Masukเหมือนจันทร์เดินทางมาถึงผับอย่างปลอดภัย เพื่อนร่วมงานทักทายกันตามประสา ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง เธอชินชากับคนพวกนี้พอควร เพราะดิ้นรนต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก คำครหานินทาพวกนี้จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเธอมากนัก
ร้านผับแห่งนี้เป็นกึ่งอาหาร นอกจากจะมีโซนสำหรับดื่มแล้ว ยังมีโซนร้านอาหารอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเธอทำงานในโซนอาหาร ไม่ได้ย่างกลายมาในส่วนของโซนดื่ม ส่วนมาก เจ้าของร้านจะให้พวกผู้ชายไป เว้นแต่บางคนซึ่งอยากทำความรู้จักกับแขกเป็นการส่วนตัว “อุ้ย ขอโทษค่ะ” เหมือนจันทร์เก็บจานอาหารใส่ถาดแล้วเดินออกจากโซนอาหาร ตรงหัวมุมเลี้ยวไม่ทันระวังจนชนเข้ากับลูกค้าผู้ชายคนหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมฉุนแสบจมูกจนเธอนิ่วหน้ารีบก้มหน้าโค้งศีรษะขอโทษ โชคดีที่ถาดไม่ได้หลุดมือและไม่ได้ทำเปื้อนชุดของลูกค้า “...” ชายคนนั้นนิ่งเงียบไม่ขยับไหวติงจนเหมือนจันทร์ขมวดคิ้ว อดจะเงยหน้ามองเขาไม่ได้ พลัน ใจก็เต้นผิดจังหวะเมื่อได้สบประสานดวงตาสีน้ำตาลทองอร่ามงดงามน่าหลงใหล รับกับใบหน้าคมคายผิวขาว จมูกโด่งเป็นสัน ปากหนาดำคล้ำเล็กน้อยจนคิดว่าเขาอาจเป็นพวกติดบุหรี่ “ขอโทษ ขอโทษอีกครั้งค่ะ” ดึงสติแล้วก้มศีรษะกล่าวคำขอโทษอีกครั้ง เธอเลี่ยงไปทางซ้าย ชายคนนั้นก็ขยับตาม พอเปลี่ยนเป็นขวาเขาก็ตามมาอีกจนเหมือนจันทร์เริ่มใจคอไม่ดี เงยหน้ามองชายหนุ่มหล่อเหลาดุจเทพบุตรอีกหน “ฉันขอโทษค่ะ ไม่ทันระวัง แต่คุณคงไม่เป็นไรใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะคะ” “ใครว่าไม่เป็น” น้ำเสียงเข้มนิ่งๆ สวนขึ้น พร้อมกับก้าวขาขวางทางไม่ยินยอมให้ไปจนเหมือนจันทร์หน้าซีดเผือด “คุณเป็นอะไรคะ” กวาดมองทั่วตัวก็ไม่เห็นโดนเศษอาหารเลอะตรงไหนเลย “ตามมานี่” ปรายตามองหญิงสาวอย่างสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า บอกเสียงนิ่งเอ่ยคำสั่งเคยชิน หันปลายเท้าไปด้านหนึ่งจนเหมือนจันทร์ได้แต่ทำหน้างงไม่เข้าใจ ถึงกระนั้นก็เร่งรีบฝีเท้าตามไป คงไม่คิดจะเอาเรื่องใช่ไหมเนี่ย คงไม่โชคร้ายเจอลูกค้าเอาแต่ใจหรอกนะ คนเดินนำหยุดปลายเท้าไว้ด้านหลังของร้าน เหมือนจันทร์ใจชื้นหน่อยเมื่อเห็นคนเดินผ่านไป เธอยังคงถือถาดไว้ในมือ รอคอยเขาว่าจะกล่าวอะไรอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มเบื้องหน้าหันกลับมองหญิงสาวอย่างเต็มตา