مشاركة

บทที่ 7 เผ่าฟ้ามาเยือน

مؤلف: Sapphiros S. N.
last update تاريخ النشر: 2026-01-10 17:02:25

บทที่ 7

เผ่าฟ้ามาเยือน

เสิ่นซิงอีนอนจนแผ่นหลังชาหนึบไปหมด พักหลังมานี้เขาเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนเพราะไม่อยากออกไปพบหน้าลี่จิ่น พอจะฝึกวิชาจิตใจก็ว้าวุ่นอลหม่านจนตั้งสมาธิไม่ได้ หรือว่าเขาควรจะไปสงบใจใต้ต้นท้อเซียนพันปีเหมือนที่แล้วมากัน

คิดยังไม่ตก พลันป้ายรัตนะเจ็ดสีอันเป็นป้ายประจำตัวเจ้ายอดเขาก็ส่องแสงสว่าง เสิ่นซิงอีรีบถ่ายเทลมปราณเข้าไปเพื่อตอบรับการติดต่อเข้ามาทันที

“เจ้ายอดเขาเสิ่น นี่ข้าเอง”

“ท่านเจ้าสำนัก มีธุระอันใดหรือขอรับ การประชุมเจ้ายอดเขามิใช่เดือนหน้าหรอกรึ?”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก มีแขกจากอารามหมื่นพระพุทธกรมาขอพบคนของยอดเขาเจ้า”

“อารามหมื่นพระพุทธกร?” เสิ่นซิงอีมุ่นหัวคิ้ว อารามหมื่นพระพุทธกรคือสำนักสงฆ์ที่ฝึกตนโดยมุ่งเน้นวิถีเผ่าฟ้า เนื่องจากอารามตั้งอยู่บนเทือกเขาโลกนาถอันอยู่สูงเสียดฟ้าเทียมเมฆจึงใกล้ชิดกับเผ่าฟ้ามากที่สุด ยามเมื่อเผ่าฟ้าต้องการถ่ายทอดข้อความลงมายังแดนมนุษย์ก็มักจะส่งสารผ่านอารามหมื่นพระพุทธกรนี้

เรื่องนี้เห็นจะหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวข้องกับการที่ลี่จิ่นปลุกพลังสายเลือดเผ่าฟ้าขึ้นมาเป็นแน่

“ถูกแล้ว ไต้ซือเริ่นจยาพาคนจากเผ่าฟ้ามาที่สำนักแก้วเจ็ดประการของเรา เจ้ารีบมาพบเขาเถอะ”

เป็นอย่างที่คิด เผ่าฟ้าเคลื่อนไหวแล้ว หลังจากการรุกรานของเผ่าพิภพก็มีเผ่าฟ้า เรื่องในหมู่บ้านเฮยสุ่ย คนของยอดเขาหัตถิรัตนะที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์อสูรยังสืบไม่มีความคืบหน้า ก็มีตัวปัญหาใหม่ดาหน้าเข้ามากระตุ้นให้ลี่จิ่นตื่นรู้เป็นทรราชให้ได้

“อ้อ ใช่แล้ว พาศิษย์ของเจ้ามาด้วยล่ะ”

เสิ่นซิงอีลอบกลืนน้ำลายลงลำคอแห้งผาก เขาถามคำถามที่ในใจรู้คำตอบดีอยู่แล้ว “ศิษย์คนไหนหรือขอรับ?”

“ศิษย์คนใหม่ของเจ้า ที่มีสายเลือดเผ่าฟ้าอยู่ครึ่งหนึ่ง… เจ้าตั้งชื่อให้เขาใหม่ว่าอะไรนะ?”

ปากบางขยับอย่างเหม่อลอย เอ่ยชื่อที่เขาเป็นผู้ตั้ง เฝ้าทะนุถนอม และมุ่งทำลายมากว่าสิบชาติ “ลี่จิ่น”

ศิษย์อาจารย์ขี่กระบี่ไปยังเกาะผลึกแก้วลอยฟ้าอันเป็นที่ตั้งของตำหนักกลางหาว ศูนย์กลางของสำนักแก้วเจ็ดประการ ที่พำนักของเจ้าสำนัก รวมไปถึงใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีการจัดงานทั้งหลายโดยไม่พูดคุยกันสักคำ เจ้ายอดเขาผู้สำรวมกิริยาลงจากกระบี่ก็เข้าพบเจ้าสำนักโดยไม่รอช้า ไม่แม้แต่จะชายตามองว่าศิษย์ตามตนมาทันหรือไม่

