะ นิดนึงก็ยังดี” คนโปรดเลื่อนจานข้าวให้

    “เป็นไรมากป้ะ?” เขาตอบกลับมาห้วนๆ

   ….

   “จะกินไม่กิน หรือจะกินตอนไหนก็เรื่องของกู อย่าจุกจิก” เขาว่าเสียงดุ

   ... “ขอโทษครับ” คนโปรดพูดเสียงอ่อน ก่อนจะกินข้าวให้หมดจาน จากนั้นก็เดินไปเก็บของที่โต๊ะแล้วก็จะกลับเลย

   “ผมกลับแล้วนะ” ผมบอกเขาขณะเตรียมจะออกจากห้อง

ไนท์ไม่ตอบอะไร แต่แค่พเยิดหน้าให้ทีหนึ่ง

หลังคนโปรดออกจากห้องไป ไนท์ก็กินของบนโต๊ะจนหมด รวมถึงข้าวผัดเนื้อ พร้อมกับจิบไวน์ไปด้วยอย่างเงียบๆ

ขณะนี้คนโปรดกำลังขับรถกลับบ้าน กำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

จะดีแล้วแท้ๆ เขาอุตส่าห์ทำแผลให้เราด้วย ตอนแรกๆ ก็พูดดี เราไม่น่าไปจุกจิกเขาให้อารมณ์เสียเลย

ถึงบ้าน ในห้องคนโปรด เขาเปิดไอแพดขึ้นมาทำงานต่อ

อ้าว ใครมาพิมพ์อะไรเนี่ย

.

‘ตอบแทนที่มึงแต่งหน้าให้ ค่าน้ำมันรถ ค่ากับข้าว แล้วก็ค่าเจ็บตัว’

ริมฝีปากคนอ่านอมยิ้มขึ้นมา

หลายค่าจัง ทำให้เราตอนไหนเนี่ย ตอนทำกับข้าวเหรอ? ไม่ได้มอง ทำถูกมั้ยเนี่ย

###

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ศิลปินคนโปรด Favourite Person #ไนท์คนโปรด   ตอนที่ 16 คลายเครียด (2/2)

    เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั

  • ศิลปินคนโปรด Favourite Person #ไนท์คนโปรด   ตอนที่ 16 คลายเครียด (1/2)

    -คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ

  • ศิลปินคนโปรด Favourite Person #ไนท์คนโปรด   ตอนที่ 16 คลายเครียด (1/2)

    -คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ

  • ศิลปินคนโปรด Favourite Person #ไนท์คนโปรด   ตอนที่ 15 เชื่อฟัง (2/2)

    ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ

  • ศิลปินคนโปรด Favourite Person #ไนท์คนโปรด   ตอนที่ 15 เชื่อฟัง (1/2)

    -คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้

  • ศิลปินคนโปรด Favourite Person #ไนท์คนโปรด   ตอนที่ 14 ขอโทษ🔥

    -ไนท์-    วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย    สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status