ใช้สายตาดุดันกวาดมองทั่วใบหน้า ลากมาตามลำตัวแล้วจึงวกกลับมาสบตากับคนตัวเล็กซึ่งแสดงความตื่นตระหนกยามเห็นกิริยาของเขา “ชื่อเหมือนจันทร์?” อ่านป้ายชื่อตรงอก หญิงสาวพยักหน้ารับ “ฉันขอโทษคุณจากใจจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ” ชายหนุ่มฟังแล้วพยักหน้าเบาๆ “ตอนที่เดินชน ถาดคุณกระแทกเข้ากับหน้าท้องผม” ไม่พูดเปล่าแต่ยังชี้จุดที่ถูกกระแทกด้วยสีหน้าจริงจังเอาเรื่องจนเหมือนจันทร์ใจเสียไปถนัด “ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ” “พูดคำอื่นไม่เป็นแล้วหรือไง” “ฉัน ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณต้องการให้ฉันชดใช้ยังไงบอกมาได้เลยค่ะ” ในเมื่อผิด ก็ต้องชดใช้ ไม่งั้นถ้าไม่พอใจแล้วร้องเรียนขึ้นมา หน้าที่การงานเธอต้องสั่นคลอนแน่ “ดูให้หน่อย ว่าเป็นยังไงบ้าง” ชายหนุ่มคนนั้นดึงเสื้อออกจากกางเกง แต่ไม่ได้เปิดขึ้นเพื่อให้เธอดู เหมือนกับจงใจบอกให้เธอต้องเป็นฝ่ายเลิกเสื้อด้วยตนเอง เหมือนจันทร์ใจเต้นผิดแปลก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย “ตะ แต่ว่า นี่คงไม่เหมาะ” กวาดมองรอบด้าน ตอนนี้ไม่มีคนเลย “แค่ดู ไม่งั้นจะเรียกเจ้าของร้านมา” “ยะ อย่านะ ฉันดูให้คุณก็ได้ แต่แค่ดูเท่านั้นนะคะ” “อือ” ตอบรับอย่างขอไปทีจนเหมือนจันทร์เริ่มไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใจผู้ชายแปลกหน้าได้หรือเปล่า แต่ไม่น่ามีอะไรเสียหาย แค่ดูว่ามันมีรอยช้ำหรือมีแผลอะไรเท่านั้นเอง อีกอย่าง เธอไปทำเขาเจ็บคงต้องรับผิดชอบด้วย เหมือนจันทร์มองซ้ายแลขวาไม่มีโต๊ะอยู่แถวนี้เลย จำต้องวางถอดลงกับพื้นหญ้าด้านข้างทางเดิน แล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้เขา ชายหนุ่มถอยหลัง พิงกับผนังท่ามกลางแสงสลัว ทำเอาหญิงสาวถึงกับหายใจติดขัดเพราะแทบไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมาก่อน ยิ่งเป็นชายหนุ่มรูปหล่อเสน่ห์แรงด้วยแล้วยิ่งไม่เคย เธอประหม่า แต่ก็สูดหายใจลึก เดินมาหยุดเท้าตรงหน้า เรียกกำลังใจตัวเอง จึงจับชายเสื้อเลิกขึ้นดูช้าๆ กล้ามเนื้อเป็นมัด ขาวสะอาด แถมกลิ่นกายรอบตัวชายคนนี้ก็ดูฉุนและแรงจนเธอใจสั่นไปหมด “ไม่มี ไม่มีรอยอะไรเลยค่ะ มันอาจจะแค่กระแทกเบาๆ เท่านั้น” เหมือนจันทร์ยกยิ้มโล่งอก รีบปล่อยเสื้อแล้วบอกเขาเสียงดังฟังชัด ทว่า