เขาไม่อยากมอง และเขาก็ไม่จำเป็นต้องมอง สายตาที่ไม่เคยละไปจากตัวเขา เสิ่นซิงอีสัมผัสได้อยู่เสมอ

“เสิ่นซิงอี คารวะเจ้าสำนัก”

“มาแล้วรึ เจ้ายอดเขาเสิ่นเชิญนั่งเถิด”

เสิ่นซิงอีหลบข้างไปนั่งเก้าอี้ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ให้ ลี่จิ่นตามมายืนด้านหลัง ฝั่งตรงข้ามพวกเขาทั้งสองมีคนแปลกหน้าสองคนนั่งรออยู่ก่อน ผู้หนึ่งปลงผมห่มจีวร นับลูกประคำอย่างสงบนิ่ง อีกคนเป็นบุรุษรูปงามผู้มีเส้นผมและปีกสีทองอร่าม ดูเกินจริงราวกับเทพเซียนลงมาจุติ เป็นเผ่าฟ้าไม่ผิดแน่ ทั้งยังเป็นใบหน้าที่เสิ่นซิงอีคุ้นเคยดีอีกด้วย

และทั้งสองล้วนมีตบะกล้าแกร่งจนแผ่แรงกดดันไปทั้งตำหนัก

“เข้าเรื่องเถอะ เผ่าฟ้ามีธุระอะไรกับยอดเขามณีรัตนะของข้า”

ไต้ซือผงะจากการนับลูกประคำเล็กน้อย ดวงตาที่ปิดสนิทมาตลอดลอบปรือชำเลืองมองเผ่าฟ้าด้านข้าง

เผ่าฟ้ากลับมิได้โกรธเคืองอย่างที่ภิกษุกังวล เขายกยิ้มลูบคาง มองพิจารณาเจ้ายอดเขาตรงหน้าด้วยความสนใจ “ผู้อาวุโสหนิงเฉินช่างสำรวมวาจากิริยาสมคำเล่าลือ เช่นนั้นข้าจะไม่อ้อมค้อม ระหว่างที่ข้าลงมาทำธุระที่อารามหมื่นพระพุทธกรก็รู้สึกได้ถึงการตื่นขึ้นของปราณฟ้าอันแสนคุ้นเคย เผ่าฟ้ารับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาแล้ว ตามระเบียบข้าควรจะมารับเขาเป็นศิษย์และพากลับแดนเวหาไปด้วยกัน”

“นี่…” ลี่จิ่นได้ยินดังนั้นกลับแสดงอาการตกใจออกมา แตกต่างจากเสิ่นซิงอีที่ยังนั่งอย่างสงบนิ่งดังเดิม

“เรื่องนั้นข้าคงจะอนุญาตไม่ได้”

ลี่จิ่นตกใจยิ่งกว่าเก่า เขามองแผ่นหลังสงบนิ่งของอาจารย์อย่างไม่เข้าใจ อาจารย์ผู้ทำสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทนเจียนตายตอนเขายัดเยียดความเป็นศิษย์ให้ ขยาดกับการเห็นเขาใช้ชีวิตอยู่บนยอดเขามณีรัตนะเป็นที่สุดกลับ…รั้งเขาไว้?

เผ่าฟ้าทำหน้าฉงน “หมายความว่าอย่างไร?”

“ลี่จิ่น แสดงปีกของเจ้าให้เขาดู”

“ขอรับ”

ลี่จิ่นเข้าใจความคิดของอาจารย์ทันที อดีตศิษย์รักก้าวออกมาพลางปลดสายคาดเอว ลี่จิ่นโคจรปราณฟ้าในกาย ปีกทองคำบริสุทธิ์แทงทะลุถัดจากสะบักข้างซ้ายแผ่สยายส่องประกายที่แวววาวเหนือกว่าเผ่าฟ้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

เพียงแต่มันมีข้างเดียว

“อย่างที่ท่านเห็น ลี่จิ่นเป็นลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งเผ่าฟ้า เขาเป็นคนของทั้งสองดินแดน แต่กลับมีปีกเพียงข้างเดียว มิอาจบินเหินไปบนฟากฟ้า สัญจรบนแดนเวหาได้อย่างอิสระดั่งเผ่าฟ้าทั่วไป และลี่จิ่นก็เลือกกราบข้าเป็นอาจารย์ไปแล้ว เขาต้องอยู่ในแดนมนุษย์”