เธอกลับต้องนิ่งงันและเบิกโพลงตากว้างเมื่อถูกจับล็อกใบหน้า ชายคนนั้นโน้มตัวลงมาแล้วบดคลึงริมฝีปากอ่อนนุ่มแนบแน่นเรียกร้อง ซ้ำยังพยายามแทรกลิ้นเรียวเข้ามาทักทายด้านในโพรงปากจนเธอสั่นสะท้าน ยกมือจิกข่วนทุบตีเขาด้วยแรงทั้งหมด แต่กลับถูกมือหนาซึ่งแข็งราวกับเหล็กกล้ารวบตัวแนบชิดกับหน้าท้องแน่นหนาด้วยกล้ามเนื้อ เหมือนจันทร์หลับตาแน่น ใจเต้นระส่ำ ใบหน้าแดงซ่านสลับซีดเผือด ทุบตีแผงอกสุดแรง แต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากอ้อมแข็งแกร่งนี้ได้ ในตอนนั้นเอง เขาก็ออกแรงบีบแก้มนวลจนเจ็บ เธอส่งเสียงร้องโอดครวญเบาๆ จึงเปิดทางให้เขาแทรกเรียวลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กของเธออย่างดูดดื่มเร่าร้อน จาบจ้วง ชำนาญการจนเหมือนจันทร์ใจเสียมากกว่าเดิม เพราะนี่มันคือสิ่งอันตรายสำหรับผู้หญิงชัดๆ เพี้ยะ “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน อย่าเข้ามา ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกให้คนมาช่วย” เธอผลักเขาสุดแรงจนหลุดจากพันธนาการทั้งหมด หอบหายใจ ใช้นิ้วชี้เขาสั่นๆ ดวงตาแดงก่ำพอๆ กับใบหน้า ชายคนนี้ยังทำท่าสาวเท้าเข้าไปหา เหมือนจันทร์พลันตื่นตระหนก รีบก้มตัวหยิบถาดแล้ววิ่งไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว ชายคนนี้ถอนหายใจ ลูบไล้ริมฝีปากซึ่งยังคงมีรสจูบของหญิงสาวอยู่ หวานละมุน หอมนุ่ม ราวกับเค้กรสเลิศ เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ทำให้ชายคนนี้ปรายตามองด้วยแววตาเย็นเฉียบ ลูกน้องโค้งศีรษะเบาๆ ให้เจ้านาย “สืบเรื่องผู้หญิงคนนี้ให้หน่อย อยากได้มาอยู่บนเตียง” “ครับ เสี่ยสิโรจน์” เสี่ยสิโรจน์ หรือสิโรจน์ วัฒนกิจเวช อายุสามสิบแปดปี เจ้าของบ่อนคาสิโนซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แถมยังช่วยทำงานให้พวกการค้าสิ่งของผิดกฎหมายบางอย่าง ฉากหน้าคือเจ้าของไร่ยางพาราซึ่งครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางเหนือ ไม่มีใครไม่รู้จักความน่าเกรงขามของเสี่ยสิโรจน์หนึ่งเดือนผ่านไปเร็วเหมือนโกหก “ของทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม ตรวจดูอีกรอบหรือยัง”น้ำเสียงเข้มดุดัน ใบหน้าจริงจังเคร่งเครียดพอๆกับการบริหารงานจักรพยักหน้าแข็งขัน มองหน้าคนเป็นเจ้านายสลับกับกระดาษในมือ“เช็กตรวจครบทุกรายการเป็นครั้งที่ยี่สิบแล้วครับ”“ดี ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม”“ไม่แน่นอนครับ”“เดี๋ยวก่อน นี่คืออะไร”สิโรจน์ขมวดคิ้ว หยิบของสีชมพูในกระเป๋าขนาดกลางขึ้นมาถามลูกน้องจักรรีบไล่กวาดสายตาดูในกระดาษ ก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด“เอ่อ อืม เหมือนจะเป็นของเล่นเด็กอะไรสักอย่าง”จักรขมวดคิ้ว นึกสงสัยทำไมต้องมีรายการนี้ด้วยทั้งที่เด็กเพิ่งเกิด ของเตรียมแรกคลอดน่าจะยังไม่มีหรอก“ไม่ใช่ของเล่นเด็กหรอกค่ะเสี่ย นั่นคือเครื่องปั๊มนมค่ะ”กนกนุชหัวเราะด้วยความตลก เธอออกจากห้องครัวมาเจอพอดีสิโรจน์ครางรับ วางลงที่เดิม“มันจำเป็นด้วยเหรอครับ”“ช่วยคุณแม่ให้นมลูกได้สะดวก สามารถสต็อกนมไว้ในตู้เย็น พอจะดื่มก็อุ่นเอาค่ะ”สิโรจน์พยักหน้า แบบนี้ก็ดี เขาสามารถดูแลทั้งลูกและเหมือนจันทร์พร้อมกันได้นับแต่หญิงสาวให้โอกาส ไม่เคยมีวันไหนออกห่าง หนึ่งกลัวหนี สองอยากดูแลชดเชยวันเวลาที่ผ่านพ้นไม่ได้เคียงข้างทำให้สอ
ช้าเกินไป เขามาช้าไป“ผู้หญิงคนนี้เพิ่งย้ายไปกับแม่เมื่อวานจ้ะ ไม่รู้ย้ายไปไหน มาทำงานเป็นพนักงานในรีสอร์ตได้แค่เดือนเดียวเอง ออกไปซะแล้ว น่าสงสารนะ เธอท้องแก่แล้วด้วยแต่ยังระหกระเหินจะไปอีก”ยื่นรูปถ่ายหญิงสาวให้คนงานในรีสอร์ตดู บอกเล่าจริงจัง ทำหน้าน่าสงสารเมื่อเอ่ยถึงคนในภาพ คนฟังใจรวดร้าวมากกว่าเดิม เก็บรูปกลับด้วยสีหน้าทุกข์ระทม ดวงตาวูบไหวเพียงนึกถึงใบหน้าแดงเรื่อเธอต้องทำขนาดนี้เลยหรือ เกลียดเขามากถึงเพียงนี้เชียว ชั่วชีวิตนี้ไม่คิดจะพบหน้ากันอีกเลยหรือไง ทั้งที่อุ้มท้องลูกเขาอยู่แท้ๆ “พวกผมจะตามสืบแถวนี้เผื่อมีใครเห็นบ้างครับ”จักรรีบเอ่ย ทำมือสั่งลูกน้องคนอื่นๆแยกย้ายตามหาเบาะแสเผื่อยังไปได้ไม่ไกล ห่างแค่วันเดียว พวกเขาใกล้แล้วแท้ๆ หากศศิมารีบบอก ไม่แน่ว่าตอนนี้คงเจอตัวแล้วแต่อย่างว่าแหละนะ ศศิมาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับสิโรจน์เลย แค่เมื่อวานยอมบอกก็ดีถมแล้วคนหัวร้อนชกหมัดแรงๆลงกับต้นไม้ด้วยความโกรธเจ็บปวด เลือดไหลซิบแต่กลับไม่สนใจดูสักนิด“ท้องแก่อยู่แท้ๆ”นึกถึงคำบอกเล่าเมื่อครู่ยิ่งทำใจช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปวดจนหายใจแทบไม่ออก “เสี่ยครับ กลับเข้ารถก่อนเถอะครับ”จักรกวาดมองรอบ