เสิ่นซิงอีใช้ความสงบนิ่งช่วยเสริมให้คำพูดฟังดูหนักแน่นขึ้น เรื่องที่ลี่จิ่นเป็นครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพยังไม่ถูกเปิดเผย หากลี่จิ่นยังไม่ปลุกเลือดเผ่าพิภพขึ้นมา ไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่าเขาเป็นครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่ามนุษย์ เขาสามารถใช้ข้ออ้างเรื่องนี้ในการปฏิเสธข้อเสนอของเผ่าฟ้าผู้นี้ได้

ต่างจากท่าทางสงบเยือกเย็น ดวงใจในอกของเสิ่นซิงอีกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ช่วงเวลาที่ลี่จิ่นจะเริ่มเข้าสู่เส้นทางทรราชไม่ใช่ว่าจะมาถึงไวไปหน่อยหรือ เขายังไม่พร้อมสำหรับการรับมือลี่จิ่นร่างทรราชคลั่งเสียสติเลย เขาไม่มีทางปล่อยลี่จิ่นไปเผชิญชะตาที่แดนเวหาเป็นอันขาด

อีกอย่าง หากลี่จิ่นจะไม่ได้เป็นศิษย์ของเขา เสิ่นซิงอี ก็ไม่ต้องเป็นศิษย์ของผู้ใดทั้งนั้น!

“เช่นนี้ก็คุยลำบากแล้วสิ” เผ่าฟ้ากอดอกอย่างใช้ความคิด

“ข้า…”

สุ้มเสียงแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ทุกสายตาจดจ้องไปที่เด็กหนุ่มผู้ยืนสยายปีกอยู่ด้านหน้าอาจารย์ของตน

“เจ้ามีสิ่งใดอยากพูดก็ว่ามาเถอะ” เจ้าสำนักกล่าว

ลี่จิ่นคำนับเจ้าสำนัก “ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยมีความคิดอยู่”

“เช่นนั้นก็ว่ามาเถอะ”

“ข้านั้นพอจะรู้ตัวอยู่ว่า การฝึกตนมีการติดขัดที่หาที่มาไม่ได้ พอได้รู้ถึงสาเหตุว่าเป็นเพราะข้าเป็นครึ่งเผ่าฟ้าก็อยากเรียนรู้พื้นฐานของเผ่าฟ้าดูบ้าง เรียนรู้ถึงรากฐานครึ่งหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักของตัวข้า”

คำพูดเหล่านี้กลับตรงเข้ามาจี้ใจของเสิ่นซิงอีราวกับคันศรอาบยาพิษ ความสงบนิ่งที่รักษาไว้มานานพังทลาย ถูกแทนที่ด้วยความไม่พอใจ “ไม่กี่วันก่อนเจ้าจะขึ้นยอดเขามณีรัตนะของข้าให้ได้ วันนี้กลับอยากเปลี่ยนอาจารย์อย่างนั้นรึ?”

ลี่จิ่นรีบคุกเข่าลงตรงหน้าอาจารย์ของตน “ศิษย์มิกล้า!”

เสิ่นซิงอีแค่นเสียง เขารู้จักศิษย์ผู้นี้ทุกระเบียดนิ้ว ใยจะไม่รู้ว่านี่เป็นแค่การแสดง “อยากจะพูดอะไรก็ว่ามา อย่าได้อ้อมค้อมวกวนกับข้า”

ศิษย์ผู้ถูกตำหนิก้มศีรษะลงต่ำกว่าเดิม “มิใช่เปลี่ยนอาจารย์ เพียงแค่กราบอาจารย์เพิ่มขอรับ”

อารมณ์โกรธฉุนเฉียวที่แทบจะไม่ปรากฏในเก้าชาติที่ผ่านมาเดือดพล่านอยู่ในอก ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาถูกทรยศ ถูกทรมาน ถูกข่มเหงรังแก หรือถูกทำลายจินตานก็ไม่สามารถย่ำยีศักดิ์ศรีของเสิ่นซิงอีได้มากเท่านี้ เป็นอาจารย์หนึ่งวันเป็นบิดาชั่วชีวิต การกราบอาจารย์มิใช่เจอใครก็ฝากตัวเป็นศิษย์ได้ ชั่วชีวิตของคนผู้หนึ่งจะกราบอาจารย์แห่งชีวิตได้แค่คนเดียวเท่านั้น