“จับแน่นๆนะครับ”เหมือนจันทร์พยักหน้าจริงจัง ใช้มือยันคอนโทรล ใจเต้นระทึกไม่รู้ใครกันที่ตามหลัง จะว่าสร้างศัตรูหรือทำให้ใครไม่พอใจก็ไม่เคย คนที่ตามต้องการอะไรกันแน่แต่ก็ต้องเหยียบเบรกดังลั่นเมื่อรถคันด้านหลังแซงขึ้นแล้วปาดหน้ากะทันหันเกือบเหยียบเบรกไม่ทันช่างใจกล้าบ้าบิ่นไปแล้ว หากเบรกไม่ทันได้เจ็บตัวทั้งสองแน่“คุณจันทร์เป็นอะไรไหมครับ”ตั้งสติได้ก็รีบหันมาถามเหมือนจันทร์อย่างห่วงใยเจ้าของชื่อเพียงส่ายหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะเงยหน้ามองเจ้าของรถคันหน้าเปิดประตูลงมาชายหนุ่มผมยุ่งไม่เป็นทรง ใบหน้าบอบช้ำ เบ้าตาคล้ำ แววตาไร้อารมณ์ ร่างสูงโปร่งผอมซูบกว่าคนในอดีตเหมือนจันทร์เบิกตากว้างใจเต้นระส่ำ กอบกุมหน้าท้องแน่นแล้ว ขณะที่ชายคนนั้นเข้ามาใกล้“รีบขับรถไปเร็ว”“ไม่ได้ครับ คนรุมมาเต็มเลย”คนงานก็อยากขับหนีแต่ชายชุดดำหลายคนพากันเข้ามาล้อมรถทั้งหน้าหลังเต็มไปหมดเหมือนจันทร์หน้าซีดตื่นตระหนก ยามเมื่อเขาเดินมาถึงประตู สบตากันผ่านกระจก อีกฝ่ายกระชากเปิดประตูแต่ทำไม่ได้ จึงได้ออกแรงทุบ พร้อมตะโกนเสียงดังลั่น“เปิดประตู ฉันบอกให้เปิดประตู!”เหมือนจันทร์เม้มปากแน่น แววตาดื้อรั้นไม่ยอม แม้ใจจะหวาดห
คนเป็นพ่อชะงัก อ้าปากตาค้างก่อนจะหัวเราะด้วยใบหน้าเบิกบานไร้ซึ่งความเศร้าดังที่สิโรจน์คิดไว้“คนโดนทิ้งมีใครไม่เจ็บ แต่เรื่องของสิกับจันทร์ไม่เหมือนกัน มันเจ็บคนละความรู้สึก”อ่า นั่นสินะ สุรพลถูกทิ้งเพราะอีกฝ่ายเริ่มต้นใหม่ แต่เขาถูกทิ้งเพราะทำตัวเองล้วนๆ“หากเทียบในด้านความรัก พ่อทำได้ดีเยี่ยม แต่เทียบในการบริหารธุรกิจ ผมชนะขาด”“ไอ้สิ แกนี่มันชวนหาเรื่องจริงๆเลย ใครนะใครมันเลี้ยงให้แกอวดดีแบบนี้”สุรพลพลันหน้าตึง ความขี้บ่นตามติดตัวเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเกเรหาเรื่องปวดหัวให้คิดคำด่าตลอดสิโรจน์พลันยิ้มบาง จากที่เคยเกลียดเสียงบ่นจากสุรพล ตอนนี้สิ่งนี้กลับทำให้ยิ้มได้“ผมมีพ่อเป็นต้นแบบ”“แกเหมือนฉันที่ไหน ไปหัดจำคนอื่นมาน่ะสิไม่ว่า ฮึ่ย มีลูกห้ามเลี้ยงลูกให้อวดดีแบบแกนะ ฉันไม่อยากปวดหัวคูณสอง”ทั้งที่สุรพลกำลังบ่นหนาหู แต่สิโรจน์กลับขมขื่นจนฝืนยิ้มไม่ออก ทุกความหยิ่งยโสมลายหายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวดนับวันยิ่งฝังรากลึกลงในหัวใจด้านชา “ผมทำให้เธอเสียใจ”นึกถึงใบหน้านองน้ำตา เสียงสะอื้นในวงแขน หัวใจเขายิ่งบีบรัดมากกว่าเดิมจนใบหน้าบิดเบี้ยว ตาแดงก่ำคลอหยาดน้ำสีใสสุรพลชะงัก หลุบสังเกตลู
“สั่งคนของเราค้นหาทุกที่ทุกจังหวัด ให้สายในสนามบินจับตาดูหากมีคนชื่อ เหมือนจันทร์และกนกนุชเตรียมบินให้ยกเลิกไฟลต์ติดต่อโดยตรงที่ฉันทันที”“ครับเสี่ย”“จำไว้ ต้องพบ ต้องหาให้พบเท่านั้น”“ครับ”ตุบมือหนากระแทกโต๊ะ ใบหน้าแข็งกร้าวดุดัน แววตาเหี้ยมเกรียม น้ำเสียงเด็ดขาดมุ่งมั่นเข้าสู่เดือนที่สองแล้วหลังจากเหมือนจันทร์หายไป สิโรจน์ยังคงพยายามตามหา แม้ต้องพลิกแผ่นดินเขาต้องหาให้เจอ คำตอบเดียวคือต้องเจอเท่านั้นทว่า ยิ่งกดดันยิ่งเคร่งเครียด ความเครียดสะสมตลอดสองเดือนที่หญิงสาวหายไป ทุกวันคืนนอนสะดุ้งกลางดึก ยากจะข่มตาหลับสนิท เฝ้าวนเวียนฝันหวานอดีตอันน่าภิรมย์ซึ่งผ่านพ้นไปหมดแล้วลูกน้องต่างออกจากห้องดำเนินการตามคำสั่งสิโรจน์ แม้ทำงานด้วยกันมานาน แต่นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่สิโรจน์ใช้กำลังทั้งหมดตามหาหญิงสาวตัวเล็กๆสองคนสุรพลเดินฝ่าลูกน้องเกือบสิบคนหน้าเคร่งเครียดออกจากห้องเข้าไปในห้องแทนเขาถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพผีดิบเดินได้ตรงหน้า บนโต๊ะทำงานกางแผนที่ประเทศไทย มีเขียนกากบาทสีแดงทับที่ต่างๆ และตอนนี้คิ้วหนาก็ขมวดเป็นปม จับจ้องแผนที่เบื้องหน้าราวกับจะสามารถสแกนหาคนได้“พักผ่อนหน่อยเถอะ จักรรา
สุรพลหรี่ตาลง รีบกดหาลูกน้องให้สืบอย่างเร่งด่วนซึ่งมีคนอยู่ในสำนักงานเขต การตามเรื่องจึงรู้ทันทีว่าสิโรจน์ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสจริงๆไอ้เด็กคนนี้ มันกล้าหลอกแม้กระทั่งพ่อของมัน!“ทำเรื่องเสียใหญ่โตดันเป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น ไอ้สิ แกนี่มัน”สุรพลทุบมือลงกับโต๊ะ จะด่าลูกสักหน่อยแต่ก็ชะงักเพราะในห้องตอนนี้มีเหมือนจันทร์อยู่ เข้าใจทันทีเลยว่าเหตุใดอีกฝ่ายต้องไป เพราะมันเล่นกับความรู้สึกคนได้อย่างน่าเตะจริงๆ แต่สุรพลก็ยังไม่ปักใจเชื่อจริงๆว่าลูกชายไม่ได้คิดอะไรกับเหมือนจันทร์เลย ทั้งแววตา ทั้งการกระทำ จะบอกว่าแสดงละครก็สมจริงเกินไป สิโรจน์ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้หากต้องการแค่แต่งงานหักหน้าศศิมาเท่านั้นก็ดี ในเมื่อมันกล้าทำเรื่องระยำ เขาก็อยากรู้ว่ามันจะทำหน้ายังไงหากผู้หญิงคนนี้หายไป “หนูอยากให้ฉันช่วยยังไง”เหมือนจันทร์รอลุ้นด้วยความหวังจนตัวโก่ง สุดท้ายก็ผ่อนลมหายใจ เมื่อสุรพลยอมเอ่ยปากช่วยในที่สุด“ช่วยลบตัวตนหนูจากชีวิตของเสี่ยทีค่ะ”“จันทร์อยู่ไหน”สิโรจน์กลับมาในสภาพเหงื่อชุ่มทั่วตัวเพราะมีลูกวัวชาวบ้านจะคลอดเลยช่วยกันอยู่หลายนาทีกว่าจะออกมาได้ พอถึงบ้านเห็นณิกาก็รีบเอ่ยปากถามทันท