แต่ลี่จิ่น ศิษย์ที่เขารักหวงแหนยิ่งกว่าเลือดเนื้อของตน ศิษย์ที่ทำให้เขาฝืนใช้ร่างพิการไร้ตบะเรียนรู้อาคม ของที่เขาไม่ถนัดที่สุดในชีวิตจนแตกฉานเพื่อย้อนกลับมาช่วยให้ศิษย์รักกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง ศิษย์ที่ล้างครูทำร้ายเขาทุกชาติจนสูญสิ้นทุกอย่างง ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากศักดิ์ศรีความเป็นอาจารย์เพียงอย่างเดียว

ศักดิ์ศรีแห่งอาจารย์ที่จะมารับผิดชอบการกระทำของศิษย์

และศิษย์ผู้นั้น กำลังบอกว่าจะกราบผู้อื่นเป็นอาจารย์

มีเพียงเรื่องนี้ที่เสิ่นซิงอีรับไม่ได้!

“เจ้ามีข้าเป็นอาจารย์อยู่แล้ว ไปกราบผู้อื่นเป็นอาจารย์อีกไม่ได้” เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเขาที่คิดเช่นนี้ ไม่ว่าใครได้ยินเข้าก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กระทำของลี่จิ่นในตอนนี้นับว่าหยามเกียรติผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างมาก

“เจ้ายอดเขาเสิ่น ระงับโทสะลงเสีย” เจ้าสำนักทอดถอนใจ เขาเข้าใจความโกรธของเจ้ายอดเขามณีรัตนะเป็นอย่างดี แต่เผ่าฟ้ามาถึงที่แล้ว เผ่าฟ้าแม้จะเป็นเพียงสำนักเล็ก ๆ ก็มีผู้ฝ่าทะลุขั้นก่อกำเนิดลมปราณแล้ว ไม่ว่าเผ่าฟ้าที่นั่งอยู่ในตำหนักจะมาจากสำนักใด ก็สามารถถล่มสำนักแก้วเจ็ดประการ ลบสำนักของพวกเขาออกจากหน้าประวัติศาสตร์แดนมนุษย์ได้โดยไม่ยากเย็น

ลี่จิ่นกลับเหมือนไม่เข้าใจมโนธรรมข้อนี้ “ในกายข้ามีพลังสองสายควบคู่กันไป แต่พลังทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากทำความเข้าใจแค่ด้านเดียว พลังอีกสายที่ไม่ได้ถูกขัดเกลาก็จะคอยถ่วงไม่ให้ข้าพัฒนาต่อได้ ร่ำเรียนมรรคามนุษย์กับอาจารย์เสิ่น เรียนมรรคาฟ้ากับอาจารย์จากเผ่าฟ้า ศิษย์ขอร้องให้อาจารย์โปรดเห็นใจ”

ลี่จิ่นคำนับอย่างหนักแน่น ดวงตาใสกระจ่างจดจ้องเข้าไปในพายุดอกท้ออย่างไร้สิ่งเจือปน สร้างความสับสนให้พายุพัดโหมกระหน่ำหนักกว่าเก่า

“หากเจ้าจะทำเช่นนั้นก็จงลงจากยอดเขาของข้าไปเสีย ข้ากับเจ้าตัดขาดกันที่ตรงนี้!”

อารมณ์ที่ระเบิดออกอย่างฉับพลันของเสิ่นซิงอีสร้างความตกใจให้กับเจ้าสำนักจนเผลออ้าปากค้าง ไต้ซือเองก็หยุดหมุนลูกประคำในมือแล้ว ส่วนเผ่าฟ้ากลับลูบคางด้วยความสนใจ

“ไยเจ้ายอดเขาเสิ่นต้องใจแคบถึงเพียงนี้ด้วยเล่า เช่นนั้นข้ายอมลงให้เจ้ากึ่งหนึ่ง ข้าจะสอนวิชาการโคจรลมปราณพื้นฐานของเผ่าฟ้าให้ลี่จิ่น จากนั้นเขาอยากจะเป็นศิษย์ของใครก็ให้ลี่จิ่นตัดสินใจเอาเอง ดีหรือไม่?”

ใจของเสิ่นซิงอีเต้นโครมครามจนเจ็บทรวงอก ให้ลี่จิ่นเลือก? ทรราชผู้ไม่เคยเบี่ยงเบนเส้นทางก็ต้องไปกับเผ่าฟ้าเพื่อเริ่มต้นเส้นทางการพิชิตโลกบำเพ็ญเพียรอยู่แล้ว เจ้ายอดเขาในแดนมนุษย์อย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้

แต่ความโกรธที่กำลังปะทุถึงจุดเดือดทำให้เขาไม่สนใจสิ่งใดอีก เสิ่นซิงอีตอบเสียงแข็ง “ตามใจ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 35 ตราบนิรันดร์

    บทที่ 35ตราบนิรันดร์“อีกไม่นานข้าก็ต้องลงเขาออกท่องยุทธภพแล้ว เหตุใดข้ายังต้องมาทำงานพวกนี้อีก!” ซุนผิงโยนไม้กวาดลงพื้นประท้วง“นั่นมันของต้องชะตาของเจ้าเลยนะศิษย์น้องสิบสี่ จะมาทิ้งขว้าง… เหวอ!” ศิษย์หญิงเพียงหนึ่งเดียวเดินสะดุดโต๊ะเล็กจนขนมหกเต็มพื้น“ศิษย์น้องเจ็ดเจ้ารู้ตัวว่าซุ่มซ่ามก็ระวังหน่อยเถอะ” ศิษย์คนที่สี่ช่วยพยุงศิษย์น้องลุกขึ้นอย่างหน่ายใจ“ศิษย์พี่เจ็ด นี่ท่านจงใจเพิ่มงานให้ข้าเห็น ๆ!” ซุนผิงร้องอย่างท้อแท้“เจ้าก็อย่าโวยวายนักเลย วันนี้พวกเรามารวมกันเพื่อฉลองการฝ่าทะลุขั้นของอาจารย์กันนะ” โจวเซี่ยนพูดระงับความวุ่นวาย“ว่าแต่อาจารย์เถอะ จะออกมาได้หรือยัง คนก็มาครบแล้ว” ศิษย์คนที่สิบเอ็ดผู้เพิ่งออกจากการปิดด่านก็ต้องเจอว่าโลกภายนอกเละเทะแค่ไหนถามอย่างไม่รู้เรื่องราว“ศิษย์น้อง เจ้านี่ช่างไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ ไม่รู้หรืออย่างไรว่า อาจารย์ถูกศิษย์น้องเล็กกักตัวไว้อยู่” ศิษย์คนที่แปดผู้ชอบเรื่องซุบซิบนินทาเป็นที่สุดสะบัดพัดอย่างพร้อมเล่าเรื่อง“ศิษย์น้องเล็ก? ไม่ใช่เขาหรอกรึ?”อวี้เหวินจี๋ที่โดนชี้สะดุ้ง สองมือรีบโบกเป็นระวิง “ไม่ใช่หรอก ข้าไม่กล้าแย่งตำแหน่งศิษย์คนสุดท้ายไ

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 34 ศึกตัดสิน

    บทที่ 34ศึกตัดสิน“ไอ้ขยะไร้ค่า กล้าดีอย่างไรมาฉวยของของข้า!”เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวสะท้านไปทั้งหน้าผา กลิ่นอายชั่วร้ายส่งให้พืชหญ้าเหี่ยวเฉา เมฆครึ้มจากมนตราของคู่ต่อสู้ก่อนหน้าสลายกลายเป็นไอ เศษหินผาร่วงกราวจนเสิ่นซิงอีที่อยู่ด้านล่างต้องฝืนขุดลมปราณเฮือกสุดท้ายมาร่ายมนตราสร้างเกราะคุ้มกันลี่จิ่นยัดของใส่มืออาจารย์อย่างเร่งรีบแล้วออกตัวพุ่งขึ้นไปบนหน้าผา ต่อสู้กันบนนั้นย่อมดีกว่าให้อีกฝ่ายลงมาหาเสิ่นซิงอีลี่จิ่นไปถึงตัวลี่จิ่นแล้ว… ลี่จิ่นในชาติที่สิบไปถึงตัวลี่จิ่นในชาติที่เก้าแล้ว กระบี่จากแก่นกระดูกมังกรฟ้าและเขี้ยวมังกรดินฟาดฟันกันถึงสิบกระบวนท่าในอึดใจเดียว มืออีกข้างของทั้งสองร่ายมนตราเสกอาคมต่อสู้ราวกับเป็นคนคนเดียวกันทว่า ลี่จิ่นในชาติที่เก้านั้นมีตบะสูงถึงขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์ สูงที่สุดในสามแดนอย่างไม่มีใครเคยไปถึง ในขณะที่ลี่จิ่นในชาติที่สิบมีตบะอยู่เพียงขั้นก่อกำเนิดระดับที่หนึ่งเริ่มต้น และยังเพิ่งฝ่าทะลุขั้นเมื่อไม่กี่วันก่อน ยังไม่ทันได้จัดระเบียบลมปราณใหม่ในร่างกายให้คงที่เลยด้วยซ้ำยิ่งมีความคิดเดียวกัน ออกกระบวนท่าเช่นเดียวกันก็ยิ่งเห็นความแตกต่างของพลังได้ชั

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 33 ศึกศิษย์อาจารย์

    บทที่ 33ศึกศิษย์อาจารย์กลิ่นอายชั่วร้ายคืบคลานเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยแห่งสุดท้าย เงามืดครอบคลุมเหนือเขาแก้วพันสารทิศ ผู้คนจากสามเผ่าพันธุ์ทั้งที่มาพึ่งพิงและมาร้องประท้วงให้สำนักแก้วเจ็ดประการส่งคนออกมาต่างก็ขนลุกชัน เหลียวมองเมฆทะมึนพลางกอบกุมมือคนด้านข้างดั่งหาสิ่งยึดเหนี่ยวชีวิตก่อนดับสูญกลุ่มเมฆดำแตกกระเจิง บุรุษผู้เป็นที่หวาดกลัวของคนทั้งโลกขี่กระบี่ผลึกนิลพุ่งเข้าใส่อาคมเขตแดนอันแข็งแกร่งของสำนักแก้วเจ็ดประการที่คนนับหมื่นพยายามทำลายมานานหลายวันพังทลายลงในการพุ่งชนเพียงครั้งเดียว“เสิ่นซิงอี เลิกเล่นซ่อนหาได้แล้ว!”เส้นสีดำทมิฬพุ่งตรงเข้าสู่ยอดเขามณีรัตนะอย่างชำนาญเส้นทาง เพียงพริบตาหลังคาเรือนหลักก็เป็นรูแหว่ง พร้อมกับบุรุษรูปงามผู้มีแผลเป็นที่หางคิ้วข้างซ้ายมานั่งเท้าคางอยู่ฝั่งตรงข้ามของเจ้ายอดเขาที่กำลังจิบชาอยู่ในเรือนของตนเสิ่นซิงอีจิบชาจนหมดถ้วยแล้ววางลงอย่างใจเย็น เจ้าของเรือนกล่าวเสียงเรียบ “ประตูเรือนเจ้าไม่เคยเคาะ หน้าต่างเจ้าทำราวกับไม่มีบานปิด มาคราวนี้ ถึงกับกล้าพังหลังคาเรือนของอาจารย์”“ไม่เจอกันเสียนาน ยอมพูดกับข้าแล้วรึ?” สายตามืดทะมึนมองตามมือเรียวที่วางถ้วย

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 32 ข้ารักท่าน

    บทที่ 32ข้ารักท่านหินผาดั่งหอกยักษ์แหลมคมนับสิบหล่นจากฟ้าพุ่งทิ่มแทงลงมาทำลายอาคารบ้านเรือน กระบี่ผลึกสีนิลหลอมเขี้ยวมังกรดินบินว่อนแทงทะลุอก สะบั้นศีรษะทุกสิ่งมีชีวิตที่มันวาดผ่าน มัจจุราชหัวเราะอย่างชั่วร้ายสะท้อนเข้าไปในใจของศิษย์สำนักหุบเหวนิรันดร์ที่ลมหายใจโรยราใกล้จะดับลงทุกคน“ฮ่า ๆ ๆ ได้ล้างแค้นอีกครั้งเหมือนได้ลิ้มลองสุรารสเลิศอีกครา!”มือซีดปัดแส้ที่พุ่งเข้ามาราวกับปัดแมลง ดวงตามืดมิดตวัดมองแมลงที่กล้ามาขัดอารมณ์ของเขา“ล้างแค้น? สำนักหุบเหวนิรันดร์ของข้าไปทำอะไรให้เจ้ากัน ลี่จิ่น!”ลี่จิ่นหรี่ตาลงก่อนจะร้องออกมาอย่างนึกขึ้นได้ “เจ้ามันเดียรัจฉานโอหังที่ถูกข้าทำลายจินตานเมื่อตอนนั้น”“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?!” ลู่ตงอวี่ตะโกนอย่างคับแค้นใจลี่จิ่นนิ่งคิดพักหนึ่ง เดิมทีเขาเพียงบุกสำนักที่อยู่ใกล้มือเพื่อทำลายล้างระบายอารมณ์ก็จริง ทว่า ในขณะเดียวกันก็ทำเพื่อให้คนพวกนี้ไปกดดันใครก็ตามที่ให้ที่หลบซ่อนกับเสิ่นซิงอี แต่ดูท่าจะเป็นได้แค่การฆ่าเวลาโดยเปล่าประโยชน์ สู้บุกเข้าไปหาเลยจะได้รีบนำตัวของรักกลับรังรักของพวกเขาหากอ้างอิงจากเส้นเวลาในโลกเดิม ในเวลานี้ เสิ่นซิงอีที่ติดตามเขาออกท่อ

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 31 ฝ่าทะลุขั้น

    บทที่ 31ฝ่าทะลุขั้น“ลี่จิ่น ออกมารับโทษเสีย!”“เจ้าทำลายสำนักข้าจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นกระเบื้อง สำนักที่ต้นตระกูลของข้าสร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรง!”“ข้าไม่เหลือใครแล้ว ข้าจะล้างแค้นให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องของข้า!”เสียงตะโกนก่นด่าสาปแช่งดังระงม รอบเขาแก้วพันสารทิศที่เคยเงียบสงบเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญเพียรสำนักน้อยใหญ่ที่เดินทางมาอย่างคับคั่งราวกับจัดงานประลองยุทธ์ ผู้สูญเสียต่างก็ร้องเรียกหาความยุติธรรมให้แก่ตน บางคนก็เริ่มออกอาวุธ ท่องมนตราอาคมทำลายอาคมเขตแดนของสำนักแก้วเจ็ดประการเพื่อบุกเข้าไปแล้ว“ทุกท่านสงบลงก่อน ข้าคือเจ้าสำนักแก้วเจ็ดประการ มีเรื่องอันใด มาพูดคุยกันอย่างสันติเถิด”“พูดคุย? ยังมีอะไรต้องพูดกันอีก!”“ใช่แล้ว เจ้ายังอยู่สบายในสำนักของตน ถุย! สำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้าบ่มเพาะศิษย์ให้ทำลายฆ่าล้างสำนักอื่น!”“ว่าอย่างไรนะ?” เจ้าสำนักได้ยินก็ตกใจ“อย่ามาทำเป็นไขสือไปหน่อยเลย ลี่จิ่นศิษย์ที่สำนักแก้วเจ็ดประการภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วไม่ใช่ครึ่งเผ่าฟ้า แต่เป็นครึ่งเผ่าพิภพ ใช้กำลังล้างผลาญสำนักของพวกเรา!”“พวกท่านกำลังเข้าใจผิดแล้ว นั่นคือลี่จิ่นในชาติก่อนที่มาจากอีกโลก” เจ้าส

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 30 เจ้ายอดเขาประชุมหารือ

    บทที่ 30เจ้ายอดเขาประชุมหารือการประกาศศักดาของทรราชดังไปทั่วฟ้าแลดิน เหล่าขุนนางที่กำลังโต้เถียงกันอย่างไม่มีสิ้นสุดในท้องพระโรงสีทองยังต้องพากันออกมาดูด้วยตาของตนอิ่งมาแล้ว ครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเงา แต่มาทั้งกายเนื้อ ร่างที่แข็งแกร่งจนเอาชนะครอบครองทุกสรรพสิ่งบนโลกในชาติก่อนได้ลี่จิ่นมีสีหน้าเคร่งเครียดลงทันที “ได้ยินแล้วนี่ ยังอยากเก็บตัวปัญหาอย่างพวกข้าไว้อีกหรือไม่?”ด้วยเหตุนี้ สองศิษย์อาจารย์จึงได้รับการปลดปล่อยจากแดนเวหา ขี่กระบี่มุ่งหน้ากลับสำนักแก้วเจ็ดประการด้วยความเร็วสูงสุดลี่จิ่นชาติที่เก้าก่อเรื่องใหญ่โตประกาศชื่อของเขาให้ทั่วโลกได้รับรู้เช่นนี้ สำนักแก้วเจ็ดประการคงจะวุ่นวายไม่ใช่น้อย เสิ่นซิงอีไม่ได้กลับยอดเขามณีรัตนะก่อน เขาตรงไปยังตำหนักกลางหาว อย่างน้อยก็แจ้งการกลับมาของเขาให้เจ้าสำนักรับรู้ หากเจ้าสำนักไม่ต้อนรับตัวปัญหาอย่างเขา เสิ่นซิงอีก็จะยอมรับและจากไปแต่โดยดีตามคาด ณ ตำหนักกลางหาว เจ้ายอดเขาและบรรดาผู้อาวุโสของสำนักมารวมตัวกันเพื่อหารือถึงปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ทั้งโลกบำเพ็ญเพียรเพิ่งเป็นสักขีพยาน“แดนเวหาเลี้ยงพวกเจ้าอย่างดีเลยนี่ ต้องก่อเรื่องก่อนถึงจ

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 5 ศิษย์สายตรงยอดเขามณีรัตนะ

    บทที่ 5ศิษย์สายตรงยอดเขามณีรัตนะสุราดอกท้อชั้นเลิศกรอกเข้าไปในริมฝีปากสีกลีบท้อที่บวมเจ่ออย่างน่ารังแกเป็นไหที่สาม ขนตาพริ้งพรายปรือลงตามสติที่เลือนราง ยามที่ยังมีจินตานอาจารย์ของเขาก็คออ่อนมากแล้ว นับประสาอะไรกับในยามนี้ที่เขาทำลายเม็ดโอสถสีท้อไปแล้ว ซ้ำยังย่ำยีร่างกายของผู้บำเพ็ญเพียรพิการจนไม่

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 4 ครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพ

    บทที่ 4ครึ่งเผ่าฟ้าครึ่งเผ่าพิภพ“สถานการณ์เป็นอย่างไร?” เสิ่นซิงอีใช้วิชาตัวเบาวิ่งไปควบคุมกระบี่และร่ายมนตราสังหารสัตว์อสูรที่กำลังทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านไป มนตราสาดแสงสีดอกท้อร่วมกับประกายจากกระบี่และความพลิ้วไหวของผ้าแพรงดงามราวกับดูการแสดงเต้นรำท่ามกลางดอกไม้ไฟ“พบฝูงสิงโตหางหนามบุกทำลายคลัง

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 3 ศิษย์สำนักวันสุดท้าย

    บทที่ 3ศิษย์สำนักวันสุดท้ายลมพัดเอื่อยพาให้รู้สึกสงบใจดั่งผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น สมองโล่งโปร่งจนความคิดแจ่มชัด เสิ่นซิงอีวางหมากสีขาวบนกระดาน“ข้าชนะแล้ว”หลินจงไห่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ศิษย์พี่เสิ่น หลังออกจากด่านครานั้นท่านก็ทำตัวว่างเสียเหลือเกิน นี่ก็กระดานที่สิบแล้ว ท่านจะรั้งอยู่บนยอดเขาป

  • ศิษย์ทรพี ชาตินี้ข้าจะไม่รักเจ้า   บทที่ 2 ผู้อาวุโสหนิงเฉินรับศิษย์

    บทที่ 2ผู้อาวุโสหนิงเฉินรับศิษย์ผู้บำเพ็ญเพียรรูปงามก้าวเท้าออกจากถ้ำอันก่อร่างมาจากผลึกแก้วส่องประกายจรัสเจ็ดสีแห่งเขาแก้วพันสารทิศ ท่ามกลางสีสันละลานตาชุดขาวสะอาดไม่ได้ดูหม่นลงเลย กลับยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอยู่เหนือแสงสะท้อนจากแก้วทุกผลึก แพขนตางอนงามค่อย ๆ ลืมขึ้น นัยน์ตาที่มีกลีบดอกท้อโปรยปรายอย